27/08/2026
FROZEN CHILD [มาอ่านนิทานกันจ้า]
---
กว่าจะเดินทางมาจนถึงช่วงชีวิตในปัจจุบันแบบทุกวันนี้ได้ ทุกคนก็ต้องมีอดีตของตนเองทั้งนั้น ท้ังอดีตที่เปี่ยมสุข และอดีตที่ขื่นขม ไม่ว่าจะเป็นแบบใดเหล่านี้ก็คือประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็นผู้เป็นคนในแบบฉบับปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้
วันนี้ก่อนเริ่มเข้าเนื้อหา อยากจะชวนอ่านนิทานกันสักเล็กน้อย 🏡
กาลครั้งหนึ่งมีเด็กสาวไร้นามอาศัยร่วมกับพ่อแม่และเพื่อนบ้านหรืออาจจะต้องเรียกว่าผู้ร่วมถิ่นฐานจำนวนหยิบมือ การอาศัยอยู่ที่เขตขั้วโลกนั้นเป็นเหตุให้หมู่คณะจำต้องผลัดย้ายถิ่นอาศัยอยู่บ่อยครั้ง หวังหนีพายุหิมะอันโหดร้ายและพบพานกับแหล่งอาศัยที่มั่นคงในที่สุด
ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทุกคนจำต้องเดินทางมุ่งไปสู่หนทางข้างหน้าที่คาดไว้ว่าคงจะปลอดภัยกว่าพื้นดินผืนนี้ เด็กสาวไร้นามรูปกายผอมบาง แม้นแรงจะเค้นเดินยังยากยิ่ง แต่ผู้ที่เป็นน้องนั้นอ่อนแอกว่ามากจึงมิอาจร้องขอการโอบอุ้มจากมารดาได้ ครั้นบิดาก็แบกหามสัมภาระที่มากโขพอตัว เธอเดินไปข้างหน้าตามหนทาง น่าแปลก ที่ตำแหน่งจากหัวแถวพลันร่นลงมาเรื่อย ๆ จนเดินรั้งอยู่ท้ายแถว
สองขาไร้เรี่ยวแรงหยุดเดินลง เสียงเล็กส่งออกไปแต่ไร้คนตอบสนอง หมู่คณะที่เคยเห็นใกล้กลับไกลห่างออกไปไม่อาจเอื้อม ความหนาวเหน็บเกาะกินผิวหนังทั้งเจ็บและทั้งหนาว ไม่นานนักเด็กสาวไร้นามก็กลายเป็นเพียงก้อนน้ำแข็งไปเสียแล้ว ❄️
เหมือนโชคชะตาฟ้าเป็นใจ กลุ่มนักเดินทางจำนวนไม่มากไม่น้อยเดินทางผ่านมาพบกับก้อนน้ำแข็งมีชีวิต กองไฟถูกก่อขึ้นใกล้ ๆ กัน ผ่านไปแรมเดือนก็ไม่มีทีท่าว่าจะละลายออกมาง่าย ๆ แต่ความรั้นและความปรารถนาจะช่วยเหลือของกลุ่มคนนี้ช่างแรงกล้าเสียจนผ่านไปแรมปีเป้าหมายก็สำเร็จ เด็กสาวไร้นามรับรู้ถึงความอบอุ่นของกองไฟและสามารถก้าวขาออกไปข้างหน้าได้อีกครั้งอย่างมั่นใจ โดยที่ภายในหัวใจก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากการสังเกตการกระทำกลุ่มคณะเดินทางตลอดปีด้วยเช่นกัน 🔥
จบแล้ว~
---
หลังจากอ่านแล้วทุกคนได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง? 5555555 มันก็มีแก่นของมันอยู่นะ และจะอธิบายเดี๋ยวนี้แหละ
ถ้าให้เปรียบในเชิงจิตวิทยาแล้วล่ะก็ เด็กสาวไร้นามก็คือเด็กน้อยที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่ดูแลด้วยนัก อาจด้วยภาระที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือภาระใหม่ที่เสริมเพิ่มเข้ามา ในเมื่อเด็กสาวโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ พ่อแม่จึงหมดห่วงไปได้มาก แต่บางครั้งคำว่า ‘หมดห่วง’ นี้เอง กลับสร้างบาดแผลให้เด็กคนหนึ่งไม่น้อย จากจิตใจที่ร่าเริงพลันเปลี่ยนเป็นหินแข็ง ไม่รับรู้ และไม่รู้สึกต้องการอะไรอีกแล้ว เคยร้องขอ แต่ก็ไม่ได้รับการสนอง
เด็กเหล่านี้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ด้วยหลัก “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” หรือก็คือจะเลือกพึ่งตนเอง จนแล้วจนรอดก็จะไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือเลยสักนิด บางคน-เพราะไม่กล้า ส่วนบางคน-เพราะไม่เคยได้รับมันยามเรียกร้อง เปรียบเสมือนจิตใจที่เริ่มแข็งราวหิน เมื่อไม่ได้ความอบอุ่น ก็ไม่รู้จะเติมมันให้ตัวเองอย่างไร นับวันจิตใจก็เริ่มแช่แข็งไว้เรื่อย ๆ จนหลงลืมความต้องการเบื้องลึกของตัวเอง
นอกจากการขอความช่วยเหลือยากเย็นแล้ว อาจพบได้ในพฤติกรรมเจ้าระเบียบเป๊ะ (Perfectionist) หรือซึมเศร้า (Depress) ก็ได้เช่นกัน
ในตอนสุดท้ายของนิทานคือตอนที่เด็กสาวไร้นามได้รับความอบอุ่นจากกองไฟและผู้คนจนน้ำแข็งละลาย หากเปรียบก็คือบุคคลได้รับการเยียวยาจากสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ทั้งในมิติของผู้คนรอบข้างก็ดี และมิติของตัวบุคคลนั้นเองก็ดี - เมื่อบาดแผลได้รับการมองเห็นและถูกรักษาอย่างเหมาะสม แทนที่จะปล่อยให้แผลรับลมอยู่ซ้ำ ๆ เมื่อนั้นก็ราวกับว่าดวงใจที่ถูกแช่แข็งได้รับไฟอุ่นนั่นเอง
🌸 ทุกคนต่างก็มีบาดแผล ไม่ใช่ว่าจะต้องเกิดในครอบครัวลักษณะนี้และจะเติบโตมาในลักษณะนี้แบบถอดแบบกันมา แต่บทความนี้อยากชวนทุกคนมองว่า ไม่ว่าบาดแผลจะหน้าตาเป็นเช่นไร หากเราพร้อมก้มลงไปมองมันและ “ยอมรับ” ว่าบาดแผลนี้มีอยู่และต้องได้รับการดูแลรักษา ก็จะเข้าใจว่าบาดแผลที่คอยกระตุ้นความเจ็บอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะสามารถสมานและเหลือไว้เพียงรอยแห่งความทรงจำได้
ขออนุญาตหยิบโควทนี้ขึ้นมา
“those who were not mothered enough must become their own loving mothers.”
ถ้าแปลตรงตัวก็อาจแปลได้ว่า “ผู้ที่ไม่ได้รับการโอบอุ้มดูแล เขานั่นแล คือผู้ที่ควรฝึกดูแลและรักตนบ้าง”
นั่นไม่ได้หมายความว่าให้กลับไปวนอยู่ในวัฏจักรเดิมของการสู้ชีวิต แต่หมายถึงการดูแลตนเองอย่างแท้จริง หากเจ็บก็ว่าเจ็บ หากป่วยก็ว่าป่วย สิ่งไหนทานยาพาราแล้วหาย ก็ไปซื้อพารา สิ่งไหนเพียงนอนพัก ก็อนุญาตให้ตนได้พัก สิ่งไหนจำต้องพึ่งพาโรงพยาบาล ก็ไปโรงพยาบาลซะ เท่านี้เอง
ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป อยู่ตรงกลางที่โอเคกับตนเองและรอบข้าง
---
เพราะงั้นถ้าดูแลไม่ไหว ให้พี่ๆดูแลใจได้นะจ้ะ พลีสทำนัดมาโล้ด วีอาร์เรย์ดี้ 😎
Reference:
- Sara O., (2025). From Frozen to Feeling: The Stone Child and the Healing Power of Trauma Therapy. https://www.saraouimette.com/blog/2025/10/18/from-frozen-to-feeling-the-stone-child-and-the-healing-power-of-trauma-therapy
- Sara O., (2025). Healing from Dysfunctional Family Trauma: The Longing to Be Seen and Loved. https://www.saraouimette.com/blog/2025/9/8/healing-from-dysfunctional-family-trauma-the-longing-to-be-seen-and-loved
---
#ต้องการปรึกษาพี่นักจิตฯประจำคณะ (Location: ห้องรับคำปรึกษาประจำคณะ - แม่เหียะ)
https://m.me/Joodpakjai.VetCMU
—
#ต้องการปรึกษาพี่นักจิตฯศูนย์สุขใจ (Location: CMU Mind อาคารศูนย์สุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - สวนสัก)
https://www.facebook.com/CMUMinds
—
#ต้องการประเมินสุขภาพจิตตนเอง (แบบวัดพลังใจ)
https://mentalhealth.cmu.ac.th