อ.กฤตพล แสงซื่อ / โหราศาสตร์ 10 ลัคนา

อ.กฤตพล แสงซื่อ / โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หมอดู 10 ลัคนา | อ.กฤตพล ศิษย์ อ.สอ้าน

31/08/2026

ถ้าโลกเข้าสู่ WAR ECONOMY จริง
หุ้นไทย–ทอง–ดอลลาร์–หุ้นอเมริกา–หุ้นจีน–น้ำมัน
ใครจะเป็นผู้ชนะ...และใครกำลังนั่งอยู่ผิดโต๊ะ?

ผมเคยพูดหลายครั้งว่า

อย่าดูการลงทุนจากราคาอย่างเดียว
ให้ดูว่า “โลกกำลังเดินไปทางไหน” ด้วย

เพราะถ้าโครงสร้างของโลกเปลี่ยน
สินทรัพย์ที่เคยดี อาจไม่ดีเหมือนเดิม
และของที่เราเคยมองว่าแพง...อาจแพงขึ้นไปได้อีก

วันนี้ภาพเริ่มชัดขึ้นมากแล้ว

สงครามอิหร่านเดินมาประมาณ 6 เดือน
ช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบ
ราคาน้ำมัน Brent เคยขึ้นเหนือ 120 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน และค่าเฉลี่ยปี 2026 อยู่แถว 90 ดอลลาร์ เทียบกับประมาณ 70 ดอลลาร์ในปีก่อน

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ...

ตลาดไม่ได้ตอบสนองเหมือนตำราเก่า

สงครามเกิด
แต่หุ้นโลกไม่ได้พัง

ตั้งแต่สงครามเริ่ม ดัชนีหุ้นโลก MSCI กลับขึ้นประมาณ 9% เพราะเงินจำนวนมหาศาลยังไหลเข้า AI และเทคโนโลยี

ทองก็ไม่ได้ขึ้นตรง ๆ

ทองเคยลงเกือบ 25% จากช่วงเริ่มสงครามถึงเดือนกรกฎาคม ก่อนจะเด้งกลับมากกว่า 15% ในเดือนสิงหาคม

ดอลลาร์เองขึ้นเพียงประมาณ 1.4%

แม้แต่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งปกติถูกมองเป็น Safe Haven ก็ขาดทุนประมาณ 3.5% ในแง่ Total Return เพราะตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

นี่แหละครับ...

สงครามยุคใหม่ไม่ได้เล่นง่ายเหมือนตำราเก่าแล้ว

━━━━━━━━━━━━

🌏 มองแบบโหราศาสตร์ 10 ลัคนา

ในทางโหราศาสตร์ ถ้าผมใช้ภาษาง่าย ๆ

ดาวอังคาร
คือสงคราม การแข่งขัน อาวุธ พลังงาน โลหะ และการเอาชนะ

ดาวเสาร์
คือความขาดแคลน ข้อจำกัด ภาระ ต้นทุน และสิ่งที่ต้องอดทน

ราหู
คือความผันผวน เทคโนโลยี สิ่งที่คาดไม่ถึง ข่าวสาร การเก็งกำไร และเกมที่มองไม่เห็นคู่ต่อสู้

เมื่อพลังของ

อังคาร + เสาร์ + ราหู

เข้ามามีบทบาทกับระบบเศรษฐกิจพร้อมกัน

สิ่งที่ผมสนใจจึงไม่ใช่แค่

“หุ้นจะขึ้นหรือจะลง?”

แต่ผมถามว่า

เงินกำลังย้ายจากเศรษฐกิจแบบสันติ
ไปหาเศรษฐกิจแบบความมั่นคงหรือยัง?

และคำตอบของผมคือ...

กำลังย้ายครับ

━━━━━━━━━━━━

🛢️ 1. น้ำมัน — ดาวอังคารตัวจริง

ถ้า War Economy ยืดเยื้อ
น้ำมันเป็นสินทรัพย์ชุดแรกที่ต้องจับตา

เพราะสงครามไม่ได้แค่ทำให้คนกลัว

มันทำให้

การผลิตหยุด
เรือเดินไม่ได้
ค่าประกันแพง
ค่าขนส่งเพิ่ม
โรงกลั่นขาดวัตถุดิบ
และประเทศต่าง ๆ ต้องแย่งกันสำรองพลังงาน

ล่าสุดวันที่ 31 สิงหาคม Brent กลับขึ้นบริเวณ 90 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งอิหร่านรุนแรงขึ้น

ดังนั้นถ้าถามว่า

สงครามยืดเยื้อ ใครได้?

พลังงานต้นน้ำ
ผู้ผลิตน้ำมัน
บริการแท่นขุดเจาะ
LNG บางส่วน
ระบบขนส่งพลังงานที่ไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

มีโอกาสได้ประโยชน์

แต่ต้องจำไว้อย่างหนึ่ง

น้ำมันแพงมากเกินไป สุดท้ายจะฆ่าความต้องการของตัวเอง

เพราะเมื่อพลังงานแพง
เงินเฟ้อสูง
ดอกเบี้ยสูง
เศรษฐกิจชะลอ

ดาวอังคารที่ให้คุณ
ก็สามารถกลับมาเป็นโทษได้เหมือนกัน

━━━━━━━━━━━━

🥇 2. ทองคำ — อย่าคิดว่าสงครามแล้วต้องขึ้นทันที

นี่เป็นกับดักของนักลงทุนจำนวนมาก

“สงคราม = ซื้อทอง”

ไม่ผิดทั้งหมด
แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

สงครามอิหร่านรอบนี้พิสูจน์แล้วว่า
ทองสามารถลงแรงระหว่างสงครามได้เหมือนกัน

เพราะราคาทองไม่ได้ขึ้นกับสงครามอย่างเดียว

มันขึ้นกับ

ดอลลาร์
Real Yield
ดอกเบี้ย
สภาพคล่อง
ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน
การซื้อทองของธนาคารกลาง

ดังนั้นผมมองทองเป็น

“ประกันของระบบ” มากกว่า “หุ้นสงคราม”

ถ้าเกิดเพียงสงครามภูมิภาค
ทองอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นแรง

แต่ถ้าวิกฤตลามไปถึง

หนี้รัฐบาล
ค่าเงิน
ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง
หรือระบบการเงินระหว่างประเทศ

ตอนนั้นทองจะเปลี่ยนบทบาททันที

━━━━━━━━━━━━

💵 3. ดอลลาร์ — ยังเป็นราชา แต่ราชาเริ่มมีภาระ

เมื่อเกิดวิกฤต
คนทั่วโลกยังวิ่งหาดอลลาร์

เพราะการค้า หนี้ และระบบการเงินโลกจำนวนมหาศาลยังผูกอยู่กับ USD

แต่รอบนี้ต้องระวัง

เพราะถ้าน้ำมันแพง → เงินเฟ้อกลับมา
เงินเฟ้อกลับมา → Fed ลดดอกเบี้ยยาก
ดอกเบี้ยสูง → หนี้รัฐบาลสหรัฐมีต้นทุนสูงขึ้น

ดังนั้นดอลลาร์อาจแข็งในช่วง Risk-Off

แต่ในระยะยาวต้องจับตาอีกด้านคือ

Fiscal Risk ของอเมริกาเอง

นี่จึงไม่ใช่เกมง่าย ๆ ว่า

สงคราม = ดอลลาร์ขึ้นตลอด

━━━━━━━━━━━━

🇺🇸 4. หุ้นสหรัฐ — อย่า Short อเมริกาเพียงเพราะมีสงคราม

นี่เป็นอีกข้อที่ผมอยากเตือน

สงครามผ่านมาครึ่งปี
แต่หุ้นโลกกลับทำจุดสูง และเงินยังไหลเข้า AI อย่างมหาศาล

เพราะ War Economy ยุคนี้ไม่ได้มีแค่รถถังกับเครื่องบิน

มันมี

AI
Cybersecurity
Drone
Satellite
Semiconductor
Cloud
Data Center
Autonomous Systems
Defense Technology

สงครามยุคใหม่จึงซ้อนอยู่กับ Technology Boom

หุ้นสหรัฐจึงมีทั้งฝ่ายได้และเสีย

กลุ่มที่น่าจับตาในเชิงโครงสร้างคือ

Defense
Cybersecurity
AI Infrastructure
Semiconductor บางประเภท
Energy
Utilities ที่รองรับ Data Center

แต่บริษัท Growth ที่ราคาแพงมาก ๆ และต้องพึ่งดอกเบี้ยต่ำ

ต้องระวัง

เพราะถ้าน้ำมันดันเงินเฟ้อกลับขึ้น
แล้ว Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อ

Valuation จะถูกทดสอบทันที

━━━━━━━━━━━━

🇨🇳 5. หุ้นจีน — ตัวแปรที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

จีนเป็นประเทศนำเข้าพลังงานรายใหญ่

ดังนั้นน้ำมันแพงไม่ใช่ข่าวดีโดยธรรมชาติ

และข้อมูลล่าสุดวันที่ 31 สิงหาคม
PMI ภาคการผลิตจีนเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 49.8 ยังต่ำกว่า 50 ขณะที่ภาคบริการและก่อสร้างยังอ่อนแอ

แต่จีนมีอีกด้านหนึ่งที่ต้องคิด

ถ้าโลกแบ่งขั้วแรงขึ้น

จีนจะเร่ง

Technology Independence
Semiconductor
AI
Defense
Energy Security
Food Security
Domestic Supply Chain

ดังนั้นผมไม่มองคำว่า

“หุ้นจีน”

เป็นก้อนเดียว

หุ้นจีนบางอุตสาหกรรมอาจได้รับผลเสียจากต้นทุนพลังงาน

แต่อุตสาหกรรมที่รัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ
อาจกลับได้รับเงินลงทุนจำนวนมหาศาล

━━━━━━━━━━━━

🇹🇭 6. หุ้นไทย — ต้องเลือกหุ้นมากกว่าซื้อประเทศ

ประเทศไทยมีจุดอ่อนสำคัญคือ

เราเป็นผู้นำเข้าพลังงาน

น้ำมันแพงจึงเหมือนภาษีที่เก็บจากเศรษฐกิจไทย

ค่าขนส่งขึ้น
ค่าไฟขึ้น
ต้นทุนโรงงานขึ้น
เงินเฟ้อขึ้น
กำลังซื้อถูกบีบ
เงินบาทถูกกดดันได้

ดังนั้นถ้า War Economy รุนแรงขึ้น

ผมจะไม่ใช้วิธี

“SET ถูกแล้วซื้อทุกอย่าง”

แต่จะดูเป็นราย Sector

กลุ่มที่อาจมีแรงหนุน เช่น

พลังงานต้นน้ำ
โรงกลั่นบางช่วง
อาหาร
สินค้าเกษตร
ความมั่นคงทางอาหาร
นิคมอุตสาหกรรมบางพื้นที่
Infrastructure
Digital Infrastructure

ส่วนกลุ่มที่ต้องระวังเมื่อพลังงานแพงมากคือ

สายการบิน
ขนส่ง
ธุรกิจต้นทุนพลังงานสูง
บริษัทหนี้เยอะ
หุ้นที่ต้องพึ่งกำลังซื้อในประเทศมาก

━━━━━━━━━━━━

🔮 แล้วโหราศาสตร์ 10 ลัคนาให้อะไรกับการลงทุน?

ผมไม่ได้ใช้ดาวเพื่อบอกว่า

“พรุ่งนี้ SET ต้องขึ้น 20 จุด”

หรือ

“ดาวอังคารมาแล้วต้องซื้อหุ้นน้ำมัน”

แบบนั้นผมไม่เล่นครับ

ผมใช้โหราศาสตร์เหมือนเรดาร์อีกชุดหนึ่ง

ดาวบอก Theme
เศรษฐกิจบอกเหตุผล
กราฟบอกจังหวะ
Money Management บอกว่าเราจะรอดหรือไม่

สี่อย่างต้องไปด้วยกัน

เพราะต่อให้เรามองโลกถูก

แต่ซื้อผิดราคา
ใช้ Margin มากไป
ไม่มี Stop Loss
หรือเอาเงินทั้งหมดลงสินทรัพย์เดียว

สุดท้ายก็เจ็บได้เหมือนกัน

━━━━━━━━━━━━

🔥 ถ้า War Economy เดินหน้าต่อ ผมแบ่งสินทรัพย์แบบนี้

🛢️ น้ำมัน — ได้ประโยชน์โดยตรงที่สุด แต่ผันผวนสูง

🥇 ทอง — ประกันความเสี่ยงของระบบ มากกว่าการเดิมพันสงครามระยะสั้น

💵 ดอลลาร์ — ยังได้แรง Risk-Off แต่ต้องจับตาหนี้และเงินเฟ้อสหรัฐ

🇺🇸 หุ้นอเมริกา — ไม่ได้เสียทั้งหมด AI–Defense–Energy อาจกลายเป็นผู้ชนะ

🇨🇳 หุ้นจีน — มีทั้งผู้แพ้จากพลังงานแพง และผู้ชนะจากนโยบาย Self-Reliance

🇹🇭 หุ้นไทย — ต้อง Selection หนักมาก เพราะไทยเสียเปรียบจากการนำเข้าพลังงาน แต่บาง Sector ยังเป็นโอกาส

และยังมีสินทรัพย์อีกตัวที่ผมอยากให้จับตา...

🌾 อาหารและสินค้าเกษตร

เพราะช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้กระทบแต่น้ำมัน
มันกระทบปุ๋ยด้วย

เมื่อพลังงาน + ปุ๋ย + ภูมิอากาศ + สงครามยูเครนมาชนกัน

อาหารอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ตลาดกำลังคิด
Reuters รายงานว่าราคาอาหารโลกเดือนกรกฎาคมขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีแล้ว

━━━━━━━━━━━━

โลกนี้ไม่ได้กำลังบอกให้เรากลัว

โลกกำลังบอกให้เรา “จัดพอร์ตใหม่ให้ทันยุค”

คนที่น่ากลัวที่สุดในตลาด
ไม่ใช่คนที่ทายสงครามถูก

แต่คือคนที่เข้าใจว่า

ถ้าสงครามเกิด — เขาจะทำอะไร
ถ้าสงครามจบ — เขาจะทำอะไร
และถ้าตัวเองคิดผิด — จะเสียหายได้แค่ไหน

นี่คือความแตกต่างระหว่าง

“คนเล่นหุ้น”

กับ

“นักลงทุนที่อยู่รอดผ่านหลายวัฏจักร”

เหนือดาว...คือใจเรา
แต่เหนือการคาดการณ์...

คือการเตรียมพร้อม

— อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ
#โหราศาสตร์ 10 ลัคนา | #อ่านดาว #อ่านโลก #อ่านเกมการลงทุน

บทความนี้เป็นมุมมองเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงให้เหมาะกับตนเอง

18/08/2026

# คู่มือดำเนินชีวิตประจำวันตามพระอภิธรรม

# # ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน

# # # หลักสำคัญก่อนเริ่ม

ไม่ต้องพยายามทำให้ชีวิตประจำวันกลายเป็น “การปฏิบัติธรรม”

เพราะทุกขณะของชีวิตมีธรรมกำลังเกิดอยู่แล้ว

มีเห็น
มีได้ยิน
มีได้กลิ่น
มีลิ้มรส
มีกระทบสัมผัส
มีคิดนึก
มีชอบ
มีไม่ชอบ
มีโลภะ
มีโทสะ
มีสติ
มีหลงลืมสติ

ทั้งหมดเป็น **ธรรม** ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แล้วดับไป

สิ่งที่ค่อย ๆ อบรมคือ **ความเข้าใจถูกว่า ไม่มีเราอยู่ในสภาพธรรมเหล่านั้น**

---

# 1. เมื่อตื่นนอน

ทันทีที่ลืมตา มี **เห็น**

ก่อนที่จะคิดว่า

> “ฉันตื่นแล้ว”

เห็นเกิดขึ้นแล้ว

จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดว่า

> “เห็นหนอ เห็นหนอ”

แต่ค่อย ๆ เข้าใจว่า

> เห็นเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่ง
> เกิดเพราะมีตา มีสิ่งที่ปรากฏทางตา และมีปัจจัยพร้อม
> ไม่มีใครสั่งให้เห็นเกิดขึ้นได้

จากนั้นอาจคิดว่า

“ไม่อยากลุกเลย”

ตรงนั้นก็มีธรรมอีกแล้ว

ความไม่พอใจเป็นอย่างหนึ่ง
ความคิดเป็นอย่างหนึ่ง
เสียงเป็นอย่างหนึ่ง
เห็นเป็นอย่างหนึ่ง

ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

---

# 2. ลุกจากเตียง

เท้าสัมผัสพื้น

มีสิ่งที่ปรากฏทางกาย เช่น

แข็ง
อ่อน
เย็น
ร้อน

ไม่จำเป็นต้องเดินช้า ๆ เพื่อให้มีสติ

เดินตามปกติได้

เพียงค่อย ๆ เข้าใจว่า

> “แข็ง” เป็นสิ่งที่ถูกรู้ทางกาย
> ส่วน “พื้นห้อง” เป็นเรื่องราวที่จิตคิดภายหลัง

นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมากในพระอภิธรรม

---

# 3. อาบน้ำ

น้ำกระทบร่างกาย

สิ่งที่ปรากฏจริงอาจเป็น

เย็น
ร้อน
อ่อน
แข็ง

แล้วความคิดตามมาว่า

> “น้ำเย็นดี”

ต้องแยกให้ออกว่า

**เย็น** เป็นสภาพธรรมที่ปรากฏทางกาย

แต่

**“น้ำเย็นดี”** เป็นความคิดเรื่องสิ่งที่ปรากฏ

ถ้าชอบความเย็น ก็มีโลภะ

ถ้าน้ำร้อนเกินไปแล้วหงุดหงิด ก็มีโทสะ

ไม่ต้องรีบกำจัดโลภะหรือโทสะ

เพราะแม้โลภะและโทสะก็เป็นธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว

ปัญญาสามารถค่อย ๆ เข้าใจว่า

> “โทสะก็ไม่ใช่เรา”

---

# 4. แต่งตัว ส่องกระจก

เห็นหน้าตัวเองในกระจก

ตามความเคยชิน เราคิดทันทีว่า

> “นี่หน้าฉัน”

แต่สิ่งที่ปรากฏจริงทางตาเป็นเพียง **สีหรือสิ่งที่ปรากฏทางตา**

คำว่า

“หน้า”
“ฉัน”
“หล่อ”
“แก่”
“ดูดี”
“ไม่สวย”

เป็นเรื่องที่คิดตามหลังเห็น

ถ้าพอใจหน้าตาตัวเอง มีโลภะ

ถ้าไม่พอใจ มีโทสะ

แต่ทั้งโลภะและโทสะเกิดแล้วก็ดับ

---

# 5. รับประทานอาหาร

อาหารเข้าปาก

มีรสปรากฏ

หวาน
เค็ม
เปรี้ยว
ขม ฯลฯ

จากนั้นจิตคิดว่า

> “อร่อย”

คำว่า “อร่อย” เกี่ยวข้องกับความพอใจที่เกิดตามรส

ถ้าอยากกินอีก โลภะเกิดแล้ว

ไม่ต้องคิดว่า

> “ฉันเป็นคนไม่ดี เพราะติดรสอาหาร”

เพียงเข้าใจตามจริงว่า

> โลภะเป็นโลภะ
> รสเป็นรส
> ความคิดเป็นความคิด

ทั้งหมดเกิดเพราะปัจจัย

---

# 6. ขับรถหรือเดินทางไปทำงาน

ขณะขับรถมีธรรมเกิดตลอดเวลา

เห็นรถ
ได้ยินเสียงแตร
คิดถึงงาน
ไม่พอใจรถคันหน้า
กลัวไปทำงานสาย

แต่ในความจริงทีละขณะ

**เห็น ไม่ใช่ ได้ยิน**

**ได้ยิน ไม่ใช่ คิด**

**คิด ไม่ใช่ โกรธ**

แต่เกิดสืบต่อรวดเร็วมาก จนเราคิดว่าเป็น

> “เราคนเดียวกำลังขับรถและประสบทุกอย่าง”

ถ้ามีคนปาดหน้าแล้วโกรธ

แทนที่จะคิดว่า

> “ฉันต้องหยุดโกรธ”

ความเข้าใจที่ละเอียดกว่าคือ

> “โกรธเกิดแล้ว เพราะมีเหตุปัจจัย”

เมื่อรู้ว่าโกรธเป็นธรรม ไม่ใช่เรา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการคลายความยึดถือ

---

# 7. ถึงที่ทำงาน

พบผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง

มีทั้งคำชม คำตำหนิ ความเห็นด้วย และความขัดแย้ง

เมื่อหัวหน้าชม

เกิดความพอใจ

รู้ได้ว่า

> โลภะเกิดแล้ว

เมื่อหัวหน้าตำหนิ

ไม่พอใจ

> โทสะเกิดแล้ว

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานได้รับตำแหน่งแล้วรู้สึกไม่สบายใจ

ไม่ต้องสร้างภาพว่า

> “ฉันเป็นนักปฏิบัติ ฉันห้ามริษยา”

เพราะถ้าริษยาเกิดแล้ว ก็เกิดแล้ว

ปัญญาต้องรู้สิ่งที่ **มีจริง** ไม่ใช่สร้างสภาพจิตที่เราอยากให้มีขึ้นมาแทน

---

# 8. เมื่อพบคนที่เราชอบ

ข้อนี้เห็นกามวิตกได้ชัด

เมื่อเห็นคนที่เราชอบ

**เห็น** เกิดก่อน

จากนั้นจำได้ว่า

> “คนนี้คือคนที่เราชอบ”

แล้วอาจมี

ความพอใจ
คิดถึงรูปร่าง
เสียง
กลิ่น
สัมผัส
เรื่องราวในอดีต

ตรงนี้ต้องละเอียด

ไม่ใช่คิดว่า

> “ห้ามคิด”

เพราะความคิดเกิดขึ้นแล้ว

แต่สามารถเริ่มเข้าใจว่า

> ความคิดเป็นธรรม
> ความพอใจเป็นธรรม
> โลภะเป็นธรรม
> สิ่งที่ปรากฏทางตาก็เป็นธรรมอีกอย่างหนึ่ง

ไม่มีสิ่งใดเที่ยง และไม่มีสิ่งใดเป็น “เรา”

---

# 9. เวลามีความคิดไม่ดี

นี่สำคัญมาก

ถ้ามีกามวิตก พยาบาทวิตก หรือความคิดอกุศลเกิดขึ้น

อย่าเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ว่า

> “ฉันต้องหยุดความคิดนี้ให้ได้”

เพราะอาจกลายเป็น “เรา” ที่กำลังพยายามควบคุมจิต

ให้เริ่มจากความเข้าใจว่า

> ความคิดนั้นเกิดขึ้นแล้ว
> เพราะมีเหตุปัจจัยให้เกิด
> และเมื่อเกิดแล้วก็ดับ

แม้ความอยากให้ความคิดนั้นหายไป ก็เป็นสภาพธรรมอีกอย่างหนึ่งที่สามารถถูกรู้ได้

---

# 10. รับประทานอาหารกลางวัน

ช่วงนี้เป็นห้องเรียนเรื่อง **กามคุณ** อย่างดี

เห็นอาหาร → ชอบ

ได้กลิ่น → ชอบ

ลิ้มรส → ชอบ

อาหารไม่อร่อย → ไม่ชอบ

มีทั้งโลภะและโทสะเกิดสลับกันตลอดเวลา

จึงเริ่มเห็นได้ว่า

> ชีวิตธรรมดาถูกครอบงำด้วยความติดข้องมากเพียงใด

ไม่จำเป็นต้องเกลียดโลภะ

เพราะการเกลียดโลภะก็เป็นอกุศลอีกชนิดหนึ่ง

หน้าที่ของปัญญาคือ **เข้าใจ**

---

# 11. ช่วงบ่าย เหนื่อย ง่วง เบื่อ

ถ้ารู้สึกว่า

> “วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน”

มีความรู้สึกทางกายอย่างหนึ่ง

และมีความคิดว่า “เราเหนื่อย” อีกอย่างหนึ่ง

ถ้าหงุดหงิดเพราะเหนื่อย ก็มีโทสะ

สติไม่ได้หมายความว่า

> “ต้องทำให้หายเหนื่อย”

แต่สามารถระลึกรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงได้

---

# 12. เลิกงาน ขับรถกลับบ้าน

ระหว่างทางอาจคิดเรื่องที่ผ่านมาแล้วทั้งวัน

> “วันนี้หัวหน้าพูดแบบนั้นกับเรา”

เหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้ว

แต่ขณะนี้มี **ความคิด** เกิดขึ้นใหม่

จุดนี้สำคัญมาก

คนในเหตุการณ์อาจไม่ได้อยู่ตรงหน้าแล้ว

แต่จิตสร้างเรื่องราวขึ้นมาและเกิดโทสะกับเรื่องที่คิด

จึงเริ่มเห็นได้ว่า

> สิ่งที่กำลังทำให้ทุกข์ในขณะนี้คือสภาพธรรมที่กำลังเกิดในขณะนี้

---

# 13. กลับถึงบ้าน

เห็นคนในครอบครัว

ทันทีที่เห็น เราจำว่า

> “ลูกของเรา”
> “พ่อของเรา”
> “แม่ของเรา”
> “คนที่เรารัก”

ความรักส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันมีความติดข้องปะปนอยู่มาก

อย่าเพิ่งเรียกทุกความรักว่าเมตตา

เมตตาเป็นกุศล

แต่ความต้องการให้

> “คนของฉันต้องเป็นอย่างที่ฉันต้องการ”

มีโลภะและความยึดถือเข้ามาเกี่ยวข้อง

การศึกษาพระอภิธรรมทำให้เริ่มแยกสิ่งเหล่านี้ละเอียดขึ้น

---

# 14. ก่อนนอน

ไม่จำเป็นต้องสรุปว่า

> “วันนี้ฉันมีสติกี่ครั้ง”

เพราะจะกลับไปเป็นเรื่องของ “ฉัน” อีก

อาจพิจารณาด้วยความเข้าใจว่า

ตลอดทั้งวันมี

เห็นแล้วดับ
ได้ยินแล้วดับ
คิดแล้วดับ
สุขแล้วดับ
ทุกข์แล้วดับ
โลภะแล้วดับ
โทสะแล้วดับ

แม้แต่ความคิดว่า

> “วันนี้เราปฏิบัติดี”

ก็เป็นเพียงความคิดที่เกิดแล้วดับ

---

# หลักจำง่าย ๆ ตลอดวัน

ไม่ใช่

**“เราต้องมีสติ”**

แต่เป็น

**“สติก็เป็นธรรม เกิดเมื่อมีเหตุปัจจัย”**

ไม่ใช่

**“เราต้องกำหนดอารมณ์”**

แต่เป็น

**“สิ่งใดกำลังปรากฏ สิ่งนั้นสามารถเป็นสิ่งที่ปัญญาค่อย ๆ เข้าใจได้”**

ไม่ใช่

**“เราต้องทำให้โลภะ โทสะหายไป”**

แต่เป็น

**“โลภะและโทสะก็เป็นธรรม ไม่ใช่เรา”**

และไม่ใช่

**“วันนี้เราจะปฏิบัติให้ได้มาก ๆ”**

แต่ค่อย ๆ เข้าใจว่า

> ไม่มีผู้ปฏิบัติ
> มีแต่ธรรมแต่ละอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

---

# หัวใจของการใช้ชีวิตหนึ่งวัน

ตื่นขึ้นมา — มีธรรม

อาบน้ำ — มีธรรม

กินข้าว — มีธรรม

ขับรถ — มีธรรม

ทำงาน — มีธรรม

ถูกชม — มีธรรม

ถูกตำหนิ — มีธรรม

รัก — มีธรรม

โกรธ — มีธรรม

คิดเรื่องกาม — มีธรรม

กลับบ้าน — มีธรรม

ก่อนนอน — มีธรรม

หลับ — เมื่อไม่มีวิถีจิตทางตา หู จมูก ลิ้น กายตามปกติ ก็ยังมีจิตดำรงภพชาติ

เพราะฉะนั้น **ไม่มีช่วงไหนของชีวิตที่อยู่นอกธรรม**

สิ่งที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไม่ใช่การบังคับให้ชีวิตมีแต่กุศล แต่คือ **ความเข้าใจถูกในสิ่งที่กำลังปรากฏ**

จนวันหนึ่งปัญญาค่อย ๆ เข้าใจว่า

> เห็นก็ไม่ใช่เรา
> ได้ยินก็ไม่ใช่เรา
> สุขก็ไม่ใช่เรา
> ทุกข์ก็ไม่ใช่เรา
> โลภะก็ไม่ใช่เรา
> โทสะก็ไม่ใช่เรา
> แม้สติก็ไม่ใช่เรา

มีแต่ธรรมที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัยแล้วดับไป

นี่คือการเริ่มเข้าใจ **อนัตตา** ในชีวิตจริง
ไม่ใช่เพียงการท่องจำว่า “ทุกอย่างเป็นอนัตตา”

12/08/2026

ถ้ามองจากประเทศไทยตอนนี้ ผมไม่ได้ถามว่า “ตลาดไหนจะขึ้น”

ผมถามอีกแบบครับว่า

เงินกำลังหนีออกจากอะไร…แล้วกำลังไหลไปหาอะไร

เพราะในช่วงที่โลกปกติ คนเก่งเลือกหุ้นถูกก็ทำเงินได้
แต่ในช่วงที่โลกเริ่มผิดปกติ คนที่มอง “ทิศทางของเงิน” ออก จะได้เปรียบกว่าเยอะ

ผมขอเล่าให้ฟังแบบคนดูดวงนะครับ

เวลาผมดูดวง ผมไม่ได้ดูดาวดวงเดียวแล้วฟันธงว่าดีหรือร้าย
ผมต้องดูว่า ดาวไหนกำลังส่งกำลัง ดาวไหนกำลังถูกบีบ ดาวไหนกำลังเสียสมดุล

ตลาดการเงินก็เหมือนกัน

หุ้นไทย – ทองคำ – เงินบาท – หุ้นอเมริกา – หุ้นจีน

ทั้ง 5 ตลาดนี้ ไม่ได้ดีหรือร้ายในตัวเอง
แต่กำลังรับ “แรง” จากโลกไม่เหมือนกัน

เริ่มที่ หุ้นไทย

ผมมองว่าหุ้นไทยตอนนี้เหมือนคนมีของอยู่ในบ้านเยอะ แต่คนยังไม่อยากเดินเข้ามาซื้อ

ปัญหาไม่ใช่ว่าทุกบริษัทไม่ดี
แต่ปัญหาคือ เงินยังไม่เห็นเหตุผลมากพอที่จะกลับเข้ามา

เพราะฉะนั้นหุ้นไทยจะเป็น “โอกาส” ก็ต่อเมื่อเราเลือกบริษัทที่มีของจริง

กำไรจริง
กระแสเงินสดจริง
หนี้ไม่หนัก
จ่ายปันผลได้
และธุรกิจยังมีความต้องการอยู่

แต่ถ้าเข้าไปเพราะเห็นว่า “ราคาลงมาเยอะแล้ว”

อันนี้ต้องระวัง

ของที่ตกจาก 100 เหลือ 50
ไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป

บางอย่างอาจกำลังเดินจาก 50 ไป 20

ต่อมาคือ ทองคำ

ถ้าโลกยังมีสงคราม
หนี้รัฐบาลเพิ่ม
เงินเฟ้อไม่ยอมตายง่าย
และคนเริ่มตั้งคำถามกับค่าเงิน

ทองจะยังมีบทบาท

แต่ผมไม่ชอบคำว่า “ทองขึ้นต้องรีบซื้อ”

เพราะของดี ถ้าซื้อผิดจังหวะ ก็เจ็บได้เหมือนกัน

ทองควรเป็น “ประกันความเสี่ยงของพอร์ต”
ไม่ใช่ของที่เราวิ่งไล่ซื้อเพราะกลัวตกขบวน

สำหรับ เงินบาท

อันนี้ต้องดูให้ดีครับ

เงินบาทไม่ได้ขึ้นลงเพราะประเทศไทยอย่างเดียว

มันถูกดึงทั้งจากดอลลาร์
เงินทุนต่างชาติ
ราคาทอง
น้ำมัน
การท่องเที่ยว
และนโยบายดอกเบี้ย

ถ้าโลกกลัว เงินมักวิ่งเข้าดอลลาร์ก่อน

เงินบาทก็มีโอกาสอ่อน

แต่ถ้าเงินเริ่มไหลกลับเอเชีย
หรือดอลลาร์เสียแรง

เงินบาทก็สามารถกลับมาแข็งได้เร็วเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นคนทำธุรกิจนำเข้า ส่งออก หรือถือสินทรัพย์ต่างประเทศ
อย่ามองเงินบาทเหมือนฉากหลัง

เงินบาทเองก็เป็น “ตัวลงทุน” ตัวหนึ่งในสมการ

ทีนี้มาถึง หุ้นอเมริกา

ผมมองว่าอเมริกายังเป็นตลาดที่มีบริษัทระดับโลกมากที่สุดแห่งหนึ่ง

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ

ของดี กับ ราคาดี ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

บริษัทอาจยอดเยี่ยม
AI อาจเปลี่ยนโลกจริง
รายได้อาจโตจริง

แต่ถ้าเราซื้อในราคาที่ตลาดคาดหวังความสมบูรณ์แบบไปแล้ว

แค่กำไรพลาดนิดเดียว
ราคาก็ลงได้แรง

ผมจึงไม่กลัวหุ้นอเมริกา

แต่ผมกลัว “ความคาดหวังที่แพงเกินไป”

สุดท้ายคือ หุ้นจีน

ตรงนี้ผมกลับมองว่าน่าสนใจ

เพราะจีนถูกกดมาหลายปี
ทั้งอสังหาริมทรัพย์
สงครามการค้า
สงครามชิป
ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แต่เวลาใครถูกบีบหนักมาก สิ่งที่เราต้องถามคือ

เขาจะตาย
หรือเขาจะปรับตัว

จีนเลือกปรับตัว

เมื่อชิปแพง
ก็พยายามทำเอง

เมื่อ AI ฝั่งตะวันตกแพง
จีนก็แข่งด้วยโมเดลที่ต้นทุนต่ำลง

เมื่อถูกกีดกันทางเทคโนโลยี
ก็ยิ่งเร่งสร้าง ecosystem ของตัวเอง

หุ้นจีนจึงอาจเป็นทั้ง “โอกาสใหญ่” และ “กับดักใหญ่”

เพราะราคาถูกอย่างเดียวไม่พอ

เราต้องดูว่า บริษัทนั้นยังโตได้จริงหรือไม่
กำไรกลับมาหรือยัง
รัฐสนับสนุนหรือกดอยู่
และธุรกิจอยู่ในทิศทางที่ประเทศต้องการหรือเปล่า

ถ้าให้ผมสรุปแบบโหราศาสตร์

ตอนนี้โลกเหมือนดวงที่ดาวใหญ่กำลังย้ายเรือนพร้อมกันหลายดวง

ช่วงแบบนี้
คนที่อ่านดาวแบบแยกดวง จะงง

แต่คนที่เห็น “ความสัมพันธ์ของดาว” จะเห็นทาง

การลงทุนก็เหมือนกันครับ

อย่าถามแค่ว่า

หุ้นขึ้นไหม
ทองขึ้นไหม
จีนดีไหม
อเมริกาจะพังไหม

แต่ให้ถามว่า

ถ้าดอกเบี้ยสูงต่อ เงินจะไปไหน
ถ้าเงินเฟ้อกลับมา ใครได้ประโยชน์
ถ้า AI ถูกลง ธุรกิจไหนกำไรเพิ่ม
ถ้าโลกแบ่งขั้ว ประเทศไหนได้ประโยชน์
และถ้าเกิดแรงขายครั้งใหญ่ เรามีเงินสดพอจะซื้อหรือเปล่า

ผมถึงบอกลูกศิษย์เสมอว่า

วิกฤตไม่ได้สร้างคนรวยครับ

วิกฤตแค่เปิดประตู

แต่คนที่จะเดินเข้าไปหยิบโอกาสได้
ต้องเตรียมเงิน เตรียมความรู้ และเตรียมใจไว้ก่อน

เหมือนการดูดวง

รู้ว่าฝนจะตก
ไม่ได้แปลว่าเราห้ามฝนได้

แต่คนที่รู้ก่อน
เขาเตรียมร่มได้

ตลาดก็เช่นกันครับ

อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ
โหราศาสตร์ 10 ลัคนา

ทำไมบางคน...ยิ่งขยัน ยิ่งเหนื่อย แต่ชีวิตกลับไม่ก้าวหน้า?มีลูกค้าท่านหนึ่งเดินเข้ามาหาผม พร้อมกับคำถามสั้น ๆ ว่า"อาจารย์...
05/08/2026

ทำไมบางคน...ยิ่งขยัน ยิ่งเหนื่อย แต่ชีวิตกลับไม่ก้าวหน้า?
มีลูกค้าท่านหนึ่งเดินเข้ามาหาผม พร้อมกับคำถามสั้น ๆ ว่า
"อาจารย์ครับ...ผมทำงานหนักกว่าคนอื่น แต่ทำไมยังไม่มีเงินเก็บ?"
เมื่อเปิดดวง 10 ลัคนาดู สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เรื่องโชคลาภ แต่เป็นจังหวะของชีวิตที่กำลังแบกรับภาระหนัก ดาวการงานทำหน้าที่เต็มกำลัง แต่ดาวการเงินกลับอ่อนแรง หาเงินได้ แต่เก็บไม่อยู่ มีเรื่องให้จ่ายตลอด
ผมจึงบอกเขาว่า
"ช่วงนี้อย่าเพิ่งวัดความสำเร็จจากจำนวนเงินในบัญชี แต่ให้วัดจากสิ่งที่กำลังสร้าง เพราะอีกไม่นาน ผลของความพยายามจะเริ่มออกดอกออกผล"
หลายคนเข้าใจผิดว่า ดวงดีคือมีโชค
แต่ความจริงแล้ว ดวงที่ดี คือรู้ว่าช่วงไหนควรเร่ง ช่วงไหนควรรอ และช่วงไหนไม่ควรเสี่ยง
โหราศาสตร์ไม่ได้มีไว้ให้กลัวดวง
แต่มีไว้เพื่อให้เข้าใจจังหวะชีวิต และเลือกเดินให้ถูกทาง
เมื่อรู้เวลา... เราจะไม่ฝืน
เมื่อรู้โอกาส... เราจะไม่ปล่อยให้ผ่านไป
เหนือดวงชะตา คือการตัดสินใจที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม
หากคุณกำลังรู้สึกว่า... ทำไมชีวิตติดขัด ทำไมเงินไม่เหลือ ทำไมงานไม่ก้าวหน้า
บางที...คำตอบอาจอยู่ในดวงของคุณเอง
โหราศาสตร์ 10 ลัคนา โดย อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ เพราะดวงที่อ่านเป็น...เปลี่ยนชีวิตได้

หลายคนมองว่าโหราศาสตร์มีไว้ดูว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นแต่สำหรับผม โหราศาสตร์ที่ใช้ได้จริง ต้องช่วยให้คน ตัดสินใจได้ดีขึ้น บ...
26/07/2026

หลายคนมองว่าโหราศาสตร์มีไว้ดูว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
แต่สำหรับผม โหราศาสตร์ที่ใช้ได้จริง ต้องช่วยให้คน ตัดสินใจได้ดีขึ้น บริหารชีวิตเป็น และลดความผิดพลาดก่อนลงมือ ตรวจดวงชาตาก่อนคิดจะลงทุน ด้วยโหราศาสตร์ 10 ลัคนา

21/07/2026

กุนซือเร้นกาย เดอะท็อปซีเคร็ต (The Top Secret)" ในความหมายเชิงกลยุทธ์ นี่คือแนวคิดของคนที่มีอิทธิพลโดยไม่จำเป็นต้องออกหน้า
ทำงานอยู่เบื้องหลัง ให้ผู้อื่นเป็นคนรับแสง
วางแผนมากกว่าลงมือเองทุกเรื่อง ใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์เป็นอาวุธ
รู้มาก แต่พูดน้อย เก็บไพ่สำคัญไว้จนถึงเวลาที่เหมาะสม
สร้างเครือข่าย ให้คนเก่งหลายฝ่ายช่วยขับเคลื่อนเป้าหมาย
ชนะโดยไม่ต้องปะทะ ลดการเผชิญหน้า ใช้จังหวะและสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์
ไม่ยึดติดชื่อเสียง แต่เน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

20/07/2026

"บารมี คือ คุณความดีทุกประการ ที่ค่อย ๆ ละความไม่รู้ และความติดข้อง จนกว่าจะถึงจุดประสงค์คือ รู้แจ้งอริยสัจธรรม"

หากอธิบายตามแนวคำสอนของอาจารย์สุจินต์และบ้านธัมมะ ความหมายคือ

บารมี ไม่ใช่อำนาจวิเศษ ไม่ใช่การขอพรแล้วสำเร็จ
บารมีคือ การอบรมคุณธรรม ทุกประการ เช่น ทาน ศีล ความอดทน ความจริงใจ เมตตา ปัญญา
สิ่งที่ต้องละจริง ๆ คือ ความไม่รู้ (อวิชชา) และ ความยึดติด (อุปาทาน) ซึ่งเป็นรากของความทุกข์
คุณธรรมทั้งหมดที่เจริญขึ้น จะค่อย ๆ เป็นปัจจัยให้ ปัญญา เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง
จุดหมายสูงสุดของบารมี จึงไม่ใช่ความร่ำรวย ชื่อเสียง หรืออำนาจ แต่คือ การรู้แจ้งอริยสัจ ๔ ดับกิเลสตามลำดับ จนพ้นทุกข์

สรุปสั้น ๆ คือ

บารมี ไม่ใช่สิ่งที่ใครให้เรา แต่เป็นคุณธรรมที่ค่อย ๆ สะสม จนปัญญาเจริญ ละความไม่รู้ และนำไปสู่การรู้แจ้งธรรม

20/07/2026

ภาวนา คือ หากอธิบายตามพระพุทธพจน์และพระอภิธรรม
ภาวนา แปลว่า การอบรมให้เจริญขึ้น ไม่ใช่หมายถึงการนั่งหลับตาหรือการทำสมาธิเพียงอย่างเดียว
พระพุทธศาสนาแบ่งภาวนาออกเป็น 2 ประการ คือ

สมถภาวนา คือ การอบรมจิตให้สงบจากนิวรณ์
วิปัสสนาภาวนา คือ การอบรมปัญญาให้รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

นอกจากนี้ ยังมีคำว่า ภาวนา 4 ได้แก่

กายภาวนา อบรมการกระทำทางกาย
ศีลภาวนา อบรมความประพฤติให้ถูกต้อง
จิตตภาวนา อบรมจิตให้เป็นกุศล
ปัญญาภาวนา อบรมปัญญาให้เข้าใจความจริง

ตามแนวที่อาจารย์สุจินต์อธิบาย คำว่า ภาวนา ไม่ใช่การ "ทำ" ให้เกิดสติหรือปัญญาตามใจ แต่หมายถึง การอบรมเหตุปัจจัย โดยการฟังพระธรรม พิจารณาพระธรรม และเมื่อเหตุปัจจัยพร้อม สติและปัญญาจึงเกิดเองตามธรรม

สรุปสั้น ๆ คือ

ภาวนา คือ การอบรมให้กุศลเจริญขึ้น โดยเฉพาะการอบรมปัญญาให้เข้าใจความจริงของสภาพธรรม จนสามารถละความไม่รู้และกิเลสได้

จึงกล่าวได้ว่า

ฟังพระธรรมด้วยความเข้าใจ ก็เป็นภาวนา
ไตร่ตรองพระธรรม ก็เป็นภาวนา
เมื่อสติเกิดระลึกรู้สภาพธรรม และปัญญาเข้าใจความจริง นั่นคือการเจริญวิปัสสนาภาวนา

ดังนั้น ภาวนาในความหมายของพระพุทธศาสนา จึงกว้างกว่าการนั่งสมาธิ แต่คือการอบรมจิตและปัญญาให้เจริญตามคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ

🌟สำหรับผู้เริ่มศึกษาธรรม ขอแนะนำอ่านหนังสือ “ธรรมคืออะไร”เพื่อเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน เรื่อง จิต เจตสิก รูป เป็นการเริ่มปูพ...
19/07/2026

🌟สำหรับผู้เริ่มศึกษาธรรม ขอแนะนำอ่านหนังสือ “ธรรมคืออะไร”
เพื่อเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน เรื่อง จิต เจตสิก รูป เป็นการเริ่มปูพื้นฐานความเข้าใจธรรม

https://www.dhammahome.com/book/topic/368

🌟รวมคลิปสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาธรรม

https://youtu.be/fvSxPbAyg9w

https://youtu.be/St61nxINoiU

https://youtu.be/nmJzNlKnar8

https://youtu.be/E4d2hx1L60w

https://youtu.be/bcAY_qWxzPc

https://youtu.be/usuEm4m0UkU

https://youtu.be/9iJCSUZv9_4

https://youtu.be/rv74Lwldu_c

https://youtu.be/jwHQk3gcSQc

“ตั้งแต่เกิดจนตาย พูดคำที่ไม่รู้จัก” ประโยคดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการศึกษาพระธร....

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อ.กฤตพล แสงซื่อ / โหราศาสตร์ 10 ลัคนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์