ศูนย์ดูแลดวงตาวีโว่bytick

ศูนย์ดูแลดวงตาวีโว่bytick viweo วีโว่ เป็นสินค้านวัตกรรม มีอย.และ?

ต้อกระจกคืออะไรต้อกระจก หมายถึง ภาวะที่เลนส์ตาเกิดอาการขุ่นมัว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ถึงแม้ว่าอาการเ...
02/10/2019

ต้อกระจกคืออะไร
ต้อกระจก หมายถึง ภาวะที่เลนส์ตาเกิดอาการขุ่นมัว ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ถึงแม้ว่าอาการเริ่มแรกอาจดูเหมือนเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการจะเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ การสวมแว่นตาตามคำสั่งแพทย์อาจช่วยบรรเทาอาการต้อกระจกในระยะเริ่มแรกได้ แต่เมื่อเป็นมากขึ้น มักจะต้องรับการรักษาโดยการผ่าตัด การผ่าตัดเพื่อรักษาต้อกระจก เป็นการผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออก ซึ่งอาจจะฟังดูน่าหวาดเสียว แต่ก็เป็นการผ่าตัดปกติธรรมดาที่มีประสิทธิภาพดีและประสบความสำเร็จสูง

โรคต้อกระจกมีกลุ่มอาการหลายอย่างที่ควรทราบ ซึ่งประกอบด้วย:

วิสัยทัศน์ไม่ชัดเจน - มีความยากลำบากในการเพ่งอ่านตัวหนังสือหรือเพ่งมองวัตถุที่อยู่ใกล้ๆ
สายตาไวต่อแสงจ้า (เช่น แสงจากไฟหน้ารถ)
สีสันที่สดใส มองดูหมอง และไม่สดสว่างเหมือนปกติ
ต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการทำงานที่ต้องใช้สายตาเพ่งใกล้ๆ เช่น การเย็บผ้า หรืออ่านหนังสือ
ต้อกระจก บางครั้งถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเนื้องอกที่จะเป็นเนื้อร้าย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น เพราะต้อกระจกส่วนมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

อะไรคือสาเหตุของต้อกระจก
ต้อกระจกเป็นโรคที่มักพร้อมกับอายุที่สูงขึ้น ส่วนมากพบในคนวัย 40 ปีขึ้นไป ต้อกระจกเกิดขึ้นเมื่อโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเลนส์ตามาเกาะตัวรวมกัน

นอกเหนือจากความชราภาพแล้ว ต้อกระจกสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ คือ:

ดวงตาได้รับบาดเจ็บ และ/หรือ การผ่าตัด
โรคเบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
ดื่มแอลอฮอล์มากเกินไป
การบำบัดโดยใช้ฮอร์โมนทดแทน
การได้รับแสงยูวีเข้าตามากเกินไป (เช่น จากแสงอาทิตย์)
ภาวะโภชนาการไม่ดี หรือ การสูบบุหรี่ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกได้

ปัญหาสายตา เป็นปัญหาหลักของมนุษย์เงินเดือน เนื่องจากต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานประมาณ 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน...
29/09/2019

ปัญหาสายตา เป็นปัญหาหลักของมนุษย์เงินเดือน เนื่องจากต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานประมาณ 8 - 10 ชั่วโมงต่อวัน
ทำให้มีอาการตาแห้ง ปวดตา ตาพร่าเบลอ 3 โรคของดวงตา ที่มนุษย์เงินเดือนพบเจอ
โรคตาที่พบบ่อยในวัยทำงาน
1. สายตาผิดปกติ คือ ภาวะที่ทำให้การมองเห็นไม่ชัด อาจเกิดจากสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งมีวิธีการแก้ไข โดยการใช้แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือเลเซอร์แก้ไขสายตา
2. ตาแห้ง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ บางคนจำเป็นต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดปัญหาตาแห้ง การปวดตาจากการเพ่งสายตา
3. โรคต้อลมและต้อเนื้อ ซึ่งเกิดจากการที่เยื่อบุตาขาวสัมผัสกับสิ่งระคายเคือง เช่น ลม แดด ฝุ่น เป็นประจำส่งผลให้เกิดการระคายเคืองและนำไปสู่โรค
จอประสาทตาเสื่อม คือโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นที่จุดรับภาพของจอประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพ
เมื่อเราเพ่งมองไปที่วัตถุจะเห็นวัตถุนั้นไม่ชัดหรือเบลอ โดยยังคงมองเห็นวัตถุรอบข้างได้ปกติ การตรวจพบและให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด
เพราะว่าจอประสาทตาที่เสื่อมเสียไปแล้วมีแต่จะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาในปัจจุบันจึงทำได้เพียงหยุดหรือชะลอการเสื่อมเสียของจอประสาทตาให้ช้าที่สุด
ซึ่งอาจรักษาไม่ได้เลยถ้าโรคเป็นรุนแรง อะไรเป็นสาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อม
ส่วนใหญ่แล้ว พบในผู้สูงอายุเชื่อว่าเป็นขบวนการเสื่อมสภาพของร่างกายและพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ ได้แก่
อายุ : พบโรคนี้ได้บ่อยขึ้นในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป
พันธุกรรม : มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของคนที่เป็นโรคกับญาติสายตรง จึงแนะนำให้ญาติผู้ป่วยควรได้รับการตรวจเช็คจอประสาทตาทุก 1 ปี
บุหรี่ : มีหลักฐานทางการศึกษาพบว่า การสูบบุหรี่ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่างชัดเจน
ความดันเลือดสูง : คนไข้ที่ต้องทานยาลดความดันเลือด และมีระดับของไขมัน Cholesterol ในเลือดสูงและระดับ Carotenoid
ในเลือดต่ำมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว

ภัยเงียบจากการปล่อยให้มีอาการเคืองตาซ้ำๆ เสี่ยงทำให้ตาเป็นต้อเนื้อได้“ดวงตา” นอกจากจะเป็นหน้าต่างของหัวใจ ยังเป็นอวัยวะส...
25/09/2019

ภัยเงียบจากการปล่อยให้มีอาการเคืองตาซ้ำๆ เสี่ยงทำให้ตาเป็นต้อเนื้อได้

“ดวงตา” นอกจากจะเป็นหน้าต่างของหัวใจ ยังเป็นอวัยวะสำคัญที่ทุกคนต้องดูแลเป็นพิเศษเพื่อลดสภาวะเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น
และให้ดวงตาคู่สวยอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต แต่ในปัจจุบัน ดวงตาของเราต้องเผชิญกับแสงจากหน้าจอและมลภาวะต่างๆ มากขึ้น
นำไปสู่อาการระคายเคืองตาแบบซ้ำๆ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด “ต้อเนื้อ” ที่ดวงตาได้
ต้อเนื้อคืออะไร?
ต้อเนื้อ (Pterygium)* เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบุตาเสื่อมจากการถูกสิ่งระคายเคืองมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดเป็นแผ่นเนื้อรูปสามเหลี่ยมงอกจากตาขาวและลามเข้าไปในตาดำ
หากเป็นมากอาจลามเข้าไปถึงกลางตาดำ ซึ่งจะไปปิดรูม่านตาทำให้บดบังการมองเห็นได้ โดยในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่หากเป็นผู้ที่ดวงตาโดนแสงแดดเป็นเวลานาน
หรือผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีลม ฝุ่น ความร้อน สิ่งสกปรก ความแห้ง และสารเคมีเป็นเวลานานๆ ก็อาจมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดต้อเนื้อได้
อาการและแนวทางการรักษา
ผู้ที่เป็นต้อเนื้อส่วนใหญ่จะมีอาการคันตา ระคายเคืองตา น้ำตาไหล แสบตา ตาแดง เมื่อเจอลม ฝุ่น หรือมีการอักเสบ บางรายอาจมาพบแพทย์เมื่อเกิดก้อนเนื้อที่ตาขาวแล้ว
โดยแพทย์มักให้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว แต่หากต้องการให้ต้อเนื้อหายนั้น อาจต้องทำการผ่าตัด
ผ่าตัดต้อเนื้อที่ตา น่ากลัวหรือไม่?
ในปัจจุบัน การผ่าตัดต้อเนื้อไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่อาจต้องมีการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเล็กน้อย เช่น ให้ผู้ป่วยหยุดยาละลายลิ่มเลือดก่อนผ่าตัด 7 วัน และล้างหน้าสระผมก่อนผ่าตัด
เพราะหลังผ่าตัดดวงตาของผู้ป่วยต้องห้ามโดนน้ำ 7 วัน
สำหรับการผ่าตัดนั้น แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่และหยอดยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นจะทำการผ่าตัดโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยอาจต้องปิดตาแน่น 1 วันเพื่อให้แผลสมานกันได้ดี ก่อนที่จะนัดเปิดตาในวันรุ่งขึ้น และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

อาการของต้อกระจกตามัวลงช้าๆ เหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง โดยไม่มีอาการปวดตาเห็นภาพซ้อน สายตาพร่า สู้แสงไม่ได้ เห็นดวงไฟแตกกระจ...
04/09/2019

อาการของต้อกระจก
ตามัวลงช้าๆ เหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง โดยไม่มีอาการปวดตาเห็นภาพซ้อน สายตาพร่า สู้แสงไม่ได้ เห็นดวงไฟแตกกระจายโดเฉพาะในเวลากลางคืน
ในบางรายอาการระยะแรกของต้อกระจก คือจะมีสายตาสั้นมากขึ้นๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาบ่อยๆ เมื่อต้อกระจกขุ่นมาก แว่นตจะช่วยไม่ได้
ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง และตาแดงมาก เนื่องจากโรลุกลามกลายเป็นโรคต้อหินเฉียบพลัน
และม่านตาอักเสบ จนกระทั่งตาบอดได้ในที่สุด
วิธีการรักษาต้อกระจก
เมื่อต้อกระจกเป็นมากจนทำให้สายตาขุ่นมัว การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ หรือเทคนิค “เฟโค” (Phacoemulsification)
พร้อมทั้งใส่เลนส์แก้วตาเทียม เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยให้สายตาของผู้ป่วยดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวด์
เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัย และได้ผลดีมาก ไม่จำเป็นต้องให้ยาสลบ นอกจากนี้ แผลที่เกิดขึ้นจากการรักษาวิธีนี้จะมีขนาดเล็กมากเพียง 3 ม.ม.
จึงสมานตัวได้เป็นปกติอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเย็บแผล ผู้ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องนอนพักในโรงพยาบาล สามารถมองเห็นได้ชัดเจนอย่างรวดเร็ว
แต่ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลความสะอาด และระวังไม่ให้มีอุบัติเหตุกระทบกระแทกต่อดวงตา

วุ้นตาเสื่อม สาเหตุ อาการ  ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดวุ้นตาเสื่อม การรักษาวุ้นตาเสื่อมวุ้นตาเสื่อม, วุ้นในตาเสื่อม, น้ำวุ้...
27/08/2019

วุ้นตาเสื่อม สาเหตุ อาการ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดวุ้นตาเสื่อม การรักษาวุ้นตาเสื่อม
วุ้นตาเสื่อม, วุ้นในตาเสื่อม, น้ำวุ้นตาเสื่อม, น้ำวุ้นลูกตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นลูกตาตกตะกอน
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออย่างเข้าสู่วัยกลางคน ซึ่งจะทำให้มองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ ยุง ลูกน้ำ หรือแมลง หรือเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ
เส้น ๆ วง ๆ ลอยไปลอยมาในลูกตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และเห็นได้ชัดในที่สว่าง โดยเฉพาะเวลาแหงนมองท้องที่สว่างใส มองไปที่ผนังสีขาว เป็นต้น
ทำให้ผู้ป่วยนึกว่ามีหยากไย่อยู่ข้างนอกลูกตา เมื่อพยายามขยี้ตาแต่เงาดำก็ไม่หายไป สร้างความรำคาญ แต่พอนาน ๆ เข้าก็รู้สึกชินไปเอง
หมายเหตุ : วุ้นตา หรือ น้ำวุ้นตา มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน หนืด ๆ คล้ายเจลหรือไข่ขาว โดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง 98-99%
(ที่เหลือเป็นโปรตีน คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก ตลอดจนสารเกลือแร่ต่าง ๆ จึงทำวุ้นตามีลักษณะเป็นเจลใสหนืด ๆ)
ทั้งนี้วุ้นตาจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้แสงผ่าน ช่วยพยุงลูกตาให้คงรูปเป็นทรงกลม และเป็นแหล่งอาหารแก่แก้วตา จอประสาทตา และเนื้อเยื่อซีเลียรีบอดี้ (Ciliary body)
เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นตาจะค่อย ๆ คลายความหนืดลง เมื่ออายุ 80 ปี มากกว่าครึ่งหนึ่งของวุ้นตาจะกลายเป็นน้ำใส ในผู้ป่วยสายตาสั้นวุ้นตาจะเริ่มเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป
การเสื่อมของวุ้นตาจะทำให้บริเวณที่เคยยึดติดกับจอประสาทตาที่ค่อนข้างแน่นหลุดออกจนอาจนำไปสู่ภาวะจอประสาทตาหลุดลอกได้
สาเหตุของวุ้นตาเสื่อม
ภาวะวุ้นตาเสื่อมและหดตัวเล็กลง เป็นสาเหตุที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี (พบได้กว่า 50% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี
ของผู้ที่มีสายตาสั้นมาก ๆ และของผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางดวงตา) ไม่มีอันตราย นอกจากสร้างความรำคาญ ไม่จำเป็นต้องรักษาใด ๆ และบางรายอาจค่อย ๆ จางหายไปได้อย่างช้า ๆ
ในช่วงแรกเกิดนั้นน้ำวุ้นจะมีลักษณะหนืดซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของโปรตีน คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก และสารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นน้ำ
แต่เป็นส่วนที่เป็นเส้นใยบาง ๆ ที่มีลักษณะเป็นโครงข่าย ซึ่งตอนปกติมันจะเป็นเส้นเล็ก ๆ ละเอียด ๆ และเรียงตัวกันเป็นระเบียบ
จึงทำให้เราไม่สามารถมองเห็นเงาของเส้นใยเหล่านี้ได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น (วุ้นตาเสื่อม) เส้นใยเหล่านี้บางเส้นจะขาดเป็นท่อน ๆ
บางเส้นใยจะจับตัวกันหนาขึ้น และเสียความใสไป ร่วมกับมีการหดตัวของวุ้นตาที่เหลือ จึงทำให้เศษเส้นใยดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ชัดขึ้น
(เนื่องจากเศษเส้นใยเหล่านี้ไปบังแสงที่ผ่านมาที่จอประสาทตา) ผู้ป่วยจึงมองเห็นเงาดำของเศษเส้นใยคล้ายเงาหยากไย่ลอยไปลอยมาตามการกลอกตา
อย่างไรก็ตาม หากเศษเส้นใยเหล่านี้เกิดขึ้นและลอยอยู่บริเวณขอบของดวงตา ผู้ป่วยจะไม่มีอาการ แต่หากเส้นใยเหล่านี้มาอยู่บริเวณตรงกลางดวงตา
ที่แสงผ่านเข้าจอประสาทตา ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้น

โรคต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมากขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง สาเหตุของต้อกระจกที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาย...
27/08/2019

โรคต้อกระจก (Cataract) เป็นภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมากขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง สาเหตุของต้อกระจกที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อายุที่มากขึ้น
โดยความเสี่ยงของการเป็นต้อกระจก จะมากขึ้นเรื่อยๆ หลังอายุ 40 ปี เมื่อแก่ตัวลงทุกคนต้องเป็นต้อกระจกกันทุกคน แต่จะเป็นมากหรือน้อย ช้าหรือเร็ว
จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ต้อกระจกบางชนิดสามารถเป็นได้ตั้งแต่เด็ก หรือตั้งแต่แรกเกิดอีกด้วย

ท่านมีอาการเหล่านี้หรือไม่
- สายตาค่อยๆ มัวลง
- เห็นภาพเป็นเงาซ้อน
- เห็นแสงไฟแตกกระจายเป็นแฉก
- มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม
- อ่านหนังสือตัวเล็กไม่เห็น

อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคต้อกระจก
อาการตามัว มองเห็นสีของภาพผิดเพี้ยน บางรายอาจมีอาการตามัวเฉพาะเวลากลางวันที่แสงแดดจัด แต่ในเวลากลางคืนจะมองเห็นชัดขึ้น
ต้อกระจกในบางรายอาจทำให้เกิดอาการสายตาสั้นร่วมด้วย เป็นต้น อาการตามัวจากต้อกระจก มักเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมต่างๆ
โดยเฉพาะการขับรถ การอ่านหนังสือ ในบางคนการมองเห็นที่แย่ลงทำให้ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม ที่สำคัญ คือ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มได้ง่ายในผู้สูงอายุ
หากปล่อยทิ้งไว้นานจนต้อกระจกสุก (mature cataract) คือสภาวะที่เลนส์ตากลายเป็นสีขุ่นขาวทั้งหมดอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
ได้แก่ ต้อหิน และเกิดการอักเสบในลูกตาได้ ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวมาก ปวดตาและตาแดง ซึ่งต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตามโรคต้อกระจกสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัดเอาเลนส์ตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปทดแทน
การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แผลผ่าตัดเล็ก สะดวก ฟื้นตัวไว หลังผ่าตัดสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
นอกจากนี้เลนส์ตาเทียมก็มีให้เลือกใส่หลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับกิจวัตรและหน้าที่การงานของผู้ป่วย หลังผ่าตัดผู้ป่วยจึงสามารถกลับมามองเห็นได้ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

ต้อกระจก (Cataracts) เป็นโรคที่เลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวจนกระทบต่อการมองเห็น เมื่อจอประสาทตารับภาพได้ไม่ชัดเจน ผู้ป่วยจึง...
09/08/2019

ต้อกระจก (Cataracts) เป็นโรคที่เลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวจนกระทบต่อการมองเห็น เมื่อจอประสาทตารับภาพได้ไม่ชัดเจน
ผู้ป่วยจึงมองเห็นภาพต่าง ๆ อย่างพร่ามัว โรคต้อกระจกนี้ไม่ได้ทำให้มีอาการเจ็บหรือระคายเคืองใด ๆ ที่ตา โดยอาจเกิดกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
และไม่อาจแพร่กระจายจากตาข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งได้
อาการของโรคต้อกระจก
โรคต้อกระจกนั้นยากที่จะสังเกตได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เนื่องจากต้องใช้เวลาหลายปีกว่าอาการของต้อกระจกจะเพิ่มมากขึ้นจนกระทบต่อการมองเห็น โดยผู้ป่วยมักมีอาการดังนี้
มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ภาพเบลอ หรือพร่ามัว
ต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการอ่านหนังสือหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สายตา
ดวงตามองเห็นในที่ที่มีแสงสลัวได้ดีกว่าแสงจ้า แพ้แสงจ้า
มองเห็นเป็นภาพซ้อน
มองภาพเป็นสีเหลืองหรือสีซีดจางลง
มองเห็นเป็นวงแหวนรอบแสงไฟหรือหลอดไฟ
ผู้ป่วยอาจเข้าใจว่าความพร่ามัวเกิดจากระดับสายตาที่มีปัญหา เช่น สายตาสั้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแว่นตาหรือคอนแท็คเลนส์บ่อย ๆ
สาเหตุของโรคต้อกระจก
เลนส์แก้วตาของคนเราประกอบด้วยน้ำและโปรตีนเป็นส่วนมาก ปกติโปรตีนเหล่านี้จะเรียงตัวเป็นระเบียบทำให้แสงผ่านเข้าสู่เลนส์ได้ และเลนส์มีลักษณะใส
ต้อกระจกเกิดจากการที่โปรตีนในเลนส์แก้วตาสะสมเป็นกลุ่มปกคลุมพื้นที่ในบริเวณแก้วตาจนทำให้เลนส์ขุ่นมัวขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งโรคต้อกระจกอาจแบ่งได้ตามสาเหตุการเกิดต่อไปนี้
ต้อกระจกในวัยสูงอายุ (Age-related Cataract) อายุที่เพิ่มมากขึ้นเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจกที่พบได้บ่อยที่สุด
เนื่องจากระบบโครงสร้างของกระจกตาที่มักเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและภาวะเสื่อมของเลนส์แก้วตาที่มีความยืดหยุ่นและโปร่งใสน้อยลง
ต้อกระจกแต่กำเนิด (Congenital Cataract) ทารกสามารถเป็นต้อกระจกได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยอาจเกิดได้จากพันธุกรรม การติดเชื้อ
การได้รับอันตรายหรือมีพัฒนาการระหว่างอยู่ในครรภ์ไม่ดี ทารกที่พบว่าเป็นต้อกระจกแต่กำเนิด ได้แก่ ภาวะกาแล็กโทซีเมีย โรคหัดเยอรมัน
หรือโรคเท้าแสนปมชนิดที่ 2 ก็อาจนำมาซึ่งการเกิดต้อกระจกชนิดนี้ เด็กเล็กบางคนอาจแสดงอาการในภายหลัง โดยมักเป็นทั้งสองข้าง บางครั้งต้อกระจกนี้เล็กมาก
จนไม่ส่งผลต่อการมองเห็น แต่เมื่อพบว่ามีผลกระทบต่อการมองเห็นจึงจะผ่าออก
ต้อกระจกทุติยภูมิ (Secondary Cataract) การผ่าตัดรักษาโรคตาชนิดอื่นอย่างเช่นต้อหิน การป่วยเป็นม่านตาอักเสบ หรือตาอักเสบ
อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต้อกระจกตามมาได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือโรคความดันโลหิตสูง การได้รับยาบางชนิด
เช่น สเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะบางตัว ก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคต้อกระจกได้ง่าย
ต้อกระจกจากการได้รับบาดเจ็บ (Traumatic Cataract) อุบัติเหตุที่กระทบต่อดวงตา ทั้งที่ต้องผ่าตัดและไม่ผ่าตัดดวงตา
สามารถนำไปสู่การเกิดต้อกระจกภายหลังได้เช่นกัน
โรคต้อกระจกยังอาจมีสาเหตุจากปัจจัยอื่นประกอบ ได้แก่ บุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยด้วยโรคนี้ รับประทานอาหารที่มีวิตามินไม่ครบถ้วน
ต้องเผชิญแสงแดดเป็นเวลานานในชีวิตประจำวัน หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก เป็นต้น

มีปัญหาดวงตาคลิกเลยค่ะ
05/08/2019

มีปัญหาดวงตาคลิกเลยค่ะ

ผลิตภัณฑ์อาหารดูแลดวงตา ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อหิน ต้อกระจก วุ้นตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม เบาหวานขึ้นตา ตาพล่า....

โรคต้อเนื้อ ต้อลม ( Pterygium ) คือ ภาวะการเกิดผังผืดที่เยื่อบุตา โรคทางตาเกิดจากเยื่อบุตาเสื่อม จากการเจอสิ่งระคายเคือง...
05/08/2019

โรคต้อเนื้อ ต้อลม ( Pterygium )
คือ ภาวะการเกิดผังผืดที่เยื่อบุตา โรคทางตาเกิดจากเยื่อบุตาเสื่อม จากการเจอสิ่งระคายเคืองตาเป็นเวลานาน จนเกิดเนื้อเยื่อขาวที่ตาขาว
เรียกว่า ต้อเนื้อ มักพบผังผืดบริเวณหัวตา และต้อเนื้อจะค่อยๆลามเข้าตาดำ จนปิดรูม่านตา ทำให้ความสามารถในการมองเห็นน้อยลง ทำให้ตามัว โรคนี้มักเกิดกับคนที่งานกลางแจ้ง
โรคต้อเนื้อ โรคต้อลม โรคตา โรคไม่ติดต่อ
ต้อเนื้อเป็นโรคที่พบได้มากในประเทศเขตร้อนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง กันดาร และมีฝุ่นลมจัด (ประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลายนั่นแหละครับ ส่วนประเทศที่มีอากาศหนาวจะไม่ค่อยพบคนเป็นโรคนี้)
โรคนี้จึงเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่งในบ้านเราแทบทุกภาคของประเทศ แต่จะพบเป็นกันมากที่สุดในภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ฯลฯ เป็นต้น
มักพบหรือเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และจะพบได้มากในผู้ที่มีอายุระหว่าง 30-55 ปี (ยังไม่ค่อยพบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คือ พบได้เหมือนกันแต่น้อยมาก
และยังไม่พบโรคนี้เลยในเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี) ส่วนอัตราการเกิดโรคนี้ในผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดได้พอ ๆ กัน

อาการของโรคต้อเนื้อ
อาการต้อเนื้อต้อลมเกิดจากอะไร เราพบว่าโรคนี้มักจะเกิดกับคนที่ ทำงาน หรือใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง ต้องเจอกับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน
อาการของโรคต้อเนื้อต้อลม คือ จะมีก้อนเนื้อบริเวณตาขาว เวลาเจอฝุ่น เจอลม เจอฝุ่น จะระคายเคืองมาก ถ้าหากต้อเนื้อลามไปถึงบริเวณตาตำ
จะทำให้ความสามารถในการมองเห็นลงลง

การรักษาโรคต้อเนื้อ
สำหรับการรักษาโรคต้อเนื้อต้อลม เราสามารถแบ่งการรักษา 2 ลักษณะ ดังนี้
ใช้ยาหยอดตา เพื่อลดการระคายเคือง ลดการตาแดง และลดการอักเสบ
ผ่าตัดเอาต้อเนื้อ การผ่าตัดลอกต้อเนื้อ ใช้การกล้องจุลทรรศน์ เพื่อลอกต้อเนื้อออก และในผู้ป่วยบางรายต้อเนื้อจะกลับมาใหม่ได้ และมักมากกว่าเดิม
ต้อเนื้อที่เกิดขึ้นมาใหม่ จะแดงหนา และ มีอาการอักเสบมากกว่าเดิม และการลอกต้อเนื้อใหม่นี้จะยากกว่าเก่ามาก สำหรับการผ่าตัดลอกต้อเนื้อมี 3 วิธี คือ
การลอกต้อเนื้อ เรียก Bare sclera เป็นการตัดเนื้อออกจากเยื่อตาขาว และ ลอกต้อส่วนที่ติดอยู่บนตาดำออก ใช้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากๆ หรือในผู้ป่วยที่ไม่มีการอักเสบ
การลอกต้อเนื้อ และ นำเยื่อบุตามาแปะ เรียก Conjunctival graft โดยวิธีนี้จะทำตามการลอดต้อเนื้อ
ร่วมกับการตัดเอาเยื่อตาขาวจากด้านบนของลูกตา มาแปะที่ตาขาว และเย็บด้วยไหม วิธีนี้จะสามารถป้องกันการกลับมาเกิดของต้อเนื้อได้
การลอกต้อเนื้อ และเอาเยื่อหุ้มรกมาแปะ เรียก Amnion graft จะใช้เยื่อหุ้มรกมาแปะแทนเยื่อบุตา
วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ต้อเนื้อมี่ขนาดใหญ่มาก ซึ่งการใช้เยื่อบุตามาแปะอาจจะไม่เพียงพอ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคต้อเนื้อ
โรคนี้ส่วนมากจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงเกิดขึ้นแต่อย่างใด ยกเว้นแต่ว่าต้อเนื้อจะยื่นเข้าไปปิดตาดำจนมิด ก็อาจจะบังสายตาทำให้มองไม่ถนัดได้
ซึ่งมักจะใช้เวลานานหลายปี เนื่องจากต้อเนื้อจะค่อย ๆ งอกลุกลามขึ้นอย่างช้า ๆ (โดยปกติก่อนจะถึงขั้นเป็นมากจนปิดตาดำ
ผู้ป่วยจะต้องไปพบแพทย์ก่อนแล้ว เว้นแต่ในคนแก่ที่มักรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจปล่อยปละละเลยจนปิดตามิดทั้ง 2 ข้าง ทำให้ตาบอดได้
ซึ่งการผ่าตัดลอกออกในกรณีนี้จะทำได้ยากและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก)
ต้อเนื้อนี้อาจทำให้ดวงตารู้สึกระคายเคืองต่อฝุ่น ลม ได้มากขึ้น และทำให้เกิดอาการไม่สบายตา
เช่น แสบร้อน และน้ำตาไหลได้บ้างเป็นครั้งคราว (การใช้ยาสามารถช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองนี้ได้)
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยมาก คือ การเกิดแผลเป็นที่กระจกตา ซึ่งอาจพบในรายที่เป็นมากและปล่อยให้มีการอักเสบบ่อย ๆ
ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา
การดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคต้อเนื้อต้อลม คือ หลีกเลี่ยงการทำงานในที่ทีกลางแจ้งหรือแสงแดดจ้า ใช้แว่นกันแดด
เพื่อให้สายตาและป้องกันฝุ่น หลีกเลี่ยงการให้ลมกระแทกตา

อาการของต้อกระจก    ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตาค่อย ๆ มัวลงเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือตาแดงแต่อย่างใด ในระยะเร...
10/07/2019

อาการของต้อกระจก
ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตาค่อย ๆ มัวลงเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือตาแดงแต่อย่างใด
ในระยะเริ่มแรกจะรู้สึกว่ามีอาการตามัวเหมือนมีหมอกบัง มองเห็นในที่มืดชัดกว่าที่สว่าง หรือถูกแสงสว่างจะรู้สึกว่าตาพร่ามัว
สู้แสงไม่ได้ หรือเห็นภาพซ้อน (เพราะแก้วตามักจะขุ่นขาวเฉพาะบริเวณตรงกลาง เมื่อมองในที่มืดรูม่านตาจะขยายและเปิดทางให้แสงผ่านเข้าแก้วตา
ส่วนรอบนอกที่ยังใสอยู่ได้เป็นปกติ จึงทำให้เห็นภาพได้ชัดในที่มืด แต่ถ้ามองในที่สว่างรูม่านตาจะหดแคบลง
จึงทำให้แสงสว่างผ่านเฉพาะแก้วตาบริเวณตรงกลางที่ขุ่นขาว จึงทำให้พร่ามัว)
ผู้ป่วยบางรายอาจสังเกตว่าการมองเห็นของตนเองนั้นผิดไปจากเดิม เช่น มองเห็นจุดอยู่หน้าตา, มองเห็นแสงไฟเป็นแสงกระจาย
อาจมองเห็นภาพเป็นสีเหลือง, มองเห็นแสงไฟเป็น 2 ดวงซ้อนกัน หรือมองเห็นพระจันทร์สองดวงหรือหลายดวง
แม้จะดูด้วยตาข้างเดียวแต่ก็ยังเห็นภาพซ้อนกัน ทั้งนี้เป็นเพราะแก้วตาที่ขุ่นมัวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
การหักเหของแสงไม่เท่ากัน การหักเหของแสงไปที่ประสาทตาจึงไม่รวมเป็นจุดเดียว
ผู้ป่วยอาจเปลี่ยนแว่นตาบ่อย เพราะการมองเห็นในระยะใกล้ดีขึ้นหรือไม่ต้องใส่แว่นตาเพื่ออ่านหนังสือ
ซึ่งในผู้สูงอายุที่อ่านหนังและต้องใช้แว่นสายตาช่วยเป็นปกติอยู่แล้ว แต่อยู่ ๆ กลับพบว่าสามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่ต้องใส่แว่น
หากเกิดอาการแบบนี้อย่าเพิ่งดีใจไปและคิดว่าสายตาจะดีขึ้นเองนะครับ เพราะนั่นเป็นอาการเริ่มต้นของการเสื่อมของแก้วตา
(โรคต้อกระจกในระยะแรก) พอแก้วตาเริ่มขุ่นก็จะทำให้การหักเหของแสงเปลี่ยนไป ผู้สูงอายุจึงกลับมาเป็นคนสายตาสั้นเมื่อแก่
ดังนั้นถ้าพบอาการเช่นนี้ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูว่าเริ่มเป็นต้อกระจกแล้วหรือไม่
ผู้ป่วยที่เป็นมาก ๆ อาจมีอาการปวดตาหรือปวดศีรษะร่วมด้วย อาการตามัวจะเริ่มเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ กินเวลาเป็นแรมเดือนแรมปี
จนในที่สุดเมื่อแก้วตาขุ่นขาวจนหมดหรือที่เรียกว่า "ต้อสุก" ก็จะมองไม่เห็น
(เห็นเป็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา) สำหรับในผู้สูงอายุมักจะเป็นต้อกระจกที่ตาทั้ง 2 ข้าง แต่จะสุกไม่พร้อมกัน

โรคต้อกระจก คือ ภาวะแก้วตาเสื่อม ซึ่งปรกติแก้วตาจะใส แต่แก้วตากลับขุ่น การที่แก้วตาที่ขุ่นลง   มีผลให้กำลังเกิดการขัดขวา...
28/06/2019

โรคต้อกระจก คือ ภาวะแก้วตาเสื่อม ซึ่งปรกติแก้วตาจะใส แต่แก้วตากลับขุ่น การที่แก้วตาที่ขุ่นลง มีผลให้กำลังเกิดการขัดขวางไม่ให้แสงเข้าตา การมองเห็นภาพไม่ชัด โรคต้อกระจกนี้ เป็นโรคทางตา ที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย
สนใจฟื้นฟู สอบถามโทร 0613831896

ที่อยู่

242สุวินทวงศ์แขวงแสนแสบมีนบุรี
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66613831896

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ดูแลดวงตาวีโว่bytickผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ดูแลดวงตาวีโว่bytick:

ทางลัด

แชร์