12/08/2026
ทีมแพทย์ ม.อ. ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด🩺🤖 รักษาโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้องสำเร็จ "รายแรกในเอเชีย" พลิกโฉมการรักษา-เพิ่มโอกาสรอดให้ผู้ป่วย ✨
🏥 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประกาศความสำเร็จ ด้วยการโชว์ศักยภาพใช้ "หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" 🤖 รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องสำเร็จ เป็นรายแรกของทวีปเอเชีย 🌏🏆โดยความพยายามของทีมแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. 👨⚕️👩⚕️ พร้อมเดินหน้าต่อยอด 🚀 คว้าอีกหนึ่งความสำเร็จในการรักษาโรคหลอดเลือดตีบตันด้วยหุ่นยนต์ เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ยกระดับศัลยกรรมหลอดเลือดไทยสู่การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย 🇹🇭❤️🩹✨
ปัจจุบันมีผู้ป่วยหลายรายที่ต้องเสียชีวิตจากโรคที่เป็นภัยเงียบ เส้นเลือดโป่งพองเป็นอีกโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่ากลัว เพราะถ้าไม่ได้รับการตรวจหรือไม่มีจุดสงสัย ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ โดยจะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อเส้นเลือดนั้นแตก ซึ่งโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตมีสูงมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งความสำเร็จในการใช้"หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด" รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนารูปแบบการรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นที่ทางทีมแพทย์ ม.อ. 👨⚕️👩⚕️ จึงได้ฝึกฝนทักษะขั้นสูง บังคับแขนกลหุ่นยนต์🤖ให้เข้าถึงตำแหน่งหลอดเลือดที่เปราะบางที่สุดได้อย่างแม่นยำ จนนำมาสู่ความสำเร็จที่ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพผ่านกล้องที่ขยายชัดเจน ควบคุมเครื่องมือในพื้นที่แคบ ลดความเสี่ยงหลอดเลือดแตกได้ ทำให้ ✨ แผลเล็ก 🩹 เจ็บน้อย 😌 ฟื้นตัวไว จากแผลผ่าตัดยาว กลายเป็นการเจาะรูขนาดเล็ก ร่างกายไม่บอบช้ำ สูญเสียเลือดน้อยมาก ส่งผลให้ระยะเวลาในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลลดลง รวมถึงลดความเสี่ยงต่อระบบร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสูงวัยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและรอดชีวิตมากขึ้น
👨⚕️ ผศ.นพ.สุพงศ์ วรธรรมานนท์ ศัลยแพทย์หลอดเลือด สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ตัวแทนทีมแพทย์ เปิดเผยว่า:
“โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง เปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" 💣⏳ ในร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงล่วงหน้า แต่จะมีการเฝ้าระวังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ⚠️ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน 🩺, ไขมันในเลือดสูง 🩸, ความดันโลหิตสูง 📈 รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ 🚬
ถ้าเมื่อไหร่ที่หลอดเลือดปริ แล้วแตก... โอกาสเสียชีวิตสูงมาก 🚨 เพราะจะสูญเสียเลือดมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว ที่ผ่านมา หากหลอดเลือดแดงใหญ่แตกในช่องท้อง ผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) 🏥 ซึ่งแพทย์ต้องกรีดหน้าท้องเป็นแผลยาวตั้งแต่ลิ้นปี่ลงไปจนถึงหัวหน่าว ผู้ป่วยจะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก 🩸 และฟื้นตัวช้า ⏳ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ 👴👵 ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ การผ่าตัดแบบเดิมถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมากจนแทบรับไม่ไหว” ⚠️❌
“ขยายโอกาส” ด้วยการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดตีบตัน สำเร็จเป็น "รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia)" 🏆🌏
ความสำเร็จของทีมแพทย์ ม.อ. ในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โรคหลอดเลือดโป่งพองเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด 🤖 ไปประยุกต์ใช้ในการรักษา ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดตีบตัน จนประสบความสำเร็จเป็น "รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia)" อีกด้วย ซึ่งการพัฒนาคุณภาพการรักษาในครั้งนี้ เปรียบเหมือนสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อน ในพื้นที่ภาคใต้ 📍🇹🇭 ตลอดจนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดทั่วภูมิภาค ได้เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ปลอดภัย 🛡️ แม่นยำ 🎯 และมีประสิทธิภาพสูงสุดในระดับสากล
✨สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดโรคเส้นเลือดโป่งพองในช่องท้องด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรายแรกของเอเชีย เป็นผู้ป่วยอายุ 65 ปี มีโรคประจำตัวคือ เบาหวานและไขมัน รวมถึงมีประวัติสูบบุหรี่ ในปี 2568 จากติดตามอาการพบว่าผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดโป่งพองมากขึ้น ทีมแพทย์จึงทำการผ่าตัด หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 3 วัน ปัจจุบันสามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ทั้งนี้นับเป็นความโชคดีของผู้ป่วย ที่มีมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สนับสนุนทุนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญของแพทย์ จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยยากไร้ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
#หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้องสำเร็จรายแรกในเอเชีย
#หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดตีบตันสำเร็จรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
#โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์