09/07/2026
LDL ดี…ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงหัวใจเป็นศูนย์เสมอไป
วันนี้หมอนุ่นชวนรู้จัก Lipoprotein(a)
ไขมันที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และอาจเป็นความเสี่ยงเงียบของโรคหัวใจและหลอดเลือด
ตรวจเพียงครั้งเดียวในชีวิต อาจช่วยให้เราเข้าใจหัวใจของตัวเองมากขึ้นค่ะ
Lipoprotein(a): ความเสี่ยงหัวใจที่ซ่อนอยู่ แม้ไขมัน LDL จะดูดี
บางคนดูแลสุขภาพดีมาก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
น้ำหนักไม่เกิน
ไม่สูบบุหรี่
LDL cholesterol ก็ไม่ได้สูงมาก
แต่กลับมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจเร็ว หรือบางคนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายตั้งแต่อายุยังไม่มาก
หนึ่งใน “ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่” ที่เราอาจมองข้าม คือ
Lipoprotein(a) หรือ Lp(a)
วันนี้หมอนุ่นอยากชวนทุกคนมารู้จัก lab ตัวนี้ค่ะ เพราะในมุมของ preventive medicine และ longevity medicine การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค คือหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพระยะยาว
Lp(a) คืออะไร?
Lp(a) เป็นอนุภาคไขมันชนิดหนึ่งที่มีหน้าตาคล้าย LDL cholesterol หรือที่หลายคนเรียกว่า “ไขมันเลว”
แต่ Lp(a) มีส่วนพิเศษเพิ่มเข้ามา คือโปรตีนที่ชื่อว่า apolipoprotein(a) หรือ apo(a)
พูดให้เข้าใจง่ายคือ
Lp(a) = LDL + apo(a)
ส่วน apo(a) นี้เองที่ทำให้ Lp(a) มีความพิเศษ และมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหลอดเลือดมากขึ้น เพราะ Lp(a) สามารถส่งเสริมการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด กระตุ้นการอักเสบ และอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดลิ่มเลือด
ทำไม Lp(a) ถึงสำคัญ?
เพราะ Lp(a) เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ “ถ่ายทอดทางพันธุกรรม” เป็นหลัก
ต่างจาก LDL cholesterol ที่ยังได้รับอิทธิพลจากอาหาร น้ำหนัก การออกกำลังกาย และยาลดไขมัน
แต่ระดับ Lp(a) ส่วนใหญ่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด และค่อนข้างคงที่ตลอดชีวิต
นั่นแปลว่า
บางคนใช้ชีวิตดีมาก ตรวจสุขภาพทั่วไปก็ดูเรียบร้อย แต่ถ้า Lp(a) สูง อาจมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว
Lp(a) สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ
โรคหลอดเลือดหัวใจ
กล้ามเนื้อหัวใจตาย
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย
ภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบจากหินปูน
ใครควรตรวจ Lp(a)?
ในปัจจุบัน แนวทางหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจ Lp(a) มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร
เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตั้งแต่อายุน้อย
สงสัยภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม เช่น Familial Hypercholesterolemia
คุม LDL ได้ดีแล้ว แต่ยังเกิดโรคหัวใจหรือหลอดเลือดซ้ำ
อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง และกำลังพิจารณาว่าควรเริ่มยาลดไขมันหรือไม่
อยากประเมินความเสี่ยงหัวใจเชิงลึกแบบ preventive health
และที่น่าสนใจคือ หลายแนวทางแนะนำให้ผู้ใหญ่ตรวจ Lp(a) อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เพื่อค้นหาความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่อาจซ่อนอยู่
ต้องงดอาหารก่อนไหม?
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร สำหรับการตรวจ Lp(a) เพราะค่า Lp(a) ไม่ได้เปลี่ยนขึ้นลงตามมื้ออาหารเหมือนไขมันบางชนิด
แต่ควรแจ้งแพทย์เสมอหากมีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน มีการอักเสบรุนแรง หรือใช้ยาบางชนิด เพราะบางภาวะอาจมีผลต่อระดับ Lp(a) ได้
แปลผลอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือดู “หน่วย” ให้ถูกต้อง เพราะบางห้องปฏิบัติการรายงานเป็น mg/dL และบางแห่งรายงานเป็น nmol/L
โดยทั่วไป
ต่ำกว่า 30 mg/dL หรือ ต่ำกว่า 75 nmol/L
ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
30–49 mg/dL หรือ 75–124 nmol/L
อยู่ในช่วงก้ำกึ่ง ควรดูร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น
ตั้งแต่ 50 mg/dL ขึ้นไป หรือ ตั้งแต่ 125 nmol/L ขึ้นไป
ถือว่าเป็นระดับที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม Lp(a) ไม่ควรถูกตีความเดี่ยว ๆ แต่ควรประเมินร่วมกับภาพรวมของแต่ละคน เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต เบาหวาน การสูบบุหรี่ LDL-C ประวัติครอบครัว และประวัติโรคหัวใจเดิม
ถ้า Lp(a) สูง ต้องทำอย่างไร?
ตอนนี้ยังไม่มียาที่ได้รับการอนุมัติเพื่อรักษา Lp(a) สูงโดยตรงโดยเฉพาะ
แต่การรู้ว่า Lp(a) สูง มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้แพทย์วางแผนลดความเสี่ยงหัวใจได้เข้มข้นและเหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น เช่น
คุม LDL-C ให้ต่ำกว่าเป้าหมายทั่วไป
พิจารณายาลดไขมันอย่างเหมาะสมตามระดับความเสี่ยง
คุมความดัน เบาหวาน น้ำหนัก และภาวะอักเสบในร่างกาย
เลิกบุหรี่
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ดูแล sleep, stress, visceral fat และ metabolic health
ในผู้ป่วยความเสี่ยงสูงบางราย อาจพิจารณายากลุ่ม PCSK9 inhibitors ซึ่งช่วยลด LDL-C ได้ดี และอาจลด Lp(a) ได้บางส่วน
ในอนาคต เราน่าจะได้เห็นยาที่ออกแบบมาเพื่อลด Lp(a) โดยตรงมากขึ้น เช่น ยากลุ่ม RNA-based therapy ที่กำลังอยู่ในการศึกษาระยะท้าย ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวทางการป้องกันโรคหัวใจในอนาคต
สรุปแบบหมอนุ่น
Lp(a) คือ lab เล็ก ๆ ที่อาจบอกความเสี่ยงใหญ่ของหัวใจ
เป็นไขมันที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
สูงได้แม้ LDL จะดูดี
สูงได้แม้ใช้ชีวิต healthy
และตรวจเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็อาจช่วยให้เราเห็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่
ในยุคของ wellness และ longevity
เราไม่ได้รอให้โรคเกิดก่อนแล้วค่อยรักษา
แต่เราพยายามมองหา “สัญญาณเงียบ” ตั้งแต่วันนี้
เพื่อออกแบบการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับพันธุกรรมและความเสี่ยงของแต่ละคน
เพราะสุขภาพหัวใจที่ดี
ไม่ได้วัดจากตัวเลข LDL เพียงตัวเดียว
แต่ต้องมองให้ครบทั้งระบบค่ะ
ด้วยความห่วงใย
หมอนุ่น Wellness & Allergy
#หมอนุ่นWellnessAndAllergy