06/04/2026
มีงานวิจัยที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Endurance), ระดับกิจกรรมทางกาย (Physical Activity Level) และ การทรงตัว (Balance) ในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ
ผู้วิจัยต้องการทราบว่าพฤติกรรมการทำงานของพนักงานออฟฟิศที่ส่วนใหญ่ มักจะนั่งทำงานอยู่กับที่ (Sedentary Behavior) จะส่งผลต่อสมรรถภาพทางกายอย่างไร โดยเฉพาะ เรื่องการขาดกิจกรรมทางกายส่งผลให้กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแอลงหรือไม่??? และความอ่อนแอของแกนกลางลำตัวส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทรงตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือปวดหลังเรื้อรัง (Low Back Pain) หรือไม่???
งานวิจัยนี้ ผู้วิจัยจะให้กลุ่มพนักงานออฟฟิศอายุประมาณ 25-45ปี มาประเมินกิจกรรมทางกาย การทดสอบความทนทานแกนกลางลำตัว และการทดสอบการทรงตัว
ซึ่งจากการประเมินและวิเคราะห์ผล ผู้วิจัยพบว่า
- Core Endurance กับ Balance มีความสัมพันธ์กันสูงมาก เพราะพนักงานที่มีความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางดี จะมีการทรงตัวที่ดีกว่า (ทั้งขณะอยู่กับที่และเคลื่อนไหว) ส่วนแกนกลางที่แข็งแรงนั้น จะช่วยรักษาจุดศูนย์ถ่วง (Center of Mass) ได้แม่นยำ
- กลุ่มพนักงานที่มีกิจกรรมทางกายระดับ "สูง" (เช่น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือมีการขยับตัวระหว่างวัน) จะมีค่าความทนทานแกนกลางและการทรงตัวดีกว่ากลุ่มที่นั่งนานๆ อย่างเห็นได้ชัด
- พนักงานออฟฟิศที่กิจกรรมทางกายต่ำ มักมีภาวะกล้ามเนื้อแกนกลางฝ่อตัวหรือทำงานผิดจังหวะ (Delayed Activation) ซึ่งนำไปสู่การทรงตัวที่ไม่มั่นคง และมักสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่าง
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ สามารถช่วยรักษาความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้พนักงานออฟฟิศมีการทรงตัวที่ดีและลดความเสี่ยงต่ออาการปวดเมื่อยจากการทำงาน ( เช่นอาการปวดหลังที่มักจะพบได้บ่อย เป็นต้น)
ที่มา
The relationship between core endurance, physical activity level and balance in office workers