เจ็บจิต ปิดแผลใจ ปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษา

เจ็บจิต ปิดแผลใจ ปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษา บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยา โดยนักจิตวิทยาการปรึกษา
https://jebjit.webflow.io/ บริการการปรึกษาเชิงจิตวิทยาโดยนักจิตวิทยาการปรึกษา

17/09/2026

หนังสืออย่าให้เรากลายเป็นศัตรูของตัวเองอย่าให้เรากลายเป็นศัตรูของตัวเอง
#รีวิวหนังสือ #เสียงในหัว #จิตบําบัด
#หนังสือจิตวิทยา #เจ็บจิต

11/09/2026

Nervous Laughter คือการหัวเราะที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกเครียด กังวล หรืออึดอัด
ไม่ได้แปลว่าเรากำลังมีความสุขเสมอไป
#จิตวิทยา #เจ็บจิต #จิตบำบัด #ฮีลใจ

ใครสนใจไปฟังเต็มๆ ได้ครับ #จิตบำบัด    #ฮีลใจ  #จิตวิเคราะห์  #เจ็บจิต
03/09/2026

ใครสนใจไปฟังเต็มๆ ได้ครับ

#จิตบำบัด #ฮีลใจ
#จิตวิเคราะห์ #เจ็บจิต

ไปเรียนจิตบำบัดแนว Psychodynamic มา 2 วันครับ คลิปนี้เลยขอมาสรุปและ...

02/09/2026

🌅 Cortisol สรุปดีหรือไม่ดี? แล้วถ้าสูงลอยจะเกิดอะไรขึ้น?


Cortisol เป็นฮอร์โมนที่เตรียมพร้อมให้เราสู้กับความเครียดได้เหมาะสม เพื่อที่จะใช้กำลังหนีหรอสู้ได้อย่างเต็มที่

โดยสูงสุดในช่วง 8:00 - 9:00 เพื่อให้ร่างกายรับวันใหม่ พร้อมสู้กับความเครียดที่จะเผชิญทั้งวัน


1️⃣ Cortisol เตรียมอาหารให้เซลล์สู้กับ stress
▪️ตับสร้าง glucose
▪️สลาย triglyceride เป็นกรดไขมัน


2️⃣ Cortisol เตรียมความดันให้สู้กับ stress
▪️หลอดเลือดไวต่อการกระตุ้น
▪️เตรียมพร้อมสร้าง adrenaline


3️⃣ Cortisol คุมภูมิคุ้มกันให้สู้กับ stress ไม่แรงเกินไป
▪️ต้องใช้ภูมิคุ้มกันช่วยกำจัดเชื้อโรค/ฟื้นฟู
▪️Cortisol ป้องกันไม่ให้สารก่ออักเสบสูงเกินไป
▪️Cortisol ป้องกันไม่ให้เม็ดเลือดขาวทำงานมากไป


4️⃣ Cortisol เตรียมสมองให้ตื่นตัว


ดังนั้นใน cortisol คือฮอร์โมนที่ไว้รับมือ
ความเครียดที่ดีฮอร์โมนหนึ่งเลย ถ้ามัน
✔️ ขึ้น-ลง อย่างเหมาะสมตามช่วงเวลา
✔️ พีคขึ้นตอนเจอความเครียด แล้วกลับสู่ค่าปกติ


แต่ถ้า cortisol สูงลอยตลอดนี่แหละ ที่เกิดผลเสีย
มักมาพร้อมกับประสาท sympathetic ที่สูงด้วย

ซึ่งมักพบในคนที่นอนน้อยติดต่อกัน หรือเครียดเรื้อรัง


🤕 ผลกระทบ:

1️⃣ สมอง: เซลล์ประสาทหลายจุดจะฝ่อลง ผลคือ
▪️ความจำแย่ลง (Hippocampus ฝ่อ), ตัดสินใจแย่/นึกไม่ค่อยออก (PFC ฝ่อ)
▪️เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า หากมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม

2️⃣ ภูมิคุ้มกัน:
▪️ฝั่งเม็ดเลือดขาวโดนกดมากไป: เสี่ยงติดเชื้อง่าย/เสี่ยงมะเร็ง
▪️สารก่ออักเสบสูงขึ้นเรื้อรัง (จาก sympathetic)

3️⃣ หากมีโรคเรื้อรังก็จะคุมได้ยากขึ้น
▪️ดื้ออินซูลินมากขึ้น: จากสารก่ออักเสบ
▪️ความดันสูงขึ้น: จากผลของ cortisol และ sympathetic
▪️คอเลสเตอรอลแทรกผนังหลอดเลือด: จากสารก่ออักเสบ

4️⃣ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้เริ่มเปลี่ยนชนิด
เสี่ยงต่อหลายโรค เช่น การดื้ออินซูลิน, โรคซึมเศร้า

5️⃣ วงจรการนอนก็เละ เพราะ cortisol ทำให้ตื่นตัว จึงหลับยาก และถ้าตอนนั้นเป็นซึมเศร้าหรือวิตกกังวลแล้ว ก็นอนยากขึ้นไปอีก


จะเห็นว่าร่างกายเราไม่ค่อยพร้อมสำหรับการสัมผัสกับเครียดเรื้อรังเท่าไหร่ค่ะ

ดังนั้น
✅ ดูแลสุขภาพจิตเสมอ (ใช่ค่ะ มันยาก เข้าใจ)
✅ นอนให้ดี: ชั่วโมงพอ (6-9), คุณภาพดี, ไม่ควรเปลี่ยนช่วงเวลานอนบ่อย (ถ้าทำได้)
✅ ออกกำลังกายเสมอ ช่วยลด cortisol และการอักเสบในระยะยาวได้

01/09/2026

ผมไปเรียนแนวคิด Psychodynamic 2 วันมาครับ #จิตบําบัด
#บาดแผลทางใจ #ฮีลใจ #เจ็บจิต

26/08/2026

แด่ลูกค้าทุกท่าน โอนเงินแล้วอย่าลืมกดจองกับส่งสลิปนะครับ ถ้าโอนมาแค่เงิน ผมไม่รู้ว่าใครโอนมา ผมทำงานต่อไม่ได้ครับ 😅

25/08/2026

การเยียวยา เริ่มจากการไม่หันหนี

#เจ็บจิต #จิตบำบัด #การเยียวยา #บาดแผลทางใจ #ฮีลใจ

22/08/2026

นักจิตปลอม บาดแผลในใจของเด็ก
และชีวิตที่ยังไม่มีข้อสรุป
#นักจิตปลอม #บาดแผลในใจ
#ปมวัยเด็ก #เจ็บจิต

ออกกำลังกายช่วยได้เยอะจริง ๆ นะครับ 🐢
18/08/2026

ออกกำลังกายช่วยได้เยอะจริง ๆ นะครับ 🐢

“เครียดเหรอ ไปออกกำลังกายเลย” คำพูดนี้ไม่เกินจริง เพราะมีงานวิจัยสนับสนุนมากมายว่า ออกกำลังกาย=ให้กล้ามเนื้อส่งฮอร์โมน Lactate (ไม่ใช่ของเสียเนอะ), Irisin ไปช่วยปรับสมองให้ปิดโหมดเครียดเรื้อรัง และทนต่อความเครียดได้ดีขึ้น


ความทนทานต่อความเครียด (Stress resilience) เป็นสกิลที่ควรจะมีมากๆ ในยุคที่ทั้งแข่งขัน ทั้งมีปัญหาและดราม่ามาเสิร์ฟให้ถึงที่

เพื่อป้องกัน movement ที่ไม่เหมาะสม ที่อาจจะเสียใจไปอีกนาน
เพื่อป้องกันงานหลักที่ต้องทำ ชีวิตยังต้องแขวนกับรายได้
และเพื่อป้องกันไม่ให้สุดท้ายแล้วพัฒนาเป็นโรคจิตเวช เช่น ซึมเศร้า/วิตกกังวล

การฝึกกระบวนการคิด การอดทน การหาทางรับมือพัฒนาการกลไกทางจิต (Defense mechanism) เป็นแนวทางหลักๆ แต่บางครั้งบางสถานการณ์ก็อยากเหลือเกิน

มันไม่มีวิธีอะไรที่ได้มาแบบ passive เลยเหรอ
แบบว่าฝึกตอนที่ยังไม่เจอปัญหาหนัก คือเตรียมสมองไว้?

มีแน่นอนค่ะ
การออกกำลังกายนี่ไง


💡 ก่อนอื่นมาคุยกันก่อนค่ะว่าปัญหาหลักจริงๆ
ของความเครียดเรื้อรังคืออะไร จะได้ทราบว่าเข้าใจตรงกันรึเปล่า

ถ้าให้สรุปสั้นๆ ก็คือ ปัญหาหลักที่ร่างกายต้องเจอคือ
“ระบบเตือนภัยของสมองทำงานนานเกินไป
จนสมองเริ่มหมดแรงฟื้นตัว”
✔️ แกนตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายเปิดใช้งานถี่ไป
✔️ ฮอร์โมนเครียด เช่น cortisol, adrenaline สูงลอยนานเกิน
✔️ เซลล์ประสาทเริ่มเจอความเสียหายจากภาวะอักเสบอ่อๆ และอนุมูลอิสระ
✔️ เซลล์ประสาทในสมองส่วนความจำ
และการควบคุมอารมณ์เริ่มเสียหาย ทำงานลดลง

โดยเฉพาะสมองส่วน Hippocampus
ที่เกี่ยวกับความจำ การเรียนรู้
และสมองส่วนตรรกะ/ตัดสินใจอย่าง dlPFC
ที่คอยคุมการทำงานของสมองอารมณ์อย่าง amygdala
ไม่ให้ทำงานมากเกินไป

3 จุดนี้คือบริเวณสำคัญที่ทำให้เราพฤติกรรม
การตอบสนองต่อความเครียดเราเปลี่ยนไป
ยิ่งเครียดง่ายขึ้น ยิ่งสิ้นหวังมากขึ้น โกรธง่ายขึ้น
สุดท้ายก็เปลี่ยนทั้งชีวิต


แต่การออกกำลังกายนี่แหละค่ะ ที่มาช่วยทั้ง 3 จุดนี้
บีบให้ระบบหมุนเวียนและระบบกล้ามเนื้อ
ส่งสัญญาณมาช่วยสมองที่น่าสงสารของเรา
ซ้อมให้มันเก่งขึ้นค่ะ

ซึ่งสัญญาณที่ส่งมานั้น เป็นเรื่องใหม่ที่ศึกษากันมากในยุคนี้
ทั้งฮอร์โมนอย่าง Lactate ที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย
ทั้งฮอร์โมนค้นพบใหม่อย่าง Irisin
หรือแม้กระทั่งเลือดที่ไหลแรงขึ้นชั่วคราวก็กระตุ้นได้

สุดท้ายทำให้เซลล์ประสาทในสมอง
ได้รับการช่วยเลือดจริงๆ



1️⃣ เพิ่มความยืดหยุ่นของสมอง (Cognitive flexibility)

ผลจากการออกกำลังกาย
✔️ สมองสร้างสารบำรุงเซลล์ประสาทมากขึ้น เช่น BDNF (Brain-derived neurotrophic factor)
✔️ ช่วยให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อกันดีขึ้น
✔️ ช่วยให้ Hippocampus/dlPFC ฟื้นตัวจาก stress ได้ดีขึ้น

BDNF เหมือนปุ๋ยของสมองค่ะ
หว่านไปให้ปลายประสาทมันงอกจุดเชื่อมต่อ
กลับมาคุยกันได้ดีแบบเดิม

เมื่อ dlPFC กลับมาทำงานได้ดี แม้จะเจอ stress
ก็มีความยืดหยุ่นทางความคิด ปรับมุมมองอะไรได้ง่าย



2️⃣ ช่วยให้ระบบฮอร์โมนเครียดกลับมาสมดุล

ความเครียดเรื้อรังทำให้ระบบตอบสนองความเครียด
(HPA axis) เปิดใช้แบบค้างเลย

ผลคือฮอร์โมนเครียดอย่าง Cortisol ค้างนาน
สมองเหมือนปิดโหมดพักไม่ลง

แต่การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นการอัด stress (ที่ร่างกายคุ้นเคย)
ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ
✔️ ช่วยให้ HPA axis ตอบสนองเป็นจังหวะมากขึ้น
กลับมาวิ่งตามนาฬิกาชีวิต
✔️ ขึ้นเมื่อจำเป็น ลดลงเมื่อหมดภัย
✔️ ไม่ลากสมองให้แช่อยู่ใน stress นานเกินไป

พูดง่ายๆ คือ
ออกกำลังกายช่วยให้ระบบเครียด “เปิดได้ และปิดเป็น” ค่ะ



3️⃣ ลดการอักเสบและอนุมูลอิสระในสมอง

ตามที่ได้บอกไปว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของเครียดเรื้อรังคือ
สมองมีการอักเสบอ่อนๆ และมีสารอนุมูลอิสระมากขึ้น
เพราะเซลล์ประสาททำงานหนัก/เซลล์เม็ดเลือดขาวสมอง
อย่างไมโครเกลียดทำงานมากขึ้น

แต่เวลาออกกำลังกาย
✔️ สัญญาณจากกล้ามเนื้อ (โดยเฉพาะ IL-6) จะลด
การสร้างสารก่ออักเสบลง
✔️ ผลระยะยาว ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว ชื่อ Treg
ที่คอยหลั่งฮอร์โมนต้านอักเสบ อย่าง IL-10

ผลคือทำให้แวดล้อมในสมองอยู่ในสภาพสงบจริงๆ
และแวดล้อมแบบนี้แหละ เซลล์ประสาทฟื้นฟูได้ง่ายมาก



4️⃣ ปรับวงจรสารสื่อประสาท

เซลล์ประสาทที่เสียหายจากเครียดเรื้อรัง
จะทำให้สร้างและหลั่งสารสื่อประสาทได้น้อยลงด้วย

การออกกำลังกายช่วยปรับวงจรพวกนี้หลายจุดเลยค่ะ
✔️ วงจรรางวัลทำงานดีขึ้น รู้สึกดี รู้สึกพอใจมากขึ้น เวลาทำสิ่งที่ชอบ (บางคนก็ชอบการออกกำลังกายไปเลย)
✔️ สมองรับมือกับความกดดันได้ดีขึ้น
✔️ ระบบเบรกความวิตกกังวลของ dlPFC ดีขึ้น
✔️ ความจำและสมาธิค่อยๆ กลับมามีแรงมากขึ้น



5️⃣ ทำให้สมองเปลี่ยนจากเปราะ เป็นยืดหยุ่น

นี่คือจุดสำคัญมากค่ะ
ออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ชีวิตไม่มี stress
แต่ทำให้สมองไม่แตกง่ายเมื่อเจอ stress

จากเดิม
โดนกดดันนิดเดียวก็ไหลลงหลุมอารมณ์

ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเจอ stress แล้วสะเทือนน้อยลง
กลับมาตั้งหลักไวขึ้น คิดได้เป็นระบบขึ้น
และไม่ถูกความกังวลลากไปไกลเท่าเดิม

ซึ่งเรียกว่า Stress resilience แบบที่บอกไปนั่นแหละ


ดังนั้นนนนน
ออกกำลังกายช่วยอะไรบ้างงงงง
✅ เพิ่ม BDNF ปุ๋ยสมอง
✅ ฟื้นความยืดหยุ่นของสมองต่อความเครียด
✅ ปรับ HPA axis ให้ระบบ cortisol กลับมาปกติ
✅ ลดการอักเสบ ลดอนุมูลอิสระ
✅ ช่วยให้วงจรอารมณ์กลับมาควบคุมได้


แต่ต้องทำแบบสม่ำเสมอนะคะ
ไม่จำเป็นต้องหนักจนทรมาน

เพราะสมองไม่ได้ต้องการความโหด
สมองต้องการ “สัญญาณซ้ำๆ” ว่า
ร่างกายยังเคลื่อนไหว ยังฟื้นตัว
ยังมีแรงสร้างตัวเองใหม่


สมองของเราเหนื่อยมามากแล้วค่ะ
มันรับความเครียดแทบทุกวัน
มันพยายามพาเราผ่านเรื่องยากมาตลอด

อย่ารอให้ใจยับ
อย่ารอให้สมองหมดแรงก่อน

เริ่มออกกำลังกายกันเถอะค่ะ
และอย่าลืมหาวันพักเพื่อฟื้นฟูด้วยนะคะ
(เราลงไกด์การออกไว้ใน comment ค่ะ)

เมื่อวานผมไปดูหนังเรื่องคำสารภาพของหมอผีมาครับด้วยความที่ผมเป็นแฟนของ The Ghost อยู่แล้วดังนั้นผมมีโอกาสได้ฟังเรื่องที่ค...
17/08/2026

เมื่อวานผมไปดูหนังเรื่องคำสารภาพของหมอผีมาครับ
ด้วยความที่ผมเป็นแฟนของ The Ghost อยู่แล้ว
ดังนั้นผมมีโอกาสได้ฟังเรื่องที่ครูตรีเล่าเมื่อหลายปีที่แล้ว
ก่อนที่จะถูกนำมาถ่ายทอดเป็นหนัง
ถึงพอจะเดาได้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
แต่พอได้มาดูฉบับที่เป็นหนังจริง ๆ
มีหลายอย่างที่เกิดคาดไปมาก
ภาพที่ผมจินตนาการในหัว
กับภาพที่ผู้กำกับถ่ายทอดออกมา
บอกเลยว่ามันสวยงามมากครับ ทั้งวิวธรรมชาติ
บ้านหมอผี บ้านของต่อ(พระเอก) และวิถีชีวิตของต่อ
หนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับว่า
อะไรคือสิ่งที่ทำให้คน ๆ หนึ่งกลายเป็นหมอผีที่เลวร้าย?
และคำตอบอาจจะไม่ได้เกิดจากแค่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น
แต่มันเกิดขึ้นจากประสบการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวด ทรยศ หักหลัง
การถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
เมื่อคน ๆ หนึ่งไม่สามารถที่จะปกป้องตัวเองได้
จึงหันเข้าหาศาสตร์มืดเพื่อใช้เป็นโล่และอาวุธ
ในการป้องการตนเองและทำร้ายคนที่เคยทำร้ายตัวเอง
ในหนังแสดงให้เห็นว่าโดยเนื้อแท้แล้ว
ต่อเป็นคนที่รักแม่มาก
แต่เพราะความโกรธที่เกิดขึ้นจากการเห็นแม่ถูกกระทำ
และมารับรู้ภาพหลังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ร่วมกับตนเองที่ถูกกระทำหลายอย่าง
จึงถูกความโกรธแค้นครอบงำ
จนหันหลังให้กับความเป็นมนุษย์
เพื่อจะแก้แค้นและยุติความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
ในชีวิตหลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ว่า
ถ้าฉันทำสิ่งนี้สำเร็จแล้ว ชีวิตฉันจะมีความสุข
ฉันจะเติมเต็ม ฉันคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
หมอ(ผี)ต่อก็คงคิดแบบนั้นเช่นกัน
แต่พอมารู้ตัวอีกที
ตัวเองก็ถลำลึกถูกกลืนกินโดยศาสตร์มืดไปเสียแล้ว
เงินทองที่หามาได้มากมายก็ไม่สามารถ
ซื้อความสงบสุขในใจหรือซื้อความเป็นมนุษย์กลับมาได้
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล
เช่น ถ้าเราหิวเราจะสั่งอาหารมากกว่าปรกติ
ถ้าเรากลัวการขึ้นเครื่องบิน
เราจะยอมขับรถไปแทน ทั้ง ๆ ที่ใช้เวลานานมากกว่าหลายเท่า
และเหนื่อยกว่ามาก แต่เราก็ยอมเพราะเรากลัว
อารมณ์ของเราจึงเอาชนะเหตุผลได้ไม่ยาก
ดังนั้นถ้าคุณถูกความโกรธ ความเกลียด ความแค้นเข้าครอบงำ
หรือคุณไม่รู้ว่ากำลังถูกอารมณ์อะไรครอบงำอยู่
อยากให้ลองมาถามตัวเองนะครับ ว่า
“ตอนนี้ ฉันรู้สึกอะไรอยู่?”
“แต่ละวันของฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกอะไร?”
และ “แต่ละวันในอนาคต ฉันอยากจะรู้สึกอะไร?”
เราจะสามารถควบคุมชีวิตเราได้ดีขึ้น
หากเรามีสติ และรู้ทันอารมณ์มากขึ้น
สุดท้ายแล้วอยากจะบอกว่า
เป็นหนังที่สนุกมากครับ ปรกติพาแม่ไปดูหนังแม่จะหลับ
แต่หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่ไม่หลับเลย 555
และผมก็รู้สึกว่า หนังน่าติดตามตลอด ไม่น่าเบื่อ
เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ผมว่าดี
และได้ข้อคิดแบบไม่ยัดเยียดด้วยครับ
ได้เห็นเบื้องหลังของคน ๆ หนึ่งที่เป็นคนธรรมดา
กลายเป็นปิศาจร้ายโดยสมบูรณ์
#คำสารภาพของหมอผี #เจ็บจิต #นักจิตวิทยา

ที่อยู่

Chiang Mai
50000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 22:00
อังคาร 09:00 - 20:30
พุธ 09:00 - 22:00
พฤหัสบดี 09:00 - 22:00
ศุกร์ 09:00 - 22:00
เสาร์ 09:00 - 20:30
อาทิตย์ 09:00 - 22:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เจ็บจิต ปิดแผลใจ ปรึกษานักจิตวิทยาการปรึกษาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์