นักจิตเก้ากระบี่

นักจิตเก้ากระบี่ -บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา
-บริการให้ความรู้ด้านจิตวิทยา
ตามสไตล์
“จอมยุทธนักจิตวิทยาการปรึกษา” ^^

บันทึกความคิดคำนึง: การก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนการกลบฝังความจริงอาจช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายมาได้ในวันหนึ่งเมื่อถึงจ...
04/07/2026

บันทึกความคิดคำนึง: การก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน


การกลบฝังความจริง
อาจช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายมาได้
ในวันหนึ่งเมื่อถึงจังหวะที่ลงตัว
การขุดสิ่งที่เคยฝังเอาไว้ขึ้นมาเพื่อคลี่คลาย
จะช่วยให้สามารถก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
| ข้อคิดจากซีรีส์ Marshals |


นี่คือหนึ่งในซีรีส์จากจักรวาล ‘Yellowstone’
ซึ่งเล่าเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ ‘เคซีย์ ดัตตัน’
คาวบอยอดีตหน่วยซีลผู้ที่มักโดนปัญหาไล่ตามเสมอ
(นี่คือความซวยของเค้าเลยก็ว่าได้ครับ 🤣)
อยู่มาวันหนึ่งเขาก็ได้พบเจอกับ ‘แคล’ สหายร่วมรบ
นอกจากจะได้ระลึกความหลังแล้ว
เคซีย์ยังได้เข้าร่วมหน่วย U.S. Marshals ที่มีแคลเป็นหัวหน้า
ความพิเศษของการโคจรกลับมาพบกันครั้งนี้
ไม่ได้มีแค่การทำภารกิจร่วมกับสหายร่วมรบอีกครั้ง
เพราะยังมีเรื่องของการเคลียร์ใจจากเหตุการณ์ในอดีตมาเกี่ยวข้องด้วย


ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะกับผู้ที่รักและติดตามจักรวาล ‘Yellowstone’ อยู่แล้ว
(ถ้าอยู่ ๆ มาเปิดดูเลยจะมีจุดให้งงเยอะครับ)
รวมถึงชื่นชอบความแอ็กชันที่มีการสืบสวนนิดหน่อย
ท่านจะได้รับความบันเทิงใจจากฉากเปรี้ยงปร้าง
และจะได้สัมผัสกับสายสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานที่เกื้อกูลกัน
หากตัดฉากตูมตามออกไป
เอาเข้าจริงซีรีส์เรื่องนี้ทำงานกับเรื่องสายสัมพันธ์สูงมากครับ
ทั้งเรื่องเพื่อนร่วมงาน ความเป็นสหายร่วมรบ
การประสานรอยร้าวในครอบครัวและความสัมพันธ์
รวมถึงโจทย์ในใจของแต่ละคนที่แบกเอาไว้


ส่วนที่ผมประทับใจมาก ๆ
เป็นเรื่องของนักรบที่เคยเผชิญหน้ากับอันตราย
ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในอดีต
(โจทย์ค้างใจที่สามารถโดนสะกิดขึ้นมาได้นั่นเองครับ)
บางคนเลือกที่จะออกเดินทาง
บางคนเลือกที่จะแบกรับความผิดเอาไว้
บางคนเลือกที่จะลืมเลือนและหลบหนีจากอดีต
บางคนเลือกที่จะไถ่บาปด้วยการช่วยเหลือผู้อื่น
โดยจุดร่วมของวิธีเหล่านี้ก็คือ “การกลบฝังรอยแผลเพื่อก้าวต่อไป”
ซึ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ทว่าความจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เนื่องจากการบาดเจ็บที่เคยเกิดขึ้น
ยังไม่ได้รับการรักษาจนฟื้นฟูกลับมาอย่างเต็มที่
แม้ในคืนวันที่สงบสุขหากเส้นทางชีวิตนำพาให้ไปสะกิดโดนตรงแผลเก่า
พวกเค้าก็สามารถโดนเศษซากจากอดีตหวนคืนกลับมารบกวนชีวิตได้
ตัวละครในซีรีส์จึงทำให้เราได้เห็นว่า
“ต่อให้เป็นนักรบที่แกร่งขนาดไหนก็ยังมีเลือดเนื้อและจิตใจ”


การล้มแล้วรีบลุกขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งการหาวิธีรักษาแบบชั่วคราว
เพื่อให้ชีวิตเดินทางต่อไปได้ถึงแม้จะบอบช้ำ
บางครั้งการทำเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วในขณะนั้น
ร่างกายจิตใจมีระบบในการเยียวยารักษาตนเองอยู่ครับ
เค้ารู้ว่าเมื่อใดเรายังไม่พร้อมและเมื่อใดเราเริ่มพร้อมแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปย่อมเป็นธรรมดาที่รอยแผลเก่าจะส่งสัญญาณเตือน
ให้กลับไปหาวิธีการรักษาแบบยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ชีวิตนั้นสามารถถูกทุบทำลาย
ในขณะเดียวกันก็สามารถฟื้นฟูและงอกงามขึ้นมาใหม่ได้
สิ่งที่เราสามารถช่วยให้ระบบเยียวยารักษาตนเองทำงานได้อย่างราบรื่น
เริ่มจากการเปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ของชีวิต
เพื่อกลับไปคลี่คลายประสบการณ์ที่ยังคงถูกฝังเอาไว้
(หากเกินขีดความสามารถของตนเองก็สามารถขอความช่วยเหลือได้)
ราคาที่ต้องจ่ายมักเป็นความเจ็บจากการไปเยียวยารักษา
ซึ่งมีผลพลอยได้เป็นการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน
รวมทั้งการดำเนินชีวิตโดยไม่จำเป็นต้องกลบฝังรอยแผลอีกต่อไป


#การก้าวต่อไป #การกลบฝังความจริง #การเยียวยารักษา
#บันทึกความคิดคำนึง #ข้อคิดจากซีรีส์
#นักจิตเก้ากระบี่

บันทึกความคิดคำนึง: การกอบกู้โครงสร้างทางจิตใจการเติมเต็มช่องว่างในจิตใจด้วยสิ่งที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่นเป็นหนึ่งในสัญญา...
18/05/2026

บันทึกความคิดคำนึง: การกอบกู้โครงสร้างทางจิตใจ


การเติมเต็มช่องว่างในจิตใจ
ด้วยสิ่งที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น
เป็นหนึ่งในสัญญาณที่กำลังบอกว่า
มีบางส่วนในโครงสร้างทางจิตใจที่เปราะบาง
และกำลังรอคอยการเยียวยารักษา
| ข้อคิดจากหนังสือ My Broken Self |


หนังสือ: My Broken Self (ตัวตนที่บกพร่องและแตกสลาย)
ผู้เขียน: ฐิตาภา ชินกิจการ


หากมีใครมาถามผมว่า
“ถ้ามีพลังวิเศษที่สามารถส่งหนังสือในช่วงเวลาปัจจุบัน
ไปให้กับตนเองในช่วงเวลาอดีตได้หนึ่งเล่ม จะเลือกหนังสือเล่มไหน ?”
ผมก็จะส่ง ‘My Broken Self’ ข้ามเวลากลับไปหาตัวเองสมัยเรียนครับ
(จะเข้าใจแค่ไหนก็ไม่รู้ ถึงอย่างนั้นเอ็งก็ต้องอ่านให้ได้โว้ยยย 😆)
สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจแบบนั้นมีที่มาอยู่ครับ
นั่นก็เพราะหนังสือเล่มนี้
ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งการเยียวยารักษาจิตใจด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
โดยเบื้องหลังของความเรียบง่ายดังกล่าว
ประกอบขึ้นจากความรู้ซึ่งผ่านการตกผลึก
ผสานเข้ากับการมีความเข้าใจในจิตใจ และความเข้าใจในชีวิตอย่างลึกซึ้ง
ในแต่ละช่วงของเนื้อหาได้บอกเล่าแนวทางในการทำงานที่เฉียบคมอย่างยิ่ง
รวมทั้งยังสอดแทรกคุณลักษณะของนักบำบัดและเพื่อนมนุษย์ที่มีคุณภาพเอาไว้


หากผู้อ่านทำงานด้านการเยียวยารักษาจิตใจด้วยแล้ว
จะยิ่งเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนกำลังบอกเล่าครับ
บรรยากาศเหมือนกับเรานั่งอยู่ในวงแลกเปลี่ยนความรู้
แล้วได้เจอกับนักวิชาชีพระดับหน่วยรบพิเศษที่มาแบ่งปันเรื่องราว
พอฟังจบเหล่าผู้ฟังก็พยักหน้าและพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า
“เชี่ยยยยย สุดยอดดดด”
เนื้อหาภายในหนังสือถูกร้อยเรียงขึ้นมาด้วยความใส่ใจ
ทุกประโยคเริ่มบท ทุกภาพประกอบ ทุกถ้อยคำในแต่ละบรรทัด ทุกประโยคปิดท้าย
แต่ละจุดสะท้อนถึงขีดความสามารถในวิชาชีพที่เชี่ยวชาญ
และการฝึกฝนขัดเกลาตนเองมาอย่างต่อเนื่อง


สำหรับผมแล้วหนังสือเล่มนี้
ถือเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรอันมีคุณค่าทางวิชาชีพเลยครับ
ส่วนถ้าผู้อ่านไม่ได้ทำงานด้านการเยียวยารักษาจิตใจก็อ่านได้เช่นกัน
เพราะท่านจะได้รู้ว่า “นักวิชาชีพมีแนวทางการทำงานอย่างไร”
จึงสามารถเกื้อกูลให้ผู้รับบริการเกิดการเติบโตและรับผิดชอบชีวิตของตนเอง
จนสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายขึ้นมาได้
รวมทั้งท่านจะได้รับแผนที่สำหรับการทำความเข้าใจในความสัมพันธ์
และโครงสร้างทางจิตใจอีกด้วย


ผู้อ่านจะได้เป็นประจักษ์พยานในการเดินทาง
“เพื่อกอบกู้และเยียวยาตัวตนที่แหลกสลาย”
ผ่านเรื่องราวของนักบำบัดและผู้รับบริการ
ซึ่งเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งการเยียวยารักษา
การเล่าเรื่องประกอบไปด้วยประสบการณ์อันมีเลือดเนื้อ
ซึ่งชวนให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางการเติบโตของมนุษย์ เช่น
-ความสำคัญของการมีบุคคลที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
-การมองเห็นตนเองผ่านสายตาของบุคคลสำคัญในชีวิต
-ความสำคัญของการยืนยันในประสบการณ์และการชื่นชม
-การหล่อหลอมบุคลิกภาพด้วยเงื่อนไข
-การหล่อหลอมบุคลิกภาพด้วยความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
-การรับรู้ว่าตนเองไม่ดีพอ (ส่งผลต่อการเลือกสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต)
-การเท่าทันรูปแบบที่แสดงถึงการเติมเต็มช่องว่างในจิตใจด้วยสิ่งที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น
-การทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนส่วนที่ดีให้กับตนเอง
เป็นต้น


สิ่งที่ผู้เขียนได้เรียบเรียงจนเกิดเป็นตำราชีวิตเล่มนี้ขึ้นมา
นอกจากจะมีประโยชน์ต่องานด้านการเยียวยารักษาแล้ว
ยังมีแง่มุมที่เกื้อหนุนการทำความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์อีกด้วยครับ
เพราะหนึ่งในจุดเน้นที่ผู้เขียนชวนให้ผู้อ่านได้ใคร่ครวญก็คือ
“ภาพลวงตาของความสมบูรณ์แบบ”
หากเรานำประเด็นนี้มาเชื่อมโยงกับเส้นทางต่าง ๆ ในชีวิตจะพบว่า
ต่อให้ทำบางสิ่งมาเป็นหมื่น ๆ ชั่วโมง
ไม่ว่าใครก็ล้วนมีโอกาสที่จะทำผิดพลาดได้


ในโมงยามอันหม่นหมองเช่นนี้
การเลือกเปิดรับในความผิดพลาดและข้อจำกัด
รวมถึงการเคารพในคุณค่าความเป็นมนุษย์
จะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยซึ่งเปรียบได้กับการมีเบาะนุ่ม ๆ
ไว้รองรอบใครก็ตามที่ร่วงหล่นลงมาเพราะความพลาดพลั้ง
(ยิ่งถ้าแบกความคาดหวังเอาไว้ด้วยก็ยิ่งเจ็บจากความผิดหวัง)
การเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนั้นยาวไกลครับ
บางจังหวะอาจพุ่งทะยานได้อย่างราบรื่น บางจังหวะอาจหกล้มจนเจ็บไปทั้งกายใจ
เราจะทนทานการโบยตีเมื่อเผลอทำพลาดได้นานแค่ไหนกัน
คงจะดีไม่น้อยหากโลกใบนี้ยังเหลือสายตาแห่งความเป็นมิตร
และยังมีพื้นที่ซึ่งพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อใครสักคนล้มลง ^^


#โครงสร้างทางจิตใจ #การเยียวยารักษา #ตัวตน #บุคลิกภาพ
#บันทึกความคิดคำนึง #ข้อคิดจากหนังสือ
#ตัวตนที่บกพร่องและแตกสลาย
#นักจิตเก้ากระบี่

บันทึกความคิดคำนึง: ความเชี่ยวชาญและความเป็นมนุษย์อย่าให้บทบาทหน้าที่และขีดความสามารถในวิชาชีพมาทำลายหัวใจของความเป็นมนุ...
17/04/2026

บันทึกความคิดคำนึง: ความเชี่ยวชาญและความเป็นมนุษย์


อย่าให้บทบาทหน้าที่
และขีดความสามารถในวิชาชีพ
มาทำลายหัวใจของความเป็นมนุษย์
| ข้อคิดจากซีรีส์ The Pitt |


ผมพึ่งมีโอกาสได้ดูซีรีส์เรื่อง ‘The Pitt’ จนถึงตอนจบของซีซันสอง
ขอบอกเลยว่า สนุกมากกกกกกกกกก 🤩
เหมือนประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเช่นเคยครับ
เพราะผมพลาดอย่างรุนแรงที่มองข้ามเรื่องนี้ไปเฉยเลย
ขอยกให้เป็นซีรีส์อันดับหนึ่งในดวงใจ (โค่น ‘The Bear’ ไปเป็นที่เรียบร้อย)
ท่านใดที่ชื่นชอบความบันเทิงแบบดุดันและอัดแน่นไปด้วยความบีบคั้น
นรกอีอาร์เรื่องนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังครับ


เหตุที่ผมตัดสินใจดูก็ง่าย ๆ เลยครับ
น้าที่อยู่บนปกซีรีส์เค้ามีสีหน้าที่ดูเอาเรื่องงงง ~~~
พอกดเข้าไปดูจนเห็นตัวละครน้าคนที่ว่าข้ามถนนเท่านั้นแหละ
เสียงในหัวผมถึงกับดังขึ้นมาว่า “เฮ้ยยย พวกเดียวกันนี่หว่า”
มันคือการข้ามถนนด้วยพลังงานบางอย่างที่พุ่งออกมาจนสัมผัสได้
(ปีศาจย่อมเห็นปีศาจครับ ผมมั่นใจว่าน้าแกใช่แน่ 🔥)
จนรู้สึกว่าต้องตามดูต่อไปแล้วล่ะ
โดยแต่ละตอนจะเล่าเรื่องราวรายชั่วโมงในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล
ซึ่งเราคนดูจะได้ตามติดชีวิตของหมอ นักเรียนแพทย์ พยาบาล
บุคลากรทางการแพทย์ คนไข้ รวมทั้งครอบครัวของคนไข้
เราจะได้เป็นสักขีพยานของเหตุการณ์มากมายในแต่ละชั่วโมงตั้งแต่เช้ายันค่ำ
ทั้งความรัก ความหวัง ความขัดแย้ง ความเจ็บปวด
ความสูญเสีย ความรู้สึกผิด การจากลา และการแตกสลาย


ความประทับใจของผมที่มีต่อซีรีส์เรื่องนี้
นอกจากความบันเทิงและข้อคิดดี ๆ ที่ได้รับแล้ว
ยังมีเรื่องของการได้หันกลับมาทบทวนตนเองในอดีตด้วยครับ
เพราะสมัยที่ผมยังห้าว ๆ อยู่นั้น... 😎
ให้ลองนึกภาพคนที่ใช้มาตรฐานปีศาจแบบหมอร็อบบี้
มีมุมตลกร้ายและใช้ท่าพิสดารแบบหมอแอ็บบอต
บวกกับความทะเยอทะยานแถมยังมีสกิลปากฮัสกี้แบบหมอซานโตส
นั่นแหละครับตัวผมสมัยวัยรุ่น ตอนนั่งดูคือเหมือนได้มองวีรกรรมที่เคยทำไว้ในอดีต
หลากหลายการกระทำและคำพูดนั้นเหมือนยันเงาจนขนลุก 🤣


สำหรับผมซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งในมิติของความเป็นมนุษย์
และในมุมการทำงานท่ามกลางความกดดันครับ
เพราะเราสามารถพบเจอกับผู้คนที่มีบุคลิกภาพคล้ายกับตัวละครในซีรีส์
ทั้งจากที่ทำงานและในชีวิตประจำวัน
หมัดเด็ดที่ผมรักที่สุดจึงเป็นเรื่องของ “พื้นที่ทดสอบใจคน”
ในแผนกฉุกเฉินซึ่งเต็มไปด้วยสถานการณ์อันวุ่นวาย
เสียงกรีดร้อง ชีวิต และความตาย
แถมยังมีปัจจัยด้านเวลาที่จำกัด บวกกับความกดดันที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ให้หยุดพัก
ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกร้องขีดความสามารถในระดับที่เกินมาตรฐานธรรมดาอย่างมหาศาล
รวมทั้งยังท้าทายความดีงามและหัวใจของความเป็นมนุษย์


แต่ละตอนของซีรีส์จะทดสอบขีดจำกัดของตัวละครในแผนกฉุกเฉินแบบไม่ปรานี
โดยทุกความยากลำบากที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มีเพื่อหาคำตอบว่า
“ใครมีความรู้มากที่สุด ใครช่วยคนได้เยอะที่สุด ใครผิดพลาดน้อยที่สุด ใครจิตใจดีงามที่สุด ใครอึดถึกทนที่สุด ใครแข็งแกร่งที่สุด”
เพราะงานแห่งการเยียวยารักษากำลังขัดเกลาและมอบบทเรียนสำคัญ
ให้แก่ผู้ที่ตัดสินใจมาอยู่ในสนามรบแห่งความท้าทาย
ได้รับรู้ถึงสิ่งสำคัญของการตามหาจุดสมดุลภายในตนเอง เช่น
-เมื่อใดต้องใส่ให้สุด/เมื่อใดต้องหยุดพัก
-เมื่อใดต้องช้าลง/เมื่อใดต้องเร่งความเร็ว
-เมื่อใดต้องเปิดใจเรียนรู้/เมื่อใดต้องยืดหยัดในจุดยืน
-เมื่อใดต้องใช้ทุกโอกาสที่มี/เมื่อใดต้องยอมปล่อยมือ
-เมื่อใดต้องกัดฟันแล้วไปต่อ/เมื่อใดต้องขอความช่วยเหลือ
-เมื่อใดต้องอยู่เคียงข้างในฐานะเพื่อนมนุษย์/เมื่อใดต้องใช้ความเชี่ยวชาญ


การรักษาความสมดุลไม่ใช่การอยู่บริเวณตรงกลางตลอดเวลา
การมีความสมดุลไม่ใช่การอยู่บริเวณปลายสุดของขั้วใดขั้วหนึ่งแบบสลับไปมา
ทั้งหมดนี้คือการทำความรู้จักกับคุณลักษณะอันหลากหลาย
แล้วค่อย ๆ ออกแบบแนวทางการบริหารความสมดุลให้กับตนเอง
เช่น
-มีสัญญาณเตือนเมื่อเริ่มผูกติดอยู่กับบริเวณตรงกลางหรือบริเวณขั้วใดขั้วหนึ่ง
-เพิ่มตัวเลือกระดับความเข้มข้นที่จะใช้ (แทนที่การสลับไปขั้วใดขั้วหนึ่งแบบโกลาหล)
-สร้างจุดอ้างอิงที่ซึ่งคุณลักษณะทั้งสองฝั่งมาบรรจบกันอย่างพอดี
ความอิสระและความยืดหยุ่นที่เกิดขึ้นทำนองนี้เลยครับ
จะเกื้อหนุนให้เราค่อย ๆ บ่มเพาะความสมดุลให้เกิดขึ้นกับชีวิต


นรกอีอาร์แห่งนี้จึงมีทั้งภาพความบอบช้ำของผู้ที่สอบตก
และภาพการเติบโตของผู้ที่เรียนรู้จากตำราเลือดแห่งชีวิต
ซึ่งคล้ายกับการสื่อสารให้คนดูอย่างเราได้รับรู้ว่า
“ความเชี่ยวชาญและความเป็นมนุษย์
เป็นสิ่งที่ไปด้วยกันและสามารถเกื้อหนุนกันได้”
เมื่อหาจุดสมดุลของทั้งสองสิ่งนี้เจอ
เราจะเพิ่มโอกาสให้กับการเป็นนักวิชาชีพที่มีคุณภาพ
ซึ่งไม่จำเป็นต้องสังเวยหัวใจของความเป็นมนุษย์
เพื่อแลกกับความเก่งกาจทว่ากลับต้องก้าวเดินอย่างเดียวดาย
ในวันที่ชีวิตเล่นงานเราอย่างหนักหน่วง
อย่าลืมหาทางกลับสู่จุดสมดุลของตนเองนะครับ ^^


#บทบาทหน้าที่ #ขีดความสามารถ #วิชาชีพ
#ความเป็นมนุษย์ #ความสมดุล
#บันทึกความคิดคำนึง #ข้อคิดจากซีรีส์
#นักจิตเก้ากระบี่

บันทึกการเรียนรู้: การปกป้องสิ่งที่มีคุณค่าเมื่อเราปรารถนาที่จะปกป้องสิ่งสำคัญคุณค่าที่อยู่ภายในจิตใจจะส่องแสงนำทางรวมทั...
31/03/2026

บันทึกการเรียนรู้: การปกป้องสิ่งที่มีคุณค่า


เมื่อเราปรารถนาที่จะปกป้องสิ่งสำคัญ
คุณค่าที่อยู่ภายในจิตใจจะส่องแสงนำทาง
รวมทั้งมอบแรงใจและขุมพลัง
สำหรับการฝ่าฟันเส้นทางอันยากลำบาก


เมื่อปีที่แล้วผมได้วางแผนไปเรียนศาสตร์ป้องกันตัวเพิ่มเติม
เพื่ออัพเกรดขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคาม
(ที่อาจแวะเวียนเข้ามาในชีวิตโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า 🤣)
จนเกิดเป็นโปรเจกต์ส่วนตัวแบบขำ ๆ ขึ้นมาในชื่อ
“Tactical Combative Dude Project”
ในปีนี้ผมก็ได้เริ่มโปรเจกต์แล้วครับ 🤩
เพราะตั้งแต่กลางเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ผมมีโอกาสได้ไปเรียนการต่อสู้ป้องกันตัวที่ TMC สอนการต่อสู้ป้องกันตัว Selfdefense ศิลปะป้องกันตัว
ซึ่งมีครูต้น Ton TMC เป็นครูฝึกหลัก
ร่วมด้วยทีมครูฝึกที่คอยดูแลให้การเรียนรู้เป็นไปด้วยความปลอดภัย
และช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่


คลาสเรียนที่ผมได้เข้าร่วมมีทั้งหมดสี่หัวข้อตามนี้เลยครับ
1. Introduction to Selfdefense (พื้นฐานการป้องกันตัวเบื้องต้น)
2. Hand to Hand Combat/Selfdefense Lv1 (การต่อสู้ป้องกันตัวระยะประชิด ระดับ 1)
3. Tactical Flashlight for Selfdefense (การใช้ไฟฉายในการป้องกันตัว)
4. Basic Knife Fighting Lv1 – Lv2 (พื้นฐานการต่อสู้และรับมืออาวุธมีด ระดับ 1 - 2)
ทั้งสี่คลาสถือเป็นเฟสแรกของเส้นทางการเรียนรู้ที่ครบถ้วนอย่างที่ผมตั้งใจไว้เลยครับ
สิ่งที่ผมว้าวสุด ๆ ในคลาสแรกของการเรียน
คือสิ่งที่ครูต้นบอกกับผู้เรียนว่า
“การต่อสู้ป้องกันตัวไม่ใช่เรื่องง่าย การระวังป้องกันภัยเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่า”
เริ่มด้วยการปรับมุมมองกันแบบนี้เลยครับ
เป็นประเด็นที่สำคัญมากด้วยซึ่งคนทั่วไปอาจจะมองข้ามหรือคาดไม่ถึง
สำหรับผมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก ๆ
ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรับรู้สถานการณ์รอบตัว
รวมถึงได้กลับมาทำความเข้าใจตนเองเพื่อประเมินความเสี่ยงในชีวิต
และประเมินขีดความสามารถในการรับมือความเสี่ยงเหล่านั้น
การได้มองเห็นข้อจำกัดของตนเองแบบตรงไปตรงมานี่แหละ
จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติมเต็มช่องว่างทางข้อจำกัดได้อย่างถูกจุดครับ


สารภาพเลยว่า ผมไม่เคยฝึกอะไรที่ทำให้เหนื่อยและปวดเมื่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
ถึงอย่างนั้นก็เป็นเส้นทางแห่งความทรหดที่โคตรคุ้มค่าครับ
สิ่งที่ได้จากการเรียนในแต่ละครั้ง
ไม่ได้มีเฉพาะความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
ที่ช่วยเพิ่มพูนขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามเพียงเท่านั้น
เพราะผมได้รับฟังเส้นทางชีวิตของเพื่อนร่วมคลาสแต่ละคนที่ทำให้เค้าตัดสินใจมาเรียน
แถมยังมีตำราเลือดจากครูฝึกที่ย้ำเตือนให้ผู้เรียนไม่เผลอทำพลาดตามอีก
“เป็นเส้นทางการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ บทเรียน และแรงบันดาลใจ”
ส่วนถ้าจะให้หาถ้อยคำมาบรรยายคัมภีร์วรยุทธ์ที่ผมได้ฝึก
คงต้องขอยืมคำพูดของครูต้นที่บอกกับผู้เรียนว่า “สุภาพและเฉียบขาด”
จิ้มกันเบา ๆ แล้วรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบผมเจอมาแล้วครับ 🔨 วิถีนี้ผู้โดนย่อมรู้เอง 😆


สิ่งที่เซอร์ไพรส์สุด ๆ จากการไปฝึกวรยุทธ์ก็คือ
“การได้พบกับบุคคลสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมตัดสินใจมาเรียน”
เริ่มจากการได้เจอกับพี่โด้ ลุงพลเรือน - Loong Civilian
ผู้จุดประกายให้ผมได้รับรู้ว่า
“พลเรือนคนธรรมดาอย่างเราก็ยังมีหนทางสำหรับพัฒนาศักยภาพ
เพื่อปกป้องตนเองและปกป้องคนที่เรารัก
จากการเจอกับความเสี่ยงและภัยคุกคามในชีวิตอยู่นะ”
ขอบคุณพี่โด้มากครับที่เป็นแบบอย่างของ #พลเรือนพร้อมลุย
รู้ตัวอีกทีผมก็เข้าเรียนคลาสที่ช่วยให้พร้อมลุยจนลืมนับไปแล้ววว
ปิดท้ายด้วยการได้เจอกับหัวหน้าอาร์ท APE Knight
ผู้มอบเข็มทิศและถ่ายทอดรากฐานอันมั่นคงหลายอย่าง
สำหรับการท่องยุทธจักรอันกว้างใหญ่แห่งโลกของยุทธวิธีแบบไม่หลงทาง
รวมทั้งยังป้ายยาให้ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “Combative”
ขอบคุณหัวหน้าอาร์ทสำหรับบทสนทนาอันมีค่าในวันนั้น
ที่ช่วยเติมไฟในการขับเคลื่อนวิชาชีพในพื้นที่ของการเสริมสร้างความปลอดภัยนะครับ
ดีใจที่ได้ส่งต่อสิ่งดี ๆ จากหัวหน้าอาร์ท #ทำให้สังคมปลอดภัยไปด้วยกัน
เป็นเกียรติมากครับที่ได้พบเจอกับบุคคลสำคัญทั้งสองท่าน
ซึ่งช่วยให้ #นักจิตเก้ากระบี่ ได้ท่องยุทธภพในพื้นที่แห่งใหม่และเติบโตขึ้นไปอีก


สำหรับบทเรียนที่ผมตกผลึกจากเส้นทางการฝึก
สามารถเรียบเรียงได้หกประเด็นตามนี้เลยครับ
1. แนวทางการฝึกเพื่อพัฒนาศักยภาพ
1.1 การฝึกเพื่อค้นหาความผิดพลาด (เริ่มทำในสิ่งที่ถูกต้องทีละขั้นตอนอย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบ ถ้าทำแล้วเกิดสะดุดขึ้นมาให้เปิดรับในข้อผิดพลาดนั้นโดยไม่ปล่อยผ่าน)
1.2 การฝึกเพื่อแก้ไขความผิดพลาด (มองให้ออกว่าพลาดตรงขั้นตอนไหน แล้วค่อย ๆ เพิ่มการทำในสิ่งที่ถูกต้องแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสะสมความคุ้นเคยในการทำสิ่งที่ถูกต้องให้มากขึ้น)
1.3 การฝึกเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง (ทำในสิ่งที่ถูกต้องจนเริ่มเกิดเป็นความคุ้นเคย และเตือนตนเองเมื่อเผลอทำสิ่งที่ผิดพลาด “พลาดแล้วเริ่มใหม่” เพื่อช่วยให้ความคุ้นเคยใหม่ที่พึ่งบ่มเพาะขึ้นมามีความมั่นคงมากขึ้น)
1.4 การฝึกเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างเป็นธรรมชาติ (เมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องจนเริ่มกลายเป็นมาตรฐานแล้ว
สามารถเพิ่มการฝึกที่มีความท้าทาย หรือ การฝึกที่อยู่ภายใต้สภาวะกดดัน เพื่อเพิ่มขีดจำกัดให้กับมาตรฐานที่มีอยู่)
2. การช่วยให้ร่างกายรู้จักการทำงานเป็นทีม (การจัดโครงสร้างทางร่างกาย และการใช้แรงจากโครงสร้างทางร่างกาย เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเชื่อมโยงกับร่างกายของตนเองมากยิ่งขึ้น แล้วยิ่งเชื่อมโยงมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้ร่างกายรับรู้ว่า “ส่วนไหนขยับเร็วไป ส่วนไหนเคลื่อนไหวช้าไป ส่วนไหนกลายเป็นเดอะแบก ส่วนไหนอู้งานแอบกินแรงเพื่อน” เมื่อร่างกายคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกันจนกลายเป็นโคตรทีมแล้ว ศักยภาพในการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองเป้าหมายที่ต้องการก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล)


3. ทรัพยากรในการฝึกเป็นสิ่งที่มีค่า (อย่าทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลา ไปกับสิ่งที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดการทำในสิ่งที่ถูกต้อง)
4. เมื่อใดก็ตามที่เราใช้แรงทั้งหมดเพื่อสังหารเป้านิ่งให้ตุย
เมื่อนั้นเรามักจะเริ่มเผาผลาญทรัพยากรในการฝึกไปอย่างสิ้นเปลือง (นอกจากจะเปลืองทรัพยากรแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับท่าทีซึ่งมีต่อการต่อสู้ป้องกันตัว เนื่องจากการพยายามจัดหนักใส่เป้าหมายโดยละเลยเรื่องของต้นทุนที่เราต้องใช้ มักนำไปสู่การสร้างภัยอันตรายให้กับตนเอง)
5. ความปลอดภัยและความมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้ (ถ้าเกิดตุยขึ้นมา ⚰️ เราไม่ได้กลับจุดเซฟแล้วเริ่มใหม่เหมือนในเกมนะ อย่าให้การมีเขี้ยวเล็บมาลบเลือนมาตรฐานของความปลอดภัย)
6. เราสามารถลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อได้ (ผ่านการรับรู้สถานการณ์รอบตัวมากขึ้น, การเพิ่มฐานข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในชีวิต, การแต่งตัวที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวก, การพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย, การพัฒนาขีดความสามารถในการต่อสู้ป้องกันตัว รวมทั้งการมีอุปกรณ์เสริมสำหรับรับมือภัยคุกคามและการฝึกใช้อุปกรณ์เหล่านั้น)


ขอบคุณครูฝึกทุกท่าน
ที่ช่วยให้คนตัวเล็กตัวน้อยแถมยังร่างพังแบบผม
ไม่ยอมแพ้ให้กับข้อจำกัดของตัวเอง
(จังหวะที่เจอกำแพงของร่างกายขวางไว้ในระหว่างฝึก
และกัดฟันจนฝ่าด่านนั้นมาได้เป็นสิ่งที่สุดยอดมากครับ)
ทุกการปรับพื้นฐาน ทุกการจับมือทำ ทุกการเก็บรายละเอียด
ทั้งหมดนี้ช่วยให้คนที่ไม่เคยฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวมาก่อนอย่างผม
มองเห็นความเป็นไปได้ในการกลับไปฝึกฝนเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง
รวมทั้งได้รับแนวทางและพลังใจในการกอบกู้ร่างกายที่เสื่อมถอยไป
จนตอนนี้เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงและใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแล้ว
ขอบคุณเพื่อนร่วมคลาสทุกคน
ที่แบ่งปันประสบการณ์ในชีวิต
แถมยังให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือในการฝึกหลายอย่าง
การได้ฝึกฝนร่วมกับผองเพื่อนพี่น้องทุกคนทำให้ได้รู้ว่า
“แต่ละคนล้วนมีสิ่งที่อยากปกป้อง ถึงได้เลือกมาทำอะไรที่โคตรเหนื่อยร่วมกันแบบนี้”
ขอบคุณทุกสิ่งที่ช่วยให้ผมออกผจญภัยในพื้นที่แห่งใหม่
เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตของผมเลยครับ ^^


#การปกป้องสิ่งที่มีคุณค่า
#การพัฒนาศักยภาพ #การต่อสู้ป้องกันตัว
#การเสริมสร้างความปลอดภัยในระดับส่วนบุคคล
#บันทึกการเรียนรู้ #หมวดยุทธวิธี
#นักจิตเก้ากระบี่

“ชวนคุยเรื่องใจแบบสบาย ๆ”สามารถรับชมได้ทางช่องของพี่เฟิร์นผ่านทาง YouTube ตามลิงก์ที่ช่องคอมเมนต์ได้เลยนะครับ
18/03/2026

“ชวนคุยเรื่องใจแบบสบาย ๆ”

สามารถรับชมได้ทางช่องของพี่เฟิร์น
ผ่านทาง YouTube ตามลิงก์ที่ช่องคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคมเวลา 21:30 - 22:30 น.ผมได้รับเกียรติจากพี่เฟิร์น (เจ้าของเพจ นักจิตฯ ปรึกษาขอเล่า - Fern - is a Couns...
13/03/2026

วันพุธที่ 18 มีนาคม
เวลา 21:30 - 22:30 น.
ผมได้รับเกียรติจากพี่เฟิร์น (เจ้าของเพจ นักจิตฯ ปรึกษาขอเล่า - Fern - is a Counselor)
เชิญไปร่วมสนทนาในหัวข้อ
“ชวนคุยเรื่องใจแบบสบาย ๆ”
สามารถรับชมได้ทางเพจของพี่เฟิร์นครับ
ไว้พบกันครับ ^^

หลังจากที่ห่างหายไปนาน พวกเรากำลังจะกลับมาคุยกันอีกครั้ง

โดยครั้งนี้จะเป็นการ "ชวนคุยเรื่องใจแบบสบาย ๆ"

หากใครอยากร่วมพูดคุยผ่านคำถามที่เกี่ยวกับ "ใจ" ของตัวเอง
ก็สามารถส่งคำถามเข้ามาได้นะคะ
สำหรับคนที่ไม่สะดวกเปิดเผยตัวตนก็สามารถส่งคำถามผ่านลิงค์ที่อยู่ในคอมเม้นท์ใต้โพสต์ได้เลยค่ะ

แล้วพบกันคืนวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569
3 ทุ่มครึ่ง - 4 ทุ่มครึ่ง (เวลาประเทศไทย)

การสนับสนุนระบบสำรองในงานเยียวยารักษาจิตใจโดยละเลยเรื่องของมาตรฐานและการกำกับดูแลที่มีคุณภาพอาจทำให้ผู้ที่ต้องการความช่ว...
18/02/2026

การสนับสนุนระบบสำรองในงานเยียวยารักษาจิตใจ
โดยละเลยเรื่องของมาตรฐาน
และการกำกับดูแลที่มีคุณภาพ
อาจทำให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการ
ที่สามารถตอกย้ำความทุกข์ในชีวิตให้ลุกลามยิ่งกว่าเดิม


ในพื้นที่ของการเยียวยารักษาจิตใจ
การมีระบบสำรองที่สามารถเกื้อหนุนระบบมาตรฐาน
ย่อมมีประโยชน์ทั้งในโมงยามปกติและในห้วงเวลาแห่งวิกฤติ
ทว่าหากระบบสำรองดังกล่าว
ตั้งอยู่บนฐานของความไม่พร้อม จนเกิดเป็นช่องว่างทางมาตรฐาน
เช่น ขาดความรู้ที่ถูกต้อง ขาดทักษะที่เชี่ยวชาญ
ขาดเครื่องมือที่มีคุณภาพ และขาดคุณลักษณะที่จำเป็น
การสนับสนุนระบบสำรองโดยละเลยช่องว่างที่สำคัญเหล่านี้
ในระยะยาวอาจกลายเป็นการสร้างระบบที่เพิ่มพูนความทุกข์
ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
อยู่ไกลห่างจากเส้นทางการเยียวยารักษาที่มีคุณภาพ


อย่านำความงดงามของระบบสำรอง
มาถมทับข้อจำกัดที่มิอาจละเลยไปได้
| การละเลยข้อจำกัดของงานเยียวยารักษาจิตใจ |


#การละเลยข้อจำกัดของงานเยียวยารักษาจิตใจ
#การเยียวยารักษาจิตใจ #มาตรฐานของการเยียวยารักษาจิตใจ #ความเสี่ยง
#บันทึกการเดินทาง #หมวดการดูแลความเสี่ยง
#นักจิตเก้ากระบี่

การพาส่วนที่เปราะบางของจิตใจไปอยู่ในกำมือของผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัยและเพื่อเติมเต็มความคาดหวังที่เก็บซ่อนไว้...
13/02/2026

การพาส่วนที่เปราะบางของจิตใจ
ไปอยู่ในกำมือของผู้อื่น
เพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัย
และเพื่อเติมเต็มความคาดหวังที่เก็บซ่อนไว้ในใจ
อาจกลายเป็นการทำลายตนเองอย่างไม่รู้ตัว


บนเส้นทางอันยาวไกลของชีวิต
ณ จุดใดจุดหนึ่งอาจมีช่วงเวลาที่โหดร้าย
ซึ่งทำให้ท่านต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
จนเกิดเป็นรอยร้าวฝังลึกอยู่ในจิตใจ แล้วไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดก็ตาม
ที่ผลักดันให้ท่านไม่ได้กลับไปดูแลรอยร้าวเหล่านั้น
รวมทั้งยังทำให้ท่านเผลอเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่า
“ใครสักคนจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และเติมเต็มช่องว่างในจิตใจโดยไม่ต้องร้องขอ”
ภาพลวงตาในลักษณะนี้ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ให้กับการสังเวยคุณภาพชีวิตของตนเอง
ผ่านการฝืนทนกล้ำกลืนอยู่กับความสัมพันธ์ที่ทำร้ายจิตใจ
เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวแห่งความสมหวังที่เฝ้ารอ
ปรากฏการณ์เช่นนี้ อาจทำให้ท่านปิดกั้นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในชีวิต
และตัดโอกาสในการเลือกวิถีทางสำหรับเยียวยาความเปราะบาง


การฝากความเปราะบางของจิตใจตนเอง
ไว้กับความสัมพันธ์ที่ทำลายคุณภาพชีวิต
อาจซ้ำเติมรอยแผลของท่านให้บอบช้ำยิ่งกว่าเดิม
| การฝากความเปราะบางไว้กับภาพลวงตา |


#การฝากความเปราะบางไว้กับภาพลวงตา
#ความเปราะบางทางจิตใจ #ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ #โจทย์ค้างใจ #การทำลายตนเอง
#บันทึกการเดินทาง #หมวดการดูแลประสบการณ์ภายในจิตใจ
#นักจิตเก้ากระบี่

เพจอายุ 7 ปีแล้ว 🤩ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ชวนไปร่วมงานและขอบคุณในความไว้วางใจจากผู้รับบริการทุกท...
21/01/2026

เพจอายุ 7 ปีแล้ว 🤩


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ชวนไปร่วมงาน
และขอบคุณในความไว้วางใจจากผู้รับบริการทุกท่าน
ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่าและเรียนรู้ร่วมกันครับ ^^


ปีนี้ผมตั้งใจจะอัปเกรดเพจนิดหน่อยครับ
เริ่มตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่เลยก็คือ
ชื่อเพจมีการตัดเครื่องหมาย “ฯ” ออกไป
เนื่องจากช่วงหลังมีผู้ที่ต้องการติดตามแล้วค้นหาเพจผมไม่เจอครับ 😆
สมัยก่อนต่อให้กดชื่อไม่ครบก็เจอเพจเลย พอมาตอนนี้กลับไม่ค่อยเห็นซะอย่างงั้น
การอัปเกรดลำดับต่อไปคือ Mascot ของเพจ
(ส่วนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบครับ)
สำหรับเนื้อหาส่วนใหญ่ของปีนี้
จะเน้นไปที่การตกผลึกจากสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้ในชีวิต
แล้วถ้าจัดสรรตารางเวลาลงตัว
ผมก็จะหาเวลาไปร่วมงานกับเหล่าผองเพื่อนพี่น้องกัลยาณมิตรให้มากขึ้นด้วยครับ 🤩


ขอขอบคุณทุกกำลังใจและการเกื้อหนุนจากทุกท่านนะครับ ^^


#นักจิตเก้ากระบี่

บันทึกการเรียนรู้: การเสริมสร้างความปลอดภัยความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นได้และส่งต่อให้กับผู้อื่นได้เช่นกันใน...
06/01/2026

บันทึกการเรียนรู้: การเสริมสร้างความปลอดภัย


ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นได้
และส่งต่อให้กับผู้อื่นได้เช่นกัน


ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
ผมมีโอกาสได้เปิดพื้นที่ใหม่ในชีวิต
ด้วยการก้าวเข้าสู่ยุทธจักรอันกว้างใหญ่
แห่งโลกของยุทธวิธี (Tactical)
หากถามว่าไปโดนตัวไหนมาถึงได้สนใจเรื่องนี้
ก็เริ่มตั้งแต่เคยเผชิญหน้ากับวัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาหาเรื่อง
เจอรถกระบะสายซิ่งขับไล่บี้แบบในหนัง
แถมยังมีไอ้หนุ่มจากไหนก็ไม่รู้ที่อยู่ ๆ ก็มาขอเงินกันซึ่งหน้า
รวมทั้งรอดจากเหตุน้ำท่วมและเหตุแผ่นดินไหว
สำหรับผมแล้วการได้พบเจอเหตุการณ์ที่ชวนให้ตึงมือเหล่านี้
เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้หันมาสนใจเลยครับ
เพราะที่ผ่านมานั้นผมเอาตัวรอดด้วยการมีแผนรับมือนิดหน่อย
บวกกับการด้นสด และยังมีกัลยาณมิตรให้ความช่วยเหลือ
(แต้มบุญยังไม่หมดก็เลยรอดมาได้ 😆)
พอเป็นแบบนี้ผมก็เลยมาคิดในอีกมุมหนึ่งว่า
“ถ้าวันนึงโชคไม่เข้าข้างล่ะจะทำยังไง”


เส้นทางการเรียนรู้ของผม
ได้เริ่มต้นขึ้นจากการเรียนในหลักสูตร “APE Vantage Program”
ซึ่งเป็นคลาสเรียนที่ออกแบบมาสำหรับภาคประชาชน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความปลอดภัยในระดับส่วนบุคคล
เพื่อเตรียมตนเองให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามในพื้นที่สาธารณะ
รวมถึงภัยคุกคามที่สามารถบุกเข้ามาเยือนถึงบ้าน
หลักสูตรนี้ถ่ายทอดโดยคุณอาร์ท
(ผู้ก่อตั้งเพจ APE Knight หัวหน้าเผ่าอัศวินวานร
เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษตัวจริง
ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านยุทธวิธีและความมั่นคง)


คลาสเรียนที่ผมได้เข้าร่วมมีทั้งหมดสี่หัวข้อตามนี้เลยครับ
1. Home Defense (การปกป้องบ้านจากการโดนบุกรุกและเหตุร้าย)
2. Active Shooting Response (การเอาชีวิตรอดและตอบโต้เหตุกราดยิง)
3. Citizen First Responder (การตอบสนองเมื่อเจอเหตุวิกฤตและภัยพิบัติก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง)
4. Citizen Response Options (การตัดสินใจและการรับมือเมื่อเผชิญเหตุร้ายในที่สาธารณะ)
ทั้ง 4 บทเรียนจะค่อย ๆ พาผู้เรียนไปรู้จักชุดความรู้ของแต่ละสถานการณ์
รวมถึงเพิ่มแนวทางสำหรับสร้างทักษะติดตัวเพื่อเอาไว้ไปใช้จริงหน้างาน
อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับคุณลักษณะภายในของตนเอง
ทั้งในส่วนที่ทำให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และในส่วนที่ทำให้ตัดสินใจแบบผิดพลาด
โดยคุณลักษณะภายในนั้นเปรียบได้กับการมีเข็มทิศและแผนที่สำหรับเดินทาง
“ช่วยให้วางใจอยู่บนฐานของการเคารพในชีวิตของตนเองและผู้อื่น”
ไม่ว่าผู้เรียนจะไปต่อยอดในวิถีใดในภายภาคหน้า
ก็จะมีฐานใจอันนี้คอยเกื้อหนุนให้ก้าวเดินบนถนนสาย Tactical ได้อย่างมั่นคง


ด้วยเหตุนี้เองที่ผมไม่ได้เริ่มจากการเข้าไปฝึกปิ้ว ๆ ที่สนามยิมปูนทันที
รวมถึงไม่ได้เริ่มจากการไปฝึกต่อสู้ป้องกันตัวในรูปแบบต่าง ๆ
นั่นก็เพราะผมรู้จักสัญชาตญานการต่อสู้อันดุดันของตนเอง 😆
(นี่ถือเป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคุณลักษณะภายในเต็ม ๆ ครับ)
บวกกับความที่ตัวผมเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษา
ซึ่งได้รับการขัดเกลาให้ใคร่ครวญถึงส่วนประกอบที่สำคัญของการเรียนรู้ คือ
1. ความรู้เป็นสิ่งที่เติมได้
2. ทักษะเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้
3. คุณลักษณะภายในเป็นสิ่งที่บ่มเพาะได้
ตัวที่สามนี่แหละครับเป็นจุดตัดสำคัญ
เนื่องจากสิ่งนี้สามารถผลักดันให้เข้าสู่ด้านมืดหรือด้านสว่างก็ได้
การลงสนามแล้วฝึกอย่างเข้มข้นทันทีสำหรับตัวผมแล้ว
จึงอาจคล้ายกับการขาดเข็มทิศและแผนที่ในการเดินทาง
ผมก็เลยเริ่มจากหลักสูตรและองค์ความรู้
ที่ช่วยให้มีรากฐานในการใช้ความรู้
และการใช้ทักษะทางยุทธวิธีได้อย่างถูกต้อง
(ไม่ใช่นำไปใช้อย่างดุดันจนเข้าด้านมืดนั่นเองครับ)


พอมานั่งตกผลึกเส้นทางการเรียนรู้ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
ผมก็ได้ค้นพบความเปลี่ยนแปลงในตนเองตามนี้เลยครับ
1. มีมาตรวัดระดับความรู้ตัว (ความรู้ตัวมีตั้งแต่ละเลยสิ่งรอบตัวไปจนถึงตึงเกินไป)
2. มีเครื่องมือประเมินความเสี่ยงและภัยคุกคามในชีวิตประจำวัน
3. มีแนวทางสำหรับสร้างแผนรับมือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
(แถมยังได้เบิกเนตรจนเริ่มวางแผนไปเรียนศาสตร์ป้องกันตัวอื่น ๆ เพิ่มด้วย 🤩)
ถ้าให้เทียบเป็นชั้นเรียนตอนนี้ผมก็คงอยู่ในระดับเตรียมอนุบาล
เป็นเด็กตัวน้อยที่กำลังเริ่มต้นก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ของชีวิตครับ
นอกจากนี้ยังช่วยให้วิถีทางในการทำงานของผม
ได้รับเครื่องมือเพิ่มเติมไปด้วยครับ จากเดิมที่ทำงานเยียวยารักษา
ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางใจอยู่แล้ว
ก็สามารถนำเรื่องของการตรวจสอบระดับความรู้ตัว
การประเมินความเสี่ยงและภัยคุกคาม
รวมทั้งการออกแบบเส้นทางชีวิตที่เกื้อหนุนความปลอดภัย
มาเป็นตัวช่วยสำหรับงานเยียวยารักษาได้อีกด้วยครับ ^^


#ความปลอดภัย #การเสริมสร้างความปลอดภัยในระดับส่วนบุคคล
#บันทึกการเรียนรู้ #หมวดยุทธวิธี
#นักจิตเก้ากระบี่

ที่อยู่

นักจิตฯเก้ากระบี่ Office 13 อาคารล้านคำพลัส ชั้น1 ห้องหมายเลข102 หมู่3 ซอยป่าตัน7ข ถนนป่าตัน
Chiang Mai
50300

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66840098399

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นักจิตเก้ากระบี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง นักจิตเก้ากระบี่:

ทางลัด

แนะนำ

แชร์