ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrin

ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrin A medical music therapist with a master's degree and certification in NMT no. 5344 A Trained Music Therapist, Thailand

🎼 I NEED YOUR SUPPORT 🎼(English below)ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาซอฟแวร์ดนตรีบำบัดทางการแพทย์ ด้วยการทดสอบความง่ายการใช้...
17/08/2026

🎼 I NEED YOUR SUPPORT 🎼
(English below)

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาซอฟแวร์ดนตรีบำบัดทางการแพทย์ ด้วยการทดสอบความง่ายการใช้งาน "YourTUNE" web application พัฒนาขึ้นโดยนักดนตรีบำบัด จากภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ละทีม innovation developer จากหลายสาขา

โครงการภายใต้กองทุน Innavation Fund โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล

ผลการทดสอบที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้พัฒนาในการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ในทางการแพทย์ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การเข้าถึงการดูแลรักษาโรคทางสมองมีความเป็นไปได้มากขึ้น

✅🎵 https://forms.gle/j7cR62cv8Ywv9tQs5

ขอบคุณค่ะ (ไหว้ย่อ)
Mayrin, NMT

———————-

Hi, my colleague. I NEED YOUR SUPPORT

I would like to invite you all to be part of the development of medical music therapy software by participating in the usability testing of the "YourTUNE" web application.

YourTUNE was developed by me, Mayrin, a music therapist from the Department of Family Medicine, Faculty of Medicine, Ramathibodi Hospital, Mahidol University, together with my expert innovation developers.

This project is supported by the Innovation Fund of the Institute for Technology and Innovation Management (iNT), Mahidol University, Thailand.

I wish I will be get supporting from you because the results of this usability testing will provide beneficial insights for further development of music-based Software as a Medical Device (SaMD), which may contribute to improving access to care for people with neurological disease.

Thank you for your support.

With appreciation,
Mayrin, NMT

กลับมาแล้วจร้าาาาาาา FC!!!!Music Therapy Digital Innovation ที่เมพัฒนาร่วมกับทีมได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในงาน 18th World ...
17/08/2026

กลับมาแล้วจร้าาาาาาา FC!!!!

Music Therapy Digital Innovation ที่เมพัฒนาร่วมกับทีมได้รับคัดเลือกให้นำเสนอในงาน 18th World Congress of Music Therapy เลยได้รับบทเป็น presenter season 2 ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้มีชื่อคนเดียวแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นชื่อแรกนั่นแหละ และเป็นที่น่าปลื้มใจที่ได้ทำงานร่วมกับคนอีก 3 สาขาที่ต่างกันคนละโลก ขอบคุณทุกคนที่ร่วมทางกันมาและกำลังจะไปต่อ
ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่ “ไม่ได้ตั้งใจ” ว่าจะมาไกลขนาดนี้

presenter รอบนี้ feeling energy แตกต่างมากจากครั้งที่แล้ว ฉันชิว ไม่กังวล พูดไปเรื่อย ๆ ตามสคิป เชื่อมั่นในคุณค่าของาน เบิกบานที่ได้ชื่นชมผลงานคนอื่น

ไปครั้งนี้เปิด skill extrovert ได้เพื่อนมาเพียบ โดยเฉพาะกลุ่มวิศวกร และนักประสาทวิทยาดนตรีบำบัด และส่วนใหญ่เดินมาหาฉันนะ ฉันไม่ได้ไปหาเอง คงเพราะเราพูดภาษาเดียวกัน feeling like อยู่ในหนัง Harry Potter ที่ค้นเจอคนพ่อมดแม่มดในบรรดา No-Maj

รอบนี้ได้บรรยายวันสุดท้ายของการจัดงาน ก็คิดว่าคนจะหนีกลับหมด เปล่าเลย MT นี้รักสนุก รักการอยู่ด้วยกันแหละ 3 ปีเจอกันที ข้ามโลกมาเจอกัน คนเต็ม hall!!!!

Italy รอบนี้ไม่ได้หวังว่าจะดี ก็เลยดีกว่าที่หวัง เพราะสภาพอากาศที่ร้อน และไม่ได้เป็นประเทศที่ฉันเข้าใจ เข้าถึง หรืออยากไปมาก่อนสักเท่าไหร่ Feeling like ไปทำงานแล้วได้ความเบิกบานเป็นของแถม

เอาจริงของแถมก็เยอะอยู่นอกจากเงินทุนและ ​free visa ที่เป็น packet มาจาก official passport ก็ความน่ารักแบบบ้านพี่เมืองน้องของคนที่นี่แหละ รวมทั้งการได้เจอมิตภาพระหว่างเดินทางก็ถือเป็นรางวัล

การออกไปเที่ยวคือการเรียนรู้ในทุกมิติ คนคือครูประสบการร์ของเขาหรือบทเรียน สถานที่คือครู เหตุการณ์คือบทเรียน….สื่งที่ได้เรียนรู้จาก Italy รอบนี้คือ

“เวลานี้มีแค่เวลาเดียว” ทุกครั้งที่ออกเดินทางทำให้ “หายโง่” ได้จริง ๆ การเดินทางเป็นวิธีการสลาย “อีโก้” คนได้อย่างแยบยล

Next station Finland
ปล. รูปแคปมาจากวีดีโอ

See less

Update นิยามดนตรีบำบัดภาษาไทยค่ะไว้มีเวลามาแกะแต่ละประโยคให้ฟัง
08/08/2026

Update นิยามดนตรีบำบัดภาษาไทยค่ะ
ไว้มีเวลามาแกะแต่ละประโยคให้ฟัง

ทีมพัฒนานวัตกรรม  "YourFRIEND" ของเราที่ได้รับคัดเลือกภายใต้โครงการ MU Bluse Horizon เห็นปัญหาและมีใจในการพัฒนานวัตกรรม ...
07/08/2026

ทีมพัฒนานวัตกรรม "YourFRIEND" ของเราที่ได้รับคัดเลือกภายใต้โครงการ MU Bluse Horizon เห็นปัญหาและมีใจในการพัฒนานวัตกรรม #สุขภาพใจเพื่อนักศึกษา ที่กำลังอยู่ในช่วยเปลี่ยนผ่านของชีวิต ช่วงที่หลายคนอาจกำลังเผชิญความเครียดความกดดันในหลายทาง

นวัตกรรมนี้ตั้งใจทำเป็น Digital Platfrom ที่มุ่งเน้นการ "ป้องกันก่อนการเกิด" ปกป้องใจก่อนที่มันจะพังทลายลงไป

และวันนี้....โดยไม่ได้ตั้งใจ แบบสำรวจ เพื่อการพัฒนาวัตกรรมนี้ เสร็จพอดี
จึงอยากขอบริจาคน้ำใจจากทุกท่าน ทำแบบสำรวจเพื่อให้ "YourFRIEND" เป็นอีกหนึ่งด่านป้องกันก่อนสูญเสีย เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันหนึ่งคนที่ต้องสูญเสียด้วยเรื่องนี้จะเป็นคนที่เรารักไหม?

ร่วมทำแบบสำรวจได้ที่นี่
🤍 https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScbU5ANhkDDt7v93nYDPB5xFRsVOpmTYwYCPgHoI6rXdaqQRQ/viewform

Update
23/07/2026

Update

🎶 The World Federation of Music Therapy (WFMT) is pleased to share the revised definition of Music Therapy, developed through the work of the Working Group for Reviewing and Revising the Definition of Music Therapy during the 2023–2026 Council term.

This important milestone was announced during the General Business Meeting of the WFMT at the 18th World Congress of Music Therapy - Connecting Borders in Bologna, Italy (July 2026), marking a significant step in representing the evolution of our profession worldwide.

🌍 To make this definition increasingly accessible to the global music therapy community, new translations will be available over the coming week.

If you would like to contribute by providing a translation in your language, please send your proposal to: [email protected]

Together, we can support the dissemination and accessibility of music therapy knowledge across cultures and communities. 💙

20/07/2026

Curious about Music Therapy?

Join us for our popular Introduction to Music Therapy, designed to provide an overview of the fundamental principles and practices of Music Therapy in the UK: https://www.eventbrite.co.uk/e/introduction-to-music-therapy-tickets-1994543754060?

Led by a HCPC registered Music Therapist, this workshop will cover the basics of Music Therapy, including its history, how it provides benefits across the lifespan, and the different approaches and techniques used in therapy sessions.

The day will also offer ideas for next steps in becoming a Music Therapist - a solid foundation for further exploration, training and study.

03/07/2026

🎵✨ เปิดรับสมัครแล้ว! ✨🎵
การอบรมเชิงปฏิบัติการ ดนตรีเพื่อพัฒนาการเด็ก ตามแนวคิดคาร์ล ออร์ฟ
(Carl Orff Approach)

📅 วันที่ 27–28 สิงหาคม 2569
🕘 เวลา 09.00–16.00 น.
📍 ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารพิมล กลกิจ
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
🌟 สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

✅ เข้าใจแนวคิด Carl Orff Approach และการประยุกต์ใช้ในเด็ก
✅ ฝึกออกแบบกิจกรรมดนตรีสำหรับเด็กอย่างเป็นระบบ
✅ เรียนรู้ผ่าน Workshop และกรณีศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
✅ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สนใจด้านดนตรีเพื่อพัฒนาการเด็ก
✅ ได้รับประกาศนียบัตรหลังผ่านการอบรม

👥 เหมาะสำหรับ
• ครูและบุคลากรทางการศึกษา
• ผู้ดูแลเด็ก
• นักดนตรีบำบัด
• นักศึกษาด้านดนตรีบำบัด
• ผู้สนใจการใช้ดนตรีเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

💰 ค่าลงทะเบียน 2,000 บาท
🍱 รวมอาหารกลางวัน อาหารว่าง และเครื่องดื่ม
🎯 รับจำนวนจำกัดเพียง 25 ท่าน

🎓 วิทยากร
คุณจิรารัตน์ เอี่ยมเจริญ

📲 สมัครได้ที่ link ในคอมเมนส์ หรือ QR Code บนโปสเตอร์
กำหนดการ link ในคอมเมนส์

สอบถามเพิ่มเติม
📞 085-595-2615
📧 [email protected]

#ดนตรีบำบัด #ดนตรีเพื่อพัฒนาการเด็ก

สำหรับเด็กที่ไวต่อเสียงต้องใช้ดนตรีอย่างไร ครูปอมีคำตอบค่ะ
18/06/2026

สำหรับเด็กที่ไวต่อเสียงต้องใช้ดนตรีอย่างไร ครูปอมีคำตอบค่ะ

🎵ดนตรีบำบัดกับเด็กที่มีภาวะไวต่อเสียง 🔉🔇

Auditory Hypersensitivity คืออะไร และดนตรีบำบัดช่วยส่งเสริมได้อย่างไร

✨เด็กบางคนอาจร้องไห้ ปิดหู วิ่งหนี หรือมีท่าทีไม่สบายตัวเมื่อได้ยินเสียงที่คนทั่วไปมองว่า “ไม่ได้ดังมาก” เช่น เสียงเครื่องดูดฝุ่น เสียงเครื่องปั่น เสียงชักโครก เสียงคนพูดพร้อมกัน เสียงห้องเรียนที่วุ่นวาย หรือเสียงดนตรีบางประเภท

พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเด็ก “ดื้อ” “เอาแต่ใจ” หรือ “ไม่ให้ความร่วมมือ” เสมอไป แต่อาจเป็นการตอบสนองของร่างกายต่อเสียงที่มากเกินไปสำหรับระบบประสาทของเด็ก

📌ภาวะนี้เรียกว่า Auditory Hypersensitivity หรือ ภาวะไวต่อเสียงมากกว่าปกติ📌

⁉️Auditory Hypersensitivity คือภาวะที่เด็กมีการตอบสนองต่อเสียงมากกว่าที่คาดหมาย เสียงที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเสียงปกติ อาจทำให้เด็กรู้สึกตกใจ เครียด รำคาญ เจ็บหู หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยได้

เด็กที่มีภาวะไวต่อเสียงอาจไม่ได้ ✨“ไม่ชอบเสียง” ทุกชนิด แต่จะมีเสียงบางประเภทที่กระตุ้นให้เกิดความไม่สบายตัว ✨เช่น เสียงแหลม เสียงดังฉับพลัน เสียงซ้อนกันหลายแหล่ง หรือเสียงที่คาดเดาไม่ได้

ภาวะไวต่อเสียงพบได้บ่อยในเด็กที่มีความไวต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัส เช่น เด็กออทิสติก เด็กที่มี Sensory Processing Differences หรือเด็กที่มีความกังวลสูง แต่เด็กทั่วไปบางคนก็สามารถมีความไวต่อเสียงได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญคือ ผู้ใหญ่ควรเข้าใจว่า “การปิดหู” หรือ “การหนีเสียง” อาจเป็นวิธีที่เด็กใช้เพื่อปกป้องตัวเองจากภาวะ sensory overload ไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรถูกตำหนิทันที

✨อาการหรือพฤติกรรมที่ผู้ปกครองอาจสังเกตได้✨
เด็กที่ไวต่อเสียงอาจแสดงออกแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนแสดงออกชัดเจนมาก บางคนดูเหมือนนิ่ง แต่ภายในอาจกำลังเครียดหรือพยายามทนอยู่

ตัวอย่างพฤติกรรมที่พบได้ เช่น

✅เด็กปิดหูทันทีเมื่อมีเสียงดังหรือเสียงที่ไม่ชอบ
ร้องไห้ กรีดร้อง หรือวิ่งหนีออกจากสถานการณ์
✅ไม่อยากเข้าห้องน้ำสาธารณะ ห้าง ร้านอาหาร หรือสถานที่เสียงดัง
✅หงุดหงิดง่ายเมื่ออยู่ในห้องที่มีเสียงคนพูดพร้อมกัน
✅กลัวเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ไดร์เป่าผม เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น
✅ตกใจมากเมื่อมีเสียงดังแบบไม่ทันตั้งตัว
✅กลับมาบ้านแล้วดูเหนื่อยล้า งอแง หรือระเบิดอารมณ์หลังเจอเสียงรบกวนมาทั้งวัน
✅หลีกเลี่ยงกิจกรรมดนตรี งานโรงเรียน หรือกิจกรรมกลุ่ม เพราะควบคุมเสียงรอบตัวไม่ได้

🎵แล้วดนตรีบำบัดช่วยได้อย่างไร?🎵

หลายคนอาจสงสัยว่า “เด็กไวต่อเสียง แล้วทำไมถึงใช้ดนตรีบำบัด?”
คำตอบคือ ดนตรีบำบัดไม่ได้หมายถึงการเปิดเพลงดัง ๆ หรือให้เด็กทนฟังเสียงที่ไม่ชอบ แต่เป็นการใช้เสียงและดนตรีอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้การสังเกตและปรับระดับโดยนักดนตรีบำบัด

ในห้องดนตรีบำบัด เด็กจะได้ค่อย ๆ สร้างประสบการณ์กับเสียงในรูปแบบที่ปลอดภัย คาดเดาได้ และมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นรองรับ

เป้าหมายไม่ใช่การทำให้เด็ก “หายไวต่อเสียงทันที” แต่คือการช่วยให้เด็กค่อย ๆ รู้สึกปลอดภัยกับเสียงมากขึ้น เข้าใจเสียงมากขึ้น และสามารถกำกับอารมณ์ของตนเองเมื่อต้องเจอเสียงที่ท้าทายได้ดีขึ้น

📌แนวทางสำคัญของดนตรีบำบัดสำหรับเด็กที่ไวต่อเสียง
1. เริ่มจากเสียงที่นุ่ม เบา และคาดเดาได้
นักดนตรีบำบัดมักเริ่มจากเสียงที่อ่อนโยน ไม่ฉับพลัน และไม่ซับซ้อน เช่น เสียงร้องเบา ๆ เสียงกลองที่ตีช้า ๆ เสียงเครื่องดนตรีที่มีโทนนุ่ม หรือจังหวะที่สม่ำเสมอ
เสียงที่คาดเดาได้ช่วยให้เด็กเริ่มรู้สึกว่า “เสียงนี้ไม่น่ากลัว” และ “หนูพอจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”
สำหรับเด็กที่ไวต่อเสียงมาก อาจเริ่มจากความเงียบ การเคลื่อนไหว หรือการมองเครื่องดนตรีก่อนโดยยังไม่จำเป็นต้องเล่นเสียงทันที

2. ให้เด็กมีสิทธิ์เลือกและควบคุมเสียง

เด็กที่ไวต่อเสียงมักรู้สึกว่าเสียงรอบตัว “ควบคุมไม่ได้” เช่น เสียงในห้าง เสียงในโรงเรียน หรือเสียงจากคนอื่น การให้เด็กมีโอกาสเลือกเสียงเองจึงเป็นส่วนสำคัญมาก
ในกิจกรรมดนตรีบำบัด เด็กอาจได้เลือกว่าจะเล่นเครื่องดนตรีชิ้นไหน เล่นเบาหรือดัง เล่นเองหรือให้ผู้ใหญ่เล่น เล่นต่อหรือหยุด

เมื่อเด็กได้ควบคุมเสียงด้วยตนเอง เด็กจะค่อย ๆ เกิดความรู้สึกว่า “หนูจัดการกับเสียงได้” ซึ่งช่วยลดความกลัวและเพิ่มความมั่นใจในการเผชิญเสียง

3. ใช้โครงสร้างที่ชัดเจน เช่น เพลงเริ่มต้นและเพลงจบ
เด็กที่ไวต่อเสียงมักรู้สึกปลอดภัยขึ้นเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป นักดนตรีบำบัดจึงอาจใช้เพลงเริ่มต้น เพลงจบ หรือรูปแบบกิจกรรมที่มีลำดับชัดเจน
โครงสร้างที่คาดเดาได้ช่วยลดความกังวล และทำให้เด็กค่อย ๆ พร้อมรับประสบการณ์เสียงใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น

4. ค่อย ๆ เพิ่มประสบการณ์ทางเสียงทีละน้อย

ดนตรีบำบัดไม่ได้เร่งให้เด็กต้องทนเสียงดัง แต่ใช้หลักการค่อยเป็นค่อยไป เช่น เริ่มจากเสียงเบา เสียงสั้น เสียงเดียว แล้วจึงค่อยเพิ่มความหลากหลายเมื่อเด็กพร้อม
การเพิ่มเสียงทีละน้อยทำให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ว่าเสียงสามารถจบลงได้ ควบคุมได้ และไม่จำเป็นต้องน่ากลัวเสมอไป

5. ใช้ดนตรีเพื่อกำกับอารมณ์ ไม่ใช่บังคับให้ทนเสียง

หัวใจสำคัญของดนตรีบำบัดคือการช่วยให้เด็กกำกับอารมณ์และร่างกายของตนเองได้ดีขึ้น
เมื่อเด็กเริ่มเครียด นักดนตรีบำบัดอาจลดความดัง ลดความเร็ว ใช้เสียงต่ำ ใช้จังหวะช้าลง หรือกลับไปใช้เสียงที่เด็กคุ้นเคย เพื่อช่วยให้ระบบประสาทของเด็กกลับมาสงบ

ในบางกรณี ดนตรีอาจช่วยให้เด็กเรียนรู้คำหรือสัญญาณ เช่น “หยุด” “เบา ๆ” “อีกครั้ง” “ไม่เอา” หรือใช้ท่าทางแทนคำพูด เพื่อสื่อสารความต้องการของตนเองได้เหมาะสมขึ้น

✨สิ่งที่ผู้ปกครองสามารถช่วยได้ที่บ้าน✨

ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กได้โดยเริ่มจากการสังเกต ไม่รีบตัดสิน และค่อย ๆ สร้างความรู้สึกปลอดภัยกับเสียง

ลองสังเกตว่าเสียงแบบไหนที่ลูกไวเป็นพิเศษ เช่น เสียงดังฉับพลัน เสียงแหลม เสียงคนเยอะ หรือเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า จากนั้นเตรียมตัวล่วงหน้าเมื่อต้องเจอสถานการณ์เสียงดัง เช่น บอกลูกก่อน เปิดโอกาสให้พัก หรือเตรียมหูฟังลดเสียงหากจำเป็น

เวลาลูกปิดหูหรือร้องไห้ อาจพูดสั้น ๆ ว่า
“เสียงนี้ดังสำหรับหนูใช่ไหม”
“แม่เห็นว่าหนูตกใจ เดี๋ยวเราไปพักกันก่อน”
“หนูบอกได้นะว่าเบา ๆ หรือหยุด”

คำพูดที่ยอมรับความรู้สึกของเด็กจะช่วยให้เด็กรู้ว่าผู้ใหญ่เข้าใจเขา และทำให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้วิธีสื่อสารความไม่สบายตัวแทนการร้องไห้หรือหนีเพียงอย่างเดียว

❌สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง❌

ไม่ควรบังคับให้เด็กฟังเสียงดังเพื่อให้ “ชิน” ทันที เพราะอาจทำให้เด็กกลัวเสียงมากขึ้น
หรือไม่ควรพูดว่า “แค่นี้เอง ไม่เห็นดังเลย” เพราะแม้ผู้ใหญ่จะรู้สึกว่าไม่ดัง แต่สำหรับเด็ก เสียงนั้นอาจรุนแรงจริงในประสบการณ์ของเขา

ไม่ควรใช้เสียงเป็นการลงโทษ เช่น แกล้งเปิดเสียงที่เด็กกลัว หรือบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมเสียงดังโดยไม่มีทางเลือก เพราะอาจทำให้เด็กสูญเสียความไว้วางใจและเกิดความเครียดมากขึ้น

🎵เมื่อเด็กเริ่มรู้สึกว่าเสียงสามารถเป็นสิ่งที่ปลอดภัย สนุก และควบคุมได้ เด็กจะค่อย ๆ เปิดพื้นที่ให้กับการเรียนรู้ การสื่อสาร และความสัมพันธ์มากขึ้น✅

Muzikthera ให้บริการ
🎵ดนตรีบำบัด
🎵ดนตรีเพื่อพัฒนาการเด็ก
🎵workshop ดนตรีบำบัด
ทั้งในรูปแบบเดี่ยวและกลุ่ม ออกแบบกิจกรรมและการบำบัดโดยนักดนตรีบำบัดวิชาชีพ เพื่อส่งเสริม พัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ช่องทางการติดต่อ
LINE OA:
Facebook: Muzikthera ดนตรีเพื่อพัฒนาการเด็ก
#ดนตรีบำบัด #พัฒนาการเด็ก #เด็กที่มีความต้องการพิเศษ #เลี้ยงลูกเชิงบวก #เด็กเล็ก #สมาธิสั้น #พัฒนาการล่าช้า
_____________________________________________________________
อ้างอิง
Kirby, A. V., Bilder, D. A., Wiggins, L. D., Hughes, M. M., Davis, J., Hall-Lande, J. A., Lee, L.-C., McMahon, W. M., & Bakian, A. V. (2022). Sensory features in autism: Findings from a large population-based surveillance system. Autism Research, 15(4), 751–760.

Oldfield, A. (2003). Music therapy with children on the autistic spectrum: Approaches derived from clinical practice and research [Doctoral thesis, Anglia Polytechnic University].

Schaaf, R. C., & Mailloux, Z. (2015). Clinician’s guide for implementing Ayres Sensory Integration®: Promoting participation for children with autism. AOTA Press.

Tomchek, S. D., & Dunn, W. (2007). Sensory processing in children with and without autism: A comparative study using the Short Sensory Profile. American Journal of Occupational Therapy, 61(2), 190–200.

“วิถีของ loser” เมื่อคุณ (the winner) คือเส้นชัยของคนอื่นสิ่งที่ loser กลัวที่สุดไม่ใช่คุณ the winner ทั้งหลาย แต่คนที่เ...
18/05/2026

“วิถีของ loser” เมื่อคุณ (the winner) คือเส้นชัยของคนอื่น

สิ่งที่ loser กลัวที่สุดไม่ใช่คุณ the winner ทั้งหลาย แต่คนที่เขากลัวคือ “ตัวเขาเอง” ต่างหาก

การที่ loser มัก บ่น นินทา วิจารณ์ นั่นเป็นเพราะเรื่องของคนอื่นนั้นง่ายตัวเรื่องของตัวเองเสมอ ง่ายกว่าการมองเห็นและยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง หรือศักยภาพตามจริงที่ตนมี
การวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่คนอื่นทำนั้นจึงเป็นสิ่งง่ายกว่าการหันกลับไปขัดเกลาตัวเองเยอะมาก ๆ

เพราะ “กลัวที่จะยอมรับว่า นั่นคือเรื่องจริง” เรื่องจริงที่มีคนทำได้มากกว่า ดีกว่า ทำได้ก่อน ในสิ่งที่เขาก็กำลังพยายามเหมือนกัน ในขณะเดียวกันที่ก็หลงลืมไปว่านี่คือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ

จากการตั้งข้อสังเกต loser มักมองลบและเปรียบเทียบตัวเองกับ winner เสมอ เช่น มองว่าความพยายามกับผลลัพธ์ที่ตนเองได้มานั้น มันไม่ควรเป็นคนอื่นที่ได้มาในสิ่งเดียวกัน แต่ด้วยวิธีที่ดูเหมือนง่ายและสะดวกกว่า ในมโนภาพของ loser นี่คือเหตุผลว่าทำไม loser มักมาพร้อมกับความอิจฉาริษยา

ความ “อิจฉา” เป็นอารมณ์ตามปกติของมนุษย์ แต่….“ความริษยาคือด้านมืดของความอิจฉาที่ไม่อาจยอมรับความจริง” ว่ามีคนกำลังทำ ได้ เป็น ในสิ่งที่ตนก็ปรารถนา

นี่คือสัชาตญาณขั้นต่ำสุดของมนุษย์ มันคือ survival mode นั่นเพราะทรัพยากรส่วนใหญ่มักถูกคนโดดเด่นกว่าดึงเข้าหา เช่น โอกาสทางสังคม อาชีพ รายได้ การถูกยอมรับ ความรัก ความสนใจ และสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็น “อาหาร” ทางกาย ใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์ จึงเป็นธรรมดาที่มนุษย์จะยอมได้ยากหากมีสัตว์สายพันธ์ุเดียวกันกับตนกำลังมีส่วนแบ่งที่มากกว่า

ในขณะที่ the winner ทุกคนรู้ว่าการขัดเกลาตัวเองนั้น ใช้ความเพียร ใช้แรงกายแรงใจ สติปัญญา และความสร้างสรรค์แค่ไหน ที่จะริเริ่มกำหนดจุดมุ่งหมายที่จะไป จึงสามารถกลับมากำหนดคุณค่าที่ตัวเองพึงจะเป็นได้ นั่นเพราะ the winner มักเลือกมองโลกตามจริง มองไปจนเห็นความเป็นไปได้และสิ่งที่เป็นข้อจำกัดของตนเอง ทำให้ winner ประเมินตัวเองได้ดีกว่า เราจึงมีความพอใจได้ตามจริง และอุดมสมบูรณ์ทางจิตใจกว่า

The winner มีความอิจฉาเหมือนอย่างที่มนุษย์ทุกคนมี แต่จุดตัดระหว่างความอิจฉาของ the winner กับ loser คือ “การเข้าใจกฎเกณฑ์ธรรมชาติและการยอมรับความจริงนั้น” จุดมุ่งหมายเดียวของ winner จึงมักเป็นเส้นชัยและมาตรฐานที่เขากำหนดขึ้นได้เอง ไม่ขึ้นตรงกับใคร

แต่ loser นั้นตรงกันข้าม เพราะจุดมุ่งหมายเดียวของเขาคือ “คุณ” คุณคือเส้นชัยของเขา

คุณคือมาตรฐานและคุณค่าเดียวที่เขายึดถือ นั่นเพราะเขาได้ลืมตัวเองไปแล้ว เขาหลีกหนีความจริง หลีกหนีทั้งความดี และความไม่ดีของตนเอง ปิดหู ปิดตา สุดท้ายจึงไม่รู้ว่า ตัวเองเป็นใคร และจะเป็นใคร ดังนั้น การเป็นคุณ จึงเป็นเป้าหมายเดียวของ loser

จึงไม่แปลกเลยที่ทุกย่างก้าว ทุกการขยับขับเคลื่อนของคุณ มักทำให้ตัวตนของเขาสั่นคลอนเสมอ loser จะเริ่มวิ่งเมื่อ the winner วิ่ง หยุดเมื่อ the winner หยุด ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ loser มักอยู่ข้างหลัง winner เสมอ

สายลมที่ปะทะหน้า loser คือสายลมที่เกิดจากแรงส่งของคุณ
ความพยามของคุณน่าหลงไหล กลิ่นของมันหอม แล้วใครล่ะจะอดใจไหว ไม่วิ่งตามคุณไป

แต่ once เมื่อคุณหยุด loser ก็หยุด นั่นเพราะเขารู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะออกแรงวิ่งด้วยตนเอง และในเมื่อเป้าหมายหยุดเคลื่อนที่ แล้วจะมีประโยชน์อันใดที่เขาจะต้องออกแรงเองด้วยเล่า

แต่รู้ไหมมันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะแพ้หรือชนะใคร แต่มันสำคัญที่ว่าคุณรู้ไหมว่าเส้นชัยของคุณนั้นอยู่ตรงไหน เพราะจริง ๆ แล้วเราทุกคนล้านเป็นผู้กำหนดมันได้เองทั้งนั้น ว่าผลลัพธ์ในชีวิตปัจจุบันของเรากำลังบอกเราว่าเราเป็นผู้ชนะ หรือผู้แพ้ ในเส้นชัยของตัวเอง

เอาล่ะ มาพูดแบบโลกไม่สวย (แต่เราต้องสวย)

แน่นอนว่าเราหนีไม่พ้นแรงกดดันจากสังคม ความคาดหวัง และการรับรู้ต่อคุณค่าในตัวเอง รวมทั้ง survival mode และสัญชาตญาณการอยู่รอดทางสุขภาวะ เศรษฐกิจ และสังคม ดังนั้นเราเป็นได้ทั้ง the winner และ loser ในขณะเดียวกันนั่นแหละ แค่เราต้องรู้ว่าสนามไหนที่เราแข่งแล้วเป็นผู้แพ้ และสนามไหนที่เราแข่งแล้วเป็นผู้ชนะก็เท่านั้น

เหมือนที่เราอาจแข่งในสนามคนสวยแล้วแพ้ แต่ถ้าแข่งในสนามคนปากแจ๋วรับรองว่าเราจะเป็น the winner ได้แน่นอน

เจอกันที่เส้นชัย ของใครของมันนะคะ the winner

#คุณครูพี่เม

25/02/2026

🎵 Chula Music Therapy 2026 Open Lecture
Music Therapy for Chronic Lung Diseases (CLD)

We are pleased to invite you to a special three-hour workshop exploring music therapy approaches for individuals living with chronic lung diseases.

This workshop integrates theory, clinical reasoning, and experiential learning, offering both conceptual understanding and practical application.

In the first part of the session, we will examine the physiological, psychological, social, and spiritual impact of breathlessness. Using the Breathing, Thinking, and Functioning (BTF) model, participants will explore how normal reactions to dyspnoea can develop into self-perpetuating cycles that intensify distress, even when disease progression remains stable.

The second part of the workshop will focus on the design and demonstration of a specialised music therapy programme for individuals with CLD. Interventions to be explored include:

• Receptive music listening
• Guided imagery relaxation
• Music-assisted breathing
• Vocalisation

Attention will be given to mind-body awareness, pacing, safety, and cultural considerations in clinical practice.

📅 Monday, March 30, 2026
⏰ 9:00 AM – 12:00 PM
📍 Chumchuri 10 Building, Room 702, Chulalongkorn University
🎤 Speaker: Ms. Tammy Lim, Music Therapist, Assisi Hospice, Singapore
🗣 Workshop conducted in English
💰 No charge
📝 Registration required (limited seats available)
https://forms.gle/EKs8cbs6TFFE63U88

This workshop is suitable for music therapists, music therapy students, and health professionals interested in respiratory care, palliative care, and integrative approaches.

We warmly welcome you to join us for this meaningful learning experience.

📩 Contact: [email protected]

🔎 Search: “Chula Music Therapy”

Photo credits to : https://www.temasek.com.sg/en/news-and-resources/stories/community/songs-for-the-soul

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดนตรีบำบัดอย่างง่าย by Mayrinผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท