ณัฐพลคลินิก โรคภูมิแพ้ และระบบทางเดินหายใจ

ณัฐพลคลินิก โรคภูมิแพ้ และระบบทางเดินหายใจ คลินิกเฉพาะทางด้านภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ

หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าไม่ใช่น้ำเกลือสามารถใช้  #น้ำประปาล้างจมูก ได้หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ++ไม่ควรใช้น้ำประป...
24/07/2025

หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าไม่ใช่น้ำเกลือสามารถใช้ #น้ำประปาล้างจมูก ได้หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

++ไม่ควรใช้น้ำประปาล้างจมูก เนื่องจากอาจมีสิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ควรใช้น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกแทน เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อค่ะ

++เหตุผลที่ไม่ควรใช้น้ำประปา:
1. ความเข้มข้นของน้ำไม่สมดุล:
น้ำประปาอาจมีความเข้มข้นของเกลือแร่ที่ไม่เหมาะสมกับของเหลวในร่างกาย ทำให้เกิดการระคายเคือง หรือแสบจมูกได้
2. มีสิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรค:
น้ำประปาอาจมีสิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรคต่างๆ เช่น อะมีบาสูญเสียชีวิต ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดอันตรายได้

***เหตุผลที่ควรใช้น้ำเกลือ:
1. ความเข้มข้นที่เหมาะสม:
น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกมีความเข้มข้นที่ใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกาย ทำให้ไม่เกิดการระคายเคือง
ปราศจากเชื้อโรค:
2. น้ำเกลือสำหรับล้างจมูกมักเป็นน้ำเกลือที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ทำให้มีความปลอดภัยต่อการใช้งาน
ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ:
3. การใช้น้ำเกลือล้างจมูกช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้

12/05/2025
PM 2.5 ภัยเงียบที่กลับมาทุกปี แถมส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ "หลอดลมอักเสบ" ด้วยค่ะ วันนี้เรามีบทความเกี่ยวกับภา...
17/01/2025

PM 2.5 ภัยเงียบที่กลับมาทุกปี แถมส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ "หลอดลมอักเสบ" ด้วยค่ะ วันนี้เรามีบทความเกี่ยวกับภาวะหลอดลมอักเสบจาก PM 2.5 มาฝากกันนะคะ

Cr. Thaipbs

แหล่งกำเนิดของ PM 2.5 มีหลากหลาย ทั้งจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง เช่น การขนส่งทางถนน โรงงานอุตสาหกรรม การเผาขยะ หรือแม้กระทั่งการเผาป่าในพื้นที่ชนบท ฝุ่นเหล่านี้สามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานและแพร่กระจายได้ไกลจากแหล่งกำเนิด

กลไกการเกิดหลอดลมอักเสบจาก PM 2.5
PM 2.5 มีผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากฝุ่นละอองชนิดนี้สามารถเข้าสู่หลอดลมและก่อให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อที่บุผิวหลอดลม นอกจากนี้ ฝุ่นละอองยังสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการหลั่งสารเคมีที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการที่พบบ่อย ได้แก่

1.ไอเรื้อรัง เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีเสมหะ
2. เจ็บคอ รู้สึกแสบร้อนหรือคันคอ
3. หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย หายใจติดขัด
4. แน่นหน้าอก รู้สึกอึดอัดบริเวณหน้าอก
5. เสียงแหบแห้งเปลี่ยนไปจากปกติ

ใครคือกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดหลอดลมอักเสบจาก PM 2.5 ?

1. เด็กเพราะมีระบบทางเดินหายใจที่ยังไม่แข็งแรง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
2. ผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่า จึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย
3. ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จะมีอาการแย่ลงเมื่อสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5
4. ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง จะได้รับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณที่สูงกว่าคนทั่วไป

ในผู้ป่วยที่สัมผัส PM 2.5 ในปริมาณสูงและต่อเนื่อง หลอดลมอักเสบเรื้อรังอาจพัฒนาเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งเป็นภาวะที่หลอดลมตีบและมีการทำงานของปอดลดลงอย่างถาวร นอกจากนี้ การอักเสบในหลอดลมยังทำให้มีการหลั่งเสมหะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการไอ หายใจลำบาก และแน่นหน้าอก

นอกจากนี้ PM 2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่หลอดลมอักเสบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น โรคหอบหืด โรคปอดบวม และโรคหัวใจขาดเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว การสัมผัส PM 2.5 เป็นระยะเวลานานสามารถลดอายุขัยเฉลี่ยและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคเรื้อรัง

ช่วงนี้ออกไปไหนมาไหนอย่าลืมใส่ mask กันฝุ่นพิษกันด้วยนะคะ

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงฤดูฝนแบบนี้ห้ามไม่ได้แน่ๆ ค่ะ ยังไม่รวมฝุ่น ควัน สารก่อภูมิแพ้ที่ลอยมาพร้อมอากาศทำให้จามง่ายแล...
17/06/2024

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงฤดูฝนแบบนี้ห้ามไม่ได้แน่ๆ ค่ะ ยังไม่รวมฝุ่น ควัน สารก่อภูมิแพ้ที่ลอยมาพร้อมอากาศทำให้จามง่ายและเสี่ยงภูมิแพ้กำเริบได้มากกว่าปกติ ยิ่ง Pm2.5 ก่อตัวในช่วงสิ้นปีแบบนี้แล้วด้วย ต้องยิ่งระวังเลยนะคะ แต่อาการไหนบ้างที่เสี่ยงเป็นอาการภูมิแพ้อากาศ มาดูตามเช็กลิสต์ด้านล่างนี้กันค่าาา

+++ 13 Checklist! รวมทุกอาการภูมิแพ้อากาศ +++

1. น้ำมูกไหล เมื่ออากาศเปลี่ยน ฝนตก ออกไปข้างนอก
2. คันบริเวณตา คอ หู หรือเพดานปาก
3. ปวดศีรษะ
4. เสียงเปลี่ยน
5. จมูกไม่ได้กลิ่น
6. จาม ไอ เจ็บคอเรื้อรัง
7. หูอื้อ มีเสียงในหู เจ็บหูด้านหลัง
8. เปลือกตาบวม
9. น้ำตาไหล ตาแดง
10. อ่อนเพลียแม้หลังตื่นอน รู้สึกไม่สบายตัว หรือหงุดหงิดง่าย
11. ผิวหนังแห้ง คัน
12. มีอาการลมพิษ
13. มีเสมหะ

Cr. Thrivewellness

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไรฝุ่นที่ชาวภูมิแพ้ควรรู้ มาดูกันเลยค่ะ++ "ไรฝุ่น" คือสารก่อภูมิแพ้ที่พบมากที่สุดในผู้ป่วยภูมิแพ้ ++...
30/11/2023

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไรฝุ่นที่ชาวภูมิแพ้ควรรู้ มาดูกันเลยค่ะ

++ "ไรฝุ่น" คือสารก่อภูมิแพ้ที่พบมากที่สุดในผู้ป่วยภูมิแพ้
++ ที่นอน 1 หลังอาจมีไรฝุ่นอาศัยอยู่มากกว่า 2 ล้านตัว

ไรฝุ่นถือเป็นศัตรูอันดับ 1 ของชาวภูมิแพ้ที่รบกันไม่เคยชนะสักที ซึ่งไรฝุ่นเป็นแมลงขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ขนาดแค่ 0.3 มม. เท่านั้นสามารถปะปนอยู่กับฝุ่นตามพื้นบ้าน ห้องนอน ที่นอน หมอน พรม และเครื่องเรือนต่างๆ โดยเฉพาะบ้านหรือห้องนอนที่มีความอับชื้นอากาศไม่ถ่ายเท ซึ่งไรฝุ่นกินจุเหล่านี้ มักกินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร จากนั้นจะถ่ายมูลไว้ในสถานที่ที่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะบนเตียง หรือที่นอน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของตัวไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น

ไรฝุ่นตัวเล็กมีมากกว่าที่คิด!
ในฝุ่นบ้าน 1กรัม สามารถพบไรฝุ่นได้ถึง 500ตัว
น้ำหนัก 1ใน 10ของหมอนเก่าอายุ 6ปี มาจากไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น
ในที่นอน 1หลัง มีไรฝุ่นอาศัยอยู่ประมาณ 2ล้านตัว
มูลของไรฝุ่นสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายและลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราในขณะนอนหลับ
เติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสและชอบความชื้น โดยเฉพาะบนร่างกายของมนุษย์
มูลไรฝุ่นเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อาการภูมิแพ้และโรคหอบหืดกำเริบจนควบคุมอาการได้ยาก

กำจัดไรฝุ่นอย่างไรไม่ให้ภูมิแพ้กำเริบ ?

1. ซักปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน 1-2สัปดาห์ ด้วยน้ำร้อน 55-60องศาเซลเซียส เพื่อฆ่าไรฝุ่น และใช้ผ้าคลุมที่นอนและหมอนเพื่อกันไรฝุ่น
2. ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณภาพดี ถ้าเป็นไปได้ควรใช้เครื่องที่มี HEPA filter ด้วย- มีการระบายอากาศในห้องนอนเพื่อลดความชื้น อย่างน้อยควรเปิดประตูหน้าต่างห้องนอนวันละ 1ชั่วโมง ดีกว่าปิดห้องไว้ตลอดเวลา
3. ทำความสะอาดบ้านและห้องนอนด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
4. ไม่ควรปูพรม ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่หุ้มด้วยผ้าและผ้าม่านในห้องนอน
5. ไม่ควรเก็บของเล่นจำพวกตุ๊กตาขนนิ่มๆ ในห้องนอน ถ้ามีควรทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน 55-60องศาเซลเซียส หรือแช่แข็งเพื่อฆ่าไรฝุ่น
6. ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอน เพราะรังแคจากสัตว์เลี้ยงเป็นอาหารที่ดีของไรฝุ่น
7. นำที่นอน หมอน และพรม ตากแดดจัดๆ ประมาณ 3ชั่วโมงขึ้นไป จะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นได้

อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที

Cr. BDMS, PPTV

ใครสังเกตตัวเองแล้วพบว่าตาขาวดูไม่สดใส สาเหตุหนึ่งอาจมาจากอาการ  #ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) ได้นะคะ ลองมาด...
27/07/2023

ใครสังเกตตัวเองแล้วพบว่าตาขาวดูไม่สดใส สาเหตุหนึ่งอาจมาจากอาการ #ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) ได้นะคะ ลองมาดูว่าคุณเข้าข่ายเป็นแบบนี้รึเปล่า ?

อาการแบบไหนคือภูมิแพ้ขึ้นตา?

โดยปกติแล้วอาการภูมิแพ้ขึ้นตาจะมีอาการคันตา แสบตา น้ำตาไหล เปลือกตาและเยื่อบุตาบวมแดง ระคายเคืองตาจนต้องขยี้ตาบ่อยๆ เปลือกตาบวม บางเคสจะมีสีผิวรอบดวงตาที่คล้ำผิดปกติมักเป็น 2ข้าง อาจพบร่วมกับอาการของทางเดินหายใจส่วนบนได้บ่อยถึง 30%

หลายคนอาจคิดว่าโรคภูมิแพ้ขึ้นตาเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง เพียงแค่ก่อให้เกิดความรำคาญ ทั้งที่จริงแล้วหากปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการเรื้อรัง เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณกระจกตา ซึ่งส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว หรือเกิดความพิการของสายตาได้ค่ะ

+++ วิธีการดูแลดวงตาและป้องกันโรคภูมิแพ้ขึ้นตา +++

1.พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส รับประทาน หรือสูดดม สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ดวงตา เช่น ขนสัตว์ ไรฝุ่น แมลงสาบ สารเคมี อาหารที่แพ้ เป็นต้น

2. หลีกเลี่ยงการปูพรมภายในบ้าน เพราะพรมถือเป็นวัสดุกักเก็บฝุ่น รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ชั้นดี

3. เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนบ่อยๆ เพื่อลดไรฝุ่น

4. ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องเป็นเวลานานข้ามคืน

5. ใช้น้ำตาเทียมช่วยเจือจางสารก่อภูมิแพ้ได้

6. ไม่ขยี้ตา เพื่อป้องกันไม่ให้การอักเสบของดวงตารุนแรงขึ้น

7. ประคบเย็น ช่วยลดอาการบวมบริเวณเปลือกตา

8. แว่นกันลม ที่ปิดทั้งด้านหน้าและด้านข้าง จะช่วยป้องกันดวงตาจากสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในอากาศได้

9. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักฝุ่น  .5 ซึ่งเป็นคำเรียก  #ค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่าเส้นผมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หา...
29/03/2023

ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักฝุ่น .5 ซึ่งเป็นคำเรียก #ค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่าเส้นผมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากแขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่างๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมหาศาล จะเกิดเป็นหมอกควันอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้นั่นเองค่ะ
แล้ว PM 2.5 มีอันตรายต่อสุขภาพ และ #ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
😷 #ผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจส่งผลให้เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, มะเร็งปอดได้
😵 #ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจส่งผลให้เป็นโรคหลอดเลือดสมอง, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
🤢 #ผลต่อระบบผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เป็นผื่นแพ้หรือคันได้
🤮 #ผลต่อระบบทางเดินอาหาร อาจมีสารเคมีหรือเชื้อโรคปนเปื้อนทำให้เกิดโรคทางระบบทางเดินอาหารต่างๆตามมาได้
🥴 #ผลต่อดวงตา อาจส่งผลให้เกิดตาแดงหรือตาอักเสบได้
ดังนั้นเพื่อป้องกันสุขภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆที่จะตามมาจากฝุ่น PM2.5 วันนี้แอดมินมี 6 ไอเทม #สู้ฝุ่น ที่ควรมีไว้ติดบ้าน ติดตัวไว้ ไม่อยากป่วยป่วยจากฝุ่นจิ๋ว จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่าา

1. #หน้ากากอนามัยN95 เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคที่ไม่ใช่น้ํามันขนาด 0.3 ไมครอน ซึ่งแขวนลอยในอากาศ เช่น ฝุ่นละอองและเชื้อโรค ได้ ไม่ต่ำกว่า 95% ต่างจากหน้ากากอนามัยทั่วไป ป้องกันได้แค่ฝุ่นละอองขนาดใหญ่ขนาด 3 ไมครอนได้ 99% ไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 3 ไมครอน ดังนั้นก่อนหาหน้ากากอนามัยมาใส่ต้องดูให้แน่ใจว่าหน้ากากที่เราจะใช้นั้น ป้องกันมลพิษที่มีคุณสมบัติอนุภาคขนาดเฉลี่ย 0.3 ไมครอน ได้ไม่ต่ำกว่า 95%หรือไม่

2. #น้ำเกลือ รู้หรือไม่ว่าน้ำเกลือนั้นมีประโยชน์มากมาย นอกจากจะช่วยชำระล้างบาดแผลแล้ว ยังช่วยชำระล้างฝุ่นละอองภายในโพรงจมูก ซึ่งเป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรหาซื้อมาเป็นไอเทมประจำบ้านไว้เลยค่ะ หาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไปหรือตามร้านสะดวกซื้อก็มีนะคะ

3. #เครื่องฟอกอากาศ ไอเทมนี้หากบ้านไหนพอมีทุนทรัพย์อาจหาซื้อไว้ติดบ้านก็น่าจะดีค่ะ เพราะจะดักจับฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย เชื้อไวรัส กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ จึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ โดยการทำงานของเจ้าเครื่องนี้คือ จะดูดอากาศเข้าตัวเครื่อง และผ่านตัวกรองให้ดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ อากาศที่ออกมาจึงบริสุทธิ์และสะอาดนั่นเอง แต่ไม่ได้กำจัดฝุ่นละอองนะคะ

4. #กระดาษทิชชู่เปียก หลายคนอาจมองว่าไม่จำเป็น หรือไม่แตกต่างจากการใช้ทิชชู่ธรรมดา แต่จริงๆแล้วกระดาษทิชชู่เปียกมีข้อดีกว่าทิชชู่ธรรมดาคือ ไม่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นให้รำคาญใจ แถมยังช่วยดักจับฝุ่นออกมาได้แบบง่ายดายได้อีกด้วย สามารถพกพาได้สะดวก แต่ใช้แล้วควรทิ้งให้เป็นที่ และไม่ควรทิ้งลงชักโครกเพราะอาจเกิดการอุดตันได้นะคะ

5. #แว่นตากันฝุ่น ไอเทมนี้เหมาะมากสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานหรือจักรยานยนต์บนท้องถนน เพราะมีโอกาสที่ดวงตาจะสัมผัสกับฝุ่นได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกใส่แว่นตา ที่มีกรอบแว่นที่แข็งแรงค่อนข้างใหญ่ กรอบอาจจะโค้งไปทางขมับที่เรียก wraparound ทำให้ป้องกันแสงและลมฝุ่นได้กว้างกว่าและได้จากทุกทิศ หรือบางคนอาจใช้เป็นแว่นที่เรียกว่า Goggles ก็ได้

6. #ยาแก้แพ้ ควรพกติดตัวสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ เนื่องจากฝุ่นอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นทำให้อาการของโรคกำเริบได้ แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการใช้ยาด้วยนะคะ
ซึ่งกรมอนามัยได้ออกมาเตือน #สำหรับกลุ่มที่ควรป้องกันตนเองจากฝุ่นPM 2.5 อย่างเคร่งครัด คือ ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี, หญิงตั้งครรภ์, เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ใครอยู่ในกลุ่มนี้อย่าลืมดูแลตัวเองเป็นพิเศษนะคะ

Cr. อยู่กับยา

:+:  วันนี้มารู้จักสารอีกตัวหนึ่งที่คนไทยมีสถิติการแพ้มากขึ้น (แต่เราไม่รู้ตัว) นั่นคือ "กลูเตน" ค่ะ  แล้วสัญญาณเตือนของ...
19/12/2022

:+: วันนี้มารู้จักสารอีกตัวหนึ่งที่คนไทยมีสถิติการแพ้มากขึ้น (แต่เราไม่รู้ตัว) นั่นคือ "กลูเตน" ค่ะ แล้วสัญญาณเตือนของการแพ้กลูเตนเป็นได้อย่างไร มาดูกันเลยค่าาา

Cr.telecorsa

กลูเตนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้ในเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต หรือส่วนประกอบอื่นๆ เช่น แป้งสาลี โดยส่วนใหญ่จะพบได้ในขนมปัง เบเกอรี แพนเค้ก หรือเค้กต่างๆ ที่หลายคนชอบกิน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะกินอาหารหรือขนมต่างๆ ที่มีกลูเตนได้อย่างสบายใจ เพราะมีหลายคนที่มีกลุ่มอาการที่เกิดจากกลูเตน (Gluten Related Disorder) เกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นได้กับทุกเพศทุกวัย ดังนั้นลองสังเกตร่างกายตัวเองดูสักนิด หากมีกลุ่มอาการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากกินอาหาร หรือขนมที่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ จะได้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้รุนแรงที่ถึงขั้นช็อก ความดันตก และหมดสติได้

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจแพ้กลูเตนมีอะไรบ้าง ?

1. มีปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเสียและท้องผูก

2. โรคขนคุด

3. อ่อนเพลีย สมองตื้อ

4. แพ้ภูมิแพ้ตัวเอง

5. มีอาการทางระบบประสาท เช่น เวียนศีรษะ

6. ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น อาการก่อนมีประจำเดือน

7. โรคไมเกรน

8. มีอาการอ่อนล้า แต่ไม่สามารถบอกสาเหตุได้ (อาการปวดของกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วร่างกาย)

9. มีการอักเสบ บวม และปวดบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อนิ้ว หัวเข่า

10. มีปัญหากับอารมณ์ของตัวเอง เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า

และนี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุดจาก คนไข้ภูมิแพ้ตั้งแต่เปิดคลินิกค่ะ มาดูคำตอบในโพสต์นี้กันนะคะ Cr. Bumrungrad Hospital, Me...
10/10/2022

และนี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุดจาก คนไข้ภูมิแพ้ตั้งแต่เปิดคลินิกค่ะ มาดูคำตอบในโพสต์นี้กันนะคะ
Cr. Bumrungrad Hospital, Medicallinelab

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจเช่น โพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหืด เป็นโรคเรื้อรังและมีโอกาสหายได้ยาก ทั้งสองโรคนี้สามารถพบได้ในคนเดียวกัน โดยพบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดมีภาวะโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้ ส่วนคนทีเป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้นั้น 1 ใน 3 มีโรคร่วมด้วย โดยภาวะจมูกอักเสบภูมิแพ้จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหืดมากกว่าคนปกติถึง 3-5 เท่า หากไม่รักษาภาวะนี้ก็จะเป็นโรคหืดตามมาภายหลังได้ ซึ่งทั้งสองโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง และมีโอกาสหายได้น้อย

การศึกษาในเด็กที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ พบว่าเมื่อตามอาการไป 5 ปี มีโอกาสหายได้โดยร้อยละ 12 การศึกษาในผู้ใหญ่จำนวน 734 คนที่เป็นโรคนี้พบว่า เมือติดตามไป 8 ปีจะมีโอกาศหายได้ร้อยละ 12-38 โดยที่ถึงแม้คนไข้กลุ่มนี้จะไม่มีอาการแล้วแต่คนไข้ส่วนใหญ่ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังยังผิดปกติอยู่ คือเป็นบวกต่อสารก่อภูมิแพ้

การศึกษาในผู้ใหญ่เมื่อติดตามอาการไปอย่างน้อย 30 ปีพบว่าหากไม่รักษาโรคจมูกอักเสบจะมีโอกาสหายได้ร้อยละ 40 ที่เหลืออาจมีภาวะแทรกซ้อนเช่น ไซนัสอักเสบ และเป็นโรคหืดได้ การรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ให้ดี จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหืดในอนาคตได้

สำหรับการหายของโรคหืดขึ้นอยุ่กับช่วงอายุ กรณีเป็นเด็กโอกาสหายพบได้ร้อยละ 6-33 ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ถ้ามีอาการตั้งแต่เล็กและหอบบ่อยโอกาสหายก็ค่อนข้างน้อย โดยช่วงอายุของเด็กที่หายมักอยู่ในช่วงอายุ 14-21 ปี ส่วนผู้ใหญ่อัตราการหายร้อยละ 11-52 แต่ถึงแม้ว่าจะหายแล้วบางคนก็มีอาการกลับเป็นซ้ำได้ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการหายขึ้นอยู่กับ ความรุนแรงของโรค โรคที่พบร่วมเช่นจมูกอักเสบภูมิแพ้ หากพบร่วมด้วยจะหายยากกว่า ภาวะอ้วนทำให้เพิ่มความเสี่ยงทำให้ไม่หาย ส่วนการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดทำให้หายได้มากขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือ ปัจจัยที่มีผลต่อการหายของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การปรับพฤติกรรมโดยใช้ 4Es (eating-ลดน้ำหนัก, environment-หลีกเลี่ยงส่งกระตุ้น, exercise-ออกกำลังกาย, emotion-ทำจิตใจให้แจ่มใสไม่เครียด) สำหรับการรักษาทั่วไปทำให้ไม่มีอาการของโรค แต่ไม่ได้เปลี่ยนธรรมชาติของโรค มีเพียงการรักษาเดียวที่สามารถเปลี่ยนธรรมชาติของโรคและทำได้หายได้คือ การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดหรือวัคซีนภูมิแพ้

หลายคนอาจไม่ทราบความแตกต่างของ ผื่นลมพิษ กับ โรคลมพิษ  วันนี้มีข้อสังเกตง่ายๆ ให้รู้ว่า ตกลงแล้วเราเป็นผื่นลมพิษ หรือ โร...
29/04/2022

หลายคนอาจไม่ทราบความแตกต่างของ ผื่นลมพิษ กับ โรคลมพิษ วันนี้มีข้อสังเกตง่ายๆ ให้รู้ว่า ตกลงแล้วเราเป็นผื่นลมพิษ หรือ โรคลมพิษกันแน่มาฝากกันค่ะ

Cr. PPTVonline

สำหรับลักษณะอาการที่บ่งบอกว่า เรากำลังเป็นผื่นลมพิษ ประกอบด้วย
- มีตุ่มนูนแดง
- มีอาการคันมาก
- ผื่นสามารถย้ายที่เกิดผื่นได้
- ผื่นจะหายภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่ทิ้งรอยตำ และขุยลอก

สาเหตุของการเกิดผื่นลมพิษ อาจเกิดจาก
1. การแพ้อาหาร หรือยา โดยผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นตามร่างกายเร็ว หลังรับสารที่แพ้เข้าร่างกายภายใน 1-2 ชั่วโมง และอาจมีอาการ แน่นหน้าอก หายใจลำบากร่วมด้วย
2. โรคลมพิษ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาหารหรือยา ซึ่งผื่นมักจะขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ไม่รุนแรง

โรคลมพิษ (Urticaria) คือ โรคที่มีอาการของผื่นลมพิษ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ทั้งนี้โรคลมพิษ สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. ลมพิษแบบเฉียบพลัน โดยจะเกิดผื่นลมพิษ นานไม่เกิน 6 สัปดาห์ แล้วก็หาย
2. ลมพิษแบบเรื้อรัง จะมีผื่นลมพิษ เกิดขึ้นยาวนาน 6 สัปดาห์ โดยต้องมีอาการผื่นขึ้นบ่อย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันขึ้นไป

สำหรับการรักษา ผู้ป่วย ลมพิษ กับโรคลมพิษ ก็จะแตกต่างกัน โดยถ้าผู้ป่วยเป็นโรคลมพิษ จะเน้นการให้รับประทานยาแก้แพ้อย่างต่อเนื่อง

แต่ถ้าเป็นผื่นลมพิษ เพราะแพ้ยา หรืออาหาร คนไข้ต้องไปทดสอบเพื่อยืนยันการแพ้ แล้วต้องเลี่ยงอาหารหรือยาที่แพ้ และถ้ารายไหนมีอาการผื่นลมพิษขึ้นหนัก และมีอาการแน่นหน้าอก ไอ วูบ หรือหมดสติ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องพกยาฉีดฉุกเฉิน เพื่อช่วยชีวิต ในกรณีที่เผลอกินยา หรือเจอกับสิ่งที่แพ้

📌📌 ขออนุญาตแจ้งวันหยุดคลินิกในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ถึง 04 มกราคม 2565 ค่ะ และจะเปิดให้บริการใน...
28/12/2021

📌📌 ขออนุญาตแจ้งวันหยุดคลินิกในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ถึง 04 มกราคม 2565 ค่ะ และจะเปิดให้บริการในวันที่ 05 มกราคม 2565 นะคะ 🥰 สวัสดีปีใหม่ค่าาา

ที่อยู่

ข้างสำนักงานการบินไทย (ตรงข้าม ธกส. )
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

053-210659, 084-3834619

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ณัฐพลคลินิก โรคภูมิแพ้ และระบบทางเดินหายใจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

แชร์

ประเภท