20/06/2017
อิทา-ปิงคลา
1. เส้นอิทา
เกิดเป็นเส้นอิทา ให้คิลาน์กำเริบราญ
เส้นนี้วิถีผ่าน แต่นาภีพาดหัวหน่าว
แล่นตลอดลงต้นขา เลี้ยวตลอดหน้าสันหลังกล่าว
แนบกระดูกสันหลังราว ผ่านขึ้นไปจนสุดเศียร
แล้วเกี่ยวเลี้ยวตลบลง นาสิกตรงซ้ายจำเนียร
ประจำลมสถิตย์เสถียร จันทกลาทุกราตรี
เกิดโทษให้ปวดเศียร เป็นพ้นเพียงอสุรียศรี
ตามืดมัวอัคคี ชักปากเบี้ยวเจ็บสันหลัง
2. เส้นปิงคลา
ปิงคลาทีท่ายาว กล่าวดังเส้นอิทาไซร้
จากครรภาขวาไป แล่นลงในหัวหน่าวขา
เลี้ยวลอดตลอดหลัง สุดศีรษังลงนาสา
ประจำลมสูรย์กาลา ซีกข้างขวาเป็นสำคัญ
ปิงคลาเมื่อพิกล หน้าตาคนแดงขึ้นพลัน
ปวดเศียรรับสุริยัน แต่อุทัยไปจนเที่ยง
(ตำราโรคนิทาน; พระยาวิชยาธิบดี (กล่อม), 2456, หน้า 64)
วิเคราะห์
เส้นอิทาตั้งต้นที่ท้องข้างซ้าย และ เส้นปิงคลาตั้งต้นที่ท้องข้างขวา ทั้ง 2 เส้นนี้พาดลงไปที่หัวเหน่า แล่นลงมาต้นขา เลี้ยวขึ้นไปข้างแนวกระดูกสันหลัง ขึ้นแนบกระดูกสันหลังแล่นต่อเนื่องถึงกระดูกคอกำด้น ขึ้นจนสุดศีรษะ เลี้ยวตลบลงสิ้นสุดที่จมูกข้างซ้าย และขวา
แนวเส้นทั้ง 2 นี้อยู่ชิดกระดูกสันหลัง การกดจุดจะกดเบาๆ ชิดร่องกระดูกสันหลัง เพื่อหวังผลให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นที่เกาะยึดกระดูกสันหลังแน่นอยู่ ให้เกิดการคลายตัวออก หมอนรองกระดูกก็จะสปริงตัวให้มีพื้นที่ต่อการไหลเวียนของไขกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทที่สั่งการไปอยังแขนขา และอวัยวะภายใน
เมื่อกดจุดตามแนวเส้นอิทา-ปิงคลา ตามจุดที่กำหนดให้เพียงเบาๆ คนถูกกดจะรับความรู้สึกได้ว่ามีพลังแล่นในกระดูกสันหลังขึ้นถึงจุดจอมประสาท(กลางกระหม่อม) จนถึงโพรงจมูก และมีความร้อนแผ่ซ่านกลางหลัง บางคนรับความรู้สึกว่ามีพลังแล่นเข้าไปถึงอวัยวะภายใน ในตำแหน่งที่ระบบประสาทไปถึง กดจุดตามแนวเส้นนี้ ผู้ถูกกดจะรู้สึกสมองผ่อนคลาย อยากนอนหลับและลับลึกด้วย เป็นแนวเส้นที่มหัศจรรย์มาก และเป็นแนวเส้นที่หมอฝึกใหม่ฝึกกดหาจุดและส่งพลังได้ค่อนข้างยาก ต้องให้ครูจับมือต่อมือหาจุดและวิธีส่งพลังกันเลย
เส้นอิทากำเริบทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ตามืดมัว ชักปากเบี้ยว เจ็บสันหลัง โทษเกิดจากกำเดาและลมระคนกัน (ทุวันโทษ) กลายเป็นลมปะกังทำให้มีอาการตัวร้อนวิงเวียนศีรษะ บางครั้งโทษหนักความร้อนกำเริบเป็นสันนิบาต มีอาการปวดศีรษะมาก ถ้าเป็นถึงเจ็ดวันตาย ร่างกายไม่สามารถทนต่อพิษความร้อนได้ บางครั้งท้องมีลมพะหิดังงูทับทาขบทำให้นอนสลบเชื่อมมึน
วิธีการกดจุดบำบัดเส้นอิทา ให้กดจุดแก้ ที่ริมจมูกข้างซ้าย นวดท้องตามแนวเส้นอิทาถึงหลังและถึงศีรษะ ให้กดจุดที่เจ็บจนเส้นหย่อน แล้วจึงแต่งยากินและพอก
เส้นปิงคลากำเริบทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ก่อพิษเป็นปะกัง ชักปากเบี้ยว บางทีเป็นสันนิบาต ริดสีดวง น้ำมูกไหลไม่หยุด คัดจมูก จาม กลายเป็นลมพหิทำให้สิ้นสติ ไม่พูดจา เหมือนถูกงูทับสมิงคลาขบเอา ทำให้สลบตาย
วิธีการกดจุดบำบัดเส้นปิงคลา ต้องกดคลึงให้เส้นคลายตัว กดแก้ตั้งแต่กระหม่อม กำด้น (ต้นคอ) ตามไรผมเหนือหูทัดดอกไม้ทั้งสองข้าง กดแก้จนตาสว่างถึงจะดี กลางกระหม่อมประชุมด้วยลมและไฟเกี่ยวกับเส้นสูรย์ทะกะลา สันติบาตรลมปะกัง ให้กดระหว่างคิ้ว และหน้าผากให้คลาย รวมทั้งท้ายทอยหลังใต้หู ให้แก้ทั้งสองข้าง ลมปะกังเส้นแฝงอยู่ชิดจมูก กดให้ถูกให้คลายอ่อนลง จึงแต่งยากิน และยาพอก