23/08/2026
#ม้อยเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาว่าค่าตัวตาyป้องกันได้จริงๆ  
 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566
จู่จู่ม้อยก็โพสต์จอดำและเขียนว่า”กระโดดตึก“ #นั่นคือสัญญาณเตือนการคิดค่าตัวตาy และหลักการช่วยเหลือต้องเชื่อว่าเขาจะทำจริงๆ อย่าใส่ความหมายว่าเขาพูดเล่นและเรียกร้องความสนใจ เพราะTายกันมานักต่อนักแล้วที่ใส่ความหมายว่าเขาพูดเล่นหรือเรียกร้องความสนใจ
ผู้เขียนโทรศัพท์ไปหาม้อยฉับพลันทันทีขอยืนยันว่าทันทีที่เห็นโพสท์ เมื่อม้อยรับสายผู้เขียนจึงสื่อสารกับม้อยไปว่า “อ.แดงนะเจ้า เกิดอะหยังขึ้นเจ้า อาจารย์เป็นห่วงมาก มีอะหยังขอเล่าฮื้ออาจ๋านฟังตวยเน้อ เฮาฮู้จักกันมามากว่าสามสิบปีแล้วเน้อเจ้า อ.แดงชื่นชมม้อยตลอดมาและเป็นห่วงมากๆที่เห็นม้อยโพสต์เช่นนั้นเจ้า” จากนั้นม้อยก็เริ่มเล่าว่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในลำไส้ ทั้งเครียดทั้งกังวลว่าจะทำอย่างไรจะอยู่อย่างไรใครจะดูแลฯ
ผู้เขียนตั้งใจรับฟังและให้กำลังใจและชวนเขาแยกโรคก่อนว่าที่โพสต์จอดำและจะกระโดดตึกนั้นเป็นความทุกข์ใจคือเครียดและวิตกกังวลกับโรคฝ่ายกายที่เป็นอยู่ และชวนม้อยให้มาหาจิตแพทย์เพื่อรับยาด้านสุขภาพจิตไปรับประทานก่อน หลังจากสนทนากันประมาณ 1 ชั่วโมงม้อยก็ตกลงว่าจะไม่กระโดดตึกแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ไปพบจิตแพทย์ หลังจากได้รับการให้การปรึกษาจากผู้เขียนและรับประทานยาแล้วม้อยก็บอกว่าใจดีขึ้นมาก และผู้เขียนก็ดูแลสุขภาพจิตของม้อยตลอดมา อยู่รอจนกระทั่งถึงคิวผ่าตัดลำใส้2ครั้ง กระทั่งมีชีวิตอยู่มาจนถึงสิงหาคม 2569
ตลอดเวลา4ปีที่ผ่านมา ม้อยมีความท้อแท้เป็นระยะๆและโพสต์จอดำทำนองสื่อสารสั่งเสียฝากฝังและสั่งลาและเจ็บปวดเป็นระๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอยากจะค่าตัวตาy ทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์โพสต์จอดำม้อยจะได้รับโทรศัพท์จากอ.แดงเสมอ และเราก็คุยกันนานเป็นชั่วโมง สุดท้ายม้อยก็ปรับตัวได้ตลอดมา ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาผู้เขียนช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่ม้อยตลอดมา เพราะม้อยอยู่ในเกณฑ์ของผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
และประโยคหนึ่งที่ผู้เขียนพูดกับม้อยคือ ”ช่วงเวลาหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในลำไส้แล้วเป็นช่วงที่ขอให้ม้อยทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความบันเทิงเริงรมย์ เพราะเจ้าโรคมะเร็งนี้สิ่งที่มันกลัวมากๆคือจิตใจที่รื่นรมย์และสนุกสนานร่าเริง และยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้คนกล่าวขานถึงว่า แม่ม้อยแม่มดเชียงใหม่เป็นคนที่ต่อสู้ชีวิตอย่างเต็มกำลังจนถึงวาระสุดท้าย “
และขอขอบคุณม้อยอย่างสูงที่เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ให้อ.แดงนำไปเล่าขานต่อได้ว่าการช่วยเหลือและป้องกันคนที่คิดและพยายามจะฆ่าตัวตายนั้นสามารถช่วยได้จริงๆ เพราะสถิติของผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จหลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่กลุ่มแรกคือผู้ป่วยฝ่ายกายเรื้อรัง ที่ไม่ได้รับการคัดกรองและช่วยเหลือเมื่อเขาทุกข์ใจ(เครียด,วิตกกังวล,ซึมเศร้า,นอนไม่หลับ ฯ )
ในที่สุดวาระสุดท้ายก็มาถึงม้อยจริงๆ ที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งและหัวใจไม่ใช่การค่าตัวตาy. ม้อยจะอยู่ในความทรงจำที่ดีงามของอ.แดงตลอดไป ขอบุญกุศลทั้งมวลที่ม้อยและอ.แดงได้ต่างทำกันมา โปรดส่งดวงวิญญาณของม้อยให้เดินทางด้วยความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ สู่สุคติสรวงสวรรค์ด้วยเทอญ
(ทุกท่านโปรดดูแลสุขภาพจิตคนใกล้ชิดกันด้วยครับ)
ด้วยความรักและห่วงใยและชื่นชมม้อยตลอดมา
อ.แดง
(นักส่งเสริมสุขภาพจิตและรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย)
หมายเหตุคำว่า ”ค่าตัวตาy“ ที่เขียนผิดนั้น ตั้งใจเขียนอย่างนั้นจริงๆ เพราะถ้าเขียนตรงๆอาจถูก Facebook ปิดการสื่อสารได้ครับ