PAYAP care U Counseling Center

PAYAP care U Counseling Center PAYAP care U
ดูแล ใส่ใจ พร้อมให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่นักศึกษาและบุคลากร มหาวิทยาลัยพายัพ

💙 รู้ใจไว้...ไม่เสียใจทีหลัง 💙📢 ขอเชิญนักศึกษาทุกชั้นปี เข้าร่วม โครงการคัดกรองสุขภาพจิต ประจำปีการศึกษา 2569เพียงไม่กี่...
07/08/2026

💙 รู้ใจไว้...ไม่เสียใจทีหลัง 💙
📢 ขอเชิญนักศึกษาทุกชั้นปี เข้าร่วม โครงการคัดกรองสุขภาพจิต ประจำปีการศึกษา 2569

เพียงไม่กี่ขั้นตอน
✅ Add Line OA https://lin.ee/tsqQY2s
✅ กดเพิ่มเพื่อน
✅ ทำแบบประเมินสุขภาพใจ
✅ Capture หน้าจอผลการประเมิน แล้วส่งมาที่ Line ศูนย์ให้การปรึกษา (PAYAP Care U)

💚 เพราะ "สุขภาพใจ" สำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย
การประเมินครั้งนี้จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ของตนเอง และหากต้องการความช่วยเหลือ ทีมผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ให้การปรึกษาพร้อมดูแลคุณอย่างเป็นความลับ

📱 สแกน QR Code และเริ่มทำแบบประเมินได้เลยวันนี้

07/08/2026
จากพี่นักจิต...ถึงน้องที่กำลังพยายามเป็นคนที่ "ดีพอ"มีคำถามหนึ่งที่พี่ได้ยินจากนักศึกษาบ่อยกว่าที่คิด"ทำไมหนูรู้สึกว่า ไ...
08/07/2026

จากพี่นักจิต...ถึงน้องที่กำลังพยายามเป็นคนที่ "ดีพอ"

มีคำถามหนึ่งที่พี่ได้ยินจากนักศึกษาบ่อยกว่าที่คิด

"ทำไมหนูรู้สึกว่า ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ยังไม่ดีพอ"

น่าแปลกที่คำถามนี้ไม่ได้มาจากคนที่ไม่พยายาม แต่มักมาจากคนที่พยายามมากที่สุด

คนที่อ่านหนังสือจนดึก แต่ยังรู้สึกผิดที่พัก
คนที่รับผิดชอบทุกหน้าที่ แต่ยังโทษตัวเองเมื่อทำพลาด
คนที่ยิ้มให้ทุกคน แต่กลับไม่รู้ว่าจะปลอบตัวเองอย่างไร

ในทางจิตวิทยา เรามักถูกสอนให้มองว่า ความคิดส่งผลต่อความรู้สึก แต่เมื่อโตขึ้น พี่กลับพบว่า หลายครั้ง "ความเชื่อ" ที่เรามีต่อตัวเอง กลับกำหนดทั้งชีวิตมากกว่าความคิดเพียงชั่วคราว

ถ้าเราเชื่อว่า "เราต้องเก่ง จึงจะมีคุณค่า"
เราจะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองเก่งพอ

ถ้าเราเชื่อว่า "เราต้องทำให้ทุกคนพอใจ"
เราจะเหนื่อยกับการเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ จนลืมถามตัวเองว่า เราต้องการอะไร

และถ้าเราเชื่อว่า "การอ่อนแอคือความล้มเหลว"
เราจะใช้ทั้งชีวิตซ่อนบาดแผล ทั้งที่ความเจ็บปวดก็เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์

มหาวิทยาลัยไม่ได้มีแค่การสอบกลางภาคหรือสอบปลายภาค

แต่มันคือช่วงเวลาที่เรากำลังสอบกับตัวเองทุกวัน

สอบว่าเราจะยอมรับความผิดหวังได้ไหม
สอบว่าเราจะให้อภัยตัวเองได้หรือเปล่า
สอบว่าเราจะยังเห็นคุณค่าของตัวเอง แม้ในวันที่ไม่มีคำชม ไม่มีรางวัล และไม่มีใครปรบมือให้

หลายคนคิดว่า การเติบโตคือการไม่ร้องไห้อีกแล้ว

แต่ในความเป็นจริง การเติบโตอาจหมายถึงการร้องไห้ได้ โดยไม่เกลียดตัวเองที่ร้อง

การยอมรับว่า "วันนี้เราไม่ไหว" ไม่ได้ทำให้เราอ่อนแอลง

ตรงกันข้าม มันคือจุดเริ่มต้นของการซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง

เพราะไม่มีใครรักษาบาดแผลที่ตัวเองปฏิเสธการมีอยู่ของมันได้

พี่อยากให้น้องจำไว้อีกเรื่องหนึ่ง

ชีวิตไม่ได้ให้รางวัลเฉพาะคนที่ไม่เคยล้ม

แต่ให้รางวัลกับคนที่ยังกล้าลุกขึ้น แม้จะยังกลัวอยู่ก็ตาม

และบางครั้ง ความกล้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การเดินต่อโดยไม่หวั่นไหว

แต่คือการยอมรับว่า เราเหนื่อย เราผิดหวัง เราเสียใจ...แล้วค่อย ๆ เดินต่อ ในจังหวะที่หัวใจรับไหว

หากวันนี้น้องยังรู้สึกว่าตัวเองไปได้ไม่ไกล

อย่าเพิ่งตัดสินชีวิตจากบทเดียว

หนังสือที่ดี ไม่ได้มีแค่หน้าที่สวยที่สุด

แต่มีทุกหน้าที่ทำให้ตัวละครค่อย ๆ เรียนรู้ว่าความหมายของการมีชีวิต ไม่ใช่การสมบูรณ์แบบ

แต่คือการยอมรับตัวเองได้ แม้จะยังไม่สมบูรณ์

และพี่หวังว่า วันหนึ่ง...เมื่อน้องหันกลับมามองเส้นทางที่ผ่านมา

น้องจะไม่ได้ภูมิใจ เพราะไม่เคยล้ม

แต่จะภูมิใจ เพราะครั้งหนึ่ง น้องเคยล้ม แล้วเลือกที่จะไม่ทิ้งตัวเองไว้ตรงนั้น

ด้วยความปรารถนาดี

จาก ศูนย์ให้การปรึกษา PAYAP care U

01/07/2026

มหาวิทยาลัยพายัพขอแสดงความยินดีกับ ศูนย์ให้การปรึกษา PAYAP care U ในโอกาสเป็นตัวแทนของศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 - เชียงใหม่ กับผลงานนวัตกรรมสุขภาพจิตและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในครอบครัวและชุมชน ระดับเขตสุขภาพที่ 1 ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนเข้าร่วมนำเสนอระดับประเทศ ในงานสัมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนระบบการดูแลสุขภาพจิตประชาชนด้วยพลังเครือข่ายชุมชน ผ่านกลไกระบบสุขภาพปฐมภูมิ "Mental Health Care for All Expo ครั้งที่1: Innovation Joureny" ระหว่างวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

✨🥰ขอแสดงความชื่มชมยินดีกับผลงาน
มหาวิทยาลัยกับการดูแลใจนักศึกษา

PAYAP care U: ระบบนิเวศการดูแลจิตใจเชิงรุกผ่านโครงการ "รู้ใจไว้ ไม่เสียใจทีหลัง" แบบบูรณาการ (Proactive Mental Health
Ecosystem)

ผู้ส่งผลงาน
นายปภาณุกฤช ปัญญาวิชา นักจิตวิทยา
ศูนย์ให้การปรึกษา PAYAP care U มหาวิทยาลัยพายัพ

24/06/2026

#ประชาสัมพันธ์

ศูนย์ให้การปรึกษา PAYAP care U ขอเชิญชวนทุกท่าน เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ
"หลักการและการสื่อสารภาวะวิกฤต กรณีเหตุวิกฤตทางจิตใจ"
(Crisis Communication & Psychological First Aid) 🧠✨

พบกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
👨‍⚕️ คุณประสงค์ศักดิ์ เจนกิจจาไพบูลย์ (นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลสวนปรุง)

💡 ไฮไลต์สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ (ครึ่งวันเช้า)
✅ เข้าใจปฏิกิริยาทางจิตใจและอารมณ์เมื่อเผชิญเหตุสะเทือนขวัญ
✅ รู้จักหลักการ 3L (Look-Listen-Link) มาตรฐานระดับสากล
✅ เทคนิค Do's & Don'ts คำพูดที่ควรใช้และข้อห้ามที่อาจกระตุ้นความรุนแรง
✅ Role-Play Workshop ฝึกปฏิบัติจริงเพื่อความมั่นใจ

🗓 วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 09.00 - 12.00 น.
📍 ห้องสัมมนา ดร.สิงห์โต จ่างตระกูล อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยพายัพ เขตเเม่คาว

💸 เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
📌 ลงทะเบียนได้ทาง QR Code
⚠️ ด่วน! เปิดรับสมัครถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569

📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. หมายเลขภายใน 7808

05/06/2026

🎓💙 น้องใหม่พายัพ พร้อมกันหรือยัง?

ถึงเวลาของการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว 🎉
ขอเชิญนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคน เข้าร่วมกิจกรรม ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2569

📅 19 มิถุนายน 2569
⏰ 08.00 – 12.00 น.
📍 หอประชุม ดร.บุญทอง ภู่เจริญ

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์  นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์บางครั้ง…เราไม่...
28/05/2026

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์ นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์

บางครั้ง…เราไม่ได้แพ้เพราะตัดสินใจผิด
แต่แพ้เพราะ “ตอบสนองเร็วเกินไป”
เคยไหม…
ตอนเช้าเรายังเป็นคนมีเหตุผลอยู่เลย
วางแผนชีวิตได้ดี คิดรอบคอบ คุมตัวเองได้
แต่พอตกเย็น
กลับอยากซื้อของที่ไม่จำเป็น
ตอบแชทด้วยอารมณ์
กินทั้งที่ไม่ได้หิว
หรือทำบางอย่างที่รู้ทั้งรู้ว่า “เดี๋ยวต้องเสียใจทีหลัง”
หลายคนคิดว่านี่คือ “ไม่มีวินัย”
แต่จริงๆ แล้ว อาจไม่ใช่เลย
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา “ไม่รู้ว่าอะไรถูก”
แต่อยู่ที่ตอนนั้น…สมองของเรากำลังเหนื่อย
และคนที่กำลังตัดสินใจ
อาจไม่ใช่ “เหตุผล”
แต่เป็น “อารมณ์”

สมองเรา มี 2 ระบบในการคิด
ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดที่เรียกว่า
“Dual-Process Theory”
หรือ “ทฤษฎีการคิด 2 ระบบ”
สมองของมนุษย์ไม่ได้คิดแบบเดียวตลอดเวลา
แต่มันมี “2 โหมด” ที่ทำงานร่วมกันอยู่เสมอ
⚡ System 1 — ระบบคิดเร็ว
นี่คือระบบที่ทำงานอัตโนมัติ
ใช้สัญชาตญาณ ความรู้สึก และอารมณ์
มันช่วยให้เราตอบสนองได้ไว
ไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน
เช่น
• เห็นของลดราคาแล้วอยากซื้อทันที
• โดนพูดแรงแล้วโกรธทันที
• อยากตอบข้อความกลับทันควัน
ข้อดีคือมันเร็ว
แต่ข้อเสียคือ…มันมัก “ใช้อารมณ์นำเหตุผล”

🧠 System 2 — ระบบคิดช้า
ระบบนี้ทำงานตรงกันข้าม
มันใช้เหตุผล การวิเคราะห์ และตรรกะ
ต้องใช้พลังสมองมากกว่า
แต่ช่วยให้เราคิดรอบคอบขึ้น
เช่น
• “เราจำเป็นต้องซื้อจริงไหม?”
• “ถ้าพูดแบบนี้ ผลจะเป็นยังไง?”
• “สิ่งที่เรารู้สึกตอนนี้ คือความจริงหรือแค่อารมณ์ชั่วคราว?”
ปัญหาคือ…
System 1 มักทำงานก่อนเสมอ
และหลายครั้ง
System 2 ยังไม่ทันได้เข้ามาตรวจสอบ
เราก็ตัดสินใจไปแล้ว

ยิ่งใช้สมองทั้งวัน…ยิ่งตัดสินใจแย่ลง
มีอีกสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เรียกว่า “Decision Fatigue”
หรือ “ภาวะสมองล้าจากการตัดสินใจ”
ทุกวันเราไม่ได้เหนื่อยแค่จากงาน
แต่เหนื่อยจาก “การเลือก” ตลอดเวลา
ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่าง
• จะใส่อะไร
• จะกินอะไร
• จะตอบยังไง
• จะทำอะไรก่อน
ไปจนถึงเรื่องใหญ่ในชีวิต
ทุกการตัดสินใจใช้พลังสมอง
และพลังนี้…มีจำกัด

เมื่อสมองเริ่มล้า
มันจะพยายาม “ประหยัดพลัง”
วิธีที่สมองใช้คือ
กลับไปพึ่ง System 1 มากขึ้น
นั่นหมายความว่า
• เราจะเลือกสิ่งที่ง่ายกว่า
• เลือกสิ่งที่สบายกว่า
• และคิดน้อยลงโดยอัตโนมัติ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมตอนเย็นเราถึงควบคุมตัวเองยากกว่าตอนเช้า

ชีวิตหลายครั้งไม่ได้พังเพราะ “การตัดสินใจใหญ่”
แต่มักพังจาก
“การตอบสนองทันที”
ข้อความหนึ่งประโยค
คำพูดตอนโมโห
การกดซื้อเพราะอารมณ์
หรือการตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาที
บางอย่างใช้เวลาเกิดแค่ชั่วครู่
แต่ส่งผลกับชีวิตได้นานมาก

แล้วเราจะหยุดตัวเองทันได้ยังไง?
คำตอบอาจง่ายกว่าที่คิด
“หยุด”
เพียงไม่กี่วินาที
ก็ช่วยเปลี่ยนการทำงานของสมองได้
ในทางจิตวิทยา สิ่งนี้เรียกว่า
“การสร้างช่องว่างระหว่างสิ่งกระตุ้นกับการตอบสนอง”
เพราะทันทีที่เราหยุด
สมองจะมีเวลาพอให้ System 2 เข้ามาทำงาน

แค่ 3 วินาที ก็เปลี่ยนผลลัพธ์ได้
งานวิจัยเกี่ยวกับ Mindfulness พบว่า
การหยุดสั้นๆ ก่อนตอบสนอง
ช่วยให้คนตัดสินใจดีขึ้น
คิดรอบคอบขึ้น
ลดการตอบสนองตามอารมณ์
และเลือกสิ่งที่ดีในระยะยาวได้มากขึ้น
ก่อนหยุด
อารมณ์กำลังควบคุม
แต่หลังหยุด
เหตุผลเริ่มกลับมา
และหลายครั้ง
แค่ช่องว่างเล็กๆ นั้น
ก็ช่วยป้องกันความเสียใจครั้งใหญ่ได้

วิธีง่ายๆ ในการ “รู้ทันสมองตัวเอง”
⏸️ 1. หยุดก่อนตอบ
ก่อนพูด ก่อนพิมพ์ ก่อนกดซื้อ
ลองหยุดไว้สัก 3 วินาที
🌬️ 2. หายใจลึก 1 ครั้ง
ช่วยดึงสติกลับมา
และลดแรงของอารมณ์ชั่ววูบ
❓ 3. ถามตัวเอง
“นี่คือสิ่งที่ควรทำ
หรือแค่อารมณ์กำลังพาไป?”
🧠 4. ใช้พลังสมองกับเรื่องสำคัญ
เรื่องเงิน ความสัมพันธ์ และอนาคต
ควรตัดสินใจตอนที่สมองยังไม่ล้า
🔁 5. ลดการตัดสินใจที่ไม่จำเป็น

วางแผนล่วงหน้า
จัดตาราง
ลดตัวเลือกเล็กๆ ในชีวิต
เพื่อเก็บพลังสมองไว้ใช้กับเรื่องที่สำคัญจริงๆ

ท้ายที่สุดแล้ว…
เราไม่ได้เป็นคนอ่อนแอ
ไม่ได้ไม่มีวินัย
และไม่ได้ “พังง่าย”
แต่เราเป็นมนุษย์
ที่มีสมองซึ่งเหนื่อยล้าได้
และหลายครั้ง
สิ่งที่ช่วยชีวิตเราได้มากที่สุด
อาจไม่ใช่การคิดให้เก่งขึ้น
แต่เป็น
“การหยุด…ก่อนตอบสนอง”

แหล่งอ้างอิง

Hagger, M. S., Wood, C., Stiff, C., & Chatzisarantis, N. L. D. (2021). Self-regulation and ego depletion: Theoretical perspectives and practical implications. Frontiers in Psychology, 12, 674694. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2021.674694 (doi.org in Bing)

Wikipedia contributors. (n.d.). Thinking, fast and slow. In Wikipedia. Retrieved May 28, 2026, from https://en.wikipedia.org/wiki/Thinking,_Fast_and_Slow

Cherry, K. (2023, October 3). Ego depletion: Definition, examples, and tips. Verywell Mind. https://www.verywellmind.com/ego-depletion-4175496

Cognitive Psychology. (n.d.). Dual process theory. Retrieved May 28, 2026, from https://www.cognitivepsychology.com/Dual_Process_Theory

Science Insights. (n.d.). What is dual processing system 1 and system 2 explained? Retrieved May 28, 2026, from https://scienceinsights.org/what-is-dual-processing-system-1-and-system-2-explained/

Evans, J. St. B. T. (2009). Dual-process theories of reasoning: Contemporary issues and developmental applications. Annual Review of Psychology, 60, 255–278. https://doi.org/10.1146/annurev.psych.60.110707.163633 (doi.org in Bing)

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์  นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์หลายคนคงเคยมีปร...
26/05/2026

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์ นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ “งีบแล้วตื่นมา มึนกว่าเดิม” ทั้งที่ตั้งใจพักให้สดชื่น แต่กลับกลายเป็นง่วงหนักกว่าเดิม ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้แปลกเลย เพราะการงีบมีทั้ง “งีบถูกวิธี” และ “งีบผิดวิธี”

สิ่งที่เรียกว่า Power Nap ก็คือการงีบสั้นๆ แบบมีแผน ประมาณ 10–30 นาที เพื่อรีเซ็ตสมองและลดความล้า งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การงีบสั้นช่วยเพิ่มสมาธิ ลดความเหนื่อย และทำให้เราตื่นตัวขึ้นทันที

แต่ถ้างีบยาวเกินไป สมองจะเข้าสู่ช่วงหลับลึก พอตื่นขึ้นมาจะเจอสิ่งที่เรียกว่า Sleep Inertia—อาการมึน งง เบลอ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางครั้งงีบแล้วกลับไม่สดชื่น

นักจิตวิทยาแนะนำว่า การงีบที่ดีที่สุดคือ 10–20 นาที เพราะยังไม่เข้าสู่หลับลึก ตื่นมาแล้วสดชื่นทันที อีกทั้งควรเลือกงีบในช่วงบ่ายต้น (ประมาณ 13:00–15:00) ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายมีจังหวะง่วงตามธรรมชาติ และไม่ไปรบกวนการนอนกลางคืน

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ตั้งปลุกทุกครั้ง เพราะถ้างีบเพลินเกิน 30 นาที ทั้งเสี่ยงมึนและทำให้นอนกลางคืนยาก นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมก็มีผลมาก การงีบในที่เงียบ มืด และสบาย จะช่วยให้สมองเข้าสู่โหมดพักได้เร็วขึ้น

มีเทคนิคที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Coffee Nap—ดื่มกาแฟก่อนงีบ เพราะคาเฟอีนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงจะออกฤทธิ์ พอตื่นขึ้นมาจะได้ความสดชื่นจากทั้งการงีบและคาเฟอีนพร้อมกัน

งานวิจัยยังพบว่า Power Nap ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความสดชื่น แต่ยังช่วยเพิ่มความจำ ความเร็วในการคิด ลดอารมณ์หงุดหงิด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ถึงขั้นที่นักบินที่งีบเพียง 20–30 นาที สามารถตื่นตัวขึ้นมากกว่า 50%

สรุปง่ายๆ: งีบสั้นๆ ถูกเวลา ถูกวิธี = สมองสดชื่นทันที
แต่ถ้างีบยาวเกินไป = เสี่ยงมึน งง และเสียการนอนตอนกลางคืน

📚 อ้างอิง:
- Sleep Foundation (2025) – Power nap 10–30 นาที เพิ่ม alertness และ performance
- Harvard Health Publishing (2024) – Power nap ลด fatigue เพิ่ม focus และ productivity
- International Journal of Environmental Research – Meta-analysis เรื่อง cognitive performance

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์  นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์นอนไม่ดี…อาจไม่...
21/05/2026

บทความ เนื้อหา สื่อ ในโพสต์นี้จัดทำโดย นายซามูเอล ปีเตอร์ นักศึกษาฝึกภาคปฏิบัติด้านจิตวิทยาสังคมประยุกต์

นอนไม่ดี…อาจไม่ใช่เพราะ “เครียด” อย่างเดียว 😵
แต่อาจเป็นเพราะ “ห้องนอน” กับ “นิสัยก่อนนอน” ของเราเอง

เคยไหม…

• นอนครบ 7–8 ชั่วโมง แต่ตื่นมายังไม่สดชื่น
• หลับยาก
• ตื่นกลางดึกบ่อย
• รู้สึกเหมือนได้นอนไม่เต็มที่ 😴

จริงๆ แล้ว
“คุณภาพการนอน” ไม่ได้ขึ้นกับแค่จำนวนชั่วโมงที่นอน

แต่มันขึ้นกับ
👉 พฤติกรรมก่อนนอน
👉 และสภาพแวดล้อมในห้องด้วย

สิ่งนี้เรียกว่า
🛏️ Sleep Hygiene
หรือ “สุขอนามัยการนอน”

พูดง่ายๆ คือ
การจัดนิสัยและบรรยากาศให้ร่างกาย “พร้อมหลับ” มากขึ้น

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า
คนที่มี sleep hygiene ไม่ดี
มักมีคุณภาพการนอนต่ำ หลับไม่ลึก และพักผ่อนไม่เต็มที่

ลองเช็กตัวเองดู 👇

🕒 1. นอน-ตื่นให้เป็นเวลา
การนอนดึกบ้าง เช้าบ้าง
ทำให้นาฬิกาชีวิตรวนได้

มีงานวิจัยพบว่า
การนอนไม่เป็นเวลา
สัมพันธ์กับความเครียด อารมณ์แย่ และสุขภาพที่แย่ลง

✔ ถ้าเป็นไปได้ ลองนอนและตื่นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน

📱 2. เล่นมือถือก่อนนอนน้อยลง
แสงจากหน้าจอ
ทำให้ “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยให้ง่วง ลดลง

ผลคือ หลับช้าขึ้น และคุณภาพการนอนแย่ลง

✔ ลองวางมือถือก่อนนอน 30–60 นาที

🌙 3. ห้องนอนสำคัญกว่าที่คิด
ห้องที่เหมาะกับการนอนควรจะ

• มืด
• เงียบ
• เย็นสบาย

เพราะสภาพแวดล้อมมีผลกับการนอนโดยตรง

✔ ผ้าม่านทึบ / ลดเสียงรบกวน / ปรับอุณหภูมิช่วยได้มาก

☕ 4. ระวังคาเฟอีนและมื้อดึก
กาแฟ ชา หรืออาหารหนักๆ ก่อนนอน
อาจทำให้สมองยังตื่นตัวอยู่

✔ ควรเลี่ยงคาเฟอีนอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงก่อนนอน

🧘 5. มี ritual ก่อนนอน
ร่างกายชอบ “สัญญาณ” ว่าถึงเ

พักแล้ว

ลองหากิจกรรมเบาๆ เช่น

• อ่านหนังสือ
• ฟังเพลงเบาๆ
• อาบน้ำอุ่น

สิ่งเล็กๆ พวกนี้ช่วยให้หลับง่ายขึ้นได้จริง

😴 6. อย่างีบยาวเกินไปตอนกลางวัน
โดยเฉพาะหลังบ่าย 3

เพราะอาจทำให้กลางคืนหลับยากกว่าเดิม

สุดท้ายแล้ว…
การนอนที่ดี ไม่ได้เริ่มตอน “ขึ้นเตียง”

แต่มันเริ่มตั้งแต่
สิ่งที่เราทำระหว่างวัน 🌙

ที่อยู่

Chiang Mai
50210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PAYAP care U Counseling Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์