04/08/2026
อะไรยังไง
มาดูกันไหมว่าเงิน #สปสช หายไปไหน ?!
มีใครเคยใช้บริการ "สายด่วนเลิกบุหรี่" ไหมครับ
เริ่มต้นในปี 2550 มีข้อตกลงจัดตั้ง "ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ" โดยความร่วมมือระหว่างสามหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, สสส. , สปสช.
เริ่มให้บริการในเดือน มกราคม พ.ศ. 2552
นพ. ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดทิศทางของศูนย์บริการเลิกบุหรี่
และในปี 2552 นั้น
นพ. วิชัย โชควิวัฒน ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งพร้อมกัน ได้แก่
รองประธานกรรมการ สสส. คนที่สอง
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ทางเลือก สปสช.
โดยในปี 2551 นพ.วิชัย ได้จดทะเบียนจัดตั้ง "มูลนิธิสร้างสุขไทย" และเป็นประธานกรรมการมูลนิธิ
เมื่อมาถึงปี 2552 ได้มีการมอบหมายให้ มูลนิธิสร้างสุขไทย กำกับดูแลสายด่วนเลิกบุหรี่
ในปีงบประมาณ 2567 คณะกรรมการ สปสช. ได้อนุมัติให้ สายด่วนเลิกบุหรี่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ และให้เบิกค่าบริการ 50 บาทต่อครั้ง
แต่.... ข้อมูลการจ่ายเงินของ สปสช. ได้จ่ายเงินให้ มูลนิธิสร้างสุขไทย สำหรับบริการสายด่วนเลิกบุหรี่ ปีละ 11 ล้านกว่าบาท โดยเป็นการโอนเงินให้ในอัตราเดียวกันทุกปีงบประมาณ ซึ่งขัดแย้งกับหลักการจ่ายเงินค่าบริการที่ควรเป็นการจ่ายค่าบริการรายครั้ง !!!
และ ก่อนที่จะบรรจุให้สายด่วนเลิกบุหรี่อยู่ในสิทธิบัตรทอง
โครงการของสายด่วนนี้ได้รับเงินมาจาก สสส. ต่อเนื่อง
ที่ทับซ้อนกันแบบมีหลักฐานที่สืบหาได้ ปรากฏชัดว่า ปีงบประมาณ 2567
มูลนิธิสร้างสุขไทย ได้เงินจากสองแหล่ง รวม 23,710,286 บาท
สสส. 12,334,246 บาท
สปสช. 11,376,000 บาท
ถ้าเชื่อตัวเลขตามรายงานประจำปีของ สปสช. ซึ่งใช้ตัวเลขรายงานจากสายด่วนเลิกบุหรี่ ว่ามีการให้คำปรึกษา 48,672 สาย
แสดงว่า.... เราจ่ายค่าให้บริการรวมต่อสาย 487.14 บาท !!!!!!!
นี่ยังมีข้อมูลที่พบว่า การอนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการนี้ของ สสส. เมื่อ 13 มกราคม 2566 พบเอกสารว่า นพ. ศิริวัฒน์ เป็นรองประธานกรรมการมูลนิธิสร้างสุขไทย
ในขณะที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ร่วมพิจารณาอนุมัติโครงการนี้ด้วย !!!!!
กับหน่วยงาน กับบริการแบบนี้ สปสช. จ่ายให้ไม่อั้น
แต่กับ รพ. ได้รับเงินแบบต่ำกว่าทุน หักแล้วหักอีกตลอด