09/07/2026
🩸บริจาคเลือดแล้ว สามารถกลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?🩸
👩⚕️ พญ. พิมพ์ทอง จิตสกุลชัยเดช
👩⚕️ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
---
การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ ทว่าสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพที่มีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด มักเกิดคำถามสำคัญในใจเสมอว่า หลังจากบริจาคโลหิตแล้ว ร่างกายจะสามารถกลับไปวิ่ง ยกน้ำหนัก หรือออกกำลังกายในเย็นวันนั้นได้ทันทีหรือไม่
ในฐานะแพทย์ หมอมักพบผู้บริจาคจำนวนไม่น้อยที่พยายามฝืนร่างกายกลับไปซ้อมตามตารางปกติ โดยหารู้ไม่ว่าระบบไหลเวียนโลหิตภายในกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และต้องการเวลาในการปรับสมดุลเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้บริจาคเอง
กลไกทางสรีรวิทยาเมื่อร่างกายสูญเสียปริมาตรเลือดชั่วคราว
เมื่อกระบวนการบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ร่างกายจะสูญเสียโลหิตไปประมาณ 350-450 มิลลิลิตร ซึ่งคิดเป็น 8-10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย การสูญเสียนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบขนส่งออกซิเจนทั่วร่างกาย ดังนี้
1. ปริมาตรพลาสมาลดลงอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้ความดันโลหิตมีแนวโน้มลดต่ำลงชั่วคราวในช่วงแรก
2. ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้สารฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่จับกับออกซิเจนเพื่อนำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและสมองมีปริมาณน้อยลงตามไปด้วย
3. หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น โดยต้องเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อสูบฉีดเลือดไปชดเชยส่วนที่หายไป ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
การออกกำลังกายทันทีหลังการบริจาคโลหิตภายในวันเดียวกัน อาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะส่วนกลางไม่เพียงพอ สัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง มีดังนี้
• อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพร่ามัว หรือรู้สึกวูบคล้ายจะเป็นลมเนื่องจากความดันโลหิตตกอย่างรวดเร็ว
• อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงเกินกว่าปกติอย่างรวดเร็ว แม้ความหนักในการออกกำลังกายจะอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง
• เกิดภาวะเลือดออกซ้ำหรือมีรอยช้ำขนาดใหญ่บริเวณข้อพับแขนที่เจาะเข็ม เนื่องจากแรงดันเลือดที่เพิ่มขึ้นขณะออกกำลังกาย
แนวทางการฟื้นฟูและการกลับเข้าสู่โปรแกรมออกกำลังกายอย่างปลอดภัย
กระบวนการทางสรีรวิทยาในการสร้างสิ่งทดแทน จำเป็นต้องใช้เวลาตามธรรมชาติ หมอขอแนะนำแนวทางปฏิบัติและกรอบเวลาที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
1. ช่วง 24 ชั่วโมงแรก: ควรงดออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง (High-intensity Exercise) การยกน้ำหนัก และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการหกล้ม
2. การชดเชยของเหลว: ดื่มน้ำสะอาดมากกว่าปกติประมาณ 3-4 แก้วภายในวันนั้น เพื่อเร่งกระบวนการดึงของเหลวกลับเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มปริมาตรพลาสมา
3. การกลับมาออกกำลังกาย: หลังจากผ่าน 24 ชั่วโมงแรกไปแล้ว สามารถเริ่มจากการออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน หรือการยืดเหยียด หากไม่มีอาการผิดปกติจึงค่อยๆ เพิ่มความหนักในการออกกำลังกาย
4. การฟื้นตัวของสมรรถภาพ: ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 สัปดาห์ในการสร้างเม็ดเลือดแดงทดแทนจนเต็มระบบ ดังนั้น นักกีฬาอาจรู้สึกว่าความทนทานหรือค่า VO2 Max ลดลงเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรกๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ จึงแนะนำว่าสำหรับนักกีฬา ควรบริจาคโลหิตในช่วงที่นอกฤดูกาลแข่งขัน หรืออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสมรรถภาพของร่างกาย
เอกสารอ้างอิง
1. Hill J, Vingren JL, Burdette S. The effect of blood donation on exercise performance in endurance athletes. J Sports Med Phys Fitness. 2021;61(4):532-8.
2. Johnson DM, Marwood S, Ross MJ, Fletcher G, Broadhurst M, Williams EL. The acute effects of whole blood donation on cardiorespiratory and haematological factors in exercise: A systematic review. PLoS One. 2019;14(4):e0215346.
บทความนี้เป็นบทความทางการแพทย์ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้เข้าพบการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ารับการวินิจฉัยที่ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ 📞 โทร. 053-936900 ถึง 1 หรือติดต่อทาง 💬 Line
#บริจาคโลหิต #ออกกำลังกายหลังบริจาคเลือด #ระบบไหลเวียนโลหิต #ความดันโลหิต #ฟื้นฟูร่างกาย #ความรู้สุขภาพ #แพทย์แนะนำ #ความปลอดภัยในการออกกำลังกาย #ศูนย์ศรีพัฒน์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่