คุยกับหมอหัวใจ หมอพลพรรธน์

คุยกับหมอหัวใจ หมอพลพรรธน์ สาระ ดีๆ เกี่ยวกับโรคหัวใจ และอื่นๆ
ขอให้ สุขภาพดี ชีวีมีสุข หัวใจปลอดภัย ห่างไกลโควิด

* อ่านเถอะ อาจช่วยให้ชีวิตปลอดภัยจากโรคหัวใจ ❤️ แบบประเมิน 1–2 นาที ไม่ได้วินิจฉัยว่า “หลอดเลือดหัวใจตีบ”แต่อาจช่วยให้เร...
08/09/2026

* อ่านเถอะ อาจช่วยให้ชีวิตปลอดภัยจากโรคหัวใจ
❤️ แบบประเมิน 1–2 นาที ไม่ได้วินิจฉัยว่า “หลอดเลือดหัวใจตีบ”
แต่อาจช่วยให้เราไม่มองข้ามสัญญาณสำคัญของหัวใจ
(English below)
ผมมีความตั้งใจอย่างหนึ่งว่า…
ความรู้เรื่องโรคหัวใจ ไม่ควรรอให้คนไข้มาถึงโรงพยาบาลก่อน
เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเริ่มต้น
“ประเมินความเสี่ยงของตัวเอง”
ได้ง่าย ๆ จากโทรศัพท์มือถือ?
จึงเป็นที่มาของการพัฒนา
❤️ แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยตนเอง
ใช้เวลาประมาณ 1–2 นาที
ไม่ต้องลงทะเบียนชื่อ
ตอบคำถามเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและอาการเตือน
แล้วระบบช่วยแนะนำว่า ควรดูแลตัวเอง พบแพทย์ หรือควรไปโรงพยาบาลทันที
และนี่คือหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรากำลังพัฒนา
ชายอายุ 58 ปี
มีประวัติ สูบบุหรี่
และมีอาการ เจ็บแน่นหน้าอก
เมื่อทำแบบประเมิน ระบบไม่ได้บอกว่าเขา “เป็นโรคอะไร”
แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ…
🚨 ระบบเตือนว่า อาการอาจเป็นภาวะฉุกเฉินของหัวใจ
ไม่ควรรอดูอาการ และควรไปโรงพยาบาลทันที
พร้อมแสดงคำแนะนำ
เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจรักษาโดยแพทย์
ท้ายที่สุดพบว่า
หลอดเลือดหัวใจด้านซ้ายมีการอุดตัน 100% หนึ่งเส้น
จากภาพหลอดเลือดก่อนรักษา
เราเห็นตำแหน่งที่เลือดไม่สามารถไหลผ่านได้ตามปกติ
หลังจากนั้น หมอพลพรรธน์ (DR.POLPAT) และทีม ได้ทำการรักษา จนสามารถเปิดหลอดเลือดและทำให้เลือดกลับมาไหลได้สำเร็จ
ผู้ป่วยปลอดภัยและได้รับการดูแลต่ออย่างเหมาะสม ❤️
เรื่องนี้ทำให้ผมกลับมาคิดว่า…
เทคโนโลยีที่มีคุณค่า
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ซับซ้อนเสมอไป
บางครั้งนวัตกรรมอาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า
«“เราจะช่วยให้ประชาชนรู้ได้เร็วขึ้นอย่างไรว่า
อาการที่กำลังเกิดขึ้น…ไม่ควรรอ?”»
แบบประเมินนี้ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค
และไม่สามารถทดแทนแพทย์ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเลือด หรือการตรวจหลอดเลือดหัวใจได้
แต่ผมอยากให้มันทำหน้าที่เป็น
“ประตูบานแรกของการรู้ความเสี่ยง”
ช่วยให้คนรู้จักปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง
รู้จักอาการเตือน
และที่สำคัญที่สุดคือ
รู้ว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์ และเมื่อไรไม่ควรรอ
เพราะในโรคหัวใจบางชนิด…
การรู้เร็ว
นำไปสู่การตัดสินใจเร็ว
และการเข้าถึงการรักษาที่เร็วขึ้น
❤️ ลองประเมินความเสี่ยงของตัวเองและคนที่คุณรัก
แต่หากกำลังมี เจ็บ/แน่นหน้าอกรุนแรงหรือเฉียบพลัน เจ็บร้าว เหงื่อแตก ตัวเย็น หน้ามืด เป็นลม หรือหอบเหนื่อยรุนแรง
อย่าเสียเวลาทำแบบประเมินเพื่อรอผล — ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
DR.POL | หมอพลพรรธน์ หัวใจ
Better Heart, Better Life.
📱🆔️ 095 224 5999
Line :
รู้ความเสี่ยงให้เร็ว • รู้สัญญาณเตือน • เข้าถึงการรักษาให้ทัน

#หมอพลพรรธน์ #หมอหัวใจ
#โรคหัวใจ #รักษา #ฟื้นฟู #ชะลอความเสื่อม
Read this; it might help protect you from heart disease.
❤️ This 1-2 minute assessment doesn't diagnose "coronary artery stenosis,"
but it may help us not overlook important heart signs.

I have one goal in mind:

Knowledge about heart disease shouldn't wait until patients arrive at the hospital.

How can we make it easy for people to start
"assessing their own risk"
using their mobile phones?

This led to the development of
❤️ a self-assessment tool for cardiovascular risk.

It takes approximately 1-2 minutes.

No name registration is required.
Answer questions about risk factors and warning signs.
The system then provides recommendations on whether to self-care, see a doctor, or go to the hospital immediately.

And this is one event that made me see the value of what we are developing:

A 58-year-old man
with a history of smoking
and experiencing chest pain.

When he completed the assessment, the system didn't diagnose "what disease" he had.

But more importantly…

🚨 The system warned that the symptoms might be a cardiac emergency.
He shouldn't wait and should go to the hospital immediately.

It also displayed recommendations
for further medical examination and treatment.
Ultimately, it was discovered that:

One left coronary artery was 100% blocked.

From the pre-treatment images,
we could see the location where blood could not flow normally.

Afterward, Dr. Polpat and his team successfully treated the artery, restoring blood flow.

The patient is safe and receiving appropriate continued care. ❤️

This made me think…

Valuable technology
doesn't always have to start with something complex.

Sometimes innovation begins with a simple question:

“How can we help people know sooner that
the symptoms they are experiencing… shouldn't be delayed?” »

This assessment is not a diagnostic tool,
and cannot replace a doctor, electrocardiogram, blood tests, or coronary artery examination.

But I want it to function as:

“The first gateway to knowing your risk.”

Helping people recognize their own risk factors,
recognize warning signs,
and most importantly,

know when to see a doctor and when not to wait.

Because in some heart diseases…

early detection
leads to faster decision-making. And faster access to treatment.

❤️ Try assessing the risk to yourself and your loved ones.

But if you are experiencing severe or sudden chest pain/tightness, radiating pain, sweating, coldness, dizziness, fainting, or severe shortness of breath,
don't waste time doing the assessment and waiting for the results — seek emergency help immediately.

DR.POL | Dr. Polphat, Cardiologist
Better Heart, Better Life.
📱🆔️ 095 224 5999
Line :

Know your risks early • Know the warning signs • Access timely treatment

DR.POL+

บางครั้ง…สิ่งที่คนไข้ต้องการจากหมออาจไม่ได้มีแค่ “ยา”(English below)  ตลอดเวลาที่ผมดูแลคนไข้โรคหัวใจผมพบว่า คนไข้สองคนที...
07/09/2026

บางครั้ง…สิ่งที่คนไข้ต้องการจากหมอ
อาจไม่ได้มีแค่ “ยา”
(English below)
ตลอดเวลาที่ผมดูแลคนไข้โรคหัวใจ
ผมพบว่า คนไข้สองคนที่เป็นโรคเดียวกัน
อาจต้องการการดูแลที่ไม่เหมือนกันเลย​
คนหนึ่งอาจกลัวว่า
“ผมจะเสียชีวิตไหม?”​
อีกคนอาจถามว่า
“ผมจะกลับไปทำงานได้เมื่อไร?”​
บางคนไม่ได้เป็นห่วงตัวเองมากที่สุด
แต่เป็นห่วงว่า…​
“ถ้าผมเป็นอะไรไป แล้วครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร?”
ผลตรวจอาจบอกเราได้ว่า
หลอดเลือดตีบกี่เปอร์เซ็นต์
หัวใจบีบตัวได้เท่าไร
ความดันหรือไขมันสูงแค่ไหน
แต่ตัวเลขเหล่านั้น
อาจไม่ได้บอกเราว่า
คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรากำลังกลัวอะไร
นี่คือสิ่งที่ผมพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า
อย่ามองเห็นเพียง “โรคหัวใจ”
จนลืมมองเห็น “คนที่กำลังเป็นโรคหัวใจ”
ก่อนตัดสินใจรักษา
นอกจากคำถามว่า​
“โรคนี้ควรรักษาอย่างไร?”
ผมจึงอยากถามเพิ่มอีกว่า
“อะไรสำคัญที่สุดสำหรับคนไข้คนนี้?”​
เพราะการรักษาที่ดี
ไม่ควรจบเพียงการทำให้ผลตรวจดีขึ้น​
แต่ควรช่วยให้คนไข้
กลับไปใช้ชีวิตที่มีความหมายสำหรับเขาได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
แนวคิดนี้เรียกว่า Outward Mindset
สำหรับผม ความหมายของมันเรียบง่ายมาก​
«มองคนไข้เป็น “คนคนหนึ่ง”
ไม่ใช่เป็นเพียง “เคสหนึ่ง”»
ฟังให้มากขึ้น
เข้าใจความกังวลของเขา
มองเห็นครอบครัวและชีวิตที่อยู่เบื้องหลังโรค
และถามตัวเองเสมอว่า​
“สิ่งที่เรากำลังทำ ส่งผลต่อชีวิตของเขาอย่างไร?”
เพราะบางครั้ง…​
การรักษาหัวใจ
อาจเริ่มต้นจากการเข้าใจหัวใจของคนไข้ก่อน​
❤️
DR.POL | หมอพลพรรธน์
Better Heart, Better Life.
ดูแลโรคหัวใจ และดูแลคนที่มีหัวใจ
#หมอพล​พร​รธน์​ ​ #หมอหัวใจ​​
(English)
Sometimes…what patients need from their doctors
may not just be “medication.”

Throughout my time caring for heart patients,
I’ve found that two patients with the same disease
may need completely different care.

One might fear,
“Will I die?”

Another might ask,
“When will I be able to return to work?”

Some aren’t most worried about themselves,
but about…

“If something happens to me, how will my family cope?”

Test results may tell us:
the percentage of artery stenosis,
how strong the heart is,
how high blood pressure or cholesterol is.

But those numbers
may not tell us:

what the person sitting in front of us is truly afraid of.

This is what I always try to remind myself:

Don’t just focus on “heart disease,”
and forget to see “the person who is suffering from heart disease.”

Before deciding on treatment,
in addition to the question:

“How should this disease be treated?”

I would like to ask further:

“What is most important for this patient?”

Because good treatment
shouldn’t end with just improving test results.

It should help the patient.
Help them live a life that is as meaningful as possible.

This concept is called an Outward Mindset.

For me, its meaning is very simple:

“View the patient as a person, not just a case.”

Listen more.
Understand their concerns.
See the family and the lives behind the illness.
And always ask yourself:

“How is what we are doing impacting their life?”

Because sometimes…

Healing the heart
may begin with understanding the patient's heart first.

❤️

DR.POL | Dr. Polphan
Better Heart, Better Life.
Caring for heart disease and caring for those with heart conditions.

“หมอครับ…เคสนี้ยากมาก”(English Below) ​ประโยคนี้เป็นประโยคที่ผมได้ยินอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะเวลาที่คนไข้โรคหัวใจมาในภาวะวิ...
06/09/2026

“หมอครับ…เคสนี้ยากมาก”
(English Below) ​
ประโยคนี้เป็นประโยคที่ผมได้ยินอยู่บ่อยครั้ง
โดยเฉพาะเวลาที่คนไข้โรคหัวใจมาในภาวะวิกฤต​
บางคนหัวใจหยุดเต้น
บางคนหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
บางคนเส้นเลือดหัวใจอุดตันมาก
บางครั้งสิ่งที่เราวางแผนไว้ กลับไม่ได้ผลอย่างที่คาด​
ในช่วงเวลาแบบนั้น
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราไม่ใช่แค่ “เคสยาก”
แต่คือ ชีวิตของคนคนหนึ่ง
เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นสามี เป็นภรรยา
เป็นลูก และเป็นคนสำคัญของใครบางคนที่กำลังรออยู่หน้าห้อง
สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากการเป็นหมอหัวใจมาหลายปี คือ​
เมื่อเจอเคสยาก เราต้องมีความหวัง
แต่ความหวังนั้นต้องมาพร้อมกับความรู้ การเตรียมพร้อม และการคิดอย่างเป็นระบบ
ก่อนรักษา ผมพยายามมองให้ไกลกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราต้องทำอะไรบ้าง?
ถ้าแผนแรกไม่ได้ผล เราจะทำอย่างไรต่อ?​
ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน เราพร้อมแค่ไหน?
มีแผนที่สองไหม?​
มีวิธีช่วยเหลือสำรองหรือไม่?​
และถ้าสถานการณ์เปลี่ยนไปจากที่คิด
เราต้องพร้อมที่จะ เปลี่ยนวิธี โดยไม่ลืมเป้าหมาย​
เพราะในการรักษาคนไข้หนัก
“เป้าหมายต้องชัด แต่หนทางไปสู่เป้าหมายต้องยืดหยุ่น”
ผมไม่เชื่อว่าหมอที่เก่งคือหมอที่รู้ทุกอย่าง
และผมก็ไม่เชื่อว่าเราจะช่วยผู้ป่วยได้สำเร็จทุกคน
แต่ผมเชื่อว่า…
หมอที่ดีต้องไม่หยุดคิด
ไม่หยุดเรียนรู้
ไม่ยึดติดกับวิธีเดิมเมื่อมันไม่ได้ผล
และต้องทำทุกการตัดสินใจโดยยึดประโยชน์ของคนไข้เป็นสำคัญ​
หลายครั้งเคสที่ยากที่สุด
กลับเป็นเคสที่สอนผมมากที่สุด
มันทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่า​
“วันนี้เราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง?”​
“มีอะไรที่เราทำได้ดีกว่านี้?”​
และที่สำคัญที่สุด
“เราจะนำสิ่งที่เรียนรู้วันนี้ ไปช่วยคนไข้คนต่อไปให้ดีขึ้นได้อย่างไร?”
ผมจึงพยายามใช้หลักง่าย ๆ 4 เรื่องในการดูแลเคสยาก
G — Goal
รู้ว่าเป้าหมายที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้คืออะไร​
R — Reality & Risk
มองสถานการณ์ตามความจริง และไม่ประมาทความเสี่ยง
O — Options
อย่ามีเพียงแผนเดียว ต้องคิดถึงทางเลือกเสมอ​
W — Work & Learn
ลงมืออย่างเต็มความสามารถ ประเมินผล ปรับตัว และเรียนรู้
ผมเรียกแนวคิดนี้ว่า
“GROW for Difficult Cases”
เพราะผมเชื่อว่า
ไม่ใช่เพียงคนไข้ที่เราพยายามทำให้ดีขึ้น​
หมอและทีมรักษาเองก็ต้อง “เติบโต” จากทุกเคสเช่นกัน​
เราอาจไม่สามารถสัญญาได้ว่า
ทุกการรักษาจะจบลงด้วยผลลัพธ์ที่เราปรารถนา
แต่สิ่งที่เราสัญญากับตัวเองได้ คือ
เมื่อมีหนึ่งชีวิตอยู่ตรงหน้า
เราจะใช้ความรู้ ประสบการณ์ สติ และหัวใจ
ทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับเขา
และเมื่อเคสนั้นผ่านไป
เราจะไม่ปล่อยให้ประสบการณ์นั้นผ่านไปเฉย ๆ​
เราจะเรียนรู้จากมัน
เพื่อให้คนไข้คนต่อไปได้รับการดูแลที่ดียิ่งขึ้น
เพราะสำหรับผม…
«“ทุกเคสยากในวันนี้
ควรทำให้เราดูแลเคสยากในวันพรุ่งนี้ได้ดีขึ้น”»​
นี่คือการเติบโตของหมอ
การเติบโตของทีม
และสุดท้ายคือการเติบโตของระบบการรักษา
เพื่อคนไข้ทุกคน​
DR.POL | หมอพลพรรธน์
Better Heart, Better Life.
ดูแลหัวใจ ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ❤️​
#คุยกับหมอหัวใจ
#หมอพลพรรธน์
#หมอหัวใจชะลอวัย
#หมอหัวใจหัวหิน
#หมอหัวใจ #ไว้วางใจ #มั่นใจ​ #ปลอดภัย


English :
“Doctor… this case is very difficult.”

This is a sentence I hear often,
especially when heart patients come in in a critical condition.

Some experience cardiac arrest.
Some have severe arrhythmias.
Some have extensive coronary artery blockage.
Sometimes, our plans don't work as expected.

In moments like that,
what's before us isn't just a “difficult case,”

but the life of a person.
A father, a mother, a husband, a wife,
a child, and a loved one waiting outside the room.

One thing I've learned from years as a cardiologist is:

When faced with a difficult case, we must have hope.
But that hope must be accompanied by knowledge, preparation, and systematic thinking.

Before treatment, I try to look beyond what's in front of me.

If everything goes well, what do we need to do?

If the first plan fails, what do we do next?

If complications arise, how prepared are we?

Is there a second plan?

Are there backup plans?

And what if the situation changes from what we anticipated?
We must be ready to change our approach without forgetting our goal.

Because in treating critically ill patients,

“the goal must be clear, but the path to that goal must be flexible.”

I don’t believe that a great doctor is one who knows everything.
And I don’t believe that we can successfully help every patient.

But I believe that…

A good doctor must never stop thinking,

never stop learning,
not cling to old methods when they don’t work,
and must make every decision with the patient’s best interest as the priority.

Many times, the most difficult cases
are the ones that teach me the most.

They make us ask ourselves:

“Did we do our best today?”

“Is there anything we could have done better?”

And most importantly,

“How can we use what we learned today to help the next patient better?”

Therefore, I try to use four simple principles in caring for difficult cases:

G — Goal: Know what the best goal is for the patient.

R — Reality & Risk: Look at the situation realistically and don’t underestimate the risks.

O — Options:
Don’t have only one plan. Always consider alternatives.

W — Work & Learn
Put in your best effort, evaluate, adapt, and learn.

I call this concept:

“GROW for Difficult Cases”

Because I believe that
It’s not just the patients we strive to improve,

the doctors and the treatment team themselves must also “grow” from every case.

We may not be able to promise that
every treatment will end with the desired outcome,

but what we can promise ourselves is:

When a life is before us,
we will use our knowledge, experience, awareness, and heart
to do what is best for them.

And when that case is over,
we won’t let that experience pass by without learning.

We will learn from it
so that the next patient will receive even better care.

Because for me…

“Every difficult case today
should enable us to better handle difficult cases tomorrow.” »

This is the growth of the doctor,
the growth of the team,
and ultimately, the growth of the healthcare system.
For all patients.
DR.POL | Dr. Polpat
Better Heart, Better Life.
Caring for your heart with knowledge, experience, and endless learning ❤️






❤️ หัวใจคุณเสี่ยงแค่ไหน...รู้ได้ใน 2 นาทีโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยหลายคนไม่ม...
18/07/2026

❤️ หัวใจคุณเสี่ยงแค่ไหน...รู้ได้ใน 2 นาที
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย
หลายคนไม่มีอาการเตือน จนกระทั่งเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
วันนี้คุณสามารถ ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง
✅ ใช้เวลาเพียง 1–2 นาที
✅ ไม่ต้องกรอกชื่อ
✅ ไม่มีค่าใช้จ่าย
✅ ประเมินทั้งปัจจัยเสี่ยงและอาการ
✅ ได้คำแนะนำเบื้องต้นว่าควรดูแลตนเอง พบแพทย์ หรือรีบไปโรงพยาบาล
📱 เพียงสแกน QR Code ในภาพ (ภาพอันที่เป็น QR code)
หรือคลิกลิงก์ (ในช่อง Comment) เพื่อเริ่มประเมิน **
.
การรู้เร็ว อาจช่วยให้รักษาได้เร็ว และลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น
⚠️ หมายเหตุ: แบบประเมินนี้เป็นเพียงเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจรักษาโดยแพทย์ได้ หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง หายใจไม่ออก เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือเป็นลม ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
ด้วยความปรารถนาดี
คุยกับหมอหัวใจ หมอพลพรรธน์ (DR.POL)
❤️ HEART LIFE WELLNESS
BETTER HEALTHSPAN • LONGEVITY
📞 Mobile / LINE : 095 224 5999
💬 LINE Official :
#โรคหัวใจ #แน่นหน้าอก #เหนื่อย #หมอหัวใจ

03/05/2026

🚨 [หัวใจวาย ภัยร้ายใกล้ตัว] ทำไม "อายุน้อย" ก็เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันได้?
สวัสดีครับ หมอพลพรรธน์ จากเพจคุยกับหมอหัวใจครับ ❤️
เวลาพูดถึง "โรคหัวใจวาย" หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลายคนมักมีภาพจำว่าเป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน หมอพบว่ามีคนไข้วัยทำงาน หรือคนที่อายุยังน้อย (ช่วง 20-30 ปลายๆ) เข้ามารับการรักษาด้วยภาวะนี้แบบฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
คำถามคือ... ทำไมคนหนุ่มสาววัยทำงานถึงเสี่ยงมากขึ้น?
ความจริงก็คือ ภัยร้ายนี้มักก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ จาก "วิถีชีวิต" ที่เร่งรีบของเราครับ:
📌 ความเครียดสะสม และพักผ่อนไม่พอ: การโหมงานหนัก อดนอน ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดตลอดเวลา ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจทำงานหนัก
📌 พฤติกรรมการกิน: อาหารเร่งด่วน หวาน มัน เค็มจัด นำไปสู่ภาวะไขมันในเลือดสูงและหลอดเลือดอักเสบตั้งแต่อายุน้อย
📌 ขาดการเคลื่อนไหว (Sedentary Lifestyle): การนั่งทำงานหน้าจอนานๆ โดยไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
📌 ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ: เช่น การสูบบุหรี่ หรือกรรมพันธุ์ในครอบครัวที่มีประวัติโรคหัวใจ
⚠️ สัญญาณเตือนร่างกาย ที่ "ห้ามมองข้าม" เด็ดขาด!
อย่าคิดว่าอายุน้อยแล้วร่างกายจะทนทานเสมอไป หากคุณมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบมาตรวจเช็กทันทีครับ:

เจ็บแน่นหน้าอกตรงกลาง เหมือนมีของหนักมาทับ อาจร้าวไปที่กราม ไหล่ หรือแขนซ้าย

เหนื่อยหอบง่ายผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม

หน้ามืด วิงเวียน คล้ายจะหน้ามืด พร้อมกับมีเหงื่อแตกตัวเย็น
หัวใจของเรามีดวงเดียว และไม่เคยได้หยุดพักเลยตั้งแต่เราเกิด
อย่ารอให้อายุเข้าเลข 4 หรือเลข 5 แล้วค่อยเริ่มดูแลตัวเองเลยครับ การหันมาให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรม (Lifestyle Modification) ตั้งแต่วันนี้ ทั้งการเลือกทานอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด คือเกราะป้องกันโรคหัวใจที่ยั่งยืนที่สุด
หมออยากให้ทุกคนหันกลับมาฟังเสียงหัวใจตัวเอง เช็กความเสี่ยงตั้งแต่วันที่ร่างกายยังแข็งแรงดี เพื่อสุขภาพที่ยืนยาวและมีคุณภาพครับ
ด้วยความห่วงใย
นพ. พลพรรธน์
💬 ใครมีอาการน่าสงสัย ทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง หรือมีคำถามเรื่องสุขภาพหัวใจ พิมพ์คอมเมนต์พูดคุยกับหมอด้านล่างได้เลยครับ ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ หรือคนที่คุณรักด้วยนะครับ
#คุยกับหมอหัวใจ #หมอพลพรรธน์ #หัวใจวาย #โรคหัวใจในคนอายุน้อย #ภัยร้ายใกล้ตัว #สุขภาพหัวใจ #เวชศาสตร์วิถีชีวิต #ออฟฟิศซินโดรม #เตือนภัยสุขภาพ #ดูแลตัวเอง

(แบบละเอียด อ่านด้านล่าง, แบบวีดีโอคลิปในช่องคอมเม้นท์ ครับ )  สงกรานต์นี้…นอกจากกลับบ้านไปไหว้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย >>> อ...
13/04/2026

(แบบละเอียด อ่านด้านล่าง, แบบวีดีโอคลิปในช่องคอมเม้นท์ ครับ )
สงกรานต์นี้…นอกจากกลับบ้านไปไหว้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย >>> อย่าลืม “ถาม 5 คำถามง่ายๆ” เพื่อเช็กสัญญาณโรคหัวใจในผู้สูงอายุด้วยนะครับ ❤️
1. ช่วงนี้เหนื่อยง่ายขึ้นไหม?
2. มีแน่นหน้าอก หรืออึดอัดหน้าอกไหม?
3. นอนราบไม่ได้ หรือหอบตอนกลางคืนไหม?
4. มีใจสั่น เวียนหัว หน้ามืด หรือเคยเป็นลมไหม?
5. มีเท้าบวม ขาบวม หรือบวมมากขึ้นไหม?
เพราะโรคหัวใจในผู้สูงอายุ
บางครั้งไม่ได้เริ่มจากอาการหนัก
แต่อาจเริ่มจากอาการเล็กๆ ที่หลายคนคิดว่า “เป็นเรื่องธรรมดาตามวัย”
ถ้ามีอาการแม้เพียง 1 ข้อ
โดยเฉพาะถ้าเป็นบ่อยขึ้น หรือมากขึ้น
ไม่ควรปล่อยผ่าน ควรพาไปตรวจประเมินสุขภาพหัวใจ
สงกรานต์นี้
ของขวัญที่ดีที่สุด
อาจไม่ใช่แค่การกลับไปหา
แต่อาจเป็นการใส่ใจหัวใจของคนที่เรารัก…ให้ทันเวลา
หมายเหตุ: หากมีอาการแน่นหน้าอกรุนแรง หอบมาก หน้ามืด หรือหมดสติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
----------------------------
>> เนื้อหาแบบละเอียด :
5 คำถามง่าย ๆ เพื่อเช็กสัญญาณโรคหัวใจในผู้สูงอายุ
คำถามที่ 1
" ช่วงนี้เหนื่อยง่ายขึ้นไหม เดินนิดเดียวก็เหนื่อยหรือเปล่า "
คำถามข้อนี้มีความสำคัญเพราะอาการเหนื่อยง่ายหรือความสามารถในการทำกิจกรรมลดลงเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในโรคหัวใจหลายชนิด โดยเฉพาะภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคลิ้นหัวใจ ผู้สูงอายุบางรายอาจไม่ได้บอกว่า “เจ็บหน้าอก” แต่จะเล่าว่า “เดี๋ยวนี้เดินไม่ไหวเหมือนเดิม” “ขึ้นบันไดลำบาก” หรือ “ทำงานบ้านนิดเดียวก็ต้องพัก” ซึ่งถือเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม
ในเชิงสรีรวิทยา อาการเหนื่อยง่ายอาจสะท้อนว่าหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เมื่อออกแรงเพียงเล็กน้อยจึงเกิดอาการหอบ เหนื่อย หรืออ่อนเพลียเร็วกว่าปกติ หากอาการนี้เกิดขึ้นใหม่ ชัดเจนขึ้น หรือรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
คำถามที่ 2
" มีแน่นหน้าอก จุกหน้าอก หรืออึดอัดหน้าอกบ้างไหม "
อาการแน่นหน้าอกเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคหัวใจ โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุอาการอาจไม่ได้เป็นลักษณะ “เจ็บแปล๊บ” หรือ “ปวดรุนแรง” เสมอไป แต่อาจเป็นเพียงความรู้สึกหนัก ๆ แน่น ๆ อึดอัด หรือจุกบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะขณะเดิน ออกแรง หรือทำกิจกรรม และอาจร้าวไปที่แขน คอ กราม หลัง หรือไหล่ได้
การซักถามลักษณะอาการหน้าอกมีความจำเป็น เพราะผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งอาจบอกเพียงว่า “ไม่สบายหน้าอก” หรือ “จุก ๆ” โดยไม่คิดว่าเกี่ยวข้องกับหัวใจ หากพบว่ามีแน่นหน้าอกซ้ำ ๆ เวลาออกแรง หรือมีอาการร่วมกับหอบ เหงื่อออก หน้ามืด คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือดได้
คำถามที่ 3
" นอนราบไม่ได้ ต้องหนุนหมอนสูง หรือหอบตอนกลางคืนไหม "
อาการนอนราบไม่ได้ ต้องใช้หมอนหลายใบ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะหอบ เป็นอาการคลาสสิกที่สัมพันธ์กับภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อหัวใจทำงานลดลง เลือดและของเหลวอาจคั่งในปอดมากขึ้นขณะนอนราบ ผู้ป่วยจึงรู้สึกหายใจไม่สะดวก ต้องลุกขึ้นนั่งหรือหนุนหมอนสูงเพื่อให้หายใจได้ดีขึ้น อาการนี้มักเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยแยก “เหนื่อยจากอายุ” ออกจาก “เหนื่อยจากโรคหัวใจ” ได้ระดับหนึ่ง
หากลูกหลานพบว่าผู้สูงอายุบอกว่าหายใจไม่อิ่มเวลานอน ต้องนอนกึ่งนั่ง หรือตื่นกลางคืนเพราะหอบ ควรให้ความสำคัญมาก เพราะอาการดังกล่าวไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงตามวัยตามปกติ แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
คำถามที่ 4
" มีใจสั่น เวียนหัว หน้ามืด หรือเคยเป็นลมไหม "
คำถามข้อนี้ใช้คัดกรองความเป็นไปได้ของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือปัญหาที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สมาคมโรคหัวใจอเมริกันระบุว่า อาการเด่นของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ ใจสั่น รู้สึกหัวใจเต้นแรง เร็ว หรือไม่สม่ำเสมอ ร่วมกับเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลมได้ ในบางกรณี ผู้ป่วยสูงอายุอาจบอกเพียงว่า “เหมือนจะวูบ” “มึน ๆ” หรือ “ใจมันเต้นแปลก ๆ” ซึ่งควรได้รับการซักถามต่ออย่างจริงจัง
อาการเป็นลมหรือเกือบเป็นลมมีความสำคัญมาก เพราะอาจสะท้อนภาวะหัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ หรือปัญหาการสูบฉีดเลือดของหัวใจ หากมีอาการบ่อยขึ้น เป็นขณะเดิน หรือร่วมกับเจ็บหน้าอกและหอบ ควรได้รับการตรวจประเมินโดยเร็ว
คำถามที่ 5
" ช่วงนี้มีเท้าบวม ขาบวม หรือบวมมากขึ้นไหม "
อาการบวม โดยเฉพาะบริเวณเท้า ข้อเท้า หรือขาทั้งสองข้าง เป็นสัญญาณหนึ่งที่พบบ่อยในภาวะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากเมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี ของเหลวอาจคั่งในร่างกายมากขึ้น ผู้ป่วยอาจสังเกตได้ว่าเท้าบวม รองเท้าแน่นขึ้น ขาบวมช่วงเย็น หรือกดแล้วบุ๋ม อาการนี้จะยิ่งมีนัยสำคัญมากขึ้นหากพบร่วมกับเหนื่อยง่าย หอบ หรือนอนราบไม่ได้
อย่างไรก็ตาม อาการบวมอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดดำ หรือผลข้างเคียงจากยา ดังนั้น คำถามนี้จึงควรใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการประเมินทางการแพทย์เพิ่มเติม ไม่ใช่ใช้วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง
6. การแปลผลเบื้องต้น
แนวทางนี้เป็นการคัดกรองเบื้องต้นในระดับครอบครัว ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรคหัวใจโดยตรง แต่หากผู้สูงอายุตอบว่า “ใช่” แม้เพียง 1 ข้อ โดยเฉพาะเมื่ออาการนั้นเกิดขึ้นใหม่ เป็นบ่อยขึ้น หรือรุนแรงขึ้น ก็ควรพาไปตรวจประเมินสุขภาพหัวใจ ส่วนกรณีที่มีหลายอาการร่วมกัน เช่น เหนื่อยง่ายร่วมกับขาบวม หรือนอนราบไม่ได้ร่วมกับใจสั่น ยิ่งควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น เพราะอาจบ่งชี้ความผิดปกติที่สำคัญมากขึ้น
7. อาการอันตรายที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
แม้คำถามทั้ง 5 ข้อจะเหมาะสำหรับการสังเกตอาการเบื้องต้น แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ ได้แก่ แน่นหน้าอกรุนแรงหรือแน่นหน้าอกนานหลายนาที หอบมาก หายใจลำบากเฉียบพลัน เจ็บหน้าอกร้าวไปแขน คอ กราม หรือหลัง หน้ามืดมาก เป็นลม เหงื่อออกมากผิดปกติ คลื่นไส้ร่วมกับเจ็บหน้าอก หรือมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติร่วมกับสงสัยหัวใจขาดเลือด เนื่องจากอาจเป็นภาวะหัวใจวายหรือภาวะฉุกเฉินทางหัวใจได้
เอกสารอ้างอิง
- American Heart Association. (2024). Symptoms, diagnosis and monitoring of arrhythmia.
- American Heart Association. (2024). Warning signs of a heart attack.
- American Heart Association. (2025). Managing heart failure symptoms.
- Centers for Disease Control and Prevention. (2024). About heart attack symptoms, risk, and recovery.
- National Heart, Lung, and Blood Institute. (2022). Heart failure - Symptoms.
- National Institute on Aging. (2024). Heart health and aging.

31/03/2026

🙏🏻❤️🙏🏻 ขออนุญาต สอบถาม ท่านใด ที่เคยเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อยู่จังหวัด นครปฐม
ฝากแจ้งใน Comment ทีครับ 🙏🏻
ปรึกษาปัญหาโรคหัวใจ

22/02/2026

โรคหัวใจ ภัยร้าย ใกล้ตัว | คุยกับหมอหัวใจ หมอพลพรรธน์ | Heart Life Talk Podcast EP.1

6 minutes podcast เพื่อหัวใจ และชีวิตปลอดภัย
คุณจะเข้าใจ ว่า โรคหัวใจ คืออะไร เป็นได้อย่างไร ฯลฯ
มาทำความรู้จักกับ...โรคหัวใจ
โรคที่คร่าชีวิตมนุษย์ อันดับต้นๆ ของโลก
่ท่านใดมีประสบการณ์ เป็น หรือ กังวลโรคหัวใจ
comment กันไว้ได้ครับ

#คุยกับหมอหัวใจ #หมอพลพรรธน์ #โรคหัวใจ #โรคหัวใจและหลอดเลือด

21/11/2025

🫀 เจ็บหน้าอก–แน่นหน้าอก “กรดไหลย้อน” หรือ “หัวใจขาดเลือด” แยกยังไง ? (ครบ จบ ในคลิป 19 นาที)
อาการเจ็บหน้าอกเป็นสัญญาณสำคัญที่หลายคนมองข้าม มันอาจเป็นแค่กรดไหลย้อน…
แต่ก็อาจเป็น โรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งอันตรายถึงชีวิต!
🔥 1. อาการแบบ “กรดไหลย้อน”
มักเกิดจากกรดไหลขึ้นมาที่หลอดอาหาร
ลักษณะอาการที่พบได้บ่อย:
แสบร้อนกลางอก เหมือนไฟลวก
เป็นมากหลังกินอาหารอิ่ม
เรอเปรี้ยว ขมคอ
นอนราบแล้วแย่ลง
คลื่นไส้ ท้องอืด
สัญญาณบอกว่าอาจเป็นกรดไหลย้อน:
👉 เจ็บหน้าอกร่วมกับแสบร้อน/เรอ
👉 ดีขึ้นหลังทานยาลดกรด
🫀 2. อาการแบบ “โรคหัวใจขาดเลือด” – อันตราย ต้องรีบพบแพทย์!
เกิดจากเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ
ลักษณะอาการสำคัญ:
เจ็บแน่นกลางอก เหมือนมีของหนักกดทับ
เจ็บร้าวขึ้นคอ กราม ไหล่ ซ้าย
เกิดตอนออกแรง เช่น เดิน รีบ วิ่งขึ้นบันได
เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด เหงื่อออกเย็น ๆ
อาการนานเกิน 10–15 นาที
สัญญาณอันตราย:
🚨 เหนื่อยมากผิดปกติ
🚨 เหงื่อแตก ตัวเย็น
🚨 เจ็บแน่นอกรุนแรง ไม่ทุเลา
👉 รีบพบแพทย์ทันทีหรือโทรฉุกเฉิน

🎯 3. เช็กตัวเองง่าย ๆ: กรดไหลย้อน vs หัวใจขาดเลือด

| อาการ | กรดไหลย้อน | หัวใจขาดเลือด |
| ----------------- | ------------------ | ------------------ |
| ลักษณะเจ็บ | แสบร้อน เรอเปรี้ยว | แน่นเหมือนถูกกดทับ |
| เกิดหลังอาหาร | ✔️ บ่อย | ❌ |
| เกิดเวลาออกแรง | ❌ | ✔️ ชัดเจน |
| นอนแล้วแย่ลง | ✔️ | ❌ |
| ดีขึ้นหลังทานยาลดกรด | ✔️ | ❌ |
| ร้าวไปแขน/กราม | ❌ | ✔️ |

🙌 4. สรุปสั้น ๆ
เจ็บหน้าอกแบบแสบร้อน = มักเป็น กรดไหลย้อน
เจ็บแน่นหนัก ๆ ร้าว เหนื่อยง่าย = อาจเป็น หัวใจขาดเลือด
ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือว่าเป็น “หัวใจ” ไว้ก่อน ปลอดภัยที่สุด

#เจ็บหน้าอก #แน่นหน้าอก #กรดไหลย้อน #โรคหัวใจขาดเลือด
#สุขภาพหัวใจ #อาการเสี่ยง #ภาวะฉุกเฉิน #สุขภาพดี #ดูแลสุขภาพ
#หมอแนะนำ

#หมอพลพรรธน์หัวใจ #หมอหัวใจหัวหิน #คุยกับหมอหัวใจ

17/10/2025

🖤 หัวใจหยุดเต้น เฉียบพลัน ไม่ทันตั้งตัว ใครเสี่ยง 🤢 Live วันนี้ ศุกร์ 17 ต.ค.68, 21:30 น. พบ 4 รายแล้ว 💔

ที่อยู่

Nearby Bangkok Bank,between Huahin Soi 53 And 55
Hua Hin
77110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คุยกับหมอหัวใจ หมอพลพรรธน์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์