หมอพรรักษ์ ศรีพล Phornrak Sriphon

หมอพรรักษ์ ศรีพล Phornrak Sriphon หมอตาเฉพาะทางต้อหิน
-Glaucoma specialist | Board Certified ophthalmologist
-Marathoner PR 4.33
📍 : Bangkok | Chaiyaphum
☎️ : 0616392241
🆔 :

About Dr. Phornrak Sriphon
Board- Certified Ophthalmologist | Glaucoma Specialist

Dr. Phornrak Sriphon, M.D., is a dedicated ophthalmologist with over 10 years of expertise in glaucoma, cataract, pterygium, and eyelid surgery. With extensive training and a patient-centered approach, she is committed to delivering personalized care that enhances both vision and quality of life. Education and Training
Dr. Phornrak’s medical journey reflects a strong commitment to excellence and advanced learning:
*Medical Degree – Faculty of Medicine, Praboromarachnok Institute, Mahidol University, Bangkok, Thailand
*Residency in Ophthalmology – Srinagarind Hospital, Khon Kaen University, Khon Kaen, Thailand
*Clinical Glaucoma Fellowship – Srinagarind Hospital, Khon Kaen University
*Clinical Observerships:
*Glaucoma – Aravind Eye Hospital, Madurai, India (2017)
*Ophthalmology – Tufts University, Boston, USA (2014)

Specialized Training:
*Upper and Lower Eyelid Blepharoplasty – Regenburg Center, South Korea (2014); BN Plastic Surgery Center, South Korea (2017)
*Anti-aging and Regenerative Medicine – Mae Fah Luang University, Thailand (2016)

Research and Presentations
Dr. Phornrak has contributed to the advancement of ophthalmology through research and international presentations:
*Comparison of Dexamethasone and Loteprednol Etabonate on Epithelial Healing (2013) – Presented at the Royal College of Ophthalmologists of Thailand
Efficacy of Micropulse Transcleral Cyclophotocoagulation in Uncontrolled Glaucoma (2017) – Presented at the World Glaucoma Congress, Helsinki, Finland
*Prevalence and Factors Associated with Glaucomatous Blindness (2018–2019) – Published and presented internationally

Philosophy and Approach
Dr. Phornrak’s surgical philosophy prioritizes patient safety, professionalism, and personalized care. She employs the latest technological advancements and minimally invasive techniques to achieve optimal outcomes. Central to her approach is clear communication and patient education, empowering patients to make informed decisions with confidence. Key Areas of Expertise
*Glaucoma Surgery: Advanced techniques for effective intraocular pressure management and vision preservation
*Cataract Surgery: Innovative methods for restoring clear vision
*Eyelid Surgery: Functional and aesthetic upper and lower blepharoplasty procedures
*Pterygium Surgery: Modern solutions for corneal health and patient comfort

Professional Highlights
Dr. Phornrak currently serves patients in Bangkok and Chaiyaphum, Thailand. She is widely recognized for her compassionate care, meticulous attention to detail, and commitment to excellence. Her dedication to personalized care has earned her trust and praise from patients and colleagues alike.

พญ.พรรักษ์ ศรีพล จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านต้อหิน
ผ่าตัดตามากว่า 10 ปี สามารถผ่าตัดสลายต้อกระจก เปลี่ยนเลนส์ตาเทียมเพื่อแก้ไขสายตาและต้อกระจก, ผ่าตัดต้อหินแผลเล็ก, ผ่าตัดเปลือกตาโดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ และการผ่าตัดต้อเนื้อโดยเทคนิคกาวชีวภาพ ด้วยการฝึกฝนอย่างเข้มข้นและแนวทางการรักษาที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง มุ่งมั่นในการให้การดูแลแบบเฉพาะบุคคลเพื่อพัฒนาทั้งการมองเห็นและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

การศึกษาและการฝึกอบรม
-ปริญญาแพทยศาสตร์ – คณะแพทยศาสตร์, สถาบันพระบรมราชชนก, มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย
-การฝึกอบรมเฉพาะทางด้านจักษุวิทยา – โรงพยาบาลศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น, ประเทศไทย
-การฝึกอบรมเฉพาะทางด้านต้อหิน – โรงพยาบาลศรีนครินทร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น

หลักสูตรระยะสั้น:
-หลักสูตร Glaucoma Clinical Observerships– Aravind Eye Hospital, Madurai, อินเดีย (2017)
-หลักสูตร Clinical Observerships – Tufts University, Boston, สหรัฐอเมริกา (2014)

การฝึกอบรมพิเศษ:
-การผ่าตัดหนังตาบนและล่าง (Upper and Lower Eyelid Blepharoplasty) – Regenburg Center, เกาหลีใต้ (2014); BN Plastic Surgery Center, เกาหลีใต้ (2017)
-การแพทย์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-aging and Regenerative Medicine) – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, ประเทศไทย (2016)

​​งานวิจัยและการนำเสนอ
มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านจักษุวิทยาผ่านงานวิจัยและการนำเสนอในระดับนานาชาติ:
การเปรียบเทียบผลของ Dexamethasone และ Loteprednol Etabonate ต่อการหายของเซลล์ผิวตา (2013) – นำเสนอที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ประสิทธิภาพของ Micropulse Transcleral Cyclophotocoagulation ในผู้ป่วยต้อหินที่ควบคุมไม่ได้ (2017) – นำเสนอที่ World Glaucoma Congress, Helsinki, ฟินแลนด์
ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตาบอดจากต้อหิน (2018–2019) – ตีพิมพ์และนำเสนอในระดับนานาชาติ

​ปรัชญาและแนวทางการรักษา
ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลแบบเฉพาะบุคคล เธอใช้เทคโนโลยีล่าสุดและเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็กเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญในแนวทางของเธอคือการสื่อสารที่ชัดเจนและการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

การผ่าตัด Highlight
การผ่าตัดต้อหิน: การผ่าตัดต้อหินแผลเล็ก Microshunt
การผ่าตัดต้อกระจก: เปลี่ยนเลนส์ตาเทียมเพื่อแก้ไข สายตา สั้น ยาว เอียง และภาวะมองใกล้ไม่ชัด
การผ่าตัดหนังตา: การผ่าตัดหนังตาบนและล่างด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์
การผ่าตัดเนื้อ: ปลูกถ่ายกราฟด้วยเนื้อเยื่อรกแ ละเนื้อเยื่อบุตาตัวเองและใช้กาวชีวภาพ

ต้อลมรักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่?ต้อลม หรือ Pinguecula เป็นภาวะเสื่อมของเยื่อบุตาที่พบได้บ่อย โดยมักเห็นเป็นก้อนนูนสี...
15/09/2026

ต้อลมรักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดหรือไม่?
ต้อลม หรือ Pinguecula เป็นภาวะเสื่อมของเยื่อบุตาที่พบได้บ่อย โดยมักเห็นเป็นก้อนนูนสีขาว เหลือง หรือเทา บริเวณตาขาวใกล้กับขอบกระจกตา ต้อลมมักสัมพันธ์กับการสัมผัส แสงแดด รังสี UV ลม ฝุ่น และการระคายเคืองเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง
โดยทั่วไปต้อลมไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง และหลายคนแทบไม่มีอาการ แต่บางรายอาจมีอาการตาแห้ง แสบตา ระคายเคือง หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา

#วิธีรักษาต้อลม
1. ป้องกันไม่ให้ต้อลมระคายเคืองมากขึ้น
สิ่งสำคัญคือการลดการสัมผัส UV ลม และฝุ่น เช่น สวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UV สวมหมวกปีกกว้างเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง
หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน และลมโดยตรง
หากต้องทำงานกลางแจ้ง ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่เหมาะสม
การป้องกันช่วยลดการระคายเคืองและช่วยลดการสัมผัสรังสี UV ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดและการเปลี่ยนแปลงของต้อลม

2. ใช้น้ำตาเทียม
หากมีอาการตาแห้ง แสบตา หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม สามารถใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยลดอาการระคายเคืองได้ หากต้อลมเกิดการอักเสบ หรือเรียกว่า Pingueculitis จักษุแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาหยอดตาลดการอักเสบตามความเหมาะสม

ไม่ควรซื้อยาหยอดตาสเตียรอยด์มาใช้เอง เพราะยากลุ่มนี้ควรใช้ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เนื่องจากการใช้ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความดันตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นได้

3. การผ่าตัด
โดยทั่วไป ต้อลมไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
การผ่าตัดอาจพิจารณาในบางกรณี เช่น
มีอาการระคายเคืองเรื้อรังและการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่เพียงพอ ก้อนมีขนาดใหญ่หรือมีลักษณะผิดปกติ รบกวนการใส่คอนแทคเลนส์
มีเหตุผลด้านความสวยงามและผู้ป่วยต้องการนำก้อนออก

การผ่าตัดสามารถทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ โดยจักษุแพทย์จะนำเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออก และในบางเทคนิคอาจใช้เยื่อบุตาของผู้ป่วยเองมาปิดบริเวณที่ผ่าตัดหากก้อนมีลักษณะผิดปกติหรือมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นโรคอื่น จักษุแพทย์อาจพิจารณาส่งชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย
แล้วเลเซอร์รักษาต้อลมได้หรือไม่?
มีรายงานการใช้ Argon laser photocoagulation เพื่อรักษาต้อลมในบางกรณี โดยมีรายงานว่าสามารถใช้เพื่อปรับลักษณะของก้อนในด้านความสวยงามได้
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ ไม่ได้เป็นการรักษามาตรฐานที่จำเป็นสำหรับต้อลมทั่วไป และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีต้อลมทุกคนจำเป็นต้องใช้เลเซอร์
การเลือกวิธีรักษาควรพิจารณาจากลักษณะของก้อน อาการ ความต้องการของผู้ป่วย และการประเมินของจักษุแพทย์

สิ่งสำคัญที่ควรรู้
ต้อลมส่วนใหญ่ไม่อันตราย และไม่จำเป็นต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ถ้าก้อนมีลักษณะ โตเร็ว เปลี่ยนรูปร่าง มีเส้นเลือดผิดปกติ มีเลือดออก เจ็บมาก หรือมีลักษณะไม่เหมือนเดิม ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัด
โดยเฉพาะหากก้อนมีลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อที่เริ่มล้ำเข้าสู่กระจกตา อาจต้องแยกจาก ต้อเนื้อ (Pterygium) หรือรอยโรคของเยื่อบุตาชนิดอื่น ซึ่งมีแนวทางการประเมินและการรักษาที่แตกต่างกัน การวินิจฉัยที่ถูกต้องสำคัญกว่าการรักษาเพียงเพราะเห็นก้อนที่ตาขาว
#สรุป
ต้อลมส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
หากไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย การป้องกันแสง UV หลีกเลี่ยงฝุ่นและลม รวมถึงการใช้น้ำตาเทียมเมื่อมีอาการระคายเคือง มักเพียงพอ ส่วนการผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะบางกรณี เช่น มีอาการมาก รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น ก้อนมีลักษณะผิดปกติ หรือมีเหตุผลด้านความสวยงาม หากไม่แน่ใจว่าก้อนที่ตาขาวเป็น ต้อลม ต้อเนื้อ หรือความผิดปกติชนิดอื่น ควรให้จักษุแพทย์ตรวจเพื่อวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อนเลือกวิธีรักษา
-
Location
กทม. & ชัยภูมิ
-
Tel : +66616392241
Line :
Email : [email protected]
-
Disclaimer:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีปัญหาทางสายตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
#หมอพรรักษ์

14/09/2026

ลูทีนและซีแซนทีนเป็นสารที่พบในจอประสาทตา และมีงานวิจัยพบประโยชน์ต่อการมองเห็นบางด้าน
แต่สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือหน้าจอเป็นประจำ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าทุกคนจำเป็นต้องรับประทานเป็นอาหารเสริมค่ะ
#ใช้จอทุกวัน #ลูทีน #หมอพรรักษ์

12/09/2026

หลังผ่าต้อกระจกแล้วกลับมามองไม่ชัด ไม่ได้หมายความว่าต้อกระจกกลับมาเป็นใหม่ หรือจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำเสมอไป การรักษาและความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้การมองเห็นลดลง
#ต้อกระจก #ตามัวหลังผ่า #หมอพรรักษ์

ไฝที่ตาขาว ไม่ใช่ทุกจุดที่ควรเลเซอร์Conjunctival nevus หรือที่คนไข้มักเรียกว่า “ไฝที่ตาขาว” หรือ “ปื้นสีที่ตา” เป็นรอยโร...
11/09/2026

ไฝที่ตาขาว ไม่ใช่ทุกจุดที่ควรเลเซอร์
Conjunctival nevus หรือที่คนไข้มักเรียกว่า “ไฝที่ตาขาว” หรือ “ปื้นสีที่ตา” เป็นรอยโรคเม็ดสีของเยื่อบุตาที่โดยทั่วไปมีลักษณะไม่ร้าย และเป็นหนึ่งในรอยโรคเม็ดสีของเยื่อบุตาที่พบได้บ่อย
อย่างไรก็ตาม ไฝที่ตาไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทุกคน ทั้งตำแหน่ง สี ขนาด ความนูน ความลึก รวมถึงมีหรือไม่มีถุงน้ำและเส้นเลือดมาเลี้ยง
ดังนั้น ไม่ใช่ทุกจุดที่ควรเลเซอร์ และก่อนเลือกวิธีรักษาควรได้รับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ก่อน
ไฝที่ตาพบได้บริเวณไหนบ้าง?
Conjunctival nevus สามารถพบได้หลายตำแหน่ง เช่น
• บริเวณเยื่อบุตาขาว
• บริเวณหัวตา หรือ Caruncle
• รอยพับของเยื่อบุตา หรือ Plica
• บริเวณเยื่อบุตาด้านในเปลือกตา
• บริเวณใกล้ขอบกระจกตา (Limbus)
สีของรอยโรคอาจเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลอ่อน หรือแทบไม่มีสีเลย และบางรอยอาจมีถุงน้ำเล็ก ๆ หรือมีเส้นเลือดมาเลี้ยงร่วมด้วย
รายละเอียดเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและการประเมินว่ารอยโรคมีลักษณะเป็น Nevus ที่ไม่อันตราย หรือมีลักษณะที่ควรตรวจเพิ่มเติม
จำเป็นต้องรักษาไฝที่ตาทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป
Conjunctival nevus จำนวนมากสามารถเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีลักษณะคงที่และไม่พบสิ่งที่น่าสงสัย
แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเมื่อ
• รอยโรคมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสงสัย
• มีขนาดหรือความนูนเพิ่มขึ้น
• มีการเปลี่ยนแปลงของสี
• มีเส้นเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น
• รบกวนหรือระคายเคืองตา
• ผู้ป่วยมีความกังวลด้านความสวยงาม
อย่างไรก็ตาม หากรอยโรคมีลักษณะที่น่าสงสัยต่อมะเร็ง การรักษาไม่ควรเลือกจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดนำรอยโรคออกและส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
วิธีรักษามีอะไรบ้าง ?
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะและความน่าสงสัยของรอยโรค โดยวิธีที่อาจพิจารณา ได้แก่

1. การผ่าตัดนำรอยโรคออก
การผ่าตัดเหมาะกับรอยโรคบางประเภท โดยเฉพาะกรณีที่มีลักษณะผิดปกติ มีความสงสัยต่อเนื้องอก หรือเป็นรอยโรคที่ต้องการนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา
ข้อดีคือสามารถนำเนื้อเยื่อไปตรวจเพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้
อย่างไรก็ตาม อาจมีแผลหลังผ่าตัด ระยะพักฟื้น และในบางรายอาจเกิดแผลเป็นหรือความผิดปกติของเยื่อบุตาบริเวณที่ผ่าตัดได้

2. Argon laser photoablation
Argon laser photoablation เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ Conjunctival nevus บางชนิดที่ได้รับการประเมินแล้วว่าเป็นรอยโรคชนิดไม่ร้ายและมีลักษณะเหมาะสมกับเลเซอร์ โดยเฉพาะรอยโรคที่ค่อนข้างตื้นและมีเม็ดสี
ข้อดีคือสามารถทำโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลขนาดใหญ่และไม่ต้องเย็บแผลเหมือนการผ่าตัดบางรูปแบบ
แต่สิ่งสำคัญคือ เลเซอร์ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยได้ และไม่เหมาะกับไฝทุกชนิดหากมีความสงสัยว่าอาจเป็นรอยโรคที่มีความผิดปกติ การผ่าตัดนำชิ้นเนื้อไปตรวจอาจเหมาะสมกว่า เพราะการเลเซอร์จะทำลายเนื้อเยื่อและทำให้ไม่สามารถตรวจทางพยาธิวิทยาจากชิ้นเนื้อเดิมได้
ก่อนเลเซอร์ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
การตัดสินใจใช้เลเซอร์ไม่ได้ดูจาก “สีของไฝ” เพียงอย่างเดียว
แพทย์จะตรวจด้วย Slit lamp เพื่อประเมินรายละเอียดของรอยโรค เช่น
• ตำแหน่ง
• ขนาดและรูปร่าง
• แบนหรือนูน
• ลักษณะตื้นหรือลึก
• มีถุงน้ำหรือไม่
• มีเส้นเลือดมาเลี้ยงหรือไม่
• มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่
• มีลักษณะที่สงสัยต่อมะเร็งหรือไม่

ในบางกรณีอาจใช้การถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้เปรียบเทียบในการติดตาม หรืออาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น Anterior segment OCT หรือ Ultrasound ตามความเหมาะสม
จากข้อมูลทั้งหมด แพทย์จึงประเมินว่าเหมาะกับการ ติดตาม การเลเซอร์ หรือการผ่าตัด
ถ้าเป็นเคสที่เหมาะกับ Argon laser จะทำอย่างไร?
โดยทั่วไปแพทย์จะหยอดยาชาเฉพาะที่ก่อน จากนั้นจึงใช้ Argon laser รักษาเฉพาะบริเวณรอยโรคที่มีเม็ดสีงานวิจัยพบว่า Argon laser สามารถใช้รักษา Conjunctival nevus ที่มีลักษณะตื้นและไม่ร้ายได้ และในบางรายอาจต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะรอยโรคที่มีความนูนหรือมีลักษณะที่รักษาได้ยากกว่า หลังทำอาจมีอาการตาแดง ระคายเคือง หรือรู้สึกไม่สบายตาในช่วงแรก และควรใช้ยาหลังทำตามที่แพทย์สั่ง รวมถึงมาตรวจติดตามตามนัด
ผลการรักษาและการตอบสนองต่อเลเซอร์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
แล้วไฝแบบไหนที่ควรระวัง?
หากพบว่ารอยโรคมีลักษณะเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ เช่น
• ขนาดโตขึ้น
• สีเปลี่ยนแปลงชัดเจน
• มีความนูนเพิ่มขึ้น
• มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น
• มีลักษณะเป็นก้อนหรือปุ่มนูนผิดปกติ
• อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของ

Nevus เช่น บริเวณเยื่อบุตาด้านในเปลือกตา Plica หรือ Caruncle
ควรได้รับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพราะรอยโรคที่มีสีบนเยื่อบุตาไม่ได้มีเพียง Nevus เท่านั้น แต่อาจมีรอยโรคชนิดอื่น เช่น Primary acquired melanosis (PAM) หรือ Conjunctival melanoma ซึ่งมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน
โดยเฉพาะรอยโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงในผู้ใหญ่ หรือมีลักษณะเป็นก้อนนูนร่วมกับเส้นเลือดที่เด่นชัด ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดแล้วคนไข้ควรทำอย่างไร หากมีไฝหรือปื้นสีที่ตา?

สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งตัดสินใจเลเซอร์จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
เพราะรอยที่ดูคล้ายกันจากภายนอก อาจมีลักษณะทางการแพทย์แตกต่างกัน และวิธีรักษาที่เหมาะสมก็อาจแตกต่างกันด้วย
หากมีไฝหรือปื้นสีที่ตา โดยเฉพาะรอยที่เพิ่งสังเกตพบ มีการเปลี่ยนแปลงของขนาดหรือสี มีความนูนเพิ่มขึ้น หรือมีลักษณะที่แตกต่างจากเดิม ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ก่อนการตรวจให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นรอยโรคชนิดใด จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุด
หากมีไฝหรือปื้นสีที่ตา ควรให้จักษุแพทย์ตรวจประเมินก่อน เพื่อแยกโรคที่สำคัญและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละราย
-
Location
กทม. & ชัยภูมิ
Tel : +66616392241
Line :
Email : [email protected]
-
Disclaimer:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีปัญหาทางสายตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
#หมอพรรักษ์

10/09/2026

การผ่าตัดต้อเนื้อในปัจจุบันเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน และมักทำภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่
เป้าหมายของการผ่าตัดไม่ได้เป็นเพียงการนำต้อเนื้อออก แต่ยังรวมถึงการลดโอกาสกลับเป็นซ้ำและช่วยให้ผิวดวงตาฟื้นตัวได้ดีในระยะยาว
#ลอกต้อเนื้อ #ทำแบบนี้ #หมอพรรักษ์

กุ้งยิง (Hordeolum) จริง ๆ มีกี่แบบ หลายคนเข้าใจว่า กุ้งยิง เป็นโรคที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว กุ้...
09/09/2026

กุ้งยิง (Hordeolum) จริง ๆ มีกี่แบบ
หลายคนเข้าใจว่า กุ้งยิง เป็นโรคที่มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว กุ้งยิงมี 2 ชนิดหลัก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อของต่อมบริเวณเปลือกตาคนละตำแหน่ง และมีลักษณะอาการแตกต่างกัน
ทางการแพทย์ เราเรียกกุ้งยิงว่า Hordeolum เป็นการติดเชื้อเฉียบพลันของต่อมบริเวณเปลือกตา โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ External Hordeolum และ Internal Hordeolum
1. External Hordeolum (กุ้งยิงด้านนอก)
เกิดจากการติดเชื้อของต่อมบริเวณขอบเปลือกตา ได้แก่
ต่อม Zeis ซึ่งเป็นต่อมไขมันบริเวณโคนขนตา
-ต่อม Moll ซึ่งเป็นต่อมเหงื่อบริเวณขอบเปลือกตา
ลักษณะอาการ
-มีตุ่มแดงบริเวณขอบเปลือกตา
-เป็นก้อนตื้น มองเห็นได้ชัด
-อาจมีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองบริเวณโคนขนตา
-มีอาการเจ็บและกดเจ็บบริเวณก้อน
-กุ้งยิงชนิดนี้เป็นลักษณะที่หลายคนคุ้นเคย และมักสังเกตเห็นได้ง่ายจากภายนอก
2. Internal Hordeolum (กุ้งยิงด้านใน)
เกิดจากการติดเชื้อของ ต่อม Meibomian ซึ่งเป็นต่อมไขมันที่อยู่ภายในแผ่นเปลือกตา (Tarsal plate)
ลักษณะอาการ
-เปลือกตาบวมแดง
-คลำได้เป็นก้อนลึก
-มีอาการเจ็บและกดเจ็บ
-รู้สึกหนักตาหรือระคายเคือง
-อาจมองไม่เห็นหัวหนองจากภายนอก
-เมื่อแพทย์พลิกเปลือกตาตรวจ อาจพบจุดหนองบริเวณด้านในของเปลือกตา
เนื่องจากก้อนอยู่ลึก

#จำง่าย ๆ
External Hordeolum
-อยู่บริเวณขอบเปลือกตา
-มักเห็นก้อนหรือหัวหนองได้ชัด
-เกี่ยวข้องกับต่อม Zeis หรือ Moll
Internal Hordeolum
-อยู่ลึกภายในเปลือกตา
-เกี่ยวข้องกับต่อม Meibomian
-อาจเห็นก้อนหรือหนองจากด้านในเปลือกตา
-มักมีอาการบวมและเจ็บชัดเจน
หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดอะไรขึ้น
กุ้งยิงบางรายสามารถยุบได้เอง แต่หากการอักเสบไม่หายและยังมีก้อนหลงเหลืออยู่ อาจพัฒนาเป็น Chalazion หรือก้อนอักเสบเรื้อรังจากการอุดตันของต่อม Meibomian ได้
อย่างไรก็ตาม Hordeolum และ Chalazion เป็นคนละภาวะกัน โดยกุ้งยิงมีลักษณะเป็นการติดเชื้อเฉียบพลัน ส่วน Chalazion มักเกี่ยวข้องกับการอุดตันและการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา
การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความรุนแรง โดยอาจประกอบด้วย
-ประคบอุ่นอย่างถูกวิธี
-ดูแลความสะอาดบริเวณเปลือกตา
-ยาป้ายตาหรือยาปฏิชีวนะตามข้อบ่งชี้
-ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานในบางกรณี
-การเปิดหรือระบายหนองในรายที่มีข้อบ่งชี้และไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น
-ไม่ควรบีบหรือเจาะกุ้งยิงด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

เมื่อไรควรพบแพทย์
หากมีก้อนที่เปลือกตา ร่วมกับอาการเจ็บ บวม แดง มีหนอง เป็นซ้ำบ่อย หรือก้อนไม่ยุบ ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นกุ้งยิงและได้รับการรักษาที่เหมาะสม
หากมีอาการ ปวดตามาก ตามัวลง ตาบวมมาก มีไข้ หรือบวมแดงลุกลามบริเวณรอบดวงตา ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจไม่ใช่กุ้งยิงธรรมดา
การวินิจฉัยที่ถูกต้อง คือก้าวแรกของการรักษาที่ได้ผล เพราะก้อนที่เปลือกตาไม่ได้เป็นกุ้งยิงทุกก้อน และกุ้งยิงเองก็ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
-
Location
กทม. & ชัยภูมิ
-
Tel : +66616392241
Line :
-
Disclaimer:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีปัญหาทางสายตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
#หมอพรรักษ์

08/09/2026

มีความเชื่อว่าการกินมะเขือเปราะหรือมะเขือพวงทำให้ตาพร่าหรือตามัว แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แสดงว่า การรับประทานมะเขือเหล่านี้ในปริมาณอาหารตามปกติทำให้การมองเห็นลดลงค่ะ
หากมีอาการตามัว ควรหาสาเหตุที่แท้จริงมากกว่าหยุดรับประทานอาหารเพียงชนิดเดียว
#มะเขือ #ตาพร่ามัว #หมอพรรักษ์

ก้อนที่เปลือกตา แบบไหนควรตัดออกก้อนที่เปลือกตาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และไม่ได้หมายความว่าทุกก้อนจะต้องผ่าตัดออก เพราะก้อน...
07/09/2026

ก้อนที่เปลือกตา แบบไหนควรตัดออก
ก้อนที่เปลือกตาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และไม่ได้หมายความว่าทุกก้อนจะต้องผ่าตัดออก เพราะก้อนแต่ละชนิดมีสาเหตุ ลักษณะ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
การพิจารณาว่าก้อนใดควรตัดออกหรือไม่ จึงต้องประเมินจากลักษณะของก้อน ระยะเวลาที่เป็น อาการร่วม การตอบสนองต่อการรักษา และการเปลี่ยนแปลงของก้อน

1. กุ้งยิง อาจยังไม่จำเป็นต้องตัดออก
กุ้งยิง หรือ Hordeolum มักเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อของต่อมบริเวณเปลือกตา โดยในระยะแรกมักมีอาการบวม แดง เจ็บ หรือกดแล้วรู้สึกเจ็บบริเวณเปลือกตา
กุ้งยิงส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง และมักเริ่มต้นด้วยการประคบอุ่นและดูแลความสะอาดบริเวณเปลือกตา โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาตามความเหมาะสม
ดังนั้น ในกรณีที่เป็นกุ้งยิงระยะแรกและไม่มีภาวะแทรกซ้อน มักยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือเปิดระบาย

2. ก้อนแข็ง ไม่เจ็บ และไม่ยุบ อาจเป็น Chalazion
หากก้อนที่เปลือกตามีลักษณะแข็ง ไม่ค่อยเจ็บ และอยู่นาน อาจเป็น Chalazion ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อม Meibomian และเกิดการอักเสบเรื้อรังบริเวณเปลือกตา
Chalazion ขนาดเล็กและไม่มีอาการรบกวนอาจสามารถเฝ้าดูอาการหรือรักษาด้วยวิธีอนุรักษ์ เช่น การประคบอุ่นและการดูแลขอบเปลือกตา
แต่หากก้อนยังคงอยู่เป็นเวลานาน มีขนาดใหญ่ รบกวนการมองเห็น หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม เช่น การฉีดยา หรือการเปิดก้อนและขูดเอาส่วนที่อักเสบออก (Incision and Curettage) ตามความเหมาะสม
ก้อนขนาดใหญ่บางครั้งอาจกดกระจกตาและทำให้เกิดสายตาเอียงหรือมองเห็นไม่ชัดได้

3. ก้อนผิวหนังบางชนิด อาจตัดออกได้
ก้อนบริเวณเปลือกตาบางชนิด เช่น Papilloma, Skin tag หรือไฝบางชนิด อาจเป็นก้อนที่ไม่ร้ายแรงและไม่จำเป็นต้องรักษา หากไม่มีอาการหรือการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม หากก้อนรบกวนการกะพริบตา การมองเห็น ระคายเคือง หรือมีเหตุผลด้านความสวยงาม สามารถพิจารณานำออกได้
ก่อนการตัดออก ควรให้จักษุแพทย์ประเมินลักษณะของก้อนก่อน โดยเฉพาะก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ เพราะก้อนที่ดูคล้ายก้อนธรรมดาบางชนิดอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องตรวจเพิ่มเติม

4. ก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ ต้องระวังมะเร็งเปลือกตา
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรคิดว่าก้อนทุกก้อนที่เปลือกตาเป็นเพียงกุ้งยิงหรือ Chalazion
ควรพบจักษุแพทย์หากพบก้อนที่มีลักษณะ เช่น
• ก้อนโตขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
• มีรูปร่างหรือผิวไม่เรียบผิดปกติ
• มีขนตาหลุดบริเวณก้อน
• มีแผลเรื้อรังหรือแผลไม่หาย
• มีสะเก็ดหรือเลือดออกง่าย
• ก้อนมีการบิดเบือนรูปร่างของขอบเปลือกตา
• ก้อนกลับเป็นซ้ำบริเวณเดิม โดยเฉพาะหลังได้รับการรักษาแล้ว

ลักษณะเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งแน่นอน แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด เพราะมะเร็งเปลือกตาบางชนิด เช่น Basal cell carcinoma, Squamous cell carcinoma หรือ Sebaceous carcinoma สามารถมีลักษณะคล้ายก้อนธรรมดาหรือ Chalazion ได้

โดยเฉพาะ Chalazion ที่กลับเป็นซ้ำหรือมีลักษณะผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณานำชิ้นเนื้อหรือก้อนออกเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคที่สำคัญออกไป

#สรุป
ก้อนที่เปลือกตา ไม่ได้จำเป็นต้องตัดออกทุกก้อน กุ้งยิงระยะแรกหลายกรณีสามารถหายได้ด้วยการดูแลรักษาที่เหมาะสม ส่วน Chalazion ที่มีขนาดเล็กและไม่มีอาการอาจเฝ้าดูอาการได้แต่หากก้อนอยู่นาน ไม่ยุบ มีขนาดใหญ่ รบกวนการมองเห็น หรือกลับเป็นซ้ำ อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม
ที่สำคัญ หากก้อนมีการโตหรือเปลี่ยนแปลง มีแผล ขนตาหลุด เลือดออกง่าย หรือมีลักษณะผิดปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือรักษาเองเป็นเวลานาน
หากมีก้อนที่เปลือกตาและไม่แน่ใจว่าเป็นก้อนชนิดใด แนะนำให้ตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมค่ะ
-
Location
กทม. & ชัยภูมิ
Tel : +66616392241
Line :
https://lin.ee/ZgKyBMt
Email : [email protected]
www.drphornrak.com
-
Disclaimer:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีปัญหาทางสายตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
#หมอพรรักษ์

06/09/2026

“บ่งต้อ” เป็นวิธีการรักษาตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย แต่สำหรับโรคต้อหิน สิ่งสำคัญคือการควบคุมความดันตาและติดตามความเสียหายของเส้นประสาทตา
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางจักษุวิทยาที่แสดงว่า การบ่งต้อสามารถทำให้เส้นประสาทตาที่เสียจากต้อหินกลับคืนมา หรือใช้ทดแทนการรักษาต้อหินมาตรฐานได้
#บ่งต้อ #ต้อหิน #หมอพรรักษ์

เห็นจุดดำแบบนี้ จะหายไหมการเห็น จุดดำ  ในตาไม่ได้มีสาเหตุเหมือนกันทุกคน บางคนเห็นเป็นจุดหรือเส้นลอยไปมา บางคนเห็นเป็นเงา...
05/09/2026

เห็นจุดดำแบบนี้ จะหายไหม
การเห็น จุดดำ ในตาไม่ได้มีสาเหตุเหมือนกันทุกคน บางคนเห็นเป็นจุดหรือเส้นลอยไปมา บางคนเห็นเป็นเงาดำหรือจุดบอดที่อยู่กับที่ ขณะที่บางคนอาจมีภาพบิดเบี้ยว หรือมีจุดดำอยู่ตรงกลางการมองเห็น อาการเหล่านี้อาจเกิดจากความผิดปกติที่แตกต่างกัน และบางสาเหตุไม่ควรรอดูอาการเอง
1. Floater หรือจุดดำลอยไปมา ลักษณะที่พบได้บ่อย คือเห็นเป็น
จุดดำหรือจุดเทาเล็ก ๆ เส้นบาง ๆ คล้ายเส้นผม เส้นหยักหรือใยแมงมุม
เงาดำโปร่ง ๆ จุดหรือก้อนเล็ก ๆ ที่ลอยไปมา มักสังเกตเห็นชัดเมื่อมองพื้นหลังสว่าง เช่น ท้องฟ้า ผนังสีขาว หรือหน้าจอมือถือ ลักษณะสำคัญคือ เมื่อกลอกตา จุดหรือเส้นเหล่านี้จะเคลื่อนไหวตาม และเมื่อหยุดมอง อาจค่อย ๆ ลอยออกจากตำแหน่งที่กำลังมอง
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงของ “วุ้นตา” ตามวัย วุ้นตาที่เคยใสอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือรวมตัวกันเป็นเส้นหรือก้อน ทำให้เกิดเงาตกบนจอประสาทตา และเรามองเห็นเป็นจุดหรือเส้นลอยในสายตา

หากเป็นมานาน จำนวนไม่เพิ่มขึ้น ไม่มีแสงวาบ และการมองเห็นยังปกติ มักไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน และบางคนอาจสังเกตเห็นน้อยลงเมื่อสมองค่อย ๆ ปรับตัว
แต่หากจุดดำเกิดขึ้นใหม่และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมี แสงวาบ ร่วมด้วย ควรตรวจจอประสาทตาโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะจอประสาทตาฉีกขาดหรือจอประสาทตาหลุดลอกได้
2. จุดดำหรือจุดบอดจากต้อหิน
จุดดำจากต้อหินมีลักษณะแตกต่างจาก Floater ไม่ได้เป็นจุดที่ลอยไปมา แต่เกิดจากการสูญเสียลานสายตา ทำให้บางบริเวณของภาพมองเห็นลดลงหรือกลายเป็นจุดบอด
ลักษณะที่อาจพบ ได้แก่ เหมือนมีบริเวณที่มองเห็นลดลงหรือหายไปมักเริ่มจากบริเวณรอบนอกของลานสายตา รู้สึกเหมือนมุมภาพหายไป มองภาพด้านข้างได้น้อยลง
สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้อหินจำนวนมากดำเนินไปอย่างช้า ๆ โดยไม่มีอาการเจ็บหรือการมองเห็นลดลงอย่างชัดเจนในระยะแรก ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวว่าลานสายตากำลังเปลี่ยนแปลง เพราะสมองสามารถช่วยประมวลผลและชดเชยข้อมูลจากการมองเห็นของทั้งสองตาได้ สัญญาณที่อาจสังเกตได้ เช่น
- เดินชนสิ่งของด้านข้างบ่อยขึ้น
- ไม่เห็นคนหรือสิ่งของที่เข้ามาจากด้านข้าง
- รู้สึกว่าการมองเห็นโดยรอบแคบลง
การตรวจตาและการตรวจลานสายตาจึงมีความสำคัญ เพราะความเสียหายของเส้นประสาทตาจากต้อหินที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติได้ง่าย การตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญมาก
3. จุดดำจากความผิดปกติของจอประสาทตา
หากจุดดำเกิดจากบริเวณ จุดรับภาพ หรือ Macula ลักษณะอาการมักแตกต่างจาก Floater ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่า เห็นปื้นดำหรือเงาดำ มีจุดดำบริเวณตรงกลางภาพ
ภาพไม่คมชัด ภาพบิดเบี้ยว เส้นตรงดูโค้งหรืองอ
มีบางส่วนของภาพหายไป ตัวอย่างภาวะที่อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้ ได้แก่
- จอประสาทตาบวม
อาจทำให้ภาพบริเวณตรงกลางไม่ชัด หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว โดยเฉพาะเมื่อมีการบวมบริเวณจุดรับภาพ
- รูจอประสาทตา หรือ Macular Hole
อาจทำให้การมองเห็นบริเวณตรงกลางลดลง เห็นจุดหรือบริเวณที่ภาพหายไป และส่งผลต่อการมองเห็นรายละเอียด
- พังผืดบนจอประสาทตา หรือ Epiretinal Membrane
อาจทำให้ภาพบริเวณตรงกลางบิดเบี้ยว เส้นตรงดูโค้ง หรือรู้สึกเหมือนภาพมีรอยย่น
อาการเหล่านี้ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียง จุดดำลอย เพราะอาจเป็นความผิดปกติของจอประสาทตาที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรรีบมาตรวจ หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
- จุดดำเกิดขึ้นใหม่และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- เห็นแสงวาบร่วมด้วย
- มีเงาดำคล้ายม่านบังการมองเห็น
- ภาพบิดเบี้ยวหรือเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้ง
- มีจุดดำตรงกลางการมองเห็น
- การมองเห็นลดลง
- มีบางส่วนของภาพหายไป
- โดยเฉพาะอาการ จุดดำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว + แสงวาบ + เหมือนมีม่านบังตา” ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของจอประสาทตาฉีกขาดหรือจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างเร่งด่วน

#สรุป
การเห็นจุดดำในตา ไม่ได้หมายความว่าเป็น Floater เสมอไป
ลักษณะของจุดดำสามารถช่วยบอกแนวทางของสาเหตุได้ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของวุ้นตาตามวัย ไปจนถึงโรคต้อหินและความผิดปกติของจอประสาทตา หากอาการเป็นมานานและไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ภาวะอันตราย แต่หากจุดดำเกิดขึ้นใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีแสงวาบ ภาพบิด หรือมีเงาดำบังการมองเห็น ควรเข้ารับการตรวจตากับจักษุแพทย์โดยเร็ว เพราะในโรคตาบางชนิด การตรวจพบเร็ว มีส่วนสำคัญในการรักษาและช่วยรักษาการมองเห็นไว้ได้
-
Location
กทม. & ชัยภูมิ
-
Tel : +66616392241
Line :
https://lin.ee/ZgKyBMt
Email : [email protected]
www.drphornrak.com
-
Disclaimer:
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีปัญหาทางสายตา ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
#หมอพรรักษ์

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66616392241

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอพรรักษ์ ศรีพล Phornrak Sriphonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง หมอพรรักษ์ ศรีพล Phornrak Sriphon:

ทางลัด

แชร์