Heart surgery team ผ่าตัดหัวใจ

Heart surgery team ผ่าตัดหัวใจ 🫀ทีมศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจ กด 👍Like เพื่อเป็นกำลังใจ และจะได้ไม่พลาดความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและทรวงอก
💬 👇สอบถาม/More information
🚨 https://lin.ee/ARDLA55

🔥 3 งานวิจัยใหม่ใน Cardiac Surgery ที่อาจเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยของเรารอบนี้มี 3 งานวิจัยปี 2026 ที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่ **ก...
13/09/2026

🔥 3 งานวิจัยใหม่ใน Cardiac Surgery ที่อาจเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยของเรา

รอบนี้มี 3 งานวิจัยปี 2026 ที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่ **การป้องกันไตวายหลังผ่าตัด การแก้ภาวะซีดก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการใช้ β-blocker ก่อน CABG** 🫀
━━━━━━━━━━━━━━

🔵 **1. MERCURI-2 — Dapagliflozin ลด AKI หลังผ่าตัดหัวใจ?**

RCT แบบ double-blind, placebo-controlled จำนวน **784 ราย**

ให้ dapagliflozin 10 mg เริ่ม 1 วันก่อนผ่าตัดจนถึง POD2 เทียบกับ placebo

ผลพบ postoperative AKI ภายใน 7 วัน

💊 Dapagliflozin **28%**
⬜ Placebo **52%**

**RR 0.54 | 95% CI 0.45–0.65 | P

🫀 ผู้ป่วย Infective Endocarditis (IE) เมื่อไหร่ควร “ผ่าตัดหัวใจ”?การรักษา IE ไม่ได้มีแค่การให้ยาปฏิชีวนะ เพราะในผู้ป่วยบ...
11/09/2026

🫀 ผู้ป่วย Infective Endocarditis (IE) เมื่อไหร่ควร “ผ่าตัดหัวใจ”?

การรักษา IE ไม่ได้มีแค่การให้ยาปฏิชีวนะ เพราะในผู้ป่วยบางราย การผ่าตัดคือส่วนหนึ่งของการกำจัดแหล่งติดเชื้อ (source control) และช่วยแก้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหัวใจ

จาก AHA Scientific Statement 2026 ข้อบ่งชี้ที่ควรนำผู้ป่วยมาพิจารณาผ่าตัด ได้แก่

🔴 1. Heart Failure
ลิ้นหัวใจถูกทำลายจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น severe valve regurgitation หรือความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่มีนัยสำคัญ

🔵 2. Invasive / Uncontrolled Infection
เชื้อลุกลามออกนอกลิ้นหัวใจ เช่น abscess, perforation หรือ fistula รวมถึงการติดเชื้อที่ไม่ตอบสนองต่อ antimicrobial therapy

🟢 3. ป้องกัน Embolism
โดยเฉพาะ vegetation ขนาดใหญ่ >1 cm ที่มีความเสี่ยงต่อ immediate หรือ recurrent embolization

🟣 4. Prosthetic Valve Endocarditis (PVE)
เป็นอีกสถานการณ์สำคัญที่ AHA ระบุอยู่ในกลุ่มข้อบ่งชี้ที่ต้องประเมินเรื่องการผ่าตัด

🟠 5. เชื้อที่กำจัดได้ยาก หรือ Antibiotic therapy ล้มเหลว
เช่น difficult-to-eradicate microorganisms หรือมีหลักฐานว่าการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้

AHA 2026 เน้นว่า การตัดสินใจควรทำผ่าน Multidisciplinary Endocarditis Team โดย Infectious Disease, Cardiology และ Cardiac Surgery ร่วมกันประเมินทั้ง indication, timing และ operability และหากมี stroke หรือภาวะแทรกซ้อนทางสมอง ควรมี Neurology ร่วมด้วย

⏱️ ประเด็นสำคัญคือ “เมื่อมีข้อบ่งชี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้ยาปฏิชีวนะครบ”

เมื่อทีมพิจารณาแล้วว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดในช่วง active IE ทาง statement ระบุว่า favored early surgery within 48–72 hours เพื่อกำจัดแหล่งติดเชื้อ ลดแหล่ง embolism เอา infected/necrotic tissue ออก และฟื้นฟูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ

🧠 แต่ Stroke เป็นข้อยกเว้นสำคัญ

หากเป็น small stroke และไม่มี neurological deficit อาจผ่าตัดต่อได้โดยไม่ต้อง delay แต่ถ้าเป็น hemorrhagic stroke/intraparenchymal bleeding โดยทั่วไปจะชะลออย่างน้อย 2 สัปดาห์ และหากเป็นไปได้ประมาณ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ต้องชั่งกับความเร่งด่วนของหัวใจและการติดเชื้อเป็นรายบุคคล

ดังนั้นใน IE คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า
“ให้ Antibiotic ตัวไหนดี?”

แต่อีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
❤️ “ผู้ป่วยรายนี้ถึงเวลาที่ต้องทำ Source Control ด้วยการผ่าตัดแล้วหรือยัง?”

Right Timing, Better Outcomes. 🫀

📚 Reference: DeSimone DC, et al. Infective Endocarditis: Diagnosis, Antibiotic Therapy, and Management: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2026;154. DOI: 10.1161/CIR.0000000000001466.

#ผ่าตัดหัวใจ #ลิ้นหัวใจติดเชื้อ

🫀 Infective Endocarditis 2026 เปลี่ยนไปแค่ไหน?จากแนวทางที่เราคุ้นเคยในการดูแล Infective Endocarditis (IE) วันนี้หลายเรื่...
11/09/2026

🫀 Infective Endocarditis 2026 เปลี่ยนไปแค่ไหน?
จากแนวทางที่เราคุ้นเคยในการดูแล Infective Endocarditis (IE) วันนี้หลายเรื่องไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว
ล่าสุด American Heart Association (AHA) 2026 ออก Scientific Statement ฉบับใหม่ “Infective Endocarditis: Diagnosis, Antibiotic Therapy, and Management” ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญตั้งแต่การวินิจฉัย การเลือกยาปฏิชีวนะ ไปจนถึงการตัดสินใจผ่าตัด

🔥 10 เรื่องสำคัญที่น่ารู้

1️⃣ Endocarditis Team สำคัญขึ้น
การดูแลไม่ควรเป็นหน้าที่ของแพทย์คนใดคนหนึ่ง แต่เป็น Multidisciplinary Team ทั้ง Cardiology, Cardiac Surgery, ID, Imaging, Microbiology, Neurology และทีมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสัมพันธ์กับผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น

2️⃣ ใช้ 2023 Duke/ISCVID Criteria
เพิ่ม molecular diagnostics, advanced imaging และ surgical findings ทำให้การวินิจฉัย IE มี sensitivity สูงขึ้น

3️⃣ ไม่ใช่แค่ Echo อีกต่อไป
TTE/TEE ยังเป็นหัวใจหลัก แต่ Cardiac CT, FDG-PET/CT และ imaging อื่น ๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะ prosthetic valve และเคสซับซ้อน

4️⃣ 18F-FDG-PET/CT มีบทบาทมากขึ้น
โดยเฉพาะ suspected Prosthetic Valve Endocarditis (PVE) ที่ Echo ยังไม่ชัด รวมถึงช่วยค้นหาแหล่งติดเชื้อนอกหัวใจ

5️⃣ Brain MRI ก่อนผ่าตัดมีความสำคัญขึ้น
แม้ไม่มี neurological symptoms การทำ MRI ก่อน cardiac surgery ถือว่า reasonable และการพบ silent ischemic emboli เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เหตุให้ต้องเลื่อนผ่าตัด

6️⃣ IE ไม่จำเป็นต้อง IV antibiotics ตลอด course ในทุกคน
ผู้ป่วยที่ผ่าน acute phase และได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม สามารถพิจารณา Partial Oral Therapy (POT) ได้ และ POT ไม่ควรถูกมองว่าเป็น second-line therapy

7️⃣ Staphylococcal PVE: บทบาท Gentamicin เปลี่ยนไป
แนวคิดการเติม gentamicin แบบ routine ถูกทบทวนใหม่ เพราะต้องชั่งประโยชน์กับ toxicity มากขึ้น

8️⃣ Enterococcus faecalis ได้รับความสนใจมากขึ้น
ทั้งในฐานะ typical IE pathogen และแนวทาง antimicrobial therapy รวมถึงการประเมินหาความผิดปกติของลำไส้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม

9️⃣ เมื่อมีข้อบ่งชี้ผ่าตัด — อย่ารอเพียงเพื่อให้ antibiotic ครบ
แนวคิดสำคัญคือการควบคุมแหล่งติดเชื้อและเลือก timing of surgery ให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยเฉพาะเมื่อมี heart failure, uncontrolled infection หรือความเสี่ยง embolization

🔟 Source Control ไปไกลกว่า Open Heart Surgery
ตั้งแต่ complete CIED extraction ไปจนถึง Percutaneous Mechanical Aspiration (PMA) ในผู้ป่วยบางกลุ่ม และ suppressive antimicrobial therapy ในสถานการณ์ที่ definitive source control ไม่สามารถทำได้

💡 ถ้าจะสรุป IE ในปี 2026
“Team มากขึ้น → Diagnose เร็วและลึกขึ้น → IV-only น้อยลง → Source control เร็วขึ้น → Treatment individualized มากขึ้น”
สิ่งที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ “ยาใหม่” หรือ “เครื่องมือใหม่” แต่กำลังเปลี่ยน วิธีคิดในการดูแลผู้ป่วย IE ทั้งระบบ

📚 Reference: DeSimone DC, et al. Infective Endocarditis: Diagnosis, Antibiotic Therapy, and Management: A Scientific Statement From the American Heart Association. Circulation. 2026;154. DOI: 10.1161/CIR.0000000000001466.

#ลิ้นหัวใจติดเชื้อ #ผ่าตัดหัวใจ

🫀 “หมอครับ…กินอะไรได้บ้าง?”นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินแทบทุกวันหลังจากคนไข้รู้ว่าตัวเองเป็น “โรคหัวใจ”บางคนเงียบไปพักหนึ่ง…บ...
11/09/2026

🫀 “หมอครับ…กินอะไรได้บ้าง?”
นี่เป็นคำถามที่ผมได้ยินแทบทุกวัน

หลังจากคนไข้รู้ว่าตัวเองเป็น “โรคหัวใจ”

บางคนเงียบไปพักหนึ่ง…

บางคนพยายามเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตทันที

แต่บางคนก็ยังไม่แน่ใจว่า

“อะไรที่ควรหยุด…และอะไรที่ยังพอไปต่อได้”

ความจริงคือ…

โรคหัวใจไม่ได้เริ่มจากห้องผ่าตัด

แต่มันเริ่มจาก “สิ่งที่เรากินทุกวัน” โดยไม่รู้ตัว



❗ มีอาหาร 5 อย่าง ที่ผมมักบอกให้คนไข้ “ระวัง” มากกว่าคนอื่น

1. ของมัน…ที่เราคิดว่าแค่นิดเดียว

เนื้อสัตว์ติดมัน หนังไก่ เบคอน ไส้กรอก

👉 มันไม่ได้แค่เพิ่มไขมัน

แต่มันค่อยๆ สะสมในหลอดเลือด…แบบเงียบๆ



2. ของเค็ม…ที่เราคุ้นเคย

อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว

👉 ความดันไม่ได้ขึ้นทันที

แต่มันค่อยๆ ดันหัวใจให้ทำงานหนักขึ้นทุกวัน



3. ของหวาน…ที่ช่วยให้เรามีความสุข

น้ำอัดลม เค้ก ชานมไข่มุก

👉 ความสุขสั้นๆ

แต่อาจแลกกับโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง



4. ไขมันทรานส์…ที่ซ่อนอยู่ในของอร่อย

มาการีน เนยขาว ขนมอบ

👉 มันเพิ่มไขมันไม่ดี และลดไขมันดี

เหมือน “เร่งเกม” ให้โรคหัวใจมาเร็วขึ้น



5. แอลกอฮอล์…ในวันที่เราอยากผ่อนคลาย

👉 บางครั้งมันไม่ได้แค่ทำให้มึน

แต่มันทำให้หัวใจ “เต้นผิดจังหวะ” โดยที่เราไม่รู้ตัว



🫀 ผมไม่ได้บอกให้ “เลิกทุกอย่างทันที”

แต่ผมอยากให้คุณ “เริ่มรู้ตัว” กับสิ่งที่กำลังกิน

เพราะสุดท้ายแล้ว…

วันที่คุณอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติ

อยากเดินได้โดยไม่เหนื่อย

อยากอยู่กับคนที่คุณรักให้นานขึ้น

มันไม่ได้ตัดสินกันที่วันผ่าตัด

แต่มันเริ่มจาก “วันนี้” บนจานอาหารของคุณ



❤️ เลือกให้หัวใจคุณตั้งแต่วันนี้

ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา

และอย่าลืม…ออกกำลังกาย กับตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

#โรคหัวใจ #อาหารผู้ป่วยโรคหัวใจ #ผ่าตัดหัวใจ #หมอผ่าตัดหัวใจ #ดูแลหัวใจ #กินเพื่อหัวใจแข็งแรง

การประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2570 เป็นเกียรติของผมมากครับที่มีโอกาส นำระบบ CVT stat มาให้ทุกท่...
10/09/2026

การประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 2570 เป็นเกียรติของผมมากครับที่มีโอกาส นำระบบ CVT stat มาให้ทุกท่านได้รู้จัก รวมถึงได้เปิดโลกรู้จักกับผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทุกๆ ท่าน จากทั่วประเทศเลยครับ

#วิจัยแห่งชาติ2570 #สำนักงานวิจัยแห่งชาติ #ขอบคุณที่ให้เรารักษา #ผ่าตัดหัวใจเดอะซีรีส์ #เล็กแค่แผล #ปฐมบทซ่อมแซม #ผ่าตัดหัวใจ

08/09/2026
08/09/2026

“ทุกคนมีความสำเร็จเป็นของตัวเอง” ❤️
ไม่ต้องเหมือนใคร และไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่

แล้วช่วงนี้…ความสำเร็จเล็กๆ ของคุณคืออะไร?
มาเล่าให้กันฟังหน่อยครับ 👇🫀

#ขอบคุณที่ให้เรารักษา #ผ่าตัดหัวใจเดอะซีรีส์ #เล็กแค่แผล #ปฐมบทซ่อมแซม

🫀ไม่มีอาการ…ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดหัวใจไม่ตีบ!🫀ตรวจสุขภาพหลอดเลือดหัวใจที่หมอหนิงแนะนำ ft. พญ.กมลวรรณ ชาติศรีศักดิ์ อายุร...
07/09/2026

🫀ไม่มีอาการ…ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดหัวใจไม่ตีบ!

🫀ตรวจสุขภาพหลอดเลือดหัวใจที่หมอหนิงแนะนำ ft. พญ.กมลวรรณ ชาติศรีศักดิ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ | ผ่าตัดหัวใจ The Series🫀EP.26 #ผ่าตัดหัวใจเดอะซีรีส์

🫀 ไม่มีอาการ…ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดหัวใจไม่ตีบ!❤️ ตรวจสุขภาพหัวใจแบ...

☕🫀 กาแฟแบบไหน…ดีต่อหัวใจ?คั่วอ่อน คั่วเข้ม ดริป เอสเปรสโซ หรือ Cold Brew ต่างกันแค่ไหน?หลายคนที่เป็นโรคหัวใจมักถามว่า“ยั...
07/09/2026

☕🫀 กาแฟแบบไหน…ดีต่อหัวใจ?
คั่วอ่อน คั่วเข้ม ดริป เอสเปรสโซ หรือ Cold Brew ต่างกันแค่ไหน?
หลายคนที่เป็นโรคหัวใจมักถามว่า
“ยังดื่มกาแฟได้ไหม?”
จริงๆ แล้วคำตอบไม่ได้อยู่แค่ว่า “ดื่มหรือไม่ดื่ม”
แต่ต้องดูทั้ง ระดับการคั่ว วิธีชง ปริมาณ และสิ่งที่เติมลงไปในแก้ว
มาดูกันแบบง่ายๆ 👇

━━☕ 1. คั่วอ่อน vs คั่วเข้ม แบบไหนดีกว่า?━━
หลายคนคิดว่า
กาแฟคั่วเข้ม = คาเฟอีนเยอะกว่า
แต่จริงๆ ระดับการคั่วไม่ได้ทำให้ปริมาณคาเฟอีนแตกต่างกันมากอย่างที่คิด
สิ่งที่ต่างกันชัดกว่าคือ “สารอื่นๆ” ในกาแฟ
🟢 คั่วอ่อน–คั่วกลาง
มี Chlorogenic Acid (CGA) ซึ่งเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระเหลืออยู่มากกว่า
สารกลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกับ
❤️ การทำงานของหลอดเลือด
❤️ การต้านอนุมูลอิสระ
❤️ การลดการอักเสบ
❤️ การควบคุมความดันและเมตาบอลิซึม
เมื่อคั่วเข้มขึ้น สาร CGA จะลดลงจากความร้อน
ดังนั้น ถ้ามองเฉพาะเรื่องการคงสารเหล่านี้
👉 คั่วอ่อนหรือคั่วกลางน่าสนใจกว่า
แต่ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญมาก...

━━☕ 2. “วิธีชง” อาจสำคัญกว่าระดับการคั่ว━━
ในน้ำมันกาแฟมีสารที่เรียกว่า
Cafestol และ Kahweol โดยเฉพาะ Cafestol มีผลทำให้ระดับ LDL cholesterol เพิ่มขึ้นได้
ข่าวดีคือ...
🟢 กระดาษกรองช่วยดักสารเหล่านี้ออกไปได้มาก
ดังนั้น หากอยากเลือกกาแฟที่เป็นมิตรกับหัวใจ
❤️ Paper-filtered / Drip / Pour-over
ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ
👉 คั่วอ่อนหรือคั่วกลาง + กรองผ่านกระดาษ
ได้สารจากกาแฟ และลด diterpenes ที่มีผลต่อ LDL ไปพร้อมกัน

━━🟢 3. เมนูที่น่าสนใจ━━━━━━━━━━
☕ Drip / Pour-over ผ่านกระดาษกรอง
ช่วยลด Cafestol ได้มาก เหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องไขมัน LDL
☕ Instant Coffee
โดยทั่วไปมี diterpenes ในปริมาณต่ำ
☕ Decaf
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือดื่มแล้วใจสั่น แต่ยังต้องการสารอื่นๆ ที่มีอยู่ในกาแฟ

━━🔴 4. แล้วกาแฟแบบไหนควรระวัง?━━━━
⚠️ French Press / Turkish / Greek / กาแฟต้มที่ไม่ผ่านกระดาษกรอง
มี Cafestol และ Kahweol สูงกว่า จึงอาจส่งผลต่อ LDL หากดื่มเป็นประจำในปริมาณมาก
⚠️ Espresso-based
ยังมี Cafestol อยู่ระดับหนึ่ง จึงควรคำนึงถึงปริมาณที่ดื่ม
⚠️ Cold Brew
ขึ้นอยู่กับวิธีกรอง หากใช้เพียงตัวกรองหยาบ อาจยังมีน้ำมันกาแฟหลงเหลือมากกว่าการกรองด้วยกระดาษ
แต่สิ่งที่ต้องระวังมากไม่แพ้ตัวกาแฟคือ...
🧋 น้ำตาล + นมข้นหวาน + ครีมเทียม + ไซรัป
บางครั้งสิ่งที่ทำให้กาแฟหนึ่งแก้ว “ไม่ดีต่อใจ”
อาจไม่ใช่กาแฟเลย
แต่คือ สิ่งที่เราเติมลงไป

━━🫀 5. เป็นโรคหัวใจ ดื่มกาแฟได้ไหม?━━━
สำหรับคนส่วนใหญ่ การดื่มกาแฟในระดับปานกลางไม่ได้หมายความว่าจะต้องงดเพียงเพราะเป็นโรคหัวใจ
แต่ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล
❤️ Atrial Fibrillation (AF)
ปัจจุบันไม่ได้แนะนำให้ผู้ป่วย AF ทุกคนต้องงดกาแฟเพียงเพื่อป้องกัน AF
❤️ PVCs / หัวใจเต้นสะดุด
บางคนอาจมี PVCs เพิ่มขึ้นหลังได้รับคาเฟอีน หากดื่มแล้วรู้สึกใจสั่นหรือหัวใจสะดุดมากขึ้น ควรลดปริมาณและปรึกษาแพทย์
❤️ ความดันโลหิตสูง
คาเฟอีนสามารถทำให้ความดันเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้ โดยเฉพาะผู้ที่ความดันสูงมากหรือยังควบคุมไม่ได้ควรระมัดระวัง

━━☕ แล้ววันหนึ่งดื่มได้แค่ไหน?━━━━━━
โดยทั่วไป ปริมาณคาเฟอีนสำหรับผู้ใหญ่ไม่ควรเกินประมาณ
400 mg/วัน
แต่ต้องจำไว้ว่า...
❗ “1 แก้ว” ของแต่ละร้านไม่เท่ากัน
ทั้งขนาดแก้ว ชนิดเมล็ด ปริมาณกาแฟ และวิธีชง ล้วนทำให้คาเฟอีนแตกต่างกันได้
ดังนั้นอย่ายึดจำนวน “แก้ว” อย่างเดียว

━━❤️ สรุปง่ายๆ ถ้าอยากให้กาแฟเป็นมิตรกับหัวใจ━━
☕ เลือก คั่วอ่อน–กลาง ได้
💧 ถ้าเป็นไปได้เลือก ชงผ่านกระดาษกรอง
🍬 ลดหวาน ลดไซรัป ลดนมข้นและครีมเทียม
⚠️ ระวังกาแฟไม่กรอง หากมี LDL สูง
🫀 ถ้าดื่มแล้วใจสั่น PVCs เพิ่ม หรือความดันสูงผิดปกติ
ควรลดและปรึกษาแพทย์
ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่แค่...
“คนเป็นโรคหัวใจดื่มกาแฟได้ไหม?”
แต่อาจต้องถามเพิ่มว่า
“ดื่มกาแฟอะไร? ชงแบบไหน? ใส่อะไร? และดื่มเท่าไร?” ☕❤️
เพราะกาแฟแก้วเดียวกัน
แค่เปลี่ยนวิธีชงและสิ่งที่เติมลงไป
ผลต่อสุขภาพก็อาจต่างกันได้

☕ แล้วคุณล่ะ…ชอบกาแฟแบบไหน?
🤎 คั่วอ่อน หอมสดใส
🤎 คั่วกลาง กลมกล่อมกำลังดี
🤎 คั่วเข้ม เข้มเต็มรส
ทีมไหน พิมพ์บอกเราหน่อย 👇☕❤️

📌 บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้ดูแลได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติหลังดื่มกาแฟ

#ขอบคุณที่ให้เรารักษา #ผ่าตัดหัวใจเดอะซีรีส์ #เล็กแค่แผล #ปฐมบทซ่อมแซม

🫀 7 งานวิจัยใหม่ที่น่าจับตา ด้านการรักษาโรคหัวใจช่วงนี้มีหลักฐานใหม่หลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับ Cardiac Surgeon ...
06/09/2026

🫀 7 งานวิจัยใหม่ที่น่าจับตา ด้านการรักษาโรคหัวใจ
ช่วงนี้มีหลักฐานใหม่หลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับ Cardiac Surgeon และ Heart Team ตั้งแต่การเลือกวิธี CABG, การรักษาโรคลิ้นหัวใจ ไปจนถึงคำถามว่า intervention บางอย่างที่เราเคยคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์นั้น จำเป็นต้องทำกับผู้ป่วยทุกคนจริงหรือไม่?

🔴 1. LAACS-2 — ผ่าตัดหัวใจแล้ว ควรปิด LAA ไปเลยไหม?
RCT 1,500 ราย เปรียบเทียบการปิดกับไม่ปิด LAA ระหว่าง open-heart surgery
Stroke/TIA
4.28% vs 5.04% | HR 0.85, p=0.50
โดยรวมยังไม่พบประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่สนับสนุนการปิด LAA routine ในผู้ป่วยทุกราย แต่กลุ่มที่มี stroke risk สูงมี signal ว่าอาจได้ประโยชน์ ซึ่งยังต้องตีความด้วยความระมัดระวัง
📍 Presented at ESC Congress 2026 — รอ full results paper

🔵 2. TRIC-I-HF — T-TEER ใน severe TR เริ่มมีข้อมูล hard outcome
ผู้ป่วย symptomatic severe TR ความเสี่ยงสูง 360 ราย เปรียบเทียบ T-TEER + medical therapy กับ medical therapy
ที่ 3 ปี death/HF hospitalization-free survival
52.4% vs 21.0% | HR 0.40
ข้อมูลนี้ทำให้ transcatheter treatment ของ TR ไม่ได้เป็นเรื่องของการทำให้อาการหรือ QoL ดีขึ้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มมีข้อมูลด้าน clinical outcomes ที่สำคัญ
📗 Full paper: NEJM 2026

🟢 3. TAVI PCI Trial — AS + CAD ไม่จำเป็นต้อง PCI ก่อน TAVI เสมอไป
RCT 986 ราย เปรียบเทียบ
TAVI → PCI vs PCI → TAVI
Primary endpoint ที่ 1 ปี
22.2% vs 24.2%
TAVI-first noninferior ต่อ PCI-first และที่น่าสนใจคือ หลังแก้ valve obstruction แล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจไม่จำเป็นต้องได้รับ PCI ตามแผนเดิม
👉 ลำดับการรักษาจึงอาจต้อง individualize มากขึ้นโดย Heart Team
📗 Full paper: NEJM 2026

🟠 4. ACASA-TAVI — หลัง TAVI ควร anticoagulation หรือไม่?
RCT 360 ราย เปรียบเทียบ NOAC monotherapy กับ aspirin
CT-detected leaflet thrombosis/HALT
16.2% vs 28.6%
NOAC ลด subclinical leaflet thrombosis ได้อย่างมีนัยสำคัญ และ primary safety composite 7.5% vs 10.6% โดยเข้าเกณฑ์ noninferiority
แต่สิ่งสำคัญคือ HALT เป็น surrogate/subclinical imaging endpoint
👉 จึงยังไม่ควรตีความว่า “หลัง TAVI ทุกคนควรได้รับ NOAC” ต้องพิจารณา clinical outcomes, bleeding risk และ valve durability ระยะยาวเพิ่มเติม
📙 Full paper: JAMA 2026

🟣 5. PCI vs CABG — ตามกันยาวถึงประมาณ 20 ปีใน Left Main
randomized long-term follow-up ในผู้ป่วย left-main disease ประมาณ 200 ราย
Median follow-up 15.2 ปี
All-cause mortality
HR 0.97
ยังไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของ mortality ระหว่าง PCI กับ CABG
แต่ต้องระวังการตีความ เพราะ sample size เล็กและ confidence interval กว้าง
👉 งานนี้ ไม่ได้พิสูจน์ว่า PCI = CABG แต่มีคุณค่าเพราะเป็น randomized vital-status follow-up ที่ยาวมาก
📘 Published: JACC 2026

🩵 6. EMPAVR — “เปลี่ยน Valve แล้ว อย่าหยุดดูแค่ Valve”
แนวคิดใหม่คือ หลังแก้ severe AS แล้ว เราจะช่วยให้ myocardium ฟื้นตัวได้มากขึ้นหรือไม่?
EMPAVR ศึกษา empagliflozin หลัง AVR/TAVI โดย primary endpoint คือการเปลี่ยนแปลงของ indexed LV mass ที่ 6 เดือน
👉 แนวคิดน่าสนใจ เพราะอนาคตของการรักษา AS อาจไม่ได้จบแค่แก้ valve obstruction แต่ต้องคิดต่อถึง reverse remodeling และ myocardial recovery
⚠️ ปัจจุบันมี Design & Rationale paper แล้ว แต่ยังไม่ใช่ results paper

❤️ 7. MIST Trial — MICS-CABG ผ่าน small thoracotomy
นี่เป็นงานที่น่าสนใจสำหรับ Cardiac Surgeon โดยตรง
International multicenter RCT 170 ราย เปรียบเทียบ
MICS-CABG ผ่าน small thoracotomy vs conventional sternotomy CABG
SF-36 Physical Component Score ที่ 1 เดือน
45.1 vs 42.2
Mean difference +2.9 points
95% CI 0.3–5.5; p=0.031
ที่ 12 เดือน
Death หรือ Stroke = 0% ทั้งสองกลุ่ม
MACCE พบ 1 รายใน MICS group
👉 Randomized evidence เริ่มสนับสนุนว่า MICS-CABG สามารถช่วยเรื่อง postoperative recovery ได้ในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยยังไม่เห็น safety penalty ในระยะ 1 ปี
แต่ต้องเน้นว่าเป็น selected patients และทำในทีม/ศูนย์ที่มีประสบการณ์ จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่า MICS-CABG ควรแทน sternotomy CABG ในผู้ป่วยทุกราย
📕 Full paper: The Lancet 2026

💡 งานวิจัยใหม่ไม่ได้กำลังบอกว่าเราต้องรักษาผู้ป่วยทุกคนด้วยวิธีใหม่ แต่กำลังช่วยให้เราตอบคำถามสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ว่า...
“ผู้ป่วยคนนี้ เหมาะกับการรักษาแบบไหนที่สุด?” เพราะสุดท้าย Evidence ที่ดี ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ทุกคนได้รับการรักษาเหมือนกัน แต่เพื่อช่วยให้เราเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนมากขึ้น

📚 References
1. LAACS-2 Trial. Left atrial appendage closure during open-heart surgery. Presented at ESC Congress 2026, Munich, Germany. European Society of Cardiology. (Escardio)
2. Stocker TJ, et al. Tricuspid-Valve Intervention in Heart Failure. N Engl J Med. Published online August 30, 2026. doi:10.1056/NEJMoa2606934. (New England Journal of Medicine)
3. Stähli BE, et al. Timing of PCI in Patients Undergoing Transcatheter Aortic-Valve Implantation. N Engl J Med. 2026.
4. Dodgson CS, Herstad J, Kløve SF, et al. Anticoagulation Monotherapy vs Antiplatelet Monotherapy After Transcatheter Aortic Valve Implant: The ACASA-TAVI Randomized Clinical Trial. JAMA. Published online August 30, 2026. doi:10.1001/jama.2026.17036. (JAMA Network)
5. Desch S, Pugachova S, de Waha S, et al. All-Cause Mortality Up to 20 Years After PCI or CABG for Left Main Disease. J Am Coll Cardiol. Published online August 31, 2026. doi:10.1016/j.jacc.2026.08.006. (JACC)
6. Sørensen LM, et al. Design and rationale of the EMPagliflozin after Aortic Valve Replacement (EMPAVR) study: A randomized clinical trial. Am Heart J. 2026;297:107432. doi:10.1016/j.ahj.2026.107432. (PubMed)
7. Multivessel coronary artery bypass grafting via small thoracotomy versus sternotomy (MIST): an investigator-initiated, international, open-label, randomised controlled trial. Lancet. 2026;408:711–720. doi:10.1016/S0140-6736(26)01288-2. (ScienceDirect)

⚠️ หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการให้ความรู้จากหลักฐานทางการแพทย์ ไม่ใช้แทนการประเมินผู้ป่วยเป็นรายบุคคล การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากโรค ความเสี่ยง ลักษณะทางกายวิภาค ความต้องการของผู้ป่วย และการประเมินร่วมกันของ Heart Team

#ขอบคุณที่ให้เรารักษา #ผ่าตัดหัวใจเดอะซีรีส์ #เล็กแค่แผล #ปฐมบทซ่อมแซม

ที่อยู่

Bangkok
90110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Heart surgery team ผ่าตัดหัวใจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Heart surgery team ผ่าตัดหัวใจ:

ทางลัด

แชร์