รู้จัก รู้เรื่อง รู้รักษา มะเร็งศีรษะและลำคอ หูคอจมูก - มะเร็งหลังโพรงจมูก

รู้จัก รู้เรื่อง รู้รักษา มะเร็งศีรษะและลำคอ หูคอจมูก - มะเร็งหลังโพรงจมูก เพจมะเร็งคอหอยหลังโพรงจมูก หรือ มะ?

15/08/2026

ความรู้เรื่องมะเร็งไทรอยด์ โดยละเอียด มี 5 คลิป

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการ "แก้มชา" เป็นเรื่องของผิวหนังหรือเส้นประสาทอักเสบทั่วไป แต่ในบางครั้ง ร่างกายเรากำลังส่งสัญญาณเตื...
09/01/2026

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการ "แก้มชา" เป็นเรื่องของผิวหนังหรือเส้นประสาทอักเสบทั่วไป แต่ในบางครั้ง ร่างกายเรากำลังส่งสัญญาณเตือนภัย!!

📸 จากภาพที่เราเห็นคืออะไร?
ภาพด้านบนที่เห็นเป็นสีชมพูแดงๆ นั้น คือภาพจากการส่องกล้องเข้าไปดูที่ "หลังโพรงจมูก" ครับ จะสังเกตเห็นว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่มากขวางอยู่ ซึ่งเจ้าก้อนนี้แหละครับที่เป็นตัวการสำคัญ
ความน่ากลัวของเคสนี้คือ ก้อนมะเร็งไม่ได้แค่โตอยู่ในพื้นที่ของมันเฉยๆ แต่ได้ลุกลามเข้าไป "กินเส้นประสาท" เส้นหนึ่งที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณแก้มครับ ผลก็คือทำให้คนไข้มีอาการ "แก้มชา" เหมือนฉีดยาชาตลอดเวลา คล้ายๆตอนที่ทำฟันแล้วฉีดยาชา แก้มชาหนาๆอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งในทางการแพทย์ เมื่อไหร่ก็ตามที่มะเร็งลุกลามเข้าเส้นประสาทแบบนี้ เราจะจัดให้อยู่ใน "ระยะที่ 4" ทันทีครับ

📷 ส่วนภาพด้านล่างบอกอะไรเราบ้าง?
ภาพขาวดำด้านล่างคือภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ครับ จะเห็นวงกลมที่หมอวงไว้ นั่นคือก้อนมะเร็งที่หลังโพรงจมูก และที่สำคัญคือมันได้กระจายไปที่ "ต่อมน้ำเหลืองที่คอ" ทั้ง 2 ข้างเรียบร้อยแล้ว ทำให้คนไข้คลำเจอก้อนที่คอด้วยครับ

🚩 อาการเตือนที่ต้องระวัง (เช็คด่วน!)
จากเคสนี้ หมออยากให้ทุกคนลองสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดนะครับ อาการของมะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะมาแบบเงียบๆ แต่มีสัญญาณดังนี้ครับ:
• มีก้อนที่คอ: คลำเจอก้อนเนื้อที่ข้างคอ โตขึ้นเรื่อยๆ มักไม่เจ็บ (บางคนอาจเป็นข้างเดียว หรือเป็นทั้งสองข้างแบบเคสนี้) หมอเคยเล่าคลิปเรื่องก้อนที่คอ ระวังมะเร็ง ดูลิงค์ในคอมเม้นต์ครับ
• หูอื้อ: รู้สึกหูอื้อข้างเดียว หรือเหมือนมีน้ำในหูตลอดเวลา
• เลือดกำเดาไหล: ไหลบ่อยๆ โดยไม่มีสาเหตุ หรือสั่งน้ำมูกแล้วมีเลือดปน
• คัดจมูก/แน่นจมูก: รู้สึกเหมือนเป็นหวัดเรื้อรัง หายใจไม่สะดวก
• อาการทางระบบประสาท: เช่น แก้มชา หน้าชา หรือมองเห็นภาพซ้อน (ถ้าเป็นมาก) บางรายจะปวดหัวกลางหัว ตื้อๆ

💡 สรุปง่ายๆ สำหรับผู้ป่วยและญาติ
อาการแก้มชา ไม่ใช่เรื่องปกติ หากเป็นต่อเนื่องควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย

มะเร็งหลังโพรงจมูก แม้จะเจอในระยะที่ 4 (แบบกินเส้นประสาท) แต่เทคโนโลยีการรักษาปัจจุบัน ทั้งการฉายแสงและยาเคมีบำบัด พัฒนาไปไกลมากครับ ยังมีโอกาสรักษาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้
การหมั่นสังเกตตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ เจอไว รักษาไว โอกาสหายก็ยิ่งมากครับ

หมอเคยเล่าเรื่องการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก สามารถศึกษาเพิ่มเติมในคอมเม้นต์

#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต #มะเร็งหลังโพรงจมูก #ความรู้สุขภาพ #สังเกตอาการมะเร็ง

เรามักถูกสอนมาว่า "บุหรี่" คือผู้ร้ายเบอร์หนึ่งของมะเร็งในช่องปากซึ่งนั่นถูกต้องครับ... แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในระยะหลังมานี้ ...
22/12/2025

เรามักถูกสอนมาว่า "บุหรี่" คือผู้ร้ายเบอร์หนึ่งของมะเร็งในช่องปาก
ซึ่งนั่นถูกต้องครับ... แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ในระยะหลังมานี้ เราพบตัวละครลับที่น่าสนใจ
คือ "ผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่" เริ่มเป็นมะเร็งลิ้นกันมากขึ้น
และเชื่อไหมครับผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า
"สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร"
มันคือความไม่รู้ที่น่าอึดอัด
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความไม่รู้ คือความเข้าใจผิดครับ
หลายคนพอได้ยินเรื่องมะเร็งลิ้น ก็รีบโยนความผิดให้ HPV (เชื้อไวรัสตัวเดียวกับมะเร็งปากมดลูก)
จริงๆ แล้ว HPV เป็นผู้ร้ายตัวจริงของ "มะเร็งโคนลิ้น" (Base of tongue) ครับ
ซึ่งซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในลำคอ
แต่สำหรับ "มะเร็งลิ้นส่วนหน้า" (Oral tongue)
ส่วนที่เราแลบออกมาดูได้ ส่วนที่เราใช้รับรสไอศกรีม
เจ้าส่วนนี้แหละครับที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไม่สูบบุหรี่
และไม่เกี่ยวกับ HPV เลย
แปลว่าการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV อาจช่วยป้องกันมะเร็งโคนลิ้นได้
แต่ไม่ได้ช่วยป้องกันเราจากมะเร็งลิ้นส่วนหน้า
ฟังแบบนี้แล้วอาจจะรู้สึกเคว้งคว้าง
เหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิดและไม่รู้ที่มาที่ไป
แต่อย่าเพิ่งหมดหวังนะครับ
แม้เราจะไม่รู้ "สาเหตุ" ที่แน่ชัด
แต่เรารู้วิธีที่จะ "จัดการ" กับมันได้อย่างแน่นอนที่สุด
กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การหาสาเหตุในอดีต
แต่อยู่ที่การมองเห็นความผิดปกติในปัจจุบัน
"การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น"
คือแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันตรงกันว่า
ยิ่งเจอเร็ว อัตรารอดชีวิตยิ่งสูง
หมั่นสังเกตลิ้นของตัวเองหน้ากระจกบ่อยๆ นะครับ
มีแผลเรื้อรังไหม? มีก้อนเนื้อแปลกปลอมหรือเปล่า?
อย่าคิดว่าเป็นแค่แผลร้อนใน หรือกัดลิ้น
เจ็บหรือไม่เจ็บ... ก็อย่านิ่งนอนใจ
เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
การใส่ใจตัวเอง คือความแน่นอนเดียวที่เราสร้างขึ้นได้ทันทีครับ
เป็นแผลหรือตุ่มที่ลิ้นนานกว่า 3 สัปดาห์ไม่หายสักที ควรพบแพทย์หูคอจมูกครับ

ใครเป็นมะเร็งลิ้น สามารถแบ่งปันประสบการณ์ได้ครับ
#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต #มะเร็งลิ้นในผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่

มะเร็งศีรษะและคอลุกลามต่อมน้ำเหลืองที่คอโดยที่ไม่ทราบจุดกำเนิด (Occult primary H&N cancer) ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอจำนว...
19/09/2025

มะเร็งศีรษะและคอลุกลามต่อมน้ำเหลืองที่คอโดยที่ไม่ทราบจุดกำเนิด (Occult primary H&N cancer)
ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอจำนวนมาก มีอาการเริ่มแรกคือต่อมน้ำเหลืองที่คอ ดังที่หมอเคยพูดให้ฟังในยูทูปเรื่องก้อนที่คอระวังมะเร็ง (ลิงค์ในคอมเมนต์) ผู้ป่วยควรพบหมอหูคอจมูกเพื่อส่องกล้องหามะเร็งต้นเหตุ
แต่จะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเป็นมะเร็งที่เจอในต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ แต่หาต้นกำเนิดที่แท้จริงไม่พบ แม้จะตรวจอย่างละเอียดแล้ว พบได้ประมาณ 5% ของผู้ป่วยที่มารักษาในศูนย์ใหญ่ ส่วนมากเป็นชนิด squamous cell carcinoma วันนี้จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
---
🔎 การตรวจหาต้นกำเนิด (Workup)
เป้าหมายคือหาตำแหน่งที่แท้จริงของมะเร็ง และวางแผนการรักษาที่ให้ผลควบคุมโรคดีที่สุด
ซักประวัติและตรวจร่างกาย
• ซักประวัติการสูบบุหรี่ การมีมะเร็งผิวหนังมาก่อน หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่นประเทศไทยเป็นต้น
• ตรวจศีรษะและคออย่างละเอียด รวมถึงการส่องกล้องดูโพรงจมูก ช่องคอ กล่องเสียง
---
การเจาะชิ้นเนื้อ
• นิยมใช้ FNA (fine-needle aspiration) เจาะดูดเซลล์จากต่อมน้ำเหลือง
• ถ้าก้อนเป็นถุงน้ำ อาจใช้เข็มเจาะภายใต้เครื่อง ultrasound/CT
• ถ้าต้องใช้ผลตรวจทางโมเลกุลเพื่อวางแผนการรักษา อาจต้องใช้ core biopsy
---
การตรวจภาพรังสี
• CT หรือ MRI ครอบคลุมตั้งแต่กะโหลกถึงช่องอกตอนต้น
• PET/CT มีประโยชน์ในการหาต้นกำเนิดที่ CT/MRI ไม่เจอ
• ตรวจปอดหรืออวัยวะอื่นๆ เพื่อคัดกรองการกระจายของโรค
---
การตรวจระดับโมเลกุลและไวรัส
• ตรวจ HPV และ EBV ส่วนใหญ่ตรวจจากชิ้นเนื้อ อาจตรวจจากเลือดได้ในสถาบันบางแห่ง
→ ถ้าเป็น HPV positive มักสัมพันธ์กับมะเร็งคอหอยปาก (oropharynx)
→ ถ้า EBV positive มักสัมพันธ์กับมะเร็งหลังโพรงจมูก (nasopharynx)
---
การตรวจในห้องผ่าตัด
• ส่องกล้องและตรวจคลำอย่างละเอียดภายใต้ยาสลบ
• เก็บชิ้นเนื้อจากตำแหน่งที่สงสัย โดยเฉพาะการตัดต่อมทอนซิล ซึ่งบ่อยครั้งเจอเป็นตำแหน่งต้นกำเนิด
---
💡 ถ้าแม้ตรวจครบแล้วยังหาต้นกำเนิดไม่ได้
ผู้ป่วยมักถูกแนะนำให้ไปรักษาในศูนย์ที่มีทีมแพทย์สหสาขา เนื่องจากการรักษาต้องอาศัยการวางแผนที่ซับซ้อน
---
🎯 แนวทางการรักษา (เมื่อไม่พบต้นกำเนิด)
การรักษาขึ้นกับขนาดและจำนวนต่อมน้ำเหลืองที่เป็น
• N1 (ต่อมน้ำเหลืองเล็กจำนวนน้อย) → อาจเลือกผ่าตัดเอาต่อมน้ำเหลืองออก หรือฉายรังสีเดี่ยว หรือฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด
• N2–3 (ก้อนใหญ่หรือหลายก้อน) → มักต้องใช้การผ่าตัดร่วมกับฉายรังสี หรือฉายรังสีร่วมเคมีบำบัด
• ถ้ามี การทะลุออกนอกต่อมน้ำเหลือง (extranodal extension, ENE) → มาตรฐานคือฉายรังสีร่วมยาเคมีบำบัด ซึ่งให้ผลควบคุมโรคดีกว่า แต่ก็มีผลข้างเคียงมากกว่า
---
⚠️ ข้อควรระวัง
การรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมฉายแสงมักมีผลข้างเคียงสูง เช่น เจ็บคอ กลืนลำบาก เยื่อบุอักเสบ น้ำหนักลด จำเป็นต้องได้รับการดูแลโภชนาการและทีมสหสาขา
สรุปคือ มะเร็งศีรษะและคอชนิด occult primary แม้จะไม่เจอตำแหน่งต้นกำเนิด แต่สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดและ/หรือฉายรังสี โดยอาศัยการวางแผนจากข้อมูลทางพยาธิวิทยา ภาพรังสี และผลตรวจโมเลกุลครับ ✨

มะเร็งที่ alveolar ridge (เหงือกนั่นแหละ) คือมะเร็งที่เกิดบริเวณสันเหงือก (ส่วนของกระดูกขากรรไกรบนหรือล่างที่รองรับฟัน) ...
19/09/2025

มะเร็งที่ alveolar ridge (เหงือกนั่นแหละ)
คือมะเร็งที่เกิดบริเวณสันเหงือก (ส่วนของกระดูกขากรรไกรบนหรือล่างที่รองรับฟัน) จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งช่องปาก (oral cavity cancer)
---
🦷 ตำแหน่งที่พบบ่อย
บริเวณเหงือกด้านบนหรือด้านล่าง (alveolar ridge)
อาจเริ่มจากแผลเรื้อรังตรงเหงือกหรือใกล้ ๆ ฟัน
---
🔎 ลักษณะทางพยาธิวิทยา
ส่วนใหญ่เป็น squamous cell carcinoma (SCC)
โตจากเยื่อบุเหงือก สามารถลุกลามเข้ากระดูกขากรรไกร ฟัน และเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้
---
⚠️ อาการที่อาจพบ
มีก้อนหรือแผลเรื้อรังที่เหงือก ไม่หาย
เลือดออกง่าย หรือปวด
ฟันโยกโดยไม่มีโรคเหงือกชัดเจน
บางรายมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
---
📊 การวินิจฉัย
ตรวจร่างกายในช่องปากอย่างละเอียด
ตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อยืนยัน
ตรวจภาพรังสี เช่น CT, MRI เพื่อดูการลุกลามกระดูกหรือต่อมน้ำเหลือง
---
💡 การรักษาขึ้นอยู่กับระยะโรค
ระยะแรก: มักใช้การผ่าตัดเป็นหลัก (wide excision, segmental mandibulectomy หรือ maxillectomy หากกระดูกถูกทำลาย)
ระยะลุกลาม: อาจต้องผสมผสานทั้ง ผ่าตัด + รังสีรักษา
ถ้ามีต่อมน้ำเหลืองที่คอ: อาจต้องทำ neck dissection
บางรายอาจได้รับ เคมีบำบัด หรือ targeted therapy / immunotherapy ในกรณีระยะแพร่กระจายหรือโรคกลับเป็นซ้ำ
---
🔮 พยากรณ์โรค
ถ้าเจอระยะต้น โอกาสรักษาหายสูง
ถ้าลุกลามเข้ากระดูกหรือต่อมน้ำเหลือง ผลการรักษามักซับซ้อนขึ้น
---
😊 ข้อแนะนำ
ใครมีแผลเรื้อรังที่เหงือกเกิน 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์
การตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำช่วยพบมะเร็งช่องปากระยะแรกได้
ความรู้เรื่องมะเร็งหูคอจมูก ดูเพิ่มเติมในคอมเม้นต์

4 ข้อควรรู้  เกี่ยวกับมะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillaryมะเร็งไทรอยด์มีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบมากที่สุดคือ Papillary thyroid canc...
05/08/2025

4 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับมะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillary

มะเร็งไทรอยด์มีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบมากที่สุดคือ Papillary thyroid cancer (PTC) ซึ่งพบได้ประมาณ 85% ของผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด และส่วนใหญ่สามารถรักษาหายขาดได้หากตรวจพบและรักษาโดยเร็ว

🔹 1. มะเร็งชนิดนี้ รักษาหายได้สูงมาก
ถ้าก้อนมะเร็งยังอยู่ในต่อมไทรอยด์ โอกาสรอดชีวิต 5 ปี = เกือบ 100%
ถ้าแพร่กระจายแค่ต่อมน้ำเหลืองในลำคอ = โอกาสรอดชีวิต 5 ปีประมาณ 99%
แม้มีการแพร่กระจายไกล (metastatic) = โอกาสรอดชีวิต 5 ปี ยังสูงถึง 76%
💡 ถ้าได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และดูแลต่อเนื่องอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีชีวิตยืนยาวใกล้เคียงคนทั่วไป

🔹 2. การผ่าตัดคือการรักษาหลัก
การผ่าตัดต่อมไทรอยด์มี 2 แบบ:
ผ่าครึ่งหนึ่งของต่อม (lobectomy)
ผ่าทั้งหมด (total thyroidectomy)
ถ้ามะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลือง อาจต้องผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วย
การผ่าตัดต้องทำโดยศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น กล่องเสียงแหบ หรือแคลเซียมต่ำ
👨‍⚕️ “การผ่าตัดที่ดีตั้งแต่แรก ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ และลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดรอบสอง”

🔹 3. ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้การรักษาอื่นหลังผ่าตัด
ไม่จำเป็นต้องให้เคมีบำบัด หรือฉายรังสี
การรักษาเสริมที่ใช้บ่อยคือ การกินไอโอดีนกัมมันตรังสี (RAI) ซึ่งจะไปฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลือ โดยเฉพาะในผู้ป่วยอายุน้อย
RAI จะถูกดูดเข้าเซลล์มะเร็งผ่านตัวรับเฉพาะ แล้วปล่อยรังสีเฉพาะจุด
📌 การให้ RAI พิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ทุกคนต้องได้

🔹 4. ต้องติดตามอาการต่อเนื่อง แต่ไม่ยุ่งยาก
ตรวจเลือดทุก 4–6 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด และทุก 6–12 เดือนหลังจากนั้น
ตรวจระดับ TSH, Free T4, Thyroglobulin, และแอนติบอดีที่เกี่ยวข้อง
ตรวจอัลตราซาวนด์คอโดยผู้เชี่ยวชาญทุกปี
การตรวจ CT หรือ PET scan ทำเฉพาะกรณีมีความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ

🎯 การดูแลต่อเนื่องโดย ทีมที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านมะเร็งไทรอยด์ ช่วยให้การติดตามและรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด

✨ สรุปสั้นๆ

มะเร็งไทรอยด์ชนิด Papillary เป็นมะเร็งที่รักษาหายได้สูงมาก
การผ่าตัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางคือหัวใจของการรักษา
ส่วนใหญ่ไม่ต้องให้ยาเคมีหรือฉายรังสี
และสามารถมีชีวิตยืนยาวเหมือนคนทั่วไปได้ครับ 💪

#มะเร็งไทรอยด์ #รักษามะเร็งกับหมอชวลิต #ผ่าตัดไทรอยด์

มะเร็งลิ้น 👅 ฟังดูอาจจะน่ากลัว แต่ถ้าเราเข้าใจและรู้เท่าทันโรค ก็สามารถรับมือกับมันได้ดีขึ้นมะเร็งลิ้นก็คือมะเร็งชนิดหนึ...
07/07/2025

มะเร็งลิ้น 👅 ฟังดูอาจจะน่ากลัว แต่ถ้าเราเข้าใจและรู้เท่าทันโรค ก็สามารถรับมือกับมันได้ดีขึ้น

มะเร็งลิ้นก็คือมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดบริเวณเนื้อเยื่อของลิ้นของเรานี่แหละครับ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดที่ขอบลิ้นหรือใต้ลิ้นครับ

อาการนำที่ควรสังเกต 🕵️‍♂️

อาการเริ่มต้นของมะเร็งลิ้นบางทีก็ไม่ชัดเจนมากนัก แต่มีสัญญาณบางอย่างที่เราควรสังเกตและรีบปรึกษาคุณหมอ

* แผลในปาก: มีแผลที่ลิ้นที่ไม่หายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ หรือแผลที่ดูผิดปกติ มีขอบแข็งๆ
* เจ็บลิ้นหรือเจ็บคอ: เจ็บต่อเนื่อง หรือเจ็บเวลาเคี้ยว กลืนอาหาร
* ลิ้นชา: มีอาการชาที่ลิ้น หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ในปาก
* ก้อนหรือตุ่ม: คลำพบก้อนหรือตุ่มที่ลิ้น หรือใต้ลิ้น
* เสียงเปลี่ยน: เสียงแหบ หรือเสียงพูดผิดปกติไปจากเดิม
* กลืนลำบาก: รู้สึกเจ็บหรือติดขัดเวลากลืนอาหาร
* น้ำหนักลด: โดยไม่ทราบสาเหตุ
* กลิ่นปากผิดปกติ: มีกลิ่นปากรุนแรงที่ไม่หายไป

ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานนะครับ รีบไปพบคุณหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยจะดีที่สุดครับ

-------------
🩺 ระยะของโรคมะเร็งลิ้น

มะเร็งลิ้นก็เหมือนมะเร็งส่วนใหญ่ครับ มีการแบ่งระยะของโรคเพื่อช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
* ระยะที่ 1: ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ยังอยู่เฉพาะที่ลิ้น
* ระยะที่ 2: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่ลุกลามไปอวัยวะข้างเคียงมากนัก
* ระยะที่ 3: ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก หรือเริ่มลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ
* ระยะที่ 4: มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหลายตำแหน่ง หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด หรือกระดูก
การทราบระยะของโรคมีความสำคัญมากต่อการเลือกวิธีรักษาและการ
พยากรณ์โรคครับ

------------
การรักษาโรคมะเร็งลิ้น 🎗️

การรักษามะเร็งลิ้นขึ้นอยู่กับระยะของโรค สุขภาพของผู้ป่วย และปัจจัยอื่นๆ โดยทั่วไปมีหลายวิธีครับ
* การผ่าตัด: เป็นการรักษาหลัก โดยตัดเอาก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบข้างออก อาจรวมถึงการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่คอด้วย
* การฉายรังสี: ใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง อาจใช้เดี่ยวๆ หลังผ่าตัด หรือร่วมกับการรักษาอื่นๆ
* เคมีบำบัด: ใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง อาจให้ร่วมกับการฉายรังสี หรือในกรณีที่มะเร็งมีการแพร่กระจาย
* ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy): เป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง
คุณหมอจะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายครับ 👩‍⚕️👨‍⚕️

---------
โอกาสหายขาด 🤔

โอกาสหายขาดจากมะเร็งลิ้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ ที่สำคัญที่สุดคือ ระยะของโรคที่ตรวจพบ
* หากตรวจพบใน ระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1 หรือ 2) โอกาสหายขาดมีสูงมากครับ เพราะมะเร็งยังไม่ลุกลาม การรักษาจะได้ผลดี
* หากตรวจพบใน ระยะลุกลาม (ระยะที่ 3 หรือ 4) โอกาสหายขาดจะลดลง แต่ก็ยังมีการรักษาที่ช่วยควบคุมโรคและยืดอายุผู้ป่วยได้ครับ

----------
สิ่งสำคัญคือ การตรวจพบให้เร็วที่สุด และได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงทีครับ ⏱️
#มะเร็งลิ้น #มะเร็งช่องปาก

🟠 รู้จัก “มะเร็งช่องปาก” ให้มากขึ้นมะเร็งช่องปาก (Oral cavity cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งในกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่เก...
05/07/2025

🟠 รู้จัก “มะเร็งช่องปาก” ให้มากขึ้น

มะเร็งช่องปาก (Oral cavity cancer) เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งในกลุ่มมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่เกิดขึ้นบริเวณช่องปากส่วนหน้า

📍 อวัยวะที่จัดว่าเป็น “ช่องปาก” ได้แก่…

กระพุ้งแก้ม (buccal mucosa)

เหงือกบน/ล่าง (alveolar ridge)

โคนฟันกรามด้านใน (retromolar trigone)

พื้นปากด้านล่างลิ้น (floor of mouth)

เพดานแข็ง (hard palate)

ส่วนหน้าของลิ้น (2 ใน 3 หน้า)

เยื่อบุริมฝีปาก (lip mucosa) ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน

🔴 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งช่องปาก

🚬 สูบบุหรี่ + 🍷 ดื่มแอลกอฮอล์
เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งช่องปาก และยังเพิ่มความเสี่ยงเกิดมะเร็งตำแหน่งอื่นๆ เช่น หลอดอาหาร ปอด กระเพาะปัสสาวะ
👉 หยุดสูบและลดแอลกอฮอล์ จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และลดโอกาสเกิดซ้ำ

🦠 HPV (ไวรัสฮิวแมนแพปพิโลมา)
แม้จะพบได้บ่อยในมะเร็งคอ (oropharynx) แต่บางรายของมะเร็งช่องปากก็สัมพันธ์กับ HPV ได้

🧐 อาการที่ควร “สังเกตตัวเอง” ได้แก่...

🔸 มีแผลในปากที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์
🔸 มีก้อนนูนหรือแข็งบริเวณลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม หรือพื้นปาก
🔸 มีแผ่นขาวหรือแดงในช่องปาก โดยเฉพาะถ้าไม่เจ็บและเป็นอยู่นาน
🔸 มีเลือดออกจากแผลในปากง่าย หรือเจ็บเวลาทานอาหาร
🔸 รู้สึกชา หรือเสียวในบริเวณลิ้นหรือริมฝีปาก
🔸 กลืนลำบาก พูดไม่ชัด หรือลิ้นเคลื่อนไหวผิดปกติ
🔸 ฟันโยกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือใส่ฟันปลอมไม่พอดีเหมือนเดิม
🔸 มีก้อนที่คอ หรือรู้สึกคอบวมข้างใดข้างหนึ่ง
🔸 มีกลิ่นปากเรื้อรัง ทั้งที่ดูแลสุขภาพช่องปากดีแล้ว

🔍 การวินิจฉัย

✅ ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
โดยเฉพาะการตรวจศีรษะและลำคอ ตรวจในปาก และกล่องเสียงด้วยกล้อง

✅ ตัดชิ้นเนื้อ (biopsy)
ต้องมีการตัดชิ้นเนื้อตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง

✅ ตรวจภาพ (CT หรือ MRI)
เพื่อประเมินขนาด รุกล้ำกระดูกหรือเส้นประสาท และการกระจายไปต่อมน้ำเหลือง

✅ ตรวจ PET/CT
อาจพิจารณาในบางรายเพื่อหาการกระจายของโรคทั้งตัว

✅ ประชุมร่วมหลายสาขา (multidisciplinary team)
ประกอบด้วย หมอศัลยกรรมหูคอจมูก หมอรังสีรักษา หมออายุรกรรมมะเร็ง ทันตแพทย์ นักโภชนาการ และนักแก้ไขการพูด เพื่อวางแผนรักษาที่เหมาะสมที่สุด

⚖️ หลักการรักษาเบื้องต้น

🔪 ผ่าตัด
เป็นวิธีรักษาหลักของมะเร็งช่องปากส่วนใหญ่ โดยเฉพาะระยะเริ่มต้น

ถ้าผ่าตัดแล้วพบว่ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น ขอบเขตไม่เพียงพอ หรือกระจายต่อมน้ำเหลือง อาจต้องให้ รังสีรักษา หรือ เคมีบำบัด ร่วม

🌟 รังสีรักษา (IMRT)
ใช้กรณีไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือร่วมกับหลังผ่าตัด เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่

💊 เคมีบำบัดหรือยาต้านมะเร็ง
ใช้ร่วมในรายที่มีโรคกระจาย หรือผ่าตัดไม่ได้

🍲 การดูแลระหว่างการรักษา

ต้องดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อลดผลข้างเคียง

ต้องได้รับโภชนาการที่เหมาะสม เพราะผู้ป่วยมักน้ำหนักลดมาก

อาจต้องให้การฟื้นฟูการกลืน การพูด และสุขภาพจิตใจ

🟢 สรุปสั้นๆ

มะเร็งช่องปากเป็นโรคร้ายที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถ้าเรารู้จักอาการ และเข้ารับการตรวจเร็ว
การเลิกบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง และหมั่นตรวจช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้ครับ 😊🩺

#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต
📍หากสงสัยว่ามีความเสี่ยง หรือพบก้อนในปากที่ไม่หายสักที แนะนำมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ

17/06/2025

ใส่สายให้อาหาร...จำเป็นไหม? สำหรับผู้ป่วยมะเร็งหูคอจมูกที่ฉายรังสี

ผู้ป่วยมะเร็งหลายท่าน หรือญาติ อาจเคยกังวลว่า “พอฉายรังสี ต้องใส่สายให้อาหารทุกคนหรือเปล่า?” มีหลายโรงพยาบาลที่แนะนำให้ผู้ป่วยทำการใส่สายดังกล่าวตั้งแต่ก่อนฉายรังสี

จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกรายครับ หมอจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ผู้ป่วย มะเร็งบริเวณหู คอ จมูก ที่รักษาด้วย รังสีร่วมกับเคมีบำบัด ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
จากประสบการณ์ของหมอเอง มีไม่ถึง 5% ที่ต้องใส่สายยางให้อาหาร

👉 ผลข้างเคียงจากรังสี เช่น เจ็บปาก เจ็บคอ กลืนลำบาก มักเริ่มเป็นมากขึ้นตั้งแต่ สัปดาห์ที่ 4–7 ของการฉาย
👉 โดยเฉพาะถ้าเป็น มะเร็งช่องปาก ผลข้างเคียงจะชัดเจนและมากกว่าบริเวณอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วย ยังรับประทานอาหารได้บ้าง แม้จะลำบากขึ้น ก็ยังไม่จำเป็นต้องใส่สาย
เราจะพิจารณาใส่เมื่อ กลืนไม่ได้เลย หรือ น้ำหนักลดลงรวดเร็ว จนร่างกายเสี่ยงจะทนต่อการรักษาไม่ไหว

สายให้อาหารไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ เป็นแค่ “ตัวช่วย” พยุงร่างกายให้สู้การรักษาได้เต็มที่มากที่สุด
และ ไม่จำเป็นต้องทำตั้งแต่แรกทุกคน หมอจะดูเป็นรายๆ ไปเสมอ

💪 ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านการรักษาได้อย่างดีที่สุดนะครับ
#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต

ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งหูคอจมูกสามารถดูเพิ่มเติมได้ในคอมเม้นครับ

Sinonasal Undifferentiated Carcinoma (SNUC)มะเร็งโพรงจมูกชนิดไม่จำแนกเซลล์คืออะไร?Sinonasal undifferentiated carcinoma ห...
04/06/2025

Sinonasal Undifferentiated Carcinoma (SNUC)
มะเร็งโพรงจมูกชนิดไม่จำแนกเซลล์

คืออะไร?

Sinonasal undifferentiated carcinoma หรือ SNUC คือมะเร็งที่พบได้น้อยและมีความรุนแรงสูง เกิดขึ้นบริเวณโพรงจมูก (nasal cavity) และไซนัส (paranasal sinuses) ลักษณะเด่นคือเซลล์มะเร็งไม่สามารถจำแนกเป็นชนิดใดชนิดหนึ่งได้ (undifferentiated) ทำให้โรคนี้มีพฤติกรรมที่ดุ และมีการแพร่กระจายรวดเร็ว

อาการที่พบบ่อย:

คัดจมูกเรื้อรังข้างเดียว

มีเลือดออกจากจมูก

ปวดบริเวณใบหน้า

ตาบวม เห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติ

ปวดศีรษะ

ในบางรายอาจพบก้อนที่คอจากการแพร่กระจายของต่อมน้ำเหลือง

การวินิจฉัย:

ตรวจร่างกาย: โดยเฉพาะในโพรงจมูกและบริเวณใบหน้า

CT/MRI: เพื่อตรวจสอบการลุกลามของก้อน

การส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อ (biopsy): เพื่อยืนยันชนิดของมะเร็ง

PET scan: ในบางกรณีใช้เพื่อดูการแพร่กระจาย

การรักษา:

การรักษา SNUC ต้องใช้แนวทางผสมผสาน (multimodality treatment) เพราะโรคมีความดุและแพร่กระจายเร็ว

การผ่าตัด: กรณีที่ก้อนยังอยู่เฉพาะที่และผ่าตัดได้

การฉายรังสี: มักใช้หลังผ่าตัด หรือร่วมกับเคมีบำบัด

เคมีบำบัด: ใช้ร่วมกับการฉายรังสี หรือในกรณีที่โรคลุกลามจนผ่าตัดไม่ได้

บางแนวทางอาจพิจารณาให้ เคมีบำบัดนำ (induction chemotherapy) ก่อนประเมินการตอบสนอง แล้วจึงตามด้วยการฉายรังสีหรือผ่าตัด

พยากรณ์โรค:

แม้จะได้รับการรักษาเต็มที่ SNUC ก็ยังถือเป็นมะเร็งที่มีพยากรณ์โรคไม่ดีนัก เนื่องจากมักพบในระยะลุกลามและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง

อัตราการรอดชีวิต 5 ปีโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 20-40%

การวินิจฉัยและรักษาเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ข้อควรรู้:

SNUC ไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัส EBV ต่างจากมะเร็งโพรงหลังจมูก (NPC)

ไม่ใช่มะเร็งที่เกิดจาก HPV เหมือนในบางมะเร็งของศีรษะและลำคอ

สรุปจากหมอชวลิต:

SNUC เป็นมะเร็งที่เจอได้น้อย แต่มีความรุนแรงสูง การรักษาต้องอาศัยทีมแพทย์หลายสาขาร่วมมือกัน ผู้ป่วยและครอบครัวควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และการติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

ที่อยู่

Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รู้จัก รู้เรื่อง รู้รักษา มะเร็งศีรษะและลำคอ หูคอจมูก - มะเร็งหลังโพรงจมูกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง รู้จัก รู้เรื่อง รู้รักษา มะเร็งศีรษะและลำคอ หูคอจมูก - มะเร็งหลังโพรงจมูก:

ทางลัด

แชร์

ประเภท