Connect8 ศูนย์การปรึกษาและบำบัดสุขภาพจิต โดยทีมนักจิตวิทยาการปรึกษา Psychological Counseling & Therapy Center
ให้การปรึกษา/บำบัด/เสนอบทความทางจิตวิทยา

☀️✨ แวะมาส่งพลังใจให้ ขอให้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคนนะคะ 🥰
04/08/2026

☀️✨ แวะมาส่งพลังใจให้ ขอให้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคนนะคะ 🥰

ป่านนี้คงไม่มีใครไม่เคยเห็นคลิปเด็กผู้หญิงจากภูเก็ตคนหนึ่ง ยืนเขินๆ อยู่กลางเวที America's Got Talent ก่อนที่เสียงกีตาร์...
20/07/2026

ป่านนี้คงไม่มีใครไม่เคยเห็นคลิปเด็กผู้หญิงจากภูเก็ตคนหนึ่ง ยืนเขินๆ อยู่กลางเวที America's Got Talent ก่อนที่เสียงกีตาร์จะดังขึ้น แล้วความเขินทั้งหมดจะระเหยหายไปต่อหน้าต่อตา เหลือไว้แค่ร็อกสตาร์อายุสิบหกที่ทำให้คนดูทั้งฮอลล์ลุกขึ้นยืน และทำให้คนทั้งโลกเปิดคลิปวนจนแทบจะท่องคอร์ดเพลง Zombie ได้เอง
แต่ระหว่างที่นั่งดูคลิปน้องวนไปรอบที่ร้อยสิบเจ็ด มีคำถามหนึ่งค่อยๆ โผล่ขึ้นมาในหัว แล้วมันไม่ยอมไปไหน เพราะพอไปตามเรื่องราวของน้อง จุดเริ่มต้นมันธรรมดาจนน่าตกใจ เนเน่ไม่ได้เกิดในครอบครัวนักดนตรี พ่อแม่เป็นพนักงานโรงแรมธรรมดาในภูเก็ต บ้านไม่มีสตูดิโอ ไม่มีกีตาร์แขวนเรียงบนผนัง เรื่องของเรื่องคือตอนเด็กๆ ครอบครัวพาไปสมัครเรียนพิเศษ แต่วิชาที่ตั้งใจจะเรียนดันเต็ม เหลืออยู่วิชาเดียวคือกีตาร์ ก็เลยเรียน แค่นั้น จุดเริ่มต้นของเด็กที่วันนี้คนทั้งโลกเรียกว่า “อัจฉริยะทางดนตรี”
อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่า นี่เรากำลังดูเรื่องราวของพรสวรรค์ หรือกำลังดูเรื่องราวของความบังเอิญที่แต่งตัวมาดีมากกันแน่ ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าวันนั้นวิชาที่อยากเรียนมีที่นั่งเหลืออยู่ที่เดียว วันนี้โลกจะรู้จักเนเน่ รอยัล ไหมนะ หรือถ้าวิชาที่เหลือไม่ใช่กีตาร์แต่เป็นกีฬาสักอย่าง เราจะได้เห็นน้องเนเน่ในเวอร์ชันนักกีฬาทีมชาติแทนหรือเปล่า หรือความมหัศจรรย์นี้มันเกิดขึ้นได้กับกีตาร์เท่านั้น เพราะมือคู่นั้นกับหูคู่นั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้พอดี
ฝั่งที่เชื่อเรื่อง Nature คงบอกว่ายังไงคนเก่งก็จะเก่ง เพราะพรสวรรค์คือฮาร์ดแวร์ที่ติดตัวมาแต่เกิด ฝั่ง Nurture ก็จะเถียงว่าไม่จริ๊ง ทุกอย่างสร้างได้ด้วยการฝึก แต่พอดูเคสเนเน่แล้ว คำตอบที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ฝั่งไหนถูก แต่เป็นภาพที่ซ่อนอยู่ตรงกลาง นั่นคือ พรสวรรค์อาจไม่ใช่ของที่มีหรือไม่มี แต่เป็นของที่ต้องเจอกันพอดี เหมือนลูกกุญแจกับแม่กุญแจ เด็กบางคนอาจถือกุญแจดอกหนึ่งไว้ในมือทั้งชีวิต โดยไม่เคยเดินผ่านประตูที่มันไขได้เลย วันที่วิชาเต็มอาจเป็นวันที่จักรวาลจับมือเนเน่ไปเสียบกุญแจถูกประตูโดยไม่มีใครตั้งใจ
แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าเรื่องนี้จบแค่ความบังเอิญ มันจะอธิบายไม่ได้เลยว่าทำไมเด็กอีกหลายคนที่บังเอิญได้เรียนกีตาร์เหมือนกัน ถึงเลิกเล่นไปตั้งแต่ก่อนนิ้วด้าน เพราะระหว่างห้องเรียนพิเศษวันนั้นกับเวที AGT วันนี้ มันมีช่องว่างอยู่เก้าปี และเก้าปีนั้นไม่ได้ว่างเปล่า เก้าปีนั้นมีชื่อว่า “ครอบครัว”
คุณพ่อของเนเน่เคยมีความฝันอยากเป็นนักดนตรี แต่ไม่มีโอกาส พอเห็นแววของลูก จึงตัดสินใจสนับสนุนอย่างเต็มที่ และความสำเร็จวันนี้เกิดจากการต่อสู้อย่างยาวนานของทั้งครอบครัว
ลองหลับตานึกภาพตามดู ผู้ชายคนหนึ่งที่เก็บความฝันเรื่องดนตรีของตัวเองใส่ลิ้นชักไปนานแล้ว วันหนึ่งเห็นลูกสาวจับกีตาร์แล้วมีบางอย่างในแววตา แทนที่จะบอกว่า เรียนหนังสือเถอะลูก เต้นกินรำกินมันไม่มั่นคง แต่พ่อกลับเลือกที่จะเชื่อในตัวลูก และทุ่มสุดตัวส่งลูกเดินไปไขแม่กุญแจนั้นอย่างมั่นคง
และแล้ว ถนนคนเดินและตลาดนัดที่ภูเก็ตก็กลายเป็นโรงเรียนดนตรีของเนเน่ การเปิดหมวกไม่ใช่กิจกรรมตะมุตะมิในวันหยุด แต่คือห้องซ้อมที่มีคนดูจริง บรรยากาศที่จริงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แล้วลองคิดดูว่าเด็กคนหนึ่งจะไปยืนอยู่ตรงนั้นซ้ำๆ เป็นปีๆ ได้ยังไง ถ้าไม่มีผู้ใหญ่สักคนที่เลิกงานแล้วไม่ได้กลับไปพัก แต่ขนตู้แอมป์ขึ้นรถ ขับไปส่ง ยืนเฝ้าอยู่ข้างเวทีจนดึก แล้วขนของกลับ ทำแบบนี้สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า วันหยุดของคนเป็นพ่อหายไปทีละวัน เวลาว่างส่วนตัวถูกแปลงร่างเป็นเวลาซ้อมของลูกทั้งหมด
และในเรื่องราวที่กล้องจับไปที่พ่อลูกคู่นี้ ยังมีอีกคนที่แทบไม่ปรากฏตัวในเฟรม นั่นคือคุณแม่ สิ่งที่ท่านพูดไม่ใช่การทวงเครดิตแม้แต่คำเดียว มีแต่บอกว่าภูมิใจในตัวลูก และที่ผ่านมา "ไม่เหนื่อยเลย" ซึ่งใครที่เคยเลี้ยงลูกต่างก็รู้ว่าประโยคนี้ไม่มีอยู่จริงตามตัวอักษร เก้าปีของเด็กที่ซ้อมดนตรีทุกวัน ย่อมมีข้าวที่ต้องมีคนหุง ชุดที่ต้องมีคนซัก และบ้านที่ต้องมีคนดูแลให้พร้อมเป็นที่พักใจ คำว่าไม่เหนื่อยของคนเป็นแม่ จึงไม่ได้แปลว่าไม่มีความเหนื่อย แต่แปลว่าความเหนื่อยนั้นถูกนับเป็นความคุ้มค่าไปแล้ว ครอบครัวนี้เลยเหมือนวงดนตรีที่มีคนออกหน้าเวทีคนเดียว แต่ข้างหลังมีคนเล่นอยู่ทั้งวง
ถึงตรงนี้สมการเลยเริ่มชัดขึ้น ความบังเอิญเปิดประตู พรสวรรค์ทำให้ก้าวแรกลื่นไหล แต่สิ่งที่พาเด็กคนหนึ่งเดินจากเวทีตลาดนัดไปถึงสตูดิโอที่อเมริกา คือคนข้างหลังที่ทำให้เธอได้ซ้อมต่อในวันที่เด็กคนอื่นเลิกไปแล้ว ฝันของเด็กคนหนึ่ง จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ใหญ่สักคนที่ไม่เคยหยุดเชื่อในตัวเขา
เนเน่อาจไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์ว่าพรสวรรค์มีจริง แต่มาเพื่อเตือนว่า เบื้องหลังอัจฉริยะหนึ่งคน มักมีคนธรรมดาอีกทั้งครอบครัว ที่ยอมเป็นลมอยู่ใต้ปีกโดยไม่ขอขึ้นบิน

#สุขภาพจิต #จิตวิทยา # จิตบำบัด # นักจิตวิทยา #ปัญหาชีวิต #เครียด #วิตกกังวล #เศร้า #บาดแผลในใจ #ความสัมพันธ์
-------------------------------------------------------------
Connect8 – ดูแลใจด้วยใจ
นัดหมาย สอบถาม ได้ทาง
โทร 092-6456611
inbox
Line@:
โลเคชั่น: https://maps.app.goo.gl/5k1FDLNbL3uL2axXA?g_st=ic

ขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ภาสู่สวรรคาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาว...
12/06/2026

ขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ภาสู่สวรรคาลัย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

เมื่อคืนมีคนมาเปรยให้ฟังว่า “ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแย่เท่าไร แต่งง ๆ ตัวเองอยู่ว่าทำไมยังมีความไม่สบายใจอยู่ดี” แล้วก็หัว...
16/04/2026

เมื่อคืนมีคนมาเปรยให้ฟังว่า “ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรแย่เท่าไร แต่งง ๆ ตัวเองอยู่ว่าทำไมยังมีความไม่สบายใจอยู่ดี” แล้วก็หัวเราะแห้งๆ ต่อท้ายแบบคนที่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เราเลยลองถามกลับเล่นๆ ว่า แล้วตอนนี้ชีวิตมันเป็นแบบที่เคยคิดไว้มั้ย เขานิ่งไปแป๊บนึงก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “ไม่นะ…มันไม่ตรงเลย” ประโยคสั้นๆ แต่มันก็พอจะรู้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นอยู่ข้างใน
พอลองนั่งดูดีๆ มันมีภาพนึงที่อธิบายได้ตรง ๆ คือในหัวเรามันมี “เส้นความคาดหวัง” ที่ลอยสูงแบบ…ชีวิตที่ควรจะเป็นควรจะไปได้ไกลกว่านี้ ควรจะเก่งกว่านี้ ควรจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่านี้ แต่พอหันกลับมาดู “เส้นความจริง” มันดันอยู่ต่ำกว่า
แล้วสองเส้นนี้มันไม่ยอมบรรจบกันสักที สุดท้ายเราก็ต้องมายืนอยู่ตรงช่องว่างระหว่างสองเส้นนี่แหละ ช่องว่างที่แบบว่า…อยู่ก็ไม่สบาย จะไปอย่างไรก็ยังไปไม่ถึง เหมือนยืนค้างอยู่กลางบันไดเลื่อนที่เสีย จะขึ้นก็ไม่ขึ้น จะลงก็ไม่ลง ยืนงงๆ แล้วขาที่ยืนอยู่ก็ล้าไปเรื่อยๆ
พอเห็นเส้นที่มันห่างกันขนาดนี้ หนทางที่จะบรรเทาความหน่วงก็มีสองทางเลือก ทางแรกคือการค่อยๆ ดึง “เส้นความคาดหวัง” ลงมาให้มันใกล้ความจริงมากขึ้น ลองมาคิดดูว่าความหวังนั้นเป็นไปได้แค่ไหน ไม่ใช่ว่าตั้งเป้าไว้ระดับไฮเอนด์ แต่ตอนนี้ยังอยู่โหมดพยายามตื่นเช้าให้ทันอยู่เลย (แค่ไม่กด snooze 5 รอบก็ถือว่าชนะแล้วค่ะวันนี้) ก็อาจจะขยับเส้นความคาดหวังในช่วงนี้ลงมา
อีกทางคือถ้ายังรู้สึกว่าอยากไปให้ถึงอยู่ ก็เลือกขยับเส้นความจริงให้มันสูงขึ้นไปหาความคาดหวังแทน อาจเป็นในรูปแบบการพัฒนาตัวเอง ศึกษาหาความรู้ ฝึกสกิลเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะต้องใช้แรงหน่อย เหนื่อยหน่อย แล้วก็ต้องใจดีกับตัวเองระหว่างทางหน่อย เพราะมันไม่ได้ขึ้นเร็วแบบกดลิฟต์แน่นอน
สำคัญคือการพูดกับตัวเองแบบยอมรับความจริง เออ ตอนนี้มันได้แค่นี้จริงๆ และแค่นี้ก็โอเคแล้วนะ อย่างน้อยเราก็ยังเดินอยู่ ไม่ได้ล้มแผ่หลา จะเรียกว่า Realistic optimism ก็ได้ค่ะ คือไม่ได้คิดบวกแบบโลกสวยวิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ก็ไม่ซ้ำเติมตัวเองเพิ่ม
เขานั่งเงียบไปพักนึงก่อนจะพยักหน้า แล้วพูดว่า “อืม…งั้นเดี๋ยวกลับไปดูว่า ตอนนี้ยืนอยู่ตรงไหน แล้วค่อยเลือกว่าจะขยับเส้นไหนดี”
นั่นสิ การจะเลือกทางไหนก็ไม่มีถูกหรือผิด บางวันอาจดึงความคาดหวังลงมา บางวันอาจค่อยๆ ดันความจริงขึ้นไป หรือบางวันก็แค่นั่งพักอยู่ตรงนั้นก่อนก็ได้จนเรารู้สึกว่า เออ อย่างน้อยวันนี้มันก็ไม่ได้ห่างกันเท่าเมื่อวานแล้ว
เพราะว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์เวอร์ชันไม่เพอร์เฟกต์อย่างเรานี่นา

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #ความคาดหวัง #รู้จักตัวเอง
-------------------------------------------------------------
Connect8 – ดูแลใจด้วยใจ
นัดหมาย สอบถาม ได้ทาง
โทร 092-6456611
inbox
Line@:
โลเคชั่น: https://maps.app.goo.gl/5k1FDLNbL3uL2axXA?g_st=ic

ยังจำข่าวไวรัลของ 'พันช์คุง' ลูกลิงหิมะกำพร้า เกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2565 จากสวนสัตว์อิชิกาวะในญี่ปุ่น ที่ถูกแม่ทอดทิ้ง...
03/04/2026

ยังจำข่าวไวรัลของ 'พันช์คุง' ลูกลิงหิมะกำพร้า เกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2565 จากสวนสัตว์อิชิกาวะในญี่ปุ่น ที่ถูกแม่ทอดทิ้ง ส่งเสียงร้องเรียกหาความรักอย่างน่าเวทนาจนสะเทือนใจผู้คนไปทั้งโลก กันได้ไหมคะ?
จากข่าวนี้ หากมองลึกลงไปเราอาจกำลังมองเห็นสัญชาตญาณความโหยหาความปลอดภัยที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคนก็เป็นได้ ในทางจิตวิทยา ประสบการณ์ขาดการดูแลเช่นนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่ความทรงจำ แต่มันเข้าไป 'เขียนบทชีวิต' ใหม่ลึกถึงระดับชีววิทยาและระบบประสาท ตั้งแต่วันแรกที่เราลืมตาดูโลกเลยทีเดียว
กรณีนี้สามารถนำวิทยาศาสตร์มาอธิบายได้ โดยในหนังสือ 'ฝันร้ายในร่างกาย: สมอง จิตใจ และร่างกายในการเยียวยาบาดแผลทางใจ' (The Body Keeps the Score) ของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลทางใจระดับโลกอย่าง Bessel van der Kolk ได้หยิบยกงานวิจัยชิ้นสำคัญของ Stephen Suomi มาอธิบายให้เราเห็นภาพว่า "ต้นทุนทางชีววิทยา" ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต ผลการศึกษาในลิงพบว่า แม้ลิงบางตัวจะเกิดมาพร้อมระบบเซโรโทนินที่ไวต่อความเครียด มีแนวโน้มกังวลง่ายหรือก้าวร้าวติดตัวมาแต่กำเนิด แต่นั่นก็ไม่ใช่ชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้ให้แก้ไขไม่ได้เสมอไป
สิ่งที่น่าทึ่งคือ เมื่อนำลูกลิงที่ดูเหมือนจะ 'มีปัญหาทางยีน' ไปอยู่ในความดูแลของแม่ที่อบอุ่น มอบความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ลิงตัวนั้นกลับเติบโตมาอย่างปกติ ราวกับว่า "ความรัก" เข้าไปเขียนทับ "รหัสพันธุกรรม" ได้จริงๆ
ในทางกลับกัน ลิงที่เกิดมาปกติ แต่ถูกทอดทิ้งหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ก็สามารถกลายเป็นลิงที่หวาดกลัวและก้าวร้าวได้ลึกถึงระดับชีววิทยา
สิงนี้อาจจะบอกเราว่า หลายครั้งที่เราตำหนิตัวเองว่า "ทำไมฉันอ่อนแอ" หรือ "ทำไมฉันจัดการอารมณ์ไม่ได้" จริงๆ แล้วนั่นอาจไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่มันคือผลลัพธ์ของ "ความสัมพันธ์ในวัยต้นของชีวิต" ประสบการณ์เหล่านั้นไม่ได้แค่ฝังในความทรงจำ แต่มันฝังอยู่ในระบบฮอร์โมนและสมองของเรา มันเปลี่ยนวิธีที่เรามองโลก และวิธีที่เราตอบสนองต่อความกลัว
แต่ในความจริงที่ฟังดูโหดร้ายนี้ ยังมีแสงสว่างซ่อนอยู่ค่ะ ถ้าความสัมพันธ์ที่เปราะบางในวัยเด็กเปลี่ยนชีววิทยาเราได้ ดังนั้น "ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและปลอดภัยในปัจจุบัน" ก็สามารถซ่อมแซมเราได้เช่นกัน
เราอาจกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าวันนี้เราจะมอบพื้นที่ปลอดภัยแบบไหนให้กับตัวเอง และจะเลือกคนแบบไหนเข้ามาในชีวิตได้ค่ะ
อัปเดตข่าวดีล่าสุดในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 นี้ค่ะ แม้เราอาจไม่รู้แน่ชัดว่ารหัสพันธุกรรมของ 'พันช์คุง' ถูกตั้งค่ามาแบบไหน แต่สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาเราในวันนี้คือ แม้น้องเริ่มต้นชีวิตด้วยความเปราะบางจากการถูกทอดทิ้ง แต่เมื่อน้องได้รับโอกาสในสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูลและได้รับประสบการณ์ความสัมพันธ์ใหม่ที่ปลอดภัยพอ น้องก็สามารถวาง 'ตุ๊กตาตัวแทน' ลง แล้วก้าวออกไปเชื่อมต่อกับโลกความจริงได้อีกครั้ง

เป็นกำลังใจให้นะ พันช์คุง!!! 😘

เครดิตรูปภาพ: Daiei Onoguchi จากเว็บไซต์ https://en.japantravel.com/chiba/punch-the-monkey-japan/72404

#สุขภาพจิต #จิตวิทยา # จิตบำบัด # นักจิตวิทยา #ปัญหาชีวิต #เครียด #วิตกกังวล #เศร้า #บาดแผลในใจ #ความสัมพันธ์
-------------------------------------------------------------
Connect8 – ดูแลใจด้วยใจ
นัดหมาย สอบถาม ได้ทาง
โทร 092-6456611
inbox
Line@:
โลเคชั่น: https://maps.app.goo.gl/5k1FDLNbL3uL2axXA?g_st=ic

ความสัมพันธ์ที่ดูอบอุ่นจากภายนอก ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป หลายครั้งมันถูกสร้างขึ้นจากสิ่งเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครสัง...
09/03/2026

ความสัมพันธ์ที่ดูอบอุ่นจากภายนอก ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป หลายครั้งมันถูกสร้างขึ้นจากสิ่งเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น ในทางจิตวิทยาความสัมพันธ์มีคำหนึ่งที่น่าสนใจมาก เรียกว่า Bid for connection เป็นแนวคิดจากงานของ John Gottman ซึ่งอธิบายว่า ในแต่ละวันคนเราจะส่ง “สัญญาณเล็กๆ” เพื่อขอการเชื่อมต่อกับคนที่เรารักอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสัญญาณเหล่านี้อาจไม่ได้ดูโรแมนติกเลย มันอาจมาในรูปแบบของการชวนกันดูแมวส้ม การแตะหลังเบาๆ การอ้าแขนรับเวลาอีกฝ่ายมาถึงบ้าน การถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง การเดินเข้ามากอดจากด้านหลังโดยไม่มีเหตุผลพิเศษ อะไรเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ เป็นต้น

มองเผินๆ เราอาจคิดว่าเรื่องพวกนี้ธรรมดา แต่หากว่าสิ่งเหล่านี้กำลังทำหน้าที่ถามคำถามว่า “เธอยังอยู่กับฉันไหม”

และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อมี bid เกิดขึ้น เรามักตอบสนองได้สามแบบ คือ หันเข้าหา หันหนี หรือหันผ่าน

การหันเข้า หาอาจเป็นเพียงการเงยหน้าขึ้นมองแล้วตอบว่า “ไหนดูสิ” หรือหัวเราะไปด้วยกัน

การหันหนี คือการตอบแบบตัดบท เช่น “เดี๋ยวก่อน กำลังยุ่ง”

ส่วนการหันผ่าน คือการไม่ตอบอะไรเลย เช่น เลื่อนโทรศัพท์ต่อเหมือนไม่ได้ยิน ซึ่งมือถือนี่ก็มีความสามารถพิเศษดีนะคะ คือทำให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเราหายตัวไปได้เฉยโดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์

คู่รักที่มีความสัมพันธ์มั่นคงส่วนใหญ่ มักจะหันเข้าหา bid ของกันและกันบ่อยกว่า ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีงานทำหรือมีเวลาว่างทั้งวัน แต่เพราะพวกเขาสังเกตเห็นสัญญาณเล็กๆ ที่ถูกส่งมาเหล่านี้ และเลือกจะตอบกลับ แม้จะเป็นเพียงวินาทีสั้นๆ การเลือกการตอบสนองที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีนี้เอง แม้จะเพียงชั่วครู่ แต่ผลของมันอาจอยู่ได้นานกว่านั้นมาก เพราะในความสัมพันธ์ สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกใกล้กัน คือการรับรู้ว่า “เวลาฉันหันไป เธอยังหันกลับมา”

ในทางกลับกัน คู่รักจำนวนไม่น้อยไม่ได้เลิกกันเพราะมีปัญหาใหญ่ แต่ค่อยๆ ห่างกันเพราะ bid เล็กๆ เหล่านี้ถูกมองข้ามซ้ำๆ จนวันหนึ่งคนที่เคยยื่นมือออกมาก็เริ่มหยุดยื่น เพราะรู้สึกว่าเรียกไปก็ไม่มีใครหันมา เหมือนกดปุ่มเรียกลิฟต์ซ้ำๆ แล้วลิฟต์ไม่มา สุดท้ายก็เดินขึ้นบันไดเองเสียให้รู้แล้วรู้รอดกันไป
ถ้าอยากดูแลความสัมพันธ์โดยไม่ต้องรอวันพิเศษ ลองเริ่มจากการใส่ใจกับ bid for connection ให้มากขึ้น เมื่ออีกคนพูดว่า “ดูนี่สิ” ลองเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเขาบ่นว่าเหนื่อย ลองตอบว่า “วันนี้หนักมากเลยใช่ไหม”

สุดท้ายนี้ อยากชวนให้ลองสังเกตดูว่าใน 1 วัน เราส่ง bid ให้คนรักกี่ครั้ง และเราตอบ bid ของอีกฝ่ายกี่ครั้ง แล้วลองดูว่าบรรยากาศในความสัมพันธ์เปลี่ยนไปอย่างไร บางทีความใกล้ชิดที่เรากำลังตามหา อาจไม่ได้ต้องการอะไรยิ่งใหญ่ แต่อยู่ในวินาทีเล็กๆ ที่เราเลือกจะหันเข้าหากันอีกครั้งก้ได้นะคะ

#จิตวิทยา #สุขภาพจิต #จิตบำบัด #ปรึกษา #นักจิตวิทยา #ปัญหาชีวิต #เครียด #วิตกกังวล #เศร้า #บาดแผลในใจ #ความสัมพันธ์

-------------------------------------------------------------
Connect8 – ดูแลใจด้วยใจ
นัดหมาย สอบถาม ได้ทาง
โทร 092-6456611
inbox
Line@:
โลเคชั่น: https://maps.app.goo.gl/5k1FDLNbL3uL2axXA?g_st=ic

ลุยกันฉ่ำๆ 3 วันเต็ม! ✌️ ชาว รพ.ดอยสะเก็ด พลังล้นเหลือมากกกก!!! ที่สุดของความประทับใจคือพี่น้องชาวรพ. มาจอยกันได้เกือบคร...
14/02/2026

ลุยกันฉ่ำๆ 3 วันเต็ม! ✌️ ชาว รพ.ดอยสะเก็ด พลังล้นเหลือมากกกก!!! ที่สุดของความประทับใจคือพี่น้องชาวรพ. มาจอยกันได้เกือบครบทั้งโรงพยาบาลเลย ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้พวกเราเข้าไปเติมพลังบวกและสร้างบรรยากาศดีๆ ในการทำงานร่วมกันนะคะ 🔥

ที่อยู่

182 Moo. 2 Sansai
Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00
เสาร์ 10:00 - 17:00
อาทิตย์ 10:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Connect8ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์