04/08/2026
แพทย์ห่วงยอดผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่เพิ่มในวัยรุ่น เน้นย้ำการป้องกันช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อ
แพทย์ชี้ความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ในกลุ่มวัยรุ่น มีมากขึ้น พร้อมแนะเร่งส่งเสริมการป้องกัน การเข้าถึงบริการ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม
จากสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนสะสม 557,993 และกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–24 ปี เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด
แพทย์หญิง วัจนารัตน์ นิตย์โชติ แพทย์ชำนาญการพิเศษด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลหาดใหญ่ เปิดเผยว่า วัยรุ่นจำนวนหนึ่งมีความเข้าใจว่า การมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงเพียงเป็นครั้งคราว ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการป้องกันหรือรับประทานยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) ขณะที่ บางรายเลือกไม่ใช้ถุงยางอนามัยจากความมั่นใจในตนเอง หรือความต้องการทดลอง ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ
พร้อมกันนี้ แพทย์หญิงวัจนารัตน์เน้นย้ำว่า ผู้ที่ตรวจพบการติดเชื้อ HIV ควรเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการเริ่มรักษาในระยะเริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส ลดอัตราการเสียชีวิต และส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป หากได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ยังพบคือ การตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งส่งผลให้ผู้มีความเสี่ยงหรือผู้ติดเชื้อบางส่วนไม่กล้าเข้ารับการตรวจหรือรักษา เนื่องจากกังวลว่าจะถูกเปิดเผยข้อมูลหรือได้รับการมองในแง่ลบ ทั้งที่การติดเชื้อ HIV ไม่สามารถแพร่ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันหรือการสัมผัสในชีวิตประจำวันได้
คุณนายอานนท์ ศักดิ์สองเมือง หัวหน้างานกิจกรรม สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สมาคมดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้บริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้คำปรึกษา และบริการยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) แจกชุดตรวจ HIV Self-Test ถุงยางอนามัย แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่จำกัด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการป้องกันได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ การลดจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ การขยายการเข้าถึงบริการยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (PrEP) การตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการลดการตีตราผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ผู้มีความเสี่ยงและผู้ติดเชื้อสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างมั่นใจ…///