27/06/2026
เมื่อการอยู่ดี มีสุข คือเป้าหมาย ที่มายเซลล์เวลเนสคลินิก มีคำตอบให้คุณ
"เมื่อการรักษาอย่างเดียวอาจไม่พอ" แกะรอยแนวคิด 'Preventive Healthcare' เมื่อคนยอมลงทุนให้ 'ไม่ป่วย' ตั้งแต่ต้น
สรุปเนื้อหา Session “How Hospitals Must Evolve in the Age of Preventive and Personalized Healthcare: พลิกโมเดลธุรกิจโรงพยาบาลสู่ยุค Longevity และ Preventive Healthcare” บรรยายโดย ผศ.นพ.พลกฤต ทีฆคีรีกุล CEO of VitalLife & Esperance และ CSO of Bumrungrad International Hospital
“10 ปีหลังจากนี้ หากคนไข้หายไปจากโรงพยาบาลถึง 50% เราควรจะกังวลหรือดีใจ?”
นี่คือโจทย์ตั้งต้นที่ ผศ.นพ.พลกฤต หยิบยกขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่าน จากโมเดลการรักษาโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสร้างอายุยืนยาว (Longevity & Preventive Healthcare) อย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สะท้อนให้เห็นว่า แม้รายได้หลักจะยังมาจากการรักษาโรคซับซ้อน แต่สัดส่วนของบริการด้าน Wellness ผ่านศูนย์ VitalLife กลับมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน กราฟของผู้เข้ารับบริการด้านการป้องกันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“คนไข้โหยหาเรื่องการป้องกันมาก ไม่ได้สนใจแล้วว่าจะรักษาได้ดีที่สุดยังไง เพราะเขาเชื่อว่าประเทศไทยเก่งเรื่องการรักษาอยู่แล้ว แต่เขาเลือกที่จะสนใจเรื่องของ Wellness และกล้าที่จะลงทุน”
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงแค่หายป่วย แต่พวกเขา ‘ไม่ต้องการป่วยตั้งแต่ต้น’ และต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในทุกช่วงวัย
[ Longevity คือแนวคิดการดูแลตลอดช่วงชีวิต ]
แนวคิดเรื่อง Longevity ในมุมมองของบำรุงราษฎร์ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คือการดูแลตั้งแต่วัยเด็ก ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น New Genetic Testing และ Prenatal Testing เพื่อคัดกรองความเสี่ยงทางพันธุกรรม
การดูแลสุขภาพยุคใหม่จึงขยับจากการตรวจเพื่อหาโรค ไปสู่ Primordial Prevention หรือการป้องกันที่ระดับปัจจัยเสี่ยง โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกมาออกแบบโปรโตคอลการดูแลเฉพาะบุคคล
เพื่อให้มนุษย์สามารถรักษาอายุชีวภาพให้เยาว์วัยกว่าอายุจริง ซึ่งบำรุงราษฎร์เองก็ได้ตีพิมพ์งานวิจัยระดับนานาชาติเรื่องการตรวจ SevenAge เพื่อบอกอายุชีวภาพของคนไทยและคนต่างชาติ
[ กลยุทธ์ Partnership Economy โรงพยาบาลไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ]
ในยุคที่ Wellness อยู่ในทุกมิติของชีวิต โรงพยาบาลไม่สามารถสร้าง Ecosystem ได้เพียงลำพัง ผศ.นพ.พลกฤต เน้นย้ำถึงความสำคัญของ Strategic Partnership โดยระบุว่าบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 73% ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และรายได้ส่วนใหญ่มาจากความร่วมมือทางธุรกิจ
“เราไม่สามารถประสบความสำเร็จด้วยตัวคนเดียวได้... Wellness มัน Beyond Hospital มันออกไปนอกกรอบของโรงพยาบาล และเข้าไปอยู่ในทุกมิติของชีวิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
โมเดลธุรกิจของบำรุงราษฎร์จึงขยายตัวผ่านพันธมิตร 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ Hospitality, Lifestyle, Financial Service, Insurance และสถาบันการศึกษา
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการร่วมมือกับ ธนาคารกรุงศรี เพื่อรวมเรื่องสุขภาพและการเงินเข้าด้วยกัน และการเป็น Exclusive Partner กับ Huawei ในการนำข้อมูลจาก Wearable Device มาเชื่อมต่อกับงานวิจัยและศูนย์ดูแลสุขภาพเพื่อติดตามข้อมูลร่างกายแบบ Real-time
[ ประเทศไทยกับโอกาสการเป็น Longevity Leadership ]
ก้าวต่อไปของธุรกิจโรงพยาบาลคือการสร้างการดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuum of Care) ที่ไร้รอยต่อ ตั้งแต่การป้องกัน การเพิ่มประสิทธิภาพร่างกาย ไปจนถึงการรักษาที่แม่นยำ ผศ.นพ.พลกฤต เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำด้าน Longevity ของโลกได้ เพราะชาวต่างชาติไม่ได้บินมาไทยเพื่อรักษาโรคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาเพื่อการฟื้นฟู ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการทำสมาธิ
ย้อนกลับไปที่คำถามเริ่มต้น หากโรงพยาบาลสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุค Preventive Healthcare ได้สำเร็จ วันที่คนป่วยลดลง 50% จะไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่จะเป็นเรื่องที่น่าดีใจ เพราะนั่นหมายถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจาก การรอให้ป่วยแล้วมารักษา มาเป็นการดูแลให้มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
สถานพยาบาลที่อยู่รอดในอนาคตจึงไม่ใช่ที่ที่มีเทคโนโลยีการรักษาล้ำสมัยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือสถานพยาบาลที่สามารถนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ในเชิงรุก เพื่อสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้รับบริการได้ในทุกวันของชีวิต
เรียบเรียงโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์
ข้อมูลบางส่วนจากงาน ‘Longevity Business 2026’ วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 09:00 - 18:00 น. Grand Hall, TRUE DIGITAL PARK