Sriphat Medical Center, Chiang Mai

Sriphat Medical Center, Chiang Mai ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Call Center : 0-5393-6900-1 (24 hrs)
Line :

ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งในคราวประชุมสภามหาวิทยาลัย
ครั้งที่ 3/2539 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2539 ในนาม ศูนย์บริการสุขภาพพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2540 เป็นต้นมา และเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2540 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถานบริการสุขภาพพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหา

วิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2551 เป็นต้นมา

ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ เป็นหน่วยงานหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยคณาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคทุกสาขา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดในการวินิจฉัยโรค รวมทั้งบริการอันอบอุ่นประทับใจ ที่มุ่งเน้นคุณภาพของการบริการที่ก่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ

💉วัคซีน HPV ไม่ใช่วัคซีนของผู้หญิง แต่เป็นวัคซีนของทุกคน💉HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่ติดต่อได้จากการสัมผัสทาง...
09/07/2026

💉วัคซีน HPV ไม่ใช่วัคซีนของผู้หญิง แต่เป็นวัคซีนของทุกคน💉

HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่ติดต่อได้จากการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ ทั้งทางอวัยวะเพศ ช่องปาก และทวารหนัก การติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนติดเชื้อและแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว

HPV เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก รวมถึงมะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งช่องปากและลำคอ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของโรคหูดหงอนไก่อีกด้วย

วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวัคซีนที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะวัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ก่อมะเร็งส่วนใหญ่ และช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า 90%

วัคซีนสามารถฉีดได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป การฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด แต่ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังได้รับประโยชน์จากวัคซีน

แม้จะมีคู่นอนเพียงคนเดียว หรือใช้ถุงยางอนามัย ก็ยังมีโอกาสได้รับเชื้อ HPV ได้ ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงระยะยาว

✨ฉีดวัคซีนแล้ว อย่าลืมชวนคนที่คุณรักมาฉีดด้วย

HPV เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองฝ่าย การที่ทั้งคู่ได้รับวัคซีนจะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อและเสริมประสิทธิภาพการป้องกันโรคมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้ดียิ่งขึ้น วัคซีน HPV จึงไม่ใช่วัคซีนของผู้หญิงเท่านั้น แต่เป็นวัคซีนของครอบครัว

📝บทสรุป

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา วัคซีน HPV เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวที่ช่วยปกป้องทั้งตัวเราและคนที่เรารัก หากคุณได้รับวัคซีนแล้ว อย่าลืมชวนคู่รัก คู่สมรส บุตรหลาน หรือสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในวัยเหมาะสมมารับวัคซีนด้วย เพราะการป้องกัน HPV ที่ดีที่สุด คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทั้งครอบครัวและสังคม

🩸บริจาคเลือดแล้ว สามารถกลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?🩸👩‍⚕️ พญ. พิมพ์ทอง จิตสกุลชัยเดช👩‍⚕️ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์...
09/07/2026

🩸บริจาคเลือดแล้ว สามารถกลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?🩸

👩‍⚕️ พญ. พิมพ์ทอง จิตสกุลชัยเดช
👩‍⚕️ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู

---

การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ ทว่าสำหรับกลุ่มคนรักสุขภาพที่มีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด มักเกิดคำถามสำคัญในใจเสมอว่า หลังจากบริจาคโลหิตแล้ว ร่างกายจะสามารถกลับไปวิ่ง ยกน้ำหนัก หรือออกกำลังกายในเย็นวันนั้นได้ทันทีหรือไม่

ในฐานะแพทย์ หมอมักพบผู้บริจาคจำนวนไม่น้อยที่พยายามฝืนร่างกายกลับไปซ้อมตามตารางปกติ โดยหารู้ไม่ว่าระบบไหลเวียนโลหิตภายในกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และต้องการเวลาในการปรับสมดุลเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้บริจาคเอง

กลไกทางสรีรวิทยาเมื่อร่างกายสูญเสียปริมาตรเลือดชั่วคราว

เมื่อกระบวนการบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ร่างกายจะสูญเสียโลหิตไปประมาณ 350-450 มิลลิลิตร ซึ่งคิดเป็น 8-10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย การสูญเสียนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบขนส่งออกซิเจนทั่วร่างกาย ดังนี้

1. ปริมาตรพลาสมาลดลงอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้ความดันโลหิตมีแนวโน้มลดต่ำลงชั่วคราวในช่วงแรก
2. ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลง ทำให้สารฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่จับกับออกซิเจนเพื่อนำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและสมองมีปริมาณน้อยลงตามไปด้วย
3. หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น โดยต้องเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อสูบฉีดเลือดไปชดเชยส่วนที่หายไป ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
การออกกำลังกายทันทีหลังการบริจาคโลหิตภายในวันเดียวกัน อาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะส่วนกลางไม่เพียงพอ สัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง มีดังนี้

• อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาพร่ามัว หรือรู้สึกวูบคล้ายจะเป็นลมเนื่องจากความดันโลหิตตกอย่างรวดเร็ว
• อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงเกินกว่าปกติอย่างรวดเร็ว แม้ความหนักในการออกกำลังกายจะอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง
• เกิดภาวะเลือดออกซ้ำหรือมีรอยช้ำขนาดใหญ่บริเวณข้อพับแขนที่เจาะเข็ม เนื่องจากแรงดันเลือดที่เพิ่มขึ้นขณะออกกำลังกาย

แนวทางการฟื้นฟูและการกลับเข้าสู่โปรแกรมออกกำลังกายอย่างปลอดภัย

กระบวนการทางสรีรวิทยาในการสร้างสิ่งทดแทน จำเป็นต้องใช้เวลาตามธรรมชาติ หมอขอแนะนำแนวทางปฏิบัติและกรอบเวลาที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

1. ช่วง 24 ชั่วโมงแรก: ควรงดออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง (High-intensity Exercise) การยกน้ำหนัก และกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการหกล้ม
2. การชดเชยของเหลว: ดื่มน้ำสะอาดมากกว่าปกติประมาณ 3-4 แก้วภายในวันนั้น เพื่อเร่งกระบวนการดึงของเหลวกลับเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มปริมาตรพลาสมา
3. การกลับมาออกกำลังกาย: หลังจากผ่าน 24 ชั่วโมงแรกไปแล้ว สามารถเริ่มจากการออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน หรือการยืดเหยียด หากไม่มีอาการผิดปกติจึงค่อยๆ เพิ่มความหนักในการออกกำลังกาย
4. การฟื้นตัวของสมรรถภาพ: ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 สัปดาห์ในการสร้างเม็ดเลือดแดงทดแทนจนเต็มระบบ ดังนั้น นักกีฬาอาจรู้สึกว่าความทนทานหรือค่า VO2 Max ลดลงเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรกๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ จึงแนะนำว่าสำหรับนักกีฬา ควรบริจาคโลหิตในช่วงที่นอกฤดูกาลแข่งขัน หรืออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสมรรถภาพของร่างกาย
เอกสารอ้างอิง

1. Hill J, Vingren JL, Burdette S. The effect of blood donation on exercise performance in endurance athletes. J Sports Med Phys Fitness. 2021;61(4):532-8.

2. Johnson DM, Marwood S, Ross MJ, Fletcher G, Broadhurst M, Williams EL. The acute effects of whole blood donation on cardiorespiratory and haematological factors in exercise: A systematic review. PLoS One. 2019;14(4):e0215346.

บทความนี้เป็นบทความทางการแพทย์ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้เข้าพบการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ารับการวินิจฉัยที่ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ 📞 โทร. 053-936900 ถึง 1 หรือติดต่อทาง 💬 Line

#บริจาคโลหิต #ออกกำลังกายหลังบริจาคเลือด #ระบบไหลเวียนโลหิต #ความดันโลหิต #ฟื้นฟูร่างกาย #ความรู้สุขภาพ #แพทย์แนะนำ #ความปลอดภัยในการออกกำลังกาย #ศูนย์ศรีพัฒน์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

✨การวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร เพื่อส่งต่อต้นทุนสุขภาพที่ดีที่สุดสู่เจเนอเรชันถัดไป✨ข้อมูลโดย พญ. ปองปวัน เชียรว...
09/07/2026

✨การวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร เพื่อส่งต่อต้นทุนสุขภาพที่ดีที่สุดสู่เจเนอเรชันถัดไป✨

ข้อมูลโดย พญ. ปองปวัน เชียรวิชัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

💡ทำไมต้องเริ่มล่วงหน้า 3 เดือน

กระบวนการสร้างและพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์ของมนุษย์มีวงจรเวลาที่จำเพาะ อสุจิต้องใช้เวลาในการผลิตและเติบโตเต็มที่ประมาณ 74 วัน ในขณะที่เซลล์ไข่ของสตรีจะใช้เวลาประมาณ 90 วันในการพัฒนาจากถุงไข่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะตกไข่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นโอกาสทองในการปรับปรุงคุณภาพของดีเอ็นเอและสภาพแวดล้อมในระบบสืบพันธุ์

เกณฑ์การประเมินความพร้อมและสิ่งเร่งด่วนที่ต้องสืบค้นประกอบด้วย:

1. การประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI): ระดับความสมบูรณ์ของร่างกายที่เอื้อต่อการเจริญพันธุ์คือ BMI อยู่ระหว่าง 18.5 ถึง 22.9 เนื่องจากไขมันที่มากหรือน้อยเกินไปจะบิดเบือนการหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนและอินซูลิน
2. การตรวจนับจำนวนฟองไข่ตั้งต้น (Antral Follicle Count - AFC): การทำอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอดในช่วงวันที่ 2-3 ของการมีประจำเดือน เพื่อประเมินปริมาณสำรองของรังไข่
3. การตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของอสุจิ (Semen Analysis):
การตรวจเลือดเพื่อคัดกรองรอยโรคและโรคติดต่อทางระบบสืบพันธุ์

การตรวจเลือดก่อนการตั้งครรภ์คือด่านสำคัญในการสกัดกั้นการส่งผ่านโรคติดต่อและภาวะโลหิตจางแฝงไปสู่ทารก ซึ่งโรคบางชนิดอาจไม่แสดงอาการใดๆ เลยในผู้ใหญ่ แต่สามารถทำลายพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้อย่างรุนแรง

รายการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นมีดังนี้:

• การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs Screening):
• การตรวจหาภาวะโลหิตจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia Screening): การตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน (Hb typing) และยีนธาลัสซีเมียของทั้งคู่สมรส เนื่องจากเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดในไทย หากพบคู่เสี่ยงจะสามารถวางแผนการวินิจฉัยทารกในครรภ์ล่วงหน้าได้
• การตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (Immunity Status): การตรวจภูมิคุ้มกันต่อหัดเยอรมัน (Rubella IgG) หากไม่มีภูมิ แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนและคุมกำเนิดไว้อย่างน้อย 1 เดือนก่อนเริ่มปล่อยตั้งครรภ์

🍽️โภชนาการระดับโมเลกุล: อาหารเสริมสร้างเซลล์และปรับสภาพมดลูก

สารอาหารที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันส่งผลโดยตรงต่อกลไกการแบ่งเซลล์และการป้องกันการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน การเลือกรับประทานอาหารก่อนการปฏิสนธิจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณภาพของเซลล์สืบพันธุ์และเตรียมความพร้อมของผนังมดลูก

แนวทางโภชนาการและสารอาหารสำคัญตามคำแนะนำทางการแพทย์:

• กรดโฟลิก (Folic Acid): ต้องรับประทานขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวัน ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงความพิการของระบบประสาทและไขสันหลังในทารก
• อาหารกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระสูง (Antioxidants): วิตามินซี วิตามินอี และโคเอนไซม์คิวเทน (CoQ10) จากผักใบเขียว เบอร์รี่ และถั่วเปลือกแข็ง เพื่อปกป้องดีเอ็นเอของไข่และอสุจิไม่ให้ถูกทำลาย
• กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids): จากปลาทะเลน้ำลึกและเมล็ดแฟลกซ์ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูกและรังไข่ พร้อมทั้งช่วยปรับสมดุลระบบฮอร์โมน
• โปรตีนคุณภาพสูงและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: เน้นโปรตีนจากพืชและเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ร่วมกับข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือด

💪การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความสมบูรณ์ของระบบไหลเวียน

การออกกำลังกายที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงเพื่อรูปร่าง แต่คือการเพิ่มความไวของอินซูลิน (Insulin Sensitivity) และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตไปยังอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อน

รูปแบบและเกณฑ์การออกกำลังกายที่สมดุลก่อนมีบุตร:

1. การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแรงดันปานกลาง (Moderate-Intensity Aerobic Exercise): เช่น การเดินเร็ว การว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยาน เป็นเวลา 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
2. การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Resistance Training): การบอดี้เวทหรือเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อซึ่งเป็นแหล่งเผาผลาญน้ำตาลที่สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
3. การยืดเหยียดและโยคะ (Flexibility & Core Stability): เน้นท่าที่ช่วยเปิดสะโพกและบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและการรองรับน้ำหนักของมดลูกที่จะขยายตัวในอนาคต

บทความนี้เป็นบทความทางการแพทย์ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้เข้าพบการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ารับการวินิจฉัยที่ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ ✨โทร. 053-936900 ถึง 1 ✨หรือติดต่อทาง Line

🌿 วัย 46–60 ปี...ช่วงเวลาที่การดูแลสุขภาพเชิงรุกสำคัญกว่าที่เคยเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย และควา...
09/07/2026

🌿 วัย 46–60 ปี...ช่วงเวลาที่การดูแลสุขภาพเชิงรุกสำคัญกว่าที่เคย
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย และความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด อาจเพิ่มขึ้น แม้หลายโรคจะยังไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น แต่การตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสมสามารถช่วยคัดกรองความผิดปกติ และประเมินความเสี่ยง เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

✨ การตรวจสุขภาพเชิงลึก (Deep Scan for Longevity) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 46–60 ปี โดยมุ่งเน้นการประเมินสุขภาพในด้านต่าง ๆ ที่มีความสำคัญตามช่วงวัย เช่น
🔸 คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
🔸 คัดกรองมะเร็งเต้านม (สำหรับผู้หญิง)
🔸 คัดกรองมะเร็งปากมดลูก (สำหรับผู้หญิง)
🔸 คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก (สำหรับผู้ชาย)
🔸 ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
🔸 ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-dose CT ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ตามคำแนะนำของแพทย์
การตรวจสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงการค้นหาโรค แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยง และหากตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น ก็อาจช่วยให้มีทางเลือกในการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม

💚 สุขภาพที่ดีในอนาคต เริ่มต้นจากการใส่ใจสุขภาพในวันนี้

หมายเหตุ: รายการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ เพศ ประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง และดุลยพินิจของแพทย์

#ศูนย์ศรีพัฒน์ #ตรวจสุขภาพ #วัย46ถึง60ปี #ดูแลสุขภาพ #คัดกรองโรค #สุขภาพดีเริ่มต้นวันนี้

เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📍 คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ฯ
📍 หมายเลขโทรศัพท์ : 053-936700, 053-934552 ,0-5393-6900-1
คลินิกตรวจสุขภาพ ณ ศูนย์พฤฒพลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
📍โทร.099-7819591 (นอกเวลาทำการสามารถติดต่อได้ที่ 0-5393-6900-1)

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• LINE Official :
• Website, Facebook, Instagram, TikTok, X
:
• Call center : 0-5393-6900

🧬ถอดรหัสหมู่เลือด Rh-negative ความลับทางพันธุกรรมกับการสร้างชีวิตและการส่งต่อที่ยิ่งใหญ่🧬ข้อมูลโดย พญ. ปองปวัน เชียรวิชั...
09/07/2026

🧬ถอดรหัสหมู่เลือด Rh-negative ความลับทางพันธุกรรมกับการสร้างชีวิตและการส่งต่อที่ยิ่งใหญ่🧬

ข้อมูลโดย พญ. ปองปวัน เชียรวิชัย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

✨ทำความรู้จักกับหมู่เลือด Rh-negative ความพิเศษที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
ระบบหมู่เลือดที่มนุษย์เราคุ้นเคยกันดีคือระบบ ABO แต่ในทางการแพทย์ยังมีอีกหนึ่งระบบที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือระบบ Rh (Rhesus) ซึ่งจำแนกจากการมีหรือไม่มีโปรตีนสารแอนติเจนดี (Antigen D) บนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง หากมีจะเรียกว่า Rh-positive และหากไม่มีจะเรียกว่า Rh-negative ซึ่งพบได้น้อยมากในประชากรบางกลุ่ม

สถิติและข้อมูลสำคัญของหมู่เลือดนี้ประกอบด้วย

• พบในประชากรไทยและแถบเอเชียเพียงประมาณร้อยละ 0.3 หรือคิดเป็น 3 ใน 1,000 คนเท่านั้น ในขณะที่ชาวตะวันตกพบได้สูงถึงร้อยละ 15 ทำให้ในประเทศไทยถูกเรียกว่าเป็นหมู่เลือดพิเศษหรือหมู่เลือดหายาก
• ผู้ที่มีหมู่เลือด Rh-negative จะสามารถรับโลหิตได้จากผู้ที่มีหมู่เลือด Rh-negative ด้วยกันเท่านั้นในภาวะปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาทำลายเม็ดเลือดแดงที่รับเข้ามาใหม่
• ในทางกลับกัน เม็ดเลือดแดงของผู้ที่มีหมู่เลือด Rh-negative สามารถนำไปใช้ในกรณีฉุกเฉินขั้นวิกฤตให้กับผู้ป่วยหมู่เลือด Rh-positive ได้ในบางสถานการณ์ตามดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปรากฏการณ์ Rh Incompatibility เมื่อความต่างส่งผลต่อชีวิตในครรภ์

• ภาวะครรภ์เสี่ยง (Rh Incompatibility) จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ "แม่เป็น Rh-negative และลูกในครรภ์เป็น Rh-positive"เท่านั้น
• หากคุณแม่มีหมู่เลือด Rh-positive ร่างกายของคุณแม่จะมีสารแอนติเจน D อยู่บนเม็ดเลือดแดงอยู่แล้ว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่รู้จักสารนี้และ จะไม่สร้างแอนติบอดี มาทำลายเม็ดเลือดแดงของลูก ไม่ว่าลูกจะมีหมู่เลือดเป็น Rh-positive (เหมือนแม่) หรือ Rh-negative (เหมือนพ่อ) ก็ตาม
คำถามที่หมอมักจะได้รับบ่อยครั้งคือ หากคุณแม่มีหมู่เลือด Rh-negative จะสามารถตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้หรือไม่ คำตอบคือสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การวิเคราะห์ และดูแลอย่างใกล้ชิด ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ที่มีหมู่เลือด Rh-negative ตั้งครรภ์ทารกที่มีหมู่เลือด Rh-positive ซึ่งได้รับพันธุกรรมมาจากคุณพ่อ ร่างกายของคุณแม่อาจมองว่าเม็ดเลือดแดงของลูกเป็น สิ่งแปลกปลอม

กระบวนการ Rh Incompatibility มีเกณฑ์และการตรวจวัดที่สำคัญดังนี้

1. การตรวจคัดกรองแอนติบอดี (Antibody Screening) ตั้งแต่การฝากครรภ์ครั้งแรก เพื่อประเมินว่าร่างกายคุณแม่เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกแล้วหรือยัง
2. การตั้งครรภ์ครรภ์แรกมักจะปลอดภัย เนื่องจากร่างกายของคุณแม่ยังสร้างภูมิคุ้มกันไม่ทัน หรือสร้างในปริมาณที่น้อยมากจนไม่ส่งผลกระทบเด่นชัดต่อทารกในครรภ์
3. ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในครรภ์ถัดไป หากไม่ได้รับการป้องกัน ภูมิคุ้มกันที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์จากครรภ์แรกจะสามารถซึมผ่านรกเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงของทารกในครรภ์ ส่งผลให้ทารกเกิดภาวะโลหิตจาง ตัวเหลือง หรือรุนแรงถึงขั้นแท้งบุตร

นวัตกรรมทางการแพทย์และการดูแลตนเองเชิงลึก

ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาไปไกลมากจนสามารถควบคุม และลดความเสี่ยงของภาวะนี้ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทางการแพทย์และการปฏิบัติตัว ที่ถูกต้องประกอบด้วยแนวทางที่เป็นระบบเชิงลึก

แนวทางการรักษาและการดูแลตนเองที่จำเป็นมีดังนี้

• การใช้เทคโนโลยีสารภูมิต้านทาน Rho(D) Immune Globulin (Anti-D) เพื่อเข้าไปยับยั้งและป้องกันไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่สร้างแอนติบอดีต่อต้านเม็ดเลือดของลูกในครรภ์
• เกณฑ์เวลาในการฉีด Anti-D ที่แม่นยำคือ ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ และฉีดซ้ำอีกครั้งภายใน 72 ชั่วโมงหลังการคลอดบุตร รวมถึงกรณีที่มีการแท้ง หรือมีเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์
• การฝากครรภ์อย่างรวดเร็วทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผน เตรียมพร้อม ยาฉีดสำรองและนัดหมายตรวจติดตามระดับแอนติบอดีได้อย่างแม่นยำตามเกณฑ์มาตรฐาน

พลังแห่งการส่งต่อ การบริจาคโลหิตหายากเพื่อต่อลมหายใจ

เนื่องจากสัดส่วนของผู้มีหมู่เลือด Rh-negative ในประเทศเรามีน้อยมาก โลหิตประเภทนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม โลหิตหายาก (Rare Blood Group) การสำรองคลังเลือดไว้ให้เพียงพอต่อกรณีอุบัติเหตุ การผ่าตัดใหญ่ หรือการคลอดบุตรจึงเป็นความท้าทายระดับระบบสาธารณสุข

การบริจาคและบริหารจัดการโลหิตหมู่พิเศษนี้มีความสำคัญดังนี้

1. การรวมกลุ่มและการขึ้นทะเบียนเป็นผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษกับองค์กรกาชาดหรือสถานพยาบาล เพื่อให้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือเชิงรุกได้ทันทีในภาวะวิกฤต
2. ผู้ที่มีหมู่เลือด Rh-negative ที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ควรวางแผนการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอตามรอบเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของคลังเลือดสำรองสำหรับผู้ป่วยรายอื่น
3. การสร้างความตระหนักรู้และตรวจเช็กหมู่เลือดของสมาชิกในครอบครัวสายตรง เนื่องจากพันธุกรรมนี้สามารถส่งต่อกันได้ การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกคนในครอบครัว
ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีการใช้สารภูมิต้านทานชนิดพิเศษ ความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์จึงสามารถควบคุมและป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงล่วงหน้า ช่วยให้คุณแม่กลุ่มนี้สามารถตั้งครรภ์และให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์แข็งแรงได้เช่นเดียวกับคุณแม่ทั่วไป

บทความนี้เป็นบทความทางการแพทย์ทั่วไป หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้เข้าพบการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ารับการวินิจฉัยที่ ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ โทร. 053-936900 ถึง 1 หรือติดต่อทาง 💬 Line

#หมู่เลือดRhnegative #หมู่เลือดพิเศษ #โลหิตหายาก #การตั้งครรภ์ #บริจาคเลือด #สุขภาพคุณแม่ #ศูนย์ศรีพัฒน์ #เชียงใหม่

หลายคนคิดว่าออกกำลังกายหนักขึ้น = ได้ผลดีขึ้นเสมอแต่ความจริงคือ ร่างกายตอบสนองต่อแต่ละระดับต่างกัน บางสิ่งที่ร่างกายต้อง...
09/07/2026

หลายคนคิดว่าออกกำลังกายหนักขึ้น = ได้ผลดีขึ้นเสมอ

แต่ความจริงคือ ร่างกายตอบสนองต่อแต่ละระดับต่างกัน บางสิ่งที่ร่างกายต้องการ เกิดขึ้นได้แค่ตอนที่เราชะลอลง

ข้อมูลโดย นพ. วชิระ ศาศวัตวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว

---

🌟ก่อนอื่น: รู้จัก "เพดานหัวใจ" ของตัวเองก่อน🌟

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด หรือ Maximum Heart Rate (HRmax) คือค่าที่บอกว่าหัวใจของเราเต้นได้เร็วสูงสุดกี่ครั้งต่อนาที ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน และลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

วิธีประเมินเบื้องต้นที่ใช้กันทั่วไปคือสูตร 220 − อายุ เช่น อายุ 40 ปี HRmax ≈ 180 ครั้ง/นาที แต่สิ่งที่ควรรู้คือสูตรนี้มีค่าคลาดเคลื่อนได้ถึง 10–15 ครั้ง/นาที เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุดคือ การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test) เพื่อหาอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจอย่างปลอดภัยซึ่งทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อายุเกิน 50 ปีที่ยังไม่เคยออกกำลังกายอย่างจริงจัง หรือมีโรคประจำตัว การรู้ค่านี้จากการทดสอบจริงจะช่วยให้วางแผนการออกกำลังกายได้ปลอดภัยและได้ผลจริงค่ะ

🎯แนะนำ 5 ระดับความหนักของการออกกำลังกาย วัดจาก % ของ HRmax 🏃

• ระดับ 1 — Very Light (

ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเข้าร่วมรับรางวัล "Muang Thai Life Assurance Hospital Awar...
08/07/2026

ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติเข้าร่วมรับรางวัล "Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2025" สาขา "Commitment to Success Award" โดยมี นพ.จอมชัย ลือชูวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ฯ เข้ารับรางวัล เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร

รางวัล Commitment to Success Award เป็นรางวัลด้านการบริหารจัดการทางการแพทย์ มอบให้แก่โรงพยาบาลที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาระบบบริการและการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับบริการ โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็นประเภทโรงพยาบาลขนาดใหญ่และโรงพยาบาลขนาดกลาง

รางวัลอันทรงเกียรตินี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบุคลากรทุกวิชาชีพของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพบริการ การบริหารจัดการ และมาตรฐานการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญ ความรับผิดชอบ และหัวใจแห่งการบริการ เพื่อมอบการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ

ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ขอขอบคุณบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่จัดโครงการ Muang Thai Life Assurance Hospital Awards 2025 และขอขอบคุณผู้รับบริการทุกท่านที่ไว้วางใจเราเสมอมา ความเชื่อมั่นของทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาการบริการและมาตรฐานการรักษาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ประชาชนต่อไป

#ศูนย์ศรีพัฒน์ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #โรงพยาบาลคุณภาพ #มาตรฐานการรักษา #บริการด้วยหัวใจ

🎓💙 วัยเรียน–วัยทำงานตอนต้น (18–30 ปี)ช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรง...แต่ไม่ควรมองข้ามการตรวจสุขภาพหลายคนอาจรู้สึกว่า "ยังอาย...
08/07/2026

🎓💙 วัยเรียน–วัยทำงานตอนต้น (18–30 ปี)
ช่วงเวลาที่ร่างกายแข็งแรง...แต่ไม่ควรมองข้ามการตรวจสุขภาพ
หลายคนอาจรู้สึกว่า "ยังอายุน้อย สุขภาพดี ไม่น่ามีปัญหา" แต่ในความเป็นจริง ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่รูปแบบการใช้ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล การทำงานหนัก หรือความเครียดจากการเรียนและการเริ่มต้นทำงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

แม้ร่างกายจะยังไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่ความเสี่ยงบางอย่าง เช่น ภาวะโลหิตจาง ระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือดผิดปกติ รวมถึงการทำงานของตับและไต อาจเริ่มเปลี่ยนแปลงโดยที่เราไม่รู้ตัว

✨ การตรวจสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการประเมินสุขภาพพื้นฐาน คัดกรองความผิดปกติที่อาจยังไม่แสดงอาการ และช่วยวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ
สำหรับวัย 18–30 ปี การตรวจสุขภาพเบื้องต้นอาจประกอบด้วย
🔹 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
🔹 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือด*
🔹 ตรวจการทำงานของตับ
🔹 ตรวจการทำงานของไต
🔹 ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงและปัจจัยด้านสุขภาพ

เพราะการดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในอนาคต การเริ่มต้นตรวจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยให้คุณรู้จักร่างกายของตัวเองมากขึ้น และสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงของโรคในระยะยาวได้

❤️ เริ่มต้นดูแลสุขภาพวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

#ศูนย์ศรีพัฒน์ #ตรวจสุขภาพ #วัยเรียน #วัยทำงาน #สุขภาพดีเริ่มต้นได้วันนี้ #ดูแลสุขภาพ

เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📍 คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ฯ
📍 หมายเลขโทรศัพท์ : 053-936700, 053-934552 ,0-5393-6900-1
คลินิกตรวจสุขภาพ ณ ศูนย์พฤฒพลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
📍โทร.099-7819591 (นอกเวลาทำการสามารถติดต่อได้ที่ 0-5393-6900-1)

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• LINE Official :
• Website, Facebook, Instagram, TikTok, X
:
• Call center : 0-5393-6900

🧸 ปกป้องลูกน้อยจาก RSV...ก่อนฤดูกาลระบาดจะมาถึงโรคติดเชื้อ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื...
07/07/2026

🧸 ปกป้องลูกน้อยจาก RSV...ก่อนฤดูกาลระบาดจะมาถึง
โรคติดเชื้อ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่ไข้ ไอ มีน้ำมูก หายใจลำบาก ไปจนถึงหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ และในบางรายอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

👶 เด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงปีแรกของชีวิต รวมถึงเด็กที่มีภาวะเสี่ยงบางประการ อาจมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ RSV ได้มากกว่ากลุ่มอื่น การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการดูแลสุขภาพของลูกน้อย

✨ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab) เป็นอีกทางเลือกในการช่วยป้องกันโรค RSV โดยออกฤทธิ์ในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากเชื้อ RSV ตามข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ และควรได้รับการพิจารณาจากกุมารแพทย์ว่ามีความเหมาะสมกับเด็กแต่ละราย

🗓️ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีด:
ควรฉีดในช่วงฤดูกาลระบาดของเชื้อ RSV โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ
เดือนมิถุนายน – ตุลาคม ของทุกปี

📍 ปัจจุบัน คลินิกสุขภาพเด็กดี (Well Baby) ศูนย์ศรีพัฒน์ฯ พร้อมให้บริการและคำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันโรค RSV โดยทีมกุมารแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและให้คำแนะนำที่ตรงกับช่วงวัยและสุขภาพของเด็กแต่ละคน

💚 เพราะการป้องกันที่เหมาะสมในวันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยในวันข้างหน้า ให้ลูกน้อยเติบโต แข็งแรง และเรียนรู้โลกได้อย่างเต็มที่
หมายเหตุ: ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Nirsevimab มีข้อบ่งใช้และช่วงอายุที่เหมาะสมตามแนวทางทางการแพทย์ ควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากกุมารแพทย์ก่อนรับบริการ

#ศูนย์ศรีพัฒน์ #ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป #สุขภาพเด็ก #กุมารเวชศาสตร์ #ดูแลลูกน้อย #ป้องกันRSV

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก >>> https://cmu.to/ulYM0

🏥 พร้อมให้บริการแล้ววันนี้!
🤰🏻 คุณพ่อคุณแม่สามารถพาน้องๆ มารับบริการและปรึกษาคุณหมอได้ที่ :
📍 คลินิกสุขภาพเด็กดี ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ฯ
☎️ หมายเลขโทรศัพท์ : 0-5393-4767, 0-5393-4768
📍 คลินิกกุมารเวช อาคารศรีพัฒน์ ชั้น1
☎️ หมายเลขโทรศัพท์ : 0-5393-6905
กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการ

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• LINE Official :
• Website, Facebook, Instagram, TikTok, X,
:
• Call center : 0-5393-6900-1

💼 วัยทำงาน (31–45 ปี) คือช่วงเวลาที่ "สุขภาพ" ต้องการการดูแลมากกว่าที่เคยหลายคนทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน จนลืมดูแลตัวเอง ...
07/07/2026

💼 วัยทำงาน (31–45 ปี) คือช่วงเวลาที่ "สุขภาพ" ต้องการการดูแลมากกว่าที่เคย
หลายคนทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน จนลืมดูแลตัวเอง ทั้งความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล และการออกกำลังกายที่น้อยลง ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

แม้ร่างกายจะยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายชนิด
เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะไขมันในเลือดสูง อาจเริ่มเกิดขึ้นโดยไม่แสดงอาการ การตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยประเมินความเสี่ยง
และวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

✨ สำหรับวัยทำงาน อายุ 31–45 ปี แนะนำให้พิจารณาตรวจสุขภาพ เช่น
🔹 ตรวจระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c)
🔹 ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
🔹 อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน
🔹 ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
🔹 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (สำหรับสตรี)
🔹 ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ตามคำแนะนำของแพทย์

เพราะการรู้เท่าทันสุขภาพของตนเองตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้สามารถวางแผนปรับพฤติกรรม
และรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

❤️ เริ่มต้นดูแลสุขภาพวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

#ศูนย์ศรีพัฒน์ #ตรวจสุขภาพ #สุขภาพตามช่วงวัย #สุขภาพวัยทำงาน #ดูแลสุขภาพ
#โปรแกรมตรวจสุขภาพ

เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
📍 คลินิกตรวจสุขภาพ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ฯ
📍 หมายเลขโทรศัพท์ : 053-936700, 053-934552 ,0-5393-6900-1
คลินิกตรวจสุขภาพ ณ ศูนย์พฤฒพลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
📍โทร.099-7819591 (นอกเวลาทำการสามารถติดต่อได้ที่ 0-5393-6900-1)

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• LINE Official :
• Website, Facebook, Instagram, TikTok, X
:
• Call center : 0-5393-6900

ที่อยู่

110/392 ถ. อินทวโรรส ต. ศรีภูมิ อ. เมือง จ. Chiang Mai
Chiang Mai
50200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sriphat Medical Center, Chiang Maiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Sriphat Medical Center, Chiang Mai:

ทางลัด

แนะนำ

แชร์

ประเภท