MooBin.FITSPAN by หมูบางแก้ว

MooBin.FITSPAN by หมูบางแก้ว อยากเห็นทุกคน สุขภาพดี มี health span ไปด้วยกัน : HealthWith_Here

MooBin_FITSPAN Personal Wellness

#โปรแกรมดุแลสุขภาพเฉพาะบุคคล แบบยั่งยืน &Lifespan
#เปลี่ยนหุ่นง่ายๆในแบบของคุณ
#โค้ชส่วนตัว ฟรี ดูแลทุกขั้นตอน
#100% PLANT BASED

ถ้าลำไส้คือบ้านใช้มานาน ก็ชำรุดทรุดโทรม   คือการรีโนเวทบ้าน ก่อนจะพาผู้อยู่อาศัยดีๆ อย่าง  #โพรไบโอติก เข้าไปอยู่  แล้วต...
09/09/2026

ถ้าลำไส้คือบ้านใช้มานาน ก็ชำรุดทรุดโทรม
คือการรีโนเวทบ้าน ก่อนจะพาผู้อยู่อาศัยดีๆ อย่าง #โพรไบโอติก เข้าไปอยู่ แล้วต้องไม่ลืมเสบียงอย่าง #พรีไบโอติก เพื่อช่วยกันสร้าง #กรดไขมันสายสั้น (SCFA) ให้ผลลัพธ์ สุขภาพดีๆยืนยาวของเราน่ะเอง
#สุขภาพดีไม่ใช่แค่กินดี #หลายคนกินอาหารเสริมเยอะแต่ไม่เห็นผล #ลำไส้คือสมองที่2 #ดูแลร่างกายอย่างเป็นระบบ #หมูอ้วนชวนสุข #หมูอ้วนชวนดูแลสุขภาพ

เซโรโทนิน (Serotonin) ก็คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท และมักถูกเรียกว่า "สารแห่...
08/09/2026

เซโรโทนิน (Serotonin) ก็คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท และมักถูกเรียกว่า "สารแห่งความสุข" หรือสารที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และอารมณ์ดี

พบมากในระบบทางเดินอาหาร (ประมาณ 80-90%): พบมากที่สุดในเซลล์ลำไส้ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของระบบย่อยอาหาร
สมองและระบบประสาทส่วนกลาง (ประมาณ 10-20%): ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรม
หน้าที่สำคัญต่อร่างกาย คือ ควบคุมอารมณ์: ช่วยลดความเครียด ทำให้รู้สึกสงบ มีสมาธิ และอารมณ์มั่นคง
ควบคุมการนอนหลับ: เกี่ยวข้องกับการจัดการนาฬิกาชีวิต และการนอนหลับพักผ่อน
จัดการความอยากอาหาร: มีผลต่อความรู้สึกหิวและความอิ่ม

ถ้าระดับเซโรโทนินต่ำ: อาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ หงุดหงิด อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ หรือเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า
แต่ถ้า ระดับเซโรโทนินสูงเกินไป: มักเกิดจากการใช้ยาบางชนิด ทำให้เกิดภาวะอันตรายที่เรียกว่า ซึ่งมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ไข้ขึ้นสูง หรือสับสนได้

ปัจจุบัน เรามักมีปัญหา นอนไม่หลับ ซึมเศร้า หงุดหงิด อาจมาจาก เซโรโธนิน ของเราน้อย จากอาหารการกินและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ในปัจจุบัน ครั้งหน้าเรามาว่ากันต่อ จะเพิ่มเซโรโธนิน ได้ยังงาย

#ชีวิตดีเริ่มที่ลำไส้ #ดูแลสุขภาพเพื่อHealthspan #เพื่อชีวิตดีๆ10ปีสุดท้าย

08/09/2026

น้ำใสที่เห็น เท่ากับ น้ำสะอาด จริงไหม? 💧
เพราะน้ำที่ดูใสด้วยตาเปล่า อาจยังมีสิ่งปนเปื้อนที่เรามองไม่เห็น

🔍สิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่อาจอยู่ในน้ำ และอาจส่งผลต่อสุขภาพของเรา
- แบคทีเรีย ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ
- สารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม
- สารเคมีตกค้าง จากเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม
- ไมโครพลาสติก ขนาดเล็กมาก
- ไวรัสและสิ่งปนเปื้อน อื่น ๆ ที่มองไม่เห็น

ดื่มให้ชัวร์ ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน
✨ ไส้กรองคาร์บอน e3 กรองสิ่งปนเปื้อนได้ มากกว่า 170 ชนิด*,**
✨ เทคโนโลยี UV-C LED ช่วยกำจัดเชื้อโรคได้สูงสุด 99.99%*,***
✨ กรองสิ่งปนเปื้อน แต่เก็บแร่ธาตุไว้ คงแร่ธาตุที่มีประโยชน์และจำเป็น และจำเป็นรวมถึง แคลเซียม และแมกนีเซียม

ดื่มน้ำคุณภาพ ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ด้วยความปรารถนาดีจาก อีสปริง
*เครื่องกรองน้ำ อีสปริง ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับน้ำประปาที่ผ่านการบำบัดเพื่อการบริโภคแล้วเท่านั้น ไม่มีผลในการป้องกันหรือบรรเทาโรค
**ผ่านการทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน NSF (NSF/ANSI 42, 53, 55 และ 401) อีกทั้งในส่วนของการทดสอบการลดสารปนเปื้อนนอกเหนือจากในมาตรฐาน NSF ก็ได้รับการรับรองจาก NSF International
***ผ่านการทดสอบโดยห้องทดลองอิสระตามมาตรฐาน NSF/ANSI 55 โดยใช้ qBeta bacteriophage เป็นเชื้ออ้างอิงในการทดสอบ

#เริ่มวันด้วยน้ำดื่มคุณภาพ #ดื่มน้ำคุณภาพไม่ดื่มไมโครพลาสติก #อีสปริง

19/05/2026

💧 อีสปริง = ประหยัดกว่า 💧

จ่ายเพียง
💸 1.66 บาท/ลิตร*
📅 23 บาท/วัน**
📦 690 บาท/เดือน***

📌 คำนวณจากการใช้งาน 10 ปี

💰 ค่าใช้จ่ายรวมตลอด 10 ปี
• ราคาเครื่อง 36,500 บาท
• ชุดไส้กรอง e3 (9 ชิ้น) = 45,000 บาท
• ท่อนำน้ำ 4 ชิ้น = 1,400 บาท

✅ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด = 82,900 บาท
✅ เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อปี = 8,290 บาท

👨‍👩‍👧‍👦 การใช้น้ำต่อปี
ใช้น้ำประมาณ 5,000 ลิตร/ปี
ครอบคลุมสมาชิกได้ถึง 6 คน
(เฉลี่ยดื่มน้ำคนละ 2 ลิตร/วัน)

🧮 วิธีคำนวณค่าใช้จ่าย
💧 ค่าใช้จ่ายต่อ 1 ลิตร
8,290 ÷ 5,000 = 1.66 บาท/ลิตร*

📆 ค่าใช้จ่ายต่อ 1 วัน
8,290 ÷ 365 = 23 บาท/วัน**

🗓️ ค่าใช้จ่ายต่อ 1 เดือน
23 × 30 = 690 บาท/เดือน***

📍หมายเหตุ: การคำนวณไม่รวมค่าไฟและค่าน้ำประปา

รายละเอียดเพิ่มเติม https://amway.co.th/brands/espring

#อีสปริง #ดื่มน้ำคุณภาพไม่ดื่มไมโครพลาสติก

19/05/2026

หลายสิ่งที่คนขายยาปัก ปากกาลดน้ำหนักอาจไม่ได้บอกคุณ
หลายคนที่เริ่มปักปากกาลดน้ำหนัก อาจมีคนหลายคนให้คำแนะนำมีคนปักไป 2-3 เดือนแล้วผอมลงได้เร็ว แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้ หมอได้ให้คำแนะนำกับคุณ กับระยะเวลาที่ใช้ และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ

ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับระยะเวลาใช้การใช้ยาปักปากกาลดน้ำหนัก กับผลลัพธ์ของน้ำหนักที่สองปี

https://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(26)00656-2/abstract?dgcid=twitter_organic_clinical_red_lancet&fbclid=IwY2xjawRyPLBleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF5TVRMdThrTDUyaElDdUh4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHlWCrmobbP-MSVbg6k0Lr38o4GefoB-vw_GN1fd_XbXcg8AvlEbgVsuQ6GBc_aem_Dth5MveuGRcTiA7xZKYrEw

ผมสรุปผลให้ได้ดังนี้ครับ

1.การรักษาจะได้ผลดี เมื่อคุณรักษาใช้ยาไปแล้วประมาณ 1 ปี โดยทำให้น้ำหนักลงได้เฉลี่ยประมาณ 20% จากตั้งต้น ซึ่งจากเพิ่ม dose จาก 2.5 mg ต่อสัปดาห์ จนเป็น 15 mg ต่อสัปดาห์ ถ้าคิดราคาตามราคาทุนของโรงรพ.รัฐบาล ก็ตีว่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 บาทที่ปีแรกแล้วครับ

2. ถ้าคุณหยุดยาไปเลย เมื่อครบ 1 ปี น้ำหนักคุณจะขึ้นมาประมาณ 16% กล่าวคือ รวม 2 ปี ลดลงไปได้ 4% สมมติว่าตั้งต้น 100 ก็ลงได้ 4 กกครับ

3. ถ้าน้ำหนักคุณเริ่มกลับขึ้นมาแล้ว แล้วใช้ยาต่อ คุณจะน้ำหนักลดลงไปได้ ประมาณ 10 % จากตั้งต้น

4. ถ้าคุณลดปริมาณการใช้ เช่นเป็น 5 mg ต่อสัปดาห์ คุณอาจจะคงน้ำหนักไว้ได้ที่ 84 กก ครับ (ก็คือว่ามีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ10,000 บาท) ก็ประมาณ 120,000 บาทที่ปีที่สอง

5. ถ้าคุณยังใช้ระดับยาเท่าเดิม 15 mg ต่อสัปดาห์คงที่ไปเรื่อยๆ คุณก็จะคงน้ำหนักไปได้เรื่อยครับ (ค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 15,000 บาท) ก็ประมาณ 180,000 บาทที่ปีที่สอง
และเมื่อคุณหยุด หรือลดการใช้ยาก็อาจจะอ้วนขึ้นมาอีกครับ

ถ้าซื้อตามคลีนิกหรือรพ.เอกชน ก็คูณเพิ่มไปอีก 1.2 หรือ 1.5 ของราคาที่กล่าวมาครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ยาปักปากกาก็เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากคนจะมองว่า มันง่ายดีไม่ยุ่งยาก เห็นผลได้เลย แต่คลีนิกหรือหมอที่ท่านปรึกษาอยู่ ได้บอกกับท่านไว้ไหมว่า ต้องใช้ไปเรื่อยๆ และเมื่อหยุดใช้แล้วอาจจะอ้วนขึ้นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ศูนย์ผ่าตัดลดอ้วนลดโรค โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก็มียาด้วยครับ ไว้สำหรับผู้ที่เหมาะสม และมีกำลังทรัพย์ในราคาต้นทุน

คนไหนผมคิดว่า เหมาะกับการใช้ปากกา
1. คนที่เข้าเกณฑ์ครับเช่น BMI > 23.5 kg/m2 ที่มีโรคร่วม BMI 25.5 kg/m2 โดยที่ไม่มีโรคร่วม
2. คนที่ไม่มีข้อห้ามในการใช้เช่นเป็นโรคไต หรือมีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์
3. คนที่อ้วนไม่มากเท่าไรครับ เพราะความคาดหวังผลลัพธ์ สามารถน้ำหนักลงได้เฉลี่ย 20% (แต่คนเขาเคลมว่าเท่ากับผ่าลดน้ำหนักเลยนะ ขอโทษทีครับที่สถาบันของเรา การผ่าตัดสามารถลดลงได้เฉลี่ย 30% ครับ) เพราะฉะนั้น BMI สูงมากๆ เช่น BMI มากกว่า 40 kg/m2 ขึ้นไป ก็อาจไม่ได้ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีครับ
4. คนที่มีเงินมากพอที่จะรักษาได้จนจบกระบวนความ อย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป แล้วก็มาปรับพฤติกรรมลุ้นดูเมื่อเลยปีนึงไปแล้ว
5. ผู้ที่ผ่าตัดไปแล้ว แล้วระบบทางกายภาพดี หมายถึงว่า กระเพาะตัดได้ดี เทคนิกการผ่าตัดดี แต่มีความหิวมากขึ้น ในกลุ่มรายนี้ สามารถใช้ยา ระดับต่ำๆ เพื่อคุมความหิวได้ครับ และอาจทำให้น้ำหนักลดงได้

เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนัก ก็แหมือนกันการวิ่งมาราธอน ผมมักจะบอกผู้ที่ผ่าตัดเกิน 1 ปีไปแล้วเสมอว่า แท้จริงแล้วคุณเป็นคนอ้วนที่รักษาจนผอม ไม่ช้าก็เร็วคุณจะอ้วนใหม่ แต่ทำอย่างไรให้อ้วนกลับให้ได้ช้าที่สุดเป็นหน้าที่ของคุณครับ

แต่ไม่ว่าคุณจะลดน้ำหนักลงได้โดยวิธีใด ผมก็ขออวยพรให้สามารถลดน้ำหนักลงไดอย่างยั่งยืนถาวร และน้ำหนักกลับมาอ้วน ได้ช้าที่สุดครับ

หลายคนมีเงินเก็บแต่ไม่มีแรงลุกจากเก้าอี้หลังวัย 40 กล้ามเนื้อหายปีละ 1%นี่คือ “ภัยเงียบ” ที่คนส่วนใหญ่มารู้ตัวตอนสาย  (อ...
18/05/2026

หลายคนมีเงินเก็บ
แต่ไม่มีแรงลุกจากเก้าอี้

หลังวัย 40 กล้ามเนื้อหายปีละ 1%
นี่คือ “ภัยเงียบ” ที่คนส่วนใหญ่มารู้ตัวตอนสาย (อันนี้หมอบอก)

เราไม่ได้แก่เพราะอายุอย่างเดียว
แต่แก่เพราะ “สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ” โดยไม่รู้ตัว

เริ่มจาก…
เหนื่อยง่ายขึ้น
เดินนิดเดียวก็ล้า
ปวดเมื่อยง่าย
เผาผลาญตก
ลุกนั่งไม่คล่องเหมือนเดิม

กล้ามเนื้อไม่ใช่เรื่องของนักกีฬาอย่างเดียว
แต่มันคือ “ทุนสุขภาพ” ที่ใช้ไปทั้งชีวิต 💪

ยิ่งอายุมาก
ยิ่งต้องกินโปรตีนให้พอ
ขยับร่างกายสม่ำเสมอ
และเติมกรดอะมิโนที่ร่างกายเอาไปใช้สร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้จริง

เพราะเป้าหมายของชีวิต
ไม่ใช่แค่ “อยู่ได้นาน”
แต่ต้อง “ลุกไหว เดินไหว ใช้ชีวิตเองได้” ไปนานที่สุด ✨

ที่อยู่

Chachoengsao

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MooBin.FITSPAN by หมูบางแก้วผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์