คุณ ยุ้ยดีบูนdboone yui2802

คุณ ยุ้ยดีบูนdboone yui2802 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คุณ ยุ้ยดีบูนdboone yui2802, วิตามิน/อาหารเสริม, ถ.สุวินทวงศ์ มีนบุรี, Bangkok.

 #รู้ก่อนป้องกันและฟื้นฟูได้ (มารู้จักโรคกระดูกสันหลังคอปวดอักเสบคืออะไร)? มีอาการปวดคอ บ่าไหล่มากกลางคืนนอนไม่ค่อยได้ ต...
05/01/2018

#รู้ก่อนป้องกันและฟื้นฟูได้ (มารู้จักโรคกระดูกสันหลังคอปวดอักเสบคืออะไร)?

มีอาการปวดคอ บ่าไหล่มากกลางคืนนอนไม่ค่อยได้ ตื่นเช้ามาปวดและมีการชาปลายนิ้วมือ มีปวดหัวมึนหัว

อ่านเพิ่มเติมด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ....ฝากกดแชร์..ให้เพื่อนได้อ่านนะคะ

โรคกระดูกสันหลังคอสื่อมคือ กระดูกสันหลังหดตัวเปลี่ยนรูปร่างและเป็นบ่อเกิดทำให้ท่อกระดูกสันหลังคอ เปลี่ยนรูปร่าง แคบลง ทำให้เกิดการกระตุ้นและกดทับบริเวณ....เส้นประสาทจึงทำให้เกิดโรคขึ้น

โรคกระดูกสันหลังคอมีอาการบ่งบอด คือ ปวดไหล่คอ มึนหัวปวดหัว แขนทั้งสองข้างชา เกร็งกล้ามเนื้อ ขาทั้งสองมีการกดทับและทำให้เดินไม่สะดวก รวมถึงแขนขาทั้งสี่มีอาการชา ปัสสาวะอุจจาระไม่เป็นปกติ ............

โรคกระดูกสันหลังคอมักพบในวัยกลางคนและผู้สูงอายุแต่เกิดขึ้นในบุคคลปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตและการขาดการดูแลป้องกัน บางครั้งตรวจพบเจ็บในวัยรุ่นและให้กลางคน และอัตราการพบโรคในเพศชายจะมากกว่าเพศหญิง

ประเภทของโรคกระดูกสันหลังคอมีอะไรบ้าง

โรคกระดูกสันหลังคอมีอาการบ่งบอกถึงบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการถูกเยื่อกดทับและน้ำหนักการกดทับนั้นมีความแตกต่างกัน อาการโรคกระดูกสันหลังคอสามารถแบ่งออกเป็นเช่นชนิดกดทับรากเส้นเส้นประสาท

ชนิดกดทับไขสันหลัง ชนิดกดทับเส้นประสาทสันหลัง และชนิดประสาทซิมพาเทติก ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคอสามารถพบลักษณะอาการตามประเภทและลักษณะแต่ละประเภทผสมกัน

โรคกระดูกสันหลังคอคืออะไร

1.อาการปวดเมื่อยเรื้อรัง: ศีรษะและลำคออยู่ในลักษณะท่าเดียวเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการต่อตัวของกระดูกเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อเส้นประสาทและหลอดเลือดส่วนหนึ่ง ซึ่งบ่อเกิดโรคกระดูกสันหลังคอ

2.แผลบาดเจ็บ ก่อนได้รับแผลบาดเจ็บ หากมีระดับกระดูกสันหลังคอที่ผิดปกติ จะส่งผลทำให้แผลบาดเจ็บนั้น ชักนำอาการของโรคกระดูกสันหลังคอได้อย่างชัดเจน

3.ลักษณะท่าทางไม่ดี ก้มหัวทำงาน ดูโทรทัศน์บนที่นอน หรืออ่านหนังสือในลักษณะท่าทางไม่ดีเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อคอมีอาการปวดเมื่อยเรื้อรังซึ่งง่ายต่อการได้รับความบาดเจ็บที่สันคอ

4.โครงสร้างกระดูกสันหลังคอพัฒนาการไม่เต็มที่ ต้นกำเนิดกระดูกสันหลังตีบและมีการเปลี่ยนแปลงหดตัวเป็นอาการเริ่มต้นของโรคกระดูกสันหลังคอเสื่อม ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังคอเสื่อมจากอาการนี้มากกว่าคนปกติประมาณหนึ่งเท่าตัว

อาการบ่งบอกโรคกระดูกสันหลังคอเสื่อม

1.คอและไหล่มีอาการปวดร้าว และลามไปยังศีรษะ ลำคอและแขนช่วงบน
2.ตะแคงข้างมีอาการหนักหน่วง แขนไม่มีแรง นิ้วมือมีอาการชา

3.ผิวแขนขาเหี่ยว ไม่มีแรงกำมือ
4.ขาไม่มีแรง เดินไม่ปกติ เท้าทั้งสองข้างมีอาการชา

5.ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะอุจจาระได้ ระบบทำงานไม่เป็นปกติ รวมถึงแขนขาอาจเป็นอัมพาตได้

6.ผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคอสื่อมบางรายมีอาการเวียนหัว อาการหนักก็อาเจียน

7.เมื่อผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลังคอเสื่อมมีอาการหนัก กดทับเส้นประสาท จะพบอาการปวดหัว ตาทั้งสองข้างบวมและแห้ง สายตาพร่ามัวสองบวมหรือแห้งหูอื้อและใจสั่น รวมถึงอาการท้องอืดและอาการอื่น ๆเป็นต้น

เป็นยังไงบ้างค่ะเมื่อได้อ่านแล้ว ตรงกับอาการของเราไหมค่ะ ถ้ามีอาการคล้ายๆแบบนี้แล้ว ปรึกษากับทางศูนย์เราได้เลยนะคะ เรามีทางออกด้วยการดูแลด้วยธรรมชาติ ปลอดภัยกับร่างกายค่ะ

ปรึกษา ฟรี..!! โทรเลย!!
💢สนใจติดต่อคุณ ยุ้ย 087-4004996

รู้ก่อน ! ป้องกัน !และฟื้นฟูได้ !(ปวดคอบ่าไหล่ สามารถฟื้นฟูได้)โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป...
03/01/2018

รู้ก่อน ! ป้องกัน !และฟื้นฟูได้ !(ปวดคอบ่าไหล่ สามารถฟื้นฟูได้)

โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเกิดจากการเสื่อมตามวัย หรือในบางรายก็เกิดจากวิถีชีวิตในการทำงาน เช่น งานที่ต้องเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา ช่างไฟ ช่างทาสี หรือในคนที่ชอบนำของหนักๆมาแบกไว้ที่ศีรษะก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคกระดูกคอเสื่อมได้เร็วขึ้น บางรายอายุ 35 ปีก็พบว่ามีสัญญาณของโรคกระดูกคอเสื่อมแล้วละครับ

สาเหตุ ของโรคกระดูกคอเสื่อม

- อายุมากกว่า 40 ปี
- ช้งานศีรษะในท่าก้ม เงย หรือหมุนคอบ่อยๆ
- อยู่ในอิริยาบทที่ไม่เหมาะสมเป้นเวลานานๆ เช่น ทำงานที่ต้องเงยหน้าต้างไว้นานๆเป้นประจำ

- เกิดอุบัติเหตุ เกิดการกระแทกที่กระดูกสันหลังโดยตรง
- การเล่นกีฬาที่มีการกระแทก การปะทะกันบ่อยๆ เช่น อเมริกันฟุตบอล หรือการเล่นโยคะในท่าหัวโหม่งพื้นนานๆ

อาการ ของโรคกระดูกคอเสื่อม

- โดยส่วนใหญ่แล้วมักไม่มีอาการปวดใดๆที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นกระดูกคอเสื่อม แต่จะมีอาการเมื่อยคอ เป็นๆหายๆมากกว่า
- ปวดคอเรื้อรัง ทานยาก็หายปวด เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาปวดใหม่ซํ้าแล้วซํ้าเล่า

- เมื่อเงยหน้าค้างไว้นานๆจะทำให้เกิดอาการปวดเพิ่มมากขึ้น บางรายมีอาการปวดร้าวลงสะบัก หรือมีอาการชาร้าวลงแขนร่วมด้วย

- รู้สึกแขนอ่อนแรง เมื่อเทียบกับข้างปกติ กำมือได้ไม่สุด ยกของหนักไม่ได้ เมื่อยกแล้วรู้สึกปวดตึงคอเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกระดูกงอกทับเส้นประสาท ทำให้การส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อมัดนั้นๆทำได้ไม่เต็มที่ และหากยังปล่อยทิ้งไว้จะพบว่าแขนข้างนั้นฟ่อลีบจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเลยละครับ (แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยก็ไม่ยอมให้ถึงขั้นฟ่อลีบหรอกครับ)

- ในรายที่กระดูกงอกทับเส้นประสาทนั้น จะทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนได้ไม่ดีดังเดิม เช่น การเขียนหนังสือ การเย็บผ้า การติดกระดุมเสื้อ เป็นต้น

- กล้ามเนื้อรอบๆคอ บ่า และสะบักเกิดการตึงตัว ในรายที่เป็นโรคคอเสื่อมมาระยะเวลานานแล้วไม่ได้เข้ารับการรักษาจะสังเกตุเห็นว่ากล้ามเนื้อบ่าตึงแข็งเป็นลำ เมื่อให้ยืนส่องกระจกจะพบว่าหัวไหล่ทั้ง 2 ข้างสูงตํ่าไม่เท่ากัน. ปรึกษาโทร คุณยุ้ย 087-4004996

รู้ก่อน !ป้องกัน !และฟื้นฟูได้  !(3 สัญญาณอันตรายเสี่ยง)) “ออฟฟิศซินโดรม”)ฝากกดแชร์ ด้วยนะคะโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syn...
12/12/2017

รู้ก่อน !ป้องกัน !และฟื้นฟูได้ !(3 สัญญาณอันตรายเสี่ยง)) “ออฟฟิศซินโดรม”)

ฝากกดแชร์ ด้วยนะคะ

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คืออะไร ?

เป็นภาวะที่มักพบมากในวัยทำงาน เนื่องจากการนั่งทำงานนานหลายชั่วโมง ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมากนัก รวมทั้งเคลื่อนไหวไม่ถูกลักษณะ เช่น นั่งหลังงอ เดินห่อไหล่ ไม่ยืดตัว เป็นระยะเวลานาน ทำให้เริ่มมีอาการเมื่อยตาม ไหล่ บ่า หลังและข้อมือ จนอาจกลายเป็นเรื้อรังได้

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน พวกโต๊ะ เก้าอี้ ก็มีผลต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมเช่นกัน เพราะบางทีความสูงของเก้าอี้และโต๊ะไม่เหมาะสมกัน โต๊ะสูงกว่าเก้าอี้นิดเดียว ทำให้ต้องนั่งก้มหลังงอทำงาน แค่คิดก็รู้สึกเมื่อยแล้ว ยิ่งต้องทำงานทุกวันล่ะก็ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม



3 สัญญาณเสี่ยงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม :



1. มือชา นิ้วล็อค เอ็นอักเสบ

เกิดจากการที่มือและนิ้วของเราอยู่ในลักษณะเดิมเป็นเวลานาน นั่นก็คือ การจับเมาส์ ในการทำงานหน้าจอแต่ละวันเราต้องนั่งทำอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะถึงพักเที่ยงหรือเลิกงาน ติดต่อกันทุกๆ วัน ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและเส้นเอ็นจนอักเสบ จึงเกิดอาการมือชา นิ้วล็อค เอ็นอักเสบขึ้นได้



2. ปวดหัวเรื้อรัง (ไมเกรน)

ชีวิตการทำงานย่อมไม่ได้ราบรื่นอยู่ตลอดเวลา อาจมีความเครียดเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจากงานหรือสภาพแวดล้อมความเครียดมีผลต่อไมเกรนอย่างมาก รวมทั้งเรื่องการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความร้อน แสงแดดและการขาดฮอร์โมนบางชนิด หากรู้สึกมีอาการปวดขมับด้านหน้าศีรษะแล้วละก็ รู้ไว้เลยว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนแล้วล่ะ



3. ปวดหลังเรื้อรัง

ถือเป็นปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าข้ออื่นๆ เพราะการนั่งทำงานนานๆ ย่อมทำให้เกิดอาการล้า เมื่อย จากตอนแรกที่นั่งตัวตรง หลังตรง เมื่อเวลาผ่านไป คุณอาจเริ่มงอหลังลงมาโดยไม่รู้ตัว และเมื่อนั่งหลังงอหลังค่อมเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันวันแล้ววันเล่า จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ สะบัก เกร็งอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง



อ่านจบแล้ว ใครที่มีอาการดังกล่าวควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เร็วเลยนะ ไม่งั้นคงต้องทนทรมานกับเจ้าโรคออฟฟิศซินโดรมนี้ไปอีกนาน พยายามอย่าเครียด จัดที่นั่งให้เหมาะสม ลุกออกไปเคลื่อนไหวร่างกายทุกๆ 1-2 ชั่วโมง หากทำได้ตามนี้น่าจะพอช่วยเลี่ยงไม่ให้เจ้าโรคนี้มากล้ำกรายได้มากเลยทีเดียว
:ยินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ
ลูกค้าสามารถเพิ่มเพื่อน Line @ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้ทันที https://line.me/R/ti/p/%40ghg4648j
เพื่อรับข้อมูล
คุณประภาพันธ์ ( ยุ้ย )
โทร 087 4004996

 #รู้ก่อน !ป้องกัน !และฟื้นฟูได้ !  (สัญญาณอันตราย สมอง ตีบ ตัน แตก)เส้นเลือดในสมองตีบ คือหนึ่งในโรคหลอดเลือดสมองที่พบมา...
26/10/2017

#รู้ก่อน !ป้องกัน !และฟื้นฟูได้ ! (สัญญาณอันตราย สมอง ตีบ ตัน แตก)

เส้นเลือดในสมองตีบ คือหนึ่งในโรคหลอดเลือดสมองที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ เป็นโรคแฝงที่มักจะไม่ค่อยแสดงอาการในระยะเริ่มต้น

ส่วนใหญ่มักพบในช่วงอายุ 40 ปี และวัยผู้สูงอายุและจากรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบันทำให้อุบัติการณ์ของการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองตีบนั้นมีผู้ป่วยรายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกๆปี

ผลกระทบจากเส้นเลือดในสมองตีบ

เส้นเลือดในสมองนั้นมีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ มากมายที่กระจายไปเลี้ยงสมอง โดยจะทำการแลกเปลี่ยนอ็อกซิเจนและกลูโคส

หากเส้นเลือดในสมองตีบ อุดตัน หรือเส้นเลือดในสมองแตก จะทำให้สมองในบริเวณนั้นเกิดภาวะสมองขาดเลือด ซึ่งจะส่งผลทำให้สมองสูญเสียการทำงาน และอาจจส่งผลกระทบดังต่อไปนี้

– หากได้รับการรักษา 1 ใน 4 ของผู้ป่วยอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

– ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้พิการถาวร และส่วนใหญ่มักจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

– ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดในสมองตีบทางด้านซ้ายที่มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ของร่างกายทางด้านขวา มีปัญหาในการพูด
มีแนวโน้มของภาวะซึมเศร้าสูง ทำให้หมดกำลังใจในการฟื้นฟูม

สาเหตุของเส้นเลือดในสมองตีบ

– เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ ที่ผนังหลอดเลือดมีความหนามากขึ้น

– เกิดจากการอุดตันของชั้นไขมันเข้าไปแทรก หรือมีไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง
ทำให้การไหลเวียนของเลือดแรงขึ้น ซึ่งบางครั้งกระแสเลือดอาจพัดพาไขมันที่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือดไปอุดตันที่เส้นเลือดส่วนปลาย

ปัจจัยเสี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองตีบ

– โรคความดันโลหิตสูง

– โรคเบาหวาน

– โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

– การสูบบุหรี่

– มีไขมันในเลือดสูง

– พฤติกรรมการรับประทานอาหารรสหวานจัด และไขมันสูง

การผ่าตัดรักษาโรคเส้นเลือดในสมองตีบมี 2 วิธี คือ

1. การใส่บอลลูนเพื่อถ่างขยายหลอดเลือด และป้องกันไม่ให้หลอดเลือดกลับมาตีบซ้ำ

2. การผ่าตัดเพื่อลอกชั้นไขมันที่เกาะตัวหนาอยู่ที่ผนังหลอดเลือดออกมา

นอกจาการรักษาโดยการผ่าตัดแล้วจะต้องมีการรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วยได้แก่

1. การให้ยาต้านเกล็ดเลือด

2. การรักษาโรคประจำตัวพื้นฐานที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ

3. การทำกายภาพบำบัด เพื่อเป็นการฟื้นฟูเนื้อสมองที่เกิดความเสียหายรวมถึงการทำงานของระบบประสาทและยังเป็นการสภาพร่างกายในกรณีที่เป็นอัมพาต

การป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบ

เนื่องจากโรคเส้นเลือดในสมองตีบนั้นมักจะไม่แสดงอาการหรือส่งสัญญาณ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจ

สุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาโรคที่มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองตีบมากน้อยเพียงใด และปฏิบัติ

ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกัน และหลีกเลี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองตีบ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่

ผู้สูงอายุ คนอ้วน โดยเฉพาะภาวะอ้วนลงพุง ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอด

เลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

นอกจากนี้การป้องกันโรคหลอดเลือดในสมองตีบยังรวมถึงการปฏิบัติดังต่อไปนี้

– การปรับอารมณ์ให้อารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่เครียดจนเกินไป

– เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ไขมันต่ำ โดยเฉพาะไขมันสัตว์ที่ควรหลีกเลี่ยง

– การออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ

– การดูแลรักษา และควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ให้อยู่ในภาวะ

ปกติ ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของเส้นเลือดในสมองตีบได้เป็นอย่างมาก

อาการโรคเส้นเลือดในสมองตีบ

– มีอาการปวดหัว มึนหัว

– มุมปากเบี้ยวด้านในด้านหนึ่ง (สมองจะควบคุมการทำงานของฝั่งตรงข้าม เช่น เส้นเลือดในสมองตีบด้านซ้ายจะส่งผลกระทบต่อร่างกายฝั่งขวา)

– มีปัญหาในการพูด เช่น พูดไม่ชัด พูดลำบาก พูดช้า พูดไม่ออก

– มีภาวะสมองเสื่อม

– ตาพร่ามัวร่วมกับอาการเดินเซ

– ตามองไม่เห็นชั่วขณะ

– อาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีอาการอ่อนแรง

– อาการชาครึ่งซีก

– ฟังไม่รู้เรื่อง

– หากเส้นเลือดในสมองตีบทางด้านซ้าย จะทำให้มีปัญหาในการพูด หรือพูดไม่ได้เลย เนื่องจากสมองด้านซ้ายจะมีศูนย์การพูดซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะของสมอง ทำหน้าที่ควบคุมการพูดอยู่ทางด้านซ้ายของสมองเหนือขมับขึ้นมาเล็กน้อย. :ยินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ
ลูกค้าสามารถเพิ่มเพื่อน Line @ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้ทันที https://line.me/R/ti/p/%40ghg4648j
เพื่อรับข้อมูล
คุณประภาพันธ์ ( ยุ้ย )
โทร 087 4004996

 #รู้ก่อนป้องกันได้   โรครองช้ำ ปวดส้นเท้า ทรมานกว่าที่คุณคิดอาการปวดส้นอาจถูกมองว่าเป็นอาการเจ็บปวดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นห...
08/10/2017

#รู้ก่อนป้องกันได้ โรครองช้ำ ปวดส้นเท้า ทรมานกว่าที่คุณคิด

อาการปวดส้นอาจถูกมองว่าเป็นอาการเจ็บปวดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหลังจากใช้งานเท้าอย่างหนัก ไม่ว่าจะเดินมาก วิ่งมาก หรืออาจจะเพราะน้ำหนักตัว หรือรองเท้าที่สวมใส่ แต่จริงๆ แล้ว อาการปวดส้นเท้าอาจเป็นอาการของ “โรครองช้ำ” ที่สร้างปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาเหล่านั้นก็เป็นได้


โรครองช้ำ คืออะไร?

โรครองช้ำ หรือ โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เป็นโรคที่มีอาการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดที่ส้นเท้ามากเป็นพิเศษ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานเท้าหนักมากก็ตาม


โรครองช้ำ มีสาเหตุมาจากอะไร?

- ส้นเท้ารับน้ำหนักมากเป็นเวลานาน อาจพบในบุคคลที่ต้องยืนทำงานนานๆ ตลอดทั้งวัน

- น้ำหนักตัวมาก อ้วน เป็นสาเหตุทำให้เท้ารับน้ำหนักมากเกินไป

- สวมรองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การรับน้ำหนักของเท้าไม่สมดุล

- ใช้เท้าทำกิจกรรมที่แตกต่างไปจากเดิมกะทันหัน เช่น เปลี่ยนที่วิ่งจากสนามหญ้าเป็นพื้นคอนกรีต หรือเพิ่มระยะทางในการวิ่ง

- เอ็นร้อยหวายยึด เลยทำให้ส้นเท้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

- เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือข้อสันหลังอักเสบ อาจทำให้เกิดการอักเสบที่เส้นเอ็นจุดใดจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับกระดูก จนอาจเกิดเป็นพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้

- โครงสร้างทางร่างกาย โดยอาจมีเท้าแบน อุ้งเท้าโก่ง เส้นเอ็นยึดน่อง ทำให้ไม่สามรถเคลื่อนไหวข้อเท้าได้ตามปกติ

โรครองช้ำ มีอาการอย่างไร

คนที่เป็นโรครองช้ำ จะมีอาการเจ็บส้นเท้าก่อน และอาจลามปวดไปทั้งฝ่าเท้า หรืออุ้งเท้า มีทั้งปวดจิ๊ดๆ หรือปวดแสบๆ โดยจะค่อยๆ เจ็บปวกทีละนิด จนคิดว่าว่าอีกเดี๋ยวก็หาย แต่จะมีอาการปวดเรื่อยๆ บ่อยๆ และข้อสังเกตคือ ส้นเท้าจะปวดมากเมื่อสัมผัสกับพื้นครั้งแรกของวัน หรือหลังตื่นนอน และหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน หรืออาจปวดมากเมื่อต้องเท้าต้องรับน้ำหนักเป็นเวลานานๆ เช่น ยืน หรือเดินทำงานทั้งวัน


โรครองช้ำ มีวิธีรักษาอย่างไร?

แพทย์อาจสั่งยาต้านอาการอักเสบ ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับกระดูก เช่น อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้าด้านใน อุปกรณ์รองรับส้นเท้า หรืออาจจะทำกายภาพบำบัด ในรายที่จำเป็นจริงๆ และวิธีทั้งหมดไม่ได้ผล แพทย์อาจฉีดสเตียรอยด์ แต่ไม่นิยม เพราะใช้เวลานานกว่า 18 เดือนถึงจะหายขาด และอาจมีอาการปวดซ้ำได้อีกในอนาคต


หากมีอาการปวดส้นเท้าบ่อยๆ หรือปวดมากเป็นพิเศษหลังตื่นนอน หลังนั่งพักนานๆ ลองพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจโดยละเอียดนะคะ แม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็รบกวนการดำเนินชีวิตมากพอสมควรเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก รพ. บำรุงราษฎร์
ภาพประกอบจาก istockphoto

 #รู้ก่อนป้องกันได้   โรคหอบหืดคือโรคของหลอดลม ที่มีการอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ โดยเมื่อได้รับสารระคายเคือง เยื่อบุผนังห...
01/10/2017

#รู้ก่อนป้องกันได้

โรคหอบหืด

คือโรคของหลอดลม ที่มีการอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้

โดยเมื่อได้รับสารระคายเคือง เยื่อบุผนังหลอดลมจะมีการหนาตัว

เกิดภาวะหลอดลมตีบตัน กล้ามเนื้อหลอดลมมีการหดเกร็งตัว ทำให้มีอาการหายใจลำบาก ไอแห้งๆ แน่นหน้าอก

ไอตอนกลางคืน หายใจสั้น และหายใจมีเสียงหวีด ปัจจัยเสี่ยงของโรคหอบหืดคือ

พันธุกรรม มลพิษ การติดเชื้อ สัตว์เลี้ยง ฝุ่น และอาหารขยะ

การดูแลตัวเองที่ถูกต้องคือควรหมั่นออกกำลังกาย

และใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้อาการแย่ลง เช่น บุหรี่ สุรา และของมึนเมาต่างๆ เป็นต้น

-----------------------
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.คุณยุ้ย087-4004996

 #รู้ก่อนป้องกันได้   สาเหตุของโรค - ทำงานที่ต้องนั่งเป็นเวลานาน เช่น ขับรถเกิน 4 ช.ม.ติดต่อกัน, นั่งทำงานในท่าเดิมๆนานๆ...
23/09/2017

#รู้ก่อนป้องกันได้ สาเหตุของโรค - ทำงานที่ต้องนั่งเป็นเวลานาน เช่น ขับรถเกิน 4 ช.ม.ติดต่อกัน,

นั่งทำงานในท่าเดิมๆนานๆ - เคยมีประวัติตั้งครรภ์เพราะ

ขณะที่ผู้หญิงตั้งครรภ์สะโพกจะขยายตัวเส้นเอ็นที่เคยมีความแข็งแรงกระชับก็อ่อนตัวลงจนทำให้ข้อสะโพกมีความมั่นคงน้อยลงและง่ายก็การเกิดอาการปวด

- เคยประสบอุบัติเหตุที่สะโพก โดยตรง เช่น ล้มก้นกระแทก, อุบัติเหตุทางรถยนต

์ - ชอบนั่งไขว้ห้างเป็นประจำ - ชอบบิดตัวให้กระดูกดังกร๊อบๆ เป็นนิสัยการทำแบบนี้เป็นประจำจะทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อหลวมและมีความมั่นคงน้อยลง จึงง่ายต่อการเกิดอาการปวด

- เล่นกีฬาที่ต้อง เหวี่ยง ขว้าง หรือเตะอย่างแรงโดยใช้แขนหรือขาข้างนั้นเป็นประจำ
:ยินดีให้คำปรึกษาฟรีค่ะ
ลูกค้าสามารถเพิ่มเพื่อน Line @ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้ทันที https://line.me/R/ti/p/%40ghg4648j
เพื่อรับข้อมูล
คุณประภาพันธ์ ( ยุ้ย )
โทร 087 4004996

1 โรคกระดูกทับเส้นประสาทหรือโรคหมอนรองทับเส้นประสาท ปวดร้าวลงขา ชาลงผ่าเท้า หายใจแทบไม่ได้ เดินต่อไม่ไหว อยู่ท่าไหนก็ปวด...
21/09/2017

1 โรคกระดูกทับเส้นประสาทหรือโรคหมอนรองทับเส้นประสาท
ปวดร้าวลงขา ชาลงผ่าเท้า หายใจแทบไม่ได้ เดินต่อไม่ไหว อยู่ท่าไหนก็ปวด
อาการนี้ฟื้นฟูได้
ปรึกษาเราฟรี คุณยุ้ย 087-4004996

ที่อยู่

ถ.สุวินทวงศ์ มีนบุรี
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

0874004996

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คุณ ยุ้ยดีบูนdboone yui2802ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คุณ ยุ้ยดีบูนdboone yui2802:

ทางลัด

แชร์