Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟัง

Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟัง เหนื่อยใช่ไหม? ที่นี่คือพื้นที่ให้คุณได้หยุดพักและฟังเสียง…ของหัวใจตัวเองอีกครั้ง 💗✨

“Olympic Mindset”ท่ามกลางเสียงเชียร์ในโอลิมปิก สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สถิติโลกคือภาพนักกีฬาที่เผชิญความกดดันมหาศาลแต่ยังคงน...
01/03/2026

“Olympic Mindset”

ท่ามกลางเสียงเชียร์ในโอลิมปิก
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สถิติโลก
คือภาพนักกีฬาที่เผชิญความกดดันมหาศาล
แต่ยังคงนิ่งและดึงโฟกัสกลับมาได้ทันที
ในวินาทีที่ทำพลาด



นักกีฬาเขาฝึก "ใจ" กันอย่างไรให้แข็งแกร่งขนาดนั้น?
เราไปศึกษาและค้นพบความลับของสมอง 3 ข้อ
มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ

1. Neuroplasticity: สร้างถนนสายใหม่ในสมอง

สมองเรามีสิ่งที่เรียกว่า “Neuroplasticity” หรือคือความสามารถของสมองในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานตลอดช่วงชีวิต ผ่านการเรียนรู้และการฝึกฝน

เปรียบเทียบง่ายๆ
เหมือนเวลาที่เราเปลี่ยน "เส้นทางกลับบ้าน"
แรกๆ ที่เราลองเปลี่ยนทางใหม่
เราจะรู้สึกไม่มั่นใจ
และต้องเปิด Map ตลอดเวลา
แต่ถ้าเดินทางซ้ำๆ ทุกวัน
เราจะกลับบ้านได้เองโดยอัตโนมัติ

สองนักกีฬาที่เราประทับใจมากคือ Alysa Liu และ Eileen Gu

Alysa สอนเราเรื่อง Resilience หรือความยืดหยุ่นของจิตใจ
ในวันที่เจอมรสุมชีวิตเธอยังยิ้มได้
เพราะเธอฝึกสมองให้โฟกัสที่
“ความสนุก“ มากกว่า "ผลลัพธ์"
และพร้อมที่จะปล่อยวางความผิดพลาดในวินาทีนั้นทันที

Eileen สอนเราเรื่องการอยู่กับ "ความกลัว"
เธอไม่ได้วิ่งหนีมัน
แต่เธอใช้การ Visualization
จินตนาการถึงความรู้สึกตอนลมปะทะหน้า
หรือแม้แต่ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อฝึกให้สมองคุ้นชิน
จนความกลัวเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นที่งดงาม



2. Amygdala: สมองส่วนเตือนภัย

ในหัวเรามี "ปุ่มสัญญาณกันขโมย"
ที่เรียกว่า อมิกดาลา
เวลาเราเครียด ปุ่มนี้จะสั่งให้ร่างกาย
"สู้หรือหนี" (หัวใจเตัวรัว มือสั่น สมองตื้อ)

นักกีฬาระดับโลกปราบปุ่มนี้ด้วย 2 วิธีง่ายๆ ที่เราทำตามได้ทันที:

- หายใจ 4-7-8:
เข้า 4, กลั้น 7, ออกยาว 8 วินาที เพื่อหลอกสมองว่า "เราปลอดภัยแล้ว"

- เปลี่ยนชื่ออารมณ์:
แทนที่จะบอกว่า "กลัว"
ให้บอกว่า "ตื่นเต้น"
เพราะจริง ๆ แล้ว
ร่างกายของเราส่งสัญญาณทั้ง 2 ความรู้สึกนี้เหมือนกันเลย
แต่เราสามารถเลือกที่จะ "นิยาม" มันใหม่ได้



3. Myelin: ปลอกหุ้มความแข็งแกร่ง

ทำไม Michael Phelps ถึงว่ายน้ำต่อได้จนชนะทั้งที่แว่นตาหลุด?
เพราะเขาฝึกซ้ำๆ นานนับปี
เพื่อสร้าง Myelin หรือปลอกหุ้มเส้นประสาทให้หนาขึ้น จนร่างกายขยับไปเองได้โดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง (Muscle Memory)



มองย้อนกลับมาที่ชีวิตเรา...
ทุกครั้งที่เราพยายามฝึกอยู่กับลมหายใจ
ให้ใจสงบลง…เมื่อเจอเรื่องเครียด

หรือฝึกที่จะ "หยุด"
เพื่อฟังเสียงหัวใจตัวเองในวันที่วุ่นวาย

มันอาจดูเหมือนสิ่งเล็กน้อย
แต่เมื่อทำสิ่งเหล่านี้ซ้ำๆ
มันคือการที่เรากำลังสร้างความเข้มแข็งให้สมองอยู่ค่ะ

เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อถึงจังหวะที่…
ชีวิตต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหนา
สมองและหัวใจที่เราฝึกมาอย่างดี
จะทำงานของมันเองอย่างเป็นธรรมชาติ

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของเราอาจไม่ใช่เหรียญทองโอลิมปิค

แต่อาจจะเป็น..
การที่เรายังสามารถประคองหัวใจ
ให้ยังคงเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง
ท่ามกลางพายุของชีวิตจริง 💙

ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกท่านนะคะ🍀✨


#เมื่อใจพูดฉันฟัง

"Everything happens for a reason: ทุกจุดในชีวิตมีความหมาย"สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านผู้อ่าน 😊 ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว เป็นอย่า...
25/02/2026

"Everything happens for a reason: ทุกจุดในชีวิตมีความหมาย"

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ท่านผู้อ่าน 😊

ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างคะ?
วันนี้อยากมาเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเราให้ฟังค่ะ

ปีนี้เป็นปีที่เรา "หมดไฟ" ในการทำงานหนักมาก
มากถึงขั้นที่ไม่มีแรงบันดาลใจจะเขียนเพจเลย

เราพยายามหาทางออก จนมีโอกาสได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง เขาให้ความรู้ที่น่าสนใจว่า



จริงๆ แล้วคนเรามีทางเลือกในชีวิตหลายทางมาก แต่อย่างน้อยให้เราสร้างทางเลือกให้ตัวเองไว้ 3 ทางเสมอ:

- ทางเลือกที่ 1 (สำหรับเรา เรานิยามว่ามันคือสีดำ): ทางที่แย่ที่สุด หากเลือกแล้วจะกระทบต่อร่างกายและจิตใจ เช่น มีความเครียดและความเจ็บป่วย
- ทางเลือกที่ 2: ทางสายกลางๆ ที่พอประคองไปได้
- ทางเลือกที่ 3 (เรานิยามว่า ทางเลือกนี้คือสีชมพู): ทางที่ดีที่สุดที่เราปรารถนา

ผู้ถามชวนเราย้อนคิดว่า ในอดีตมีเหตุการณ์ไหนบ้างที่เราให้เป็นสีชมพู แล้วตัวเราในตอนนั้นเป็นแบบไหน

เรานึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในอดีต ตัวเราในเวอร์ชั่นสีชมพู คือ ตัวเราในเวอร์ชั่นที่สดใส มั่นใจ เชื่อมั่นในความคิด กล้าออกจาก comfort zone เรียนรู้จากความล้มเหลว และได้รับการยอมรับจากสังคม

“ถ้าสมมติว่าเราอายุ 100 ปี แล้วมองย้อนกลับมา ชีวิตที่เราเลือกหลังจากนี้จะเป็นสีอะไร? เราจะยังเลือกสีดำอยู่ไหม หรือจะเป็นสีชมพู?” ผู้เชี่ยวชาญถามเรา



สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก session นี้คือ "เราเลือกชีวิตเองได้" หลายครั้งที่เราทุกข์ เพราะเราเผลอนึกว่าไม่มีทางเลือก ทั้งที่ความจริงเรากำหนดความสุขของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้

เพื่อนรักที่เห็นว่าเรากำลังหมดไฟ ได้ส่งคลิปของ Steve Jobs มาให้ (จะแปะไว้ในคอมเมนต์นะคะ) มีประโยคหนึ่งที่จุดประกายเรามาก คือเรื่องการ "Connecting the dots" หรือการเชื่อมต่อจุดต่างๆ ในชีวิต

Jobs บอกว่า...

"คุณไม่สามารถเชื่อมต่อจุดต่างๆ โดยมองไปข้างหน้าได้ คุณจะเชื่อมต่อมันได้ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องเชื่อมั่นว่าจุดเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกันเองในอนาคต"

คำว่า "จุด" ในที่นี้หมายถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ในวันที่มันเกิดขึ้น เราอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเจอเรื่องนี้ หรือมันจะพาเราไปทางไหน

แต่เมื่อวันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จ แล้วมองย้อนกลับมา เราจะเห็นเองว่าทุกอย่างถูกร้อยเรียงมาเพื่อส่งเรามาถึงจุดนี้

เราจึงกลับมาสะท้อนกับตัวเองว่า... หากวันนี้เรายังไม่สามารถเลือกทาง "สีชมพู" ได้ในทันที หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ไฟมอดดับ ก็ขอให้เชื่อเถอะค่ะว่า Everything happens for a reason.

จุดที่เรากำลังยืนอยู่ตอนนี้ ไม่ว่ามันจะดูมืดมนแค่ไหน แต่มันกำลังมอบบทเรียน ความแข็งแกร่ง และสร้างต้นทุนบางอย่างให้เราอยู่ …

และวันหนึ่งในอนาคต เราจะสามารถเชื่อม "จุดแห่งความเหนื่อยล้า" ในวันนี้ เข้ากับ "จุดแห่งความสำเร็จ" ได้อย่างแน่นอน

ขอให้วันนี้ เป็นวันที่ดีของท่านผู้อ่านนะคะ 😊

#เมื่อใจพูดฉันฟัง

ที่อยู่

Bangkae
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pause and feel เมื่อใจพูด ฉันฟังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์