31/08/2026
Project ดีๆ จากคณะแพทย์ จุฬาค่ะ
เป็นการรวบรวมศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของ Chula CBT มาให้บริการจิตอาสาทำจิตบำบัด แก่บุคคลทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจดูรายละเอียดที่ต้นโพสต์ได้เลยค่ะ
“มีเรื่องทุกข์ใจ ไม่รู้จะคุยกับใครดี”
“Therapist จิตอาสา” เป็นโครงการของหลักสูตรประกาศนียบัตรฑิต สาขาสุขภาพจิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (Chula CBT) ร่วมกับชมรมจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมแห่งประเทศไทย (CBT Alliance of Thailand - CAT) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบำบัดจิตใจด้วยจิตบำบัดแบบ CBT สำหรับประชาชนทั่วไป
CBT (Cognitive Behavioral Therapy) คือจิตบำบัดที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับมากมายว่ามีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาทางสุขภาพจิตอื่นๆ อีกหลากหลาย
ปัญหาของประเทศไทยคือการเข้าถึง CBT ยังต่ำมาก คือแม้จะรู้ว่าการรักษานี้ดีแต่ไม่รู้จะไปเข้ารับการบำบัดได้ที่ไหน รวมทั้งการบำบัดที่มีลักษณะต่อเนื่องคือใช้เวลาครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมงติดต่อกันทุกสัปดาห์ประมาณ 12 ครั้ง ทำให้นักบำบัดที่มีอยู่ไม่สามารถบริการได้อย่างทั่วถึง
Chula CBT เริ่มรับนิสิตครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 ปัจจุบันผลิตนักบำบัดแบบ CBT ให้กับสังคมไทยมาแล้ว 12 รุ่นจำนวนมากกว่า 200 คน โดยนิสิตฝึกปฏิบัติการทำจิตบำบัดแบบ CBT ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาของอาจารย์ (clinical supervision) และเมื่อจบการศึกษาแล้ว หลายคนก็ยังอยากทำงานจิตบำบัดในลักษณะจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไป จึงเป็นที่มาของโครงการ “Therapist จิตอาสา”
โครงการ “Therapist จิตอาสา” เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปที่ต้องการทำจิตบำบัดแบบ CBT ทั้งในรูปแบบ on site (ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตึกภปร.ชั้น 14) หรือแบบออนไลน์
นักบำบัดหรือ Therapist ในโครงการ คือนิสิตปัจจุบัน และศิษย์เก่าของหลักสูตร Chula CBT ที่มีความยินดีอยากช่วยงานบำบัดในลักษณะจิตอาสา นักบำบัดจะได้รับ supervision จากอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน CBT อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษามาตรฐานในการบำบัด
ผู้สนใจเข้ารับการบำบัดสามารถกรอกข้อมูลได้ตามลิงค์นี้
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScVyTMLZhuLf7GVYoA1cM77j6_Tbq1n5XOMr7H8s0HN7tn6vA/viewform
เมื่อได้รับใบสมัครแล้ว ทาง Case Manager ของโครงการจะพิจารณาว่ากรณีของท่านเหมาะสมกับการเข้ารับการบำบัดด้วย CBT หรือไม่ และติดต่อท่านตามลำดับคิวเพื่อแจ้งวันเวลานัดหมายต่อไป
หมายเหตุสำคัญ
1. การทำ "จิตบำบัด" ไม่ใช่ "การวินิจฉัยโรค" ถ้าท่านต้องการทราบว่าตนเองมีโรคใดจริงหรือไม่ ท่านควรนัดตรวจวินิจฉัยกับจิตแพทย์
2. การบำบัดด้วย CBT คือการรักษาทางจิตเวชที่ไม่ใช้ยา แต่ถ้าท่านได้รับการรักษาด้วยยาทางจิตเวชอยู่ก่อนหน้านั้น การบำบัดด้วย CBT อาจเป็น "ตัวเสริม" ให้อาการดีขึ้น แต่ไม่ใช่เป็น "ตัวทดแทน" การรักษาเดิมที่ท่านได้รับอยู่ ท่านจึงควรไปติดตาม follow-up กับจิตแพทย์หรือสถานพยาบาลที่ดูแลท่านอยู่ด้วย **และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์**
การเข้าร่วมโครงการนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยโครงการนี้ดำเนินการด้วยกองทุนของชมรมจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมแห่งประเทศไทย (CBT Alliance of Thailand) ซึ่งท่านสามารถสนับสนุนโครงการได้ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลบาลจุฬาลงกรณ์
เลขที่บัญชี 406-705278-3
ชื่อบัญชี “นายณัทธร พิทยรัตน์เสถียร/น.ส.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์/นายธันวรุจน์ บูรณสุขสกุล”