พิชญ์กัญญาคลินิก

พิชญ์กัญญาคลินิก คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ-นรีเวช

ตารางทำการคลินิก เดือนกันยายน 2569 😊
30/08/2026

ตารางทำการคลินิก เดือนกันยายน 2569 😊

ขอเชิญชวนคุณแม่บริจาคนมแม่ให้แก่ "ทารกป่วย"สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารนมแม่ ภาควิชากุมาเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย...
29/08/2026

ขอเชิญชวนคุณแม่บริจาคนมแม่ให้แก่ "ทารกป่วย"
สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารนมแม่ ภาควิชากุมาเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สามารถติดต่อสอบถามธนาคารนมแม่ ☎️
053936390 หรือ Scan QR code add Line group

🦠 HPV หายเองได้ไหม?ในผู้หญิงส่วนใหญ่ HPV สามารถถูกกำจัดหรือกดจนตรวจไม่พบ (viral clearance) โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ...
28/07/2026

🦠 HPV หายเองได้ไหม?

ในผู้หญิงส่วนใหญ่ HPV สามารถถูกกำจัดหรือกดจนตรวจไม่พบ (viral clearance) โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าไวรัสถูกกำจัดออกจากร่างกาย 100% เพราะอาจอยู่ในภาวะแฝงและตรวจพบได้อีกในบางราย

📊 HPV หายเองบ่อยแค่ไหน?

* ✅ ประมาณ 70% ตรวจไม่พบภายใน 1 ปี
* ✅ ประมาณ 80–90% ตรวจไม่พบภายใน 2 ปี
* ⏳ HPV ชนิดเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ HPV16 มักหายช้ากว่าสายพันธุ์อื่น

การติดเชื้อที่คงอยู่นาน (persistent HPV) เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อรอยโรคก่อนมะเร็งและมะเร็งปากมดลูก

🚀 ทำอย่างไรให้ HPV หายเร็วขึ้น?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถเร่งให้ HPV หายเร็วขึ้นโดยตรง

สิ่งที่มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่

* 🚭 งดสูบบุหรี่ (หลักฐานชัดเจนที่สุด)
* 🛡️ ดูแลภาวะภูมิคุ้มกันและควบคุมโรคประจำตัว
* 🥗 รับประทานอาหารสมดุล ผักผลไม้เพียงพอ
* 🏃 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และ 😴 นอนหลับให้เพียงพอ
* ❤️ ใช้ถุงยางอนามัยและลดความเสี่ยงการติดเชื้อซ้ำ

💉 วัคซีน HPV ช่วยรักษาไหม?

❌ ไม่รักษา HPV ที่ติดอยู่แล้ว

แต่ช่วย

* ✅ ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่น
* ✅ ลดความเสี่ยงรอยโรคในอนาคต
* ✅ ลดการกลับเป็นซ้ำหลังรักษารอยโรคก่อนมะเร็ง (CIN2/3)

💊 มียาหรืออาหารเสริมรักษา HPV หรือไม่?

❌ ยังไม่มียา อาหารเสริม หรือสมุนไพรใดที่ได้รับการพิสูจน์และแนะนำในแนวทางมาตรฐานว่าสามารถกำจัด HPV ได้

📌 สรุป

🦠 HPV ส่วนใหญ่หายเองได้ โดยประมาณ 80–90% ตรวจไม่พบภายใน 2 ปี จากการทำงานของภูมิคุ้มกัน

สิ่งที่ควรทำคือ

* 🚭 งดสูบบุหรี่
* 🥗 ดูแลสุขภาพโดยรวม
* 💉 พิจารณาฉีดวัคซีน HPV หากเหมาะสม
* 🩺 ตรวจติดตามตามนัด เพราะการตรวจพบและรักษารอยโรคก่อนมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📚 อ้างอิง: WHO Cervical Cancer Elimination Initiative, ASCCP Risk-Based Management Guidelines, NCCN Cervical Cancer Screening Guidelines, ACOG Committee Opinion on HPV Vaccination, IARC Handbook of Cervical Cancer Prevention.

ตาราง เปิด-ปิด ทำการเดือนสิงหาคม 2569 😄
22/07/2026

ตาราง เปิด-ปิด ทำการเดือนสิงหาคม 2569 😄

27/06/2026

🏥คลินิก 🏥
ปิด! : จ. 29 มิ.ย 69
ถึง พฤหัส 2 ก.ค. 69
*เปิด:ศุกร์ 3 ก.ค.69*

“ถ้ากินพาราเซตามอลตอนตั้งครรภ์ ลูกจะเสี่ยงเป็น autism หรือ ADHD ไหม?” 🧩🧠คำตอบจากหลักฐานล่าสุดนี้คือ✅ ยังใช้ได้✅ ยังเป็นย...
06/06/2026

“ถ้ากินพาราเซตามอลตอนตั้งครรภ์ ลูกจะเสี่ยงเป็น autism หรือ ADHD ไหม?” 🧩🧠

คำตอบจากหลักฐานล่าสุดนี้คือ
✅ ยังใช้ได้
✅ ยังเป็นยาลดไข้–แก้ปวดตัวเลือกแรกในหญิงตั้งครรภ์
✅ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็น “สาเหตุ” ของ autism หรือ ADHD

ล่าสุด SMFM หรือ Society for Maternal-Fetal Medicine ล่าสุดออก statement ปี 2026 ยืนยันว่า จากข้อมูลปัจจุบัน ยังไม่พบว่าพาราเซตามอลเป็นสาเหตุของ autism หรือ ADHD ในลูก

📌 ตัวเลขที่น่าสนใจ

มีงานวิจัยขนาดใหญ่จากสวีเดน
👶 ติดตามเด็กมากกว่า 2.48 ล้านคน
🤰 ในจำนวนนี้ มีเด็กที่คุณแม่ใช้พาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์ประมาณ 185,000 คน

ตอนแรกเมื่อดูข้อมูลแบบรวม ๆ อาจเหมือนมีความสัมพันธ์บางอย่าง แต่เมื่อวิเคราะห์ละเอียดขึ้น โดยเปรียบเทียบ “พี่น้องในครอบครัวเดียวกัน” เพื่อลดผลรบกวนจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม พบว่า

🧩 Autism — ไม่พบความเสี่ยงเพิ่ม
🧠 ADHD — ไม่พบความเสี่ยงเพิ่ม
👶 Intellectual disability — ไม่พบความเสี่ยงเพิ่ม

ดังนั้น

✨ หลักฐานที่ดีที่สุดในตอนนี้ ยังไม่สนับสนุนว่าพาราเซตามอลทำให้ลูกเป็น autism หรือ ADHD

แต่สิ่งที่อยากให้คนท้องระวังไม่แพ้กันคือ…

🌡️ ไข้สูงในช่วงตั้งครรภ์ ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยไว้ โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ เพราะไข้สูงอาจส่งผลต่อแม่และทารกได้

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ “ห้ามกินยาเด็ดขาด” แต่คือ
💡 กินเมื่อจำเป็น
💡 กินให้ถูกขนาด
💡 และไม่กินเกินความจำเป็น

🟢 จำง่าย ๆ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

🌡️ มีไข้ หรือปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน → ใช้พาราเซตามอลได้
💊 ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ช่วยให้อาการดีขึ้น
⏱️ ใช้ช่วงสั้น ๆ เท่าที่จำเป็น
📦 อ่านฉลากยาแก้หวัดทุกครั้ง เพราะบางตัวมีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว
💧 ดื่มน้ำ พักผ่อน เช็ดตัวลดไข้ร่วมด้วย
👩‍⚕️ ถ้าไข้สูง หนาวสั่น ปวดมาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์

🚫 สิ่งที่ไม่ควรทำ

❌ กินยาซ้ำหลายตัวโดยไม่รู้ว่ามีพาราเซตามอลผสมอยู่
❌ เพิ่มขนาดยาเอง เพราะอยากให้หายเร็ว
❌ ใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen เอง โดยเฉพาะหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์
❌ ปล่อยให้ไข้สูงนาน ๆ โดยไม่หาสาเหตุ

🧡 สรุป

จากข้อมูล SMFM 2026 คนท้องไม่จำเป็นต้องกลัวพาราเซตามอลจนไม่กล้ารักษาไข้หรืออาการปวด แต่ก็ไม่ควรกินพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็น

••••••

💊 ขนาดยาที่เหมาะสม

Paracetamol / Acetaminophen 500 mg

✅ กินครั้งละ 500–1,000 mg
= 1–2 เม็ด ขนาด 500 mg

✅ ทุก 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ
เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย

✅ ไม่ควรเกิน 3,000 mg/วัน เพื่อความปลอดภัย
= ไม่เกิน 6 เม็ด/วัน ถ้าเป็นเม็ดละ 500 mg

บางแหล่งระบุขนาดสูงสุดผู้ใหญ่ได้ถึง 4,000 mg/วัน แต่ในหญิงตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้แบบระมัดระวัง คือ ขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล และระยะเวลาสั้นที่สุด ตามคำแนะนำของ SMFM/ACOG

ตารางวันทำการคลินิกประจำเดือนมิถุนายน 2569 และ กรกฎาคม 2569 🏥😆😊
27/05/2026

ตารางวันทำการคลินิกประจำเดือนมิถุนายน 2569 และ กรกฎาคม 2569 🏥😆😊

คุณแม่หลายคนมาฝากครรภ์ช่วงแรก ๆ แล้วถามหมอบ่อยมากว่า…“คุณหมอครับ/คะ อายุครรภ์เท่านี้ ทำไมยังไม่เห็นหัวใจลูกเต้น?”“แบบนี้...
24/05/2026

คุณแม่หลายคนมาฝากครรภ์ช่วงแรก ๆ แล้วถามหมอบ่อยมากว่า…

“คุณหมอครับ/คะ อายุครรภ์เท่านี้ ทำไมยังไม่เห็นหัวใจลูกเต้น?”
“แบบนี้ผิดปกติไหมครับ/คะ?” 😟

จริง ๆ แล้ว ในช่วงตั้งครรภ์อ่อนมาก ๆ
บางครั้งยังไม่เห็นหัวใจเต้นได้ครับ โดยเฉพาะถ้าอายุครรภ์ยังน้อย หรือไข่ตกช้ากว่าที่คิด

💗 โดยทั่วไป หัวใจของตัวอ่อนเริ่มมีการเคลื่อนไหว ประมาณ

🗓️ 22–23 วันหลังการปฏิสนธิ
หรือประมาณ
🤰 อายุครรภ์ 5 สัปดาห์
เมื่อนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย

แต่…
ถึงหัวใจจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
ก็ไม่ได้แปลว่าอัลตราซาวด์จะเห็นได้ทันที 🔍

โดยมาก แพทย์มักเริ่มเห็นหัวใจเต้นจากการตรวจ 🩺 อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ประมาณเมื่อ….

✅ อายุครรภ์ 5 สัปดาห์ครึ่ง – 6 สัปดาห์
หรือเมื่อเห็นตัวอ่อนขนาดประมาณ
📏 2 มิลลิเมตรขึ้นไป

ดังนั้น ถ้าอายุครรภ์ยังน้อยมาก ๆ
แล้วตรวจยังไม่เห็นหัวใจเต้น
อย่าเพิ่งตกใจ 🧡

เพราะอายุครรภ์อาจคลาดเคลื่อนได้ เช่น

🌸 ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
🌸 ไข่ตกช้ากว่าปกติ
🌸 จำวันประจำเดือนครั้งสุดท้ายไม่แม่น
🌸 ตั้งครรภ์ยังเล็กมากจริง ๆ

ในหลายกรณี หมอจะนัดตรวจซ้ำอีกครั้ง
เพื่อดูว่าถุงการตั้งครรภ์ ตัวอ่อน และหัวใจ มีการพัฒนาตามลำดับหรือไม่👨‍⚕️🔍

📌

💓 หัวใจเริ่มเคลื่อนไหว: ประมาณอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ แต่หลายๆๆๆครั้งเราจะยังไม่เห็นจาก ultrasound
🔍 มักเริ่มเห็นจากอัลตราซาวด์: ประมาณ 5.5–6 สัปดาห์
⏳ ถ้ายังไม่เห็นเร็วเกินไป: ยังไม่ควรรีบด่วนสรุป 🩺 ควรตรวจติดตามตามที่แพทย์นัด

⚠️ แต่ถ้าตัวอ่อนมีขนาดใหญ่พอแล้ว
เช่น CRL ตั้งแต่ 7 มิลลิเมตรขึ้นไป
แล้วยังไม่พบการเต้นของหัวใจ
จึงจะเข้าเกณฑ์ที่แพทย์ใช้วินิจฉัยภาวะแท้งระยะแรกอย่างระมัดระวัง

💬
ตั้งครรภ์ช่วงแรก ถ้ายังไม่เห็นหัวใจเต้น ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไปค่ะ
บางครั้งแค่ “ยังเร็วเกินไป” เท่านั้นเอง

🌸 น้ำคาวปลาหลังคลอด: เรื่องธรรมชาติที่มักถูกเข้าใจผิดหลังคลอด คุณแม่หลายคนอาจกังวลว่า…“ทำไมยังมีเลือดออกอยู่?”“ทำไมสีเปล...
11/05/2026

🌸 น้ำคาวปลาหลังคลอด: เรื่องธรรมชาติที่มักถูกเข้าใจผิด

หลังคลอด คุณแม่หลายคนอาจกังวลว่า…

“ทำไมยังมีเลือดออกอยู่?”
“ทำไมสีเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ?”
“ทำไมผ่าคลอดแล้วยังมีน้ำคาวปลา?”
“น้ำคาวปลานานหลายสัปดาห์ แบบนี้ผิดปกติไหม?”

จริง ๆ แล้ว น้ำคาวปลา หรือ lochia เป็นกระบวนการปกติของร่างกายหลังคลอดครับ
เป็นการที่มดลูกค่อย ๆ ขับเลือด เยื่อบุโพรงมดลูก เมือก และสิ่งค้างจากตำแหน่งที่รกเคยเกาะออกมา เพื่อให้มดลูกฟื้นตัวและกลับเข้าสู่สภาพใกล้เคียงก่อนตั้งครรภ์

พูดง่าย ๆ คือ
🌷 น้ำคาวปลาไม่ใช่ของเสียอันตราย
🌷 ไม่ใช่สัญญาณว่ามดลูกไม่สะอาด
🌷 และไม่จำเป็นต้องหมดภายในไม่กี่วัน



❌ ความเข้าใจผิดที่ 1

“น้ำคาวปลาต้องหมดภายใน 7 วัน”

✅ ความจริง:
น้ำคาวปลามักอยู่นานได้หลายสัปดาห์ครับ

โดยทั่วไป สีและลักษณะของน้ำคาวปลาจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามระยะเวลาหลังคลอด

🔴 ช่วงแรก: สีแดงคล้ายประจำเดือน
🟤 ช่วงต่อมา: สีชมพู น้ำตาล หรือจางลง
⚪ ช่วงท้าย: สีเหลืองอ่อน ขาว หรือใสขึ้น

ในบางคนอาจมีน้ำคาวปลาได้นานประมาณ 4–6 สัปดาห์ และงานวิจัยพบว่าระยะเวลาของน้ำคาวปลาอาจแตกต่างกันมากในแต่ละคน

📌 ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “กี่วันหมด”
แต่ควรดูว่าโดยรวมแล้ว ปริมาณค่อย ๆ ลดลง สีค่อย ๆ จางลง และร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้นหรือไม่



❌ ความเข้าใจผิดที่ 2

“ผ่าคลอดแล้วไม่ควรมีน้ำคาวปลา”

✅ ความจริง:
ไม่ว่าจะคลอดทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอด ก็ยังมีน้ำคาวปลาได้ครับ

เพราะหลังคลอด มดลูกยังต้องฟื้นตัว และยังต้องขับเลือดกับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเหมือนกัน

บางคนที่ผ่าคลอดอาจรู้สึกว่าน้ำคาวปลาน้อยกว่า เพราะระหว่างผ่าตัดอาจมีการเช็ดหรือดูดเลือดบางส่วนออกจากโพรงมดลูกแล้ว
แต่การมีน้ำคาวปลาหลังผ่าคลอดยังถือเป็นเรื่องปกติ

🌸 ผ่าคลอดก็มีน้ำคาวปลาได้
ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และไม่ใช่แปลว่าผ่าตัดไม่สะอาด



❌ ความเข้าใจผิดที่ 3

“ถ้าน้ำคาวปลากลับมาแดงอีก แปลว่าตกเลือดแน่นอน”

✅ ความจริง:
บางครั้งน้ำคาวปลาอาจกลับมาแดงขึ้นเล็กน้อยได้ โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมมากขึ้น เช่น เดินนาน ยืนมาก อุ้มลูกนาน หรือพักผ่อนน้อย

ร่างกายหลังคลอดยังอยู่ในช่วงซ่อมแซมตัวเอง
ตำแหน่งที่รกเคยเกาะในโพรงมดลูกก็ยังเป็นบริเวณที่ต้องใช้เวลาในการหาย

ดังนั้น หากวันไหนทำกิจกรรมมาก น้ำคาวปลาอาจดูเข้มขึ้นหรือออกมากขึ้นเล็กน้อยได้

🌿 หลักง่าย ๆ คือ
ถ้าพักแล้วค่อย ๆ ลดลง มักเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวตามธรรมชาติ



❌ ความเข้าใจผิดที่ 4

“น้ำคาวปลามีกลิ่น แปลว่าติดเชื้อเสมอ”

✅ ความจริง:
น้ำคาวปลาปกติอาจมีกลิ่นคล้ายประจำเดือน หรือกลิ่นอับเล็กน้อยได้

เพราะเป็นเลือดและเนื้อเยื่อจากโพรงมดลูกที่ออกมาทางช่องคลอด จึงไม่จำเป็นต้อง “ไม่มีกลิ่นเลย”

แต่โดยธรรมชาติแล้ว กลิ่นควรค่อย ๆ ลดลงเมื่อปริมาณน้ำคาวปลาน้อยลง และเมื่อดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม

🧼 การดูแลที่ช่วยได้คือ
เปลี่ยนผ้าอนามัยสม่ำเสมอ
ล้างทำความสะอาดภายนอกด้วยน้ำสะอาด
ซับให้แห้ง
หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด



❌ ความเข้าใจผิดที่ 5

“น้ำคาวปลาน้อย แปลว่าขับของเสียไม่หมด”

✅ ความจริง:
ปริมาณน้ำคาวปลาแตกต่างกันได้ในแต่ละคนครับ

บางคนออกมากในช่วงแรกแล้วค่อย ๆ ลดลง
บางคนออกไม่มากตั้งแต่ต้น
บางคนมีเป็น ๆ หาย ๆ หลายสัปดาห์

สิ่งเหล่านี้อาจยังอยู่ในขอบเขตปกติได้

ปัจจัยที่ทำให้น้ำคาวปลาแตกต่างกัน เช่น
🤱 การให้นมบุตร
🚶‍♀️ การเคลื่อนไหวและกิจกรรมหลังคลอด
🧘‍♀️ การพักผ่อน
👶 จำนวนครั้งของการคลอด
🩺 วิธีคลอด

โดยเฉพาะการให้นมบุตร ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน oxytocin ซึ่งช่วยให้มดลูกหดรัดตัว คุณแม่บางคนจึงรู้สึกปวดมดลูกเป็นพัก ๆ ระหว่างให้นม และอาจมีน้ำคาวปลาออกมาเพิ่มเล็กน้อยในช่วงนั้นได้

นี่เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายครับ



❌ ความเข้าใจผิดที่ 6

“ต้องกินยาขับน้ำคาวปลา ไม่อย่างนั้นน้ำคาวปลาจะค้าง”

✅ ความจริง:
ในภาวะปกติ ร่างกายสามารถขับน้ำคาวปลาออกได้เอง ไม่จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อ “ขับ” เป็นประจำ

น้ำคาวปลาไม่ใช่สิ่งที่ต้องเร่งให้ออก
แต่เป็นกระบวนการที่ควรค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ

สิ่งที่สำคัญกว่าการกินยาขับ คือ

🌙 พักผ่อนให้เพียงพอ
💧 ดื่มน้ำพอเหมาะ
🧼 รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศภายนอก
🩲 ใช้ผ้าอนามัยแบบภายนอก
🚫 หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด
🚫 หลีกเลี่ยงผ้าอนามัยแบบสอดในช่วงหลังคลอดแรก ๆ

เพราะช่วงหลังคลอด ปากมดลูกและโพรงมดลูกยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว การดูแลแบบอ่อนโยนจึงดีที่สุด

เดือนพฤษภาคม 2569 :😄หยุดเพิ่ม ! : อังคาร 12 ถึง พฤหัสฯ 14 พฤษภาคม 2569 *** 🙏🙏🙏
28/04/2026

เดือนพฤษภาคม 2569 :😄
หยุดเพิ่ม ! : อังคาร 12 ถึง พฤหัสฯ 14 พฤษภาคม 2569 *** 🙏🙏🙏

ที่อยู่

67/4 หมู่ 2 ต. ดอยแก้ว อ. จอมทอง
Chom Thong
50160

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

+66834726944

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิชญ์กัญญาคลินิกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์