คลินิกฝังเข็ม แพทย์จีนโรสวาตี

คลินิกฝังเข็ม แพทย์จีนโรสวาตี ตรวจรักษาโรคให้คำปรึกษาโดยแพทย์จีนปริญญา
>>ฝังเข็ม ยาจีน ครอบแก้ว กัวซา อบสมุนไพรจีน

05/08/2026
20/07/2026

Rosewatee Clinic แจ้งคลินิกปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่เดือน กรกฎาคมเป็นต้นไป
เนื่องจากคุณหมอคลอดบุตร
พร้อมเปิดให้บริการวันไหนแล้ว
จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งภายหลังนะคะ

22/06/2026

得气 "การได้ชี่": ความรู้สึกหน่วง ๆ ตอนปักเข็ม ที่ภาพสมองเผยให้เห็นว่ามันทำงานจริง 🧠🪡
ใครเคยฝังเข็มคงจำความรู้สึกแปลก ๆ ตอนหมอปักเข็มได้ดี ไม่ใช่เจ็บแบบโดนของมีคม แต่เป็นอาการหน่วง ๆ ตื้อ ๆ บางทีก็เสียว ๆ ชา ๆ แล่นไปตามแขนขา หมอจีนจะถามว่า "รู้สึกไหม" แล้วพอเราพยักหน้า หมอก็มักยิ้มพอใจ เพราะนั่นคือสัญญาณที่เรียกว่า 得气 (déqì) หรือ "การได้ชี่"
ในศาสตร์แพทย์แผนจีน เต๋อชี่ถือเป็นหัวใจของการฝังเข็มที่ดี ปักเข็มถูกจุดอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องกระตุ้นจนคนไข้รู้สึก "ได้ชี่" หมอเองก็จะสัมผัสได้ถึงแรงหน่วงตอบกลับมาที่ปลายเข็ม เหมือนปลาฮุบเหยื่อ ตำราโบราณเชื่อว่านี่คือจังหวะที่พลังลมปราณมารวมตัวที่จุดฝังเข็มและเริ่มไหลเวียน คำถามคือ ความรู้สึกนี้มันมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ในร่างกายหรือเปล่า
🀄 มุมมองแพทย์จีน: เต๋อชี่คือสัญญาณว่า "ชี่มาแล้ว"
สำหรับ TCM เต๋อชี่บอกว่าเข็มได้เชื่อมต่อกับระบบเส้นลมปราณ (จิงลั่ว 经络) สำเร็จ ความรู้สึกหน่วง ตื้อ หนัก หรือชาที่กระจายออกจากจุดเข็ม เป็นเครื่องยืนยันว่าการรักษากำลังออกฤทธิ์ หมอจีนรุ่นเก่าจึงพิถีพิถันกับการหมุนและกระตุ้นเข็มมาก เพราะถ้าคนไข้ "ไม่ได้ชี่" ผลการรักษาก็มักไม่ดีเท่าที่ควร
🔬 มุมมองวิทยาศาสตร์: เข็มไปคุยกับสมองอย่างไร
ประสาทวิทยาสมัยใหม่อธิบายเต๋อชี่ผ่านการทำงานของระบบรับความรู้สึกทางกาย เมื่อเข็มกระตุ้นเนื้อเยื่อชั้นลึก มันไปกระตุ้นตัวรับและเส้นใยประสาทกลุ่มที่นำสัญญาณ "ความรู้สึกตื้อหน่วงลึก" (เส้นใย A-delta และ C) ซึ่งต่างจากความเจ็บแหลมที่โดนผิวหนัง สัญญาณนี้วิ่งขึ้นไขสันหลังแล้วส่งต่อไปยังสมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งบริเวณที่ประมวลความรู้สึกทางกาย ระบบลิมบิกที่จัดการอารมณ์และความเจ็บปวด ไปจนถึงก้านสมองที่คุมระบบประสาทอัตโนมัติ
จุดที่น่าสนใจคือ เต๋อชี่กับความเจ็บแหลมให้ภาพสมองคนละแบบกันชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับที่หมอจีนพยายามกระตุ้นให้ "ได้ชี่" แต่หลีกเลี่ยง "ความเจ็บ" มาตลอด
📊 งานวิจัยภาพสมองว่าอย่างไร?
จากฐานข้อมูล PubMed มีงานที่เอาคนเข้าเครื่อง fMRI ขณะฝังเข็มจริง เพื่อดูว่าเต๋อชี่ทำอะไรกับสมองบ้าง
งานในวารสาร Brain Research (2009) ฝังเข็มที่จุดเหอกู่ (LI-4) แล้วแยกข้อมูลภาพสมองตามความรู้สึกที่อาสาสมัครรายงาน พบว่าเมื่อเกิด "เต๋อชี่" สมองส่วนลิมบิกและใต้เปลือกสมองมีการ "ลดการทำงาน" (deactivation) เด่นชัด แต่เมื่อเกิด "ความเจ็บแหลม" กลับให้รูปแบบตรงข้ามคือมีทั้งเพิ่มและลดการทำงานปนกัน ยืนยันว่าสองความรู้สึกนี้คนละกลไกในสมองจริง
งานทบทวนในวารสาร Autonomic Neuroscience (2010) โดยทีมจาก Harvard/Massachusetts General Hospital สรุปจากงาน fMRI หลายปีว่า การฝังเข็มที่ทำให้เกิดเต๋อชี่จะกดการทำงานของเครือข่ายลิมบิก-พาราลิมบิก (รวมถึงอะมิกดาลาและไฮโปทาลามัสที่คุมอารมณ์และความเครียด) พร้อมกับกระตุ้นบริเวณรับความรู้สึกทางกาย และที่สำคัญคือ ถ้ากระตุ้นแรงจนเกิดความเจ็บแหลม ผลการกดลิมบิกนี้จะอ่อนลงหรือกลับทิศ นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมการฝังเข็มที่ดีจึงควร "ได้ชี่พอดี ไม่เจ็บเกิน"
บทความทบทวนในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine (2013) รวบรวมงาน fMRI ของเต๋อชี่จำนวนมาก ชี้ตรงกันว่ารูปแบบการตอบสนองของสมองที่สัมพันธ์กับเต๋อชี่ จะกระจุกอยู่ในบริเวณที่ประมวลความรู้สึกทางกายและความเจ็บปวดเป็นหลัก ส่วนงานล่าสุดในวารสาร Cerebral Cortex (2023) เพิ่มหลักฐานที่ชัดขึ้นไปอีก ว่ายิ่งกระตุ้นเข็มมาก ความรู้สึกเต๋อชี่ก็ยิ่งแรงขึ้นตามขนาด และสมองส่วนรับความรู้สึก เช่น อินซูลาและคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายลำดับสอง ก็ตอบสนองมากขึ้นเป็นสัดส่วนกัน เรียกได้ว่ามีความสัมพันธ์แบบ "ยิ่งกระตุ้นมาก ยิ่งได้ชี่มาก สมองยิ่งทำงานมาก"
💡 สรุป
เต๋อชี่ที่หมอจีนใช้เป็นเครื่องชี้วัดมากว่าสองพันปี วันนี้มีภาพสมองมายืนยันว่ามันคือเหตุการณ์ทางประสาทวิทยาที่เกิดขึ้นจริง ความรู้สึกหน่วงลึกตอนปักเข็มไปกระตุ้นเส้นประสาทเฉพาะกลุ่ม ส่งสัญญาณขึ้นไปปรับการทำงานของเครือข่ายสมองที่เกี่ยวกับความรู้สึก อารมณ์ และระบบประสาทอัตโนมัติ และให้ภาพที่แตกต่างจากความเจ็บปวดอย่างชัดเจน ภูมิปัญญาที่บอกว่า "ต้องได้ชี่ถึงจะได้ผล" จึงมีรากฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพียงแต่หมอจีนรู้จักมันมานานก่อนที่จะมีเครื่อง fMRI ให้เห็นด้วยตา 🧠✨
(หมายเหตุ: บทความนี้ให้ความรู้ ไม่ใช่คำวินิจฉัย

#เต๋อชี่ #ฝังเข็ม #แพทย์แผนจีน #ประสาทวิทยา #สุขภาพดี #การแพทย์ผสมผสาน

05/06/2026
22/04/2026
22/04/2026

⚡️ **ไขความลับ "กระแสไฟฟ้าฝังเข็ม" ปรับคลื่นเท่าไหร่... สยบความปวดได้ชะงัด?! 🎯**
เคยสงสัยไหมครับ? เวลาไปฝังเข็มแล้วคุณหมอเอาสายไฟจิ๋วๆ มาหนีบที่ปลายเข็ม แถมมีเสียงดัง ติ๊กๆๆ... เค้าทำไปทำไม? แล้วแค่ช็อตไฟฟ้ามันช่วยให้หายปวดได้จริงดิ?
วันนี้เพจ **ICM Academy** จะพามาไขความลับระดับเซลล์ ที่นำเอาศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณ (TCM) มาอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical Science) ชนิดที่อ่านจบแล้วร้องอ๋อแน่นอนครับ! 🧬☯️
การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า (Electroacupuncture - EA) ไม่ใช่แค่การช็อตให้กล้ามเนื้อกระตุกเล่นๆ นะครับ แต่งานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า **"ความถี่ของคลื่นไฟฟ้า (Hz)"** มีผลโดยตรงต่อการสั่งให้ระบบประสาทหลั่ง **"สารระงับปวดตามธรรมชาติ" (Endogenous Opioids)** ที่แตกต่างกันออกไป!
มาดูกันครับว่า ปวดแบบคุณ ต้องโดนกระตุ้นด้วยคลื่นแบบไหน?
🐢 **1. คลื่นความถี่ต่ำ (Low Frequency: 2-10 Hz) - "สายปวดเรื้อรัง"**
* **เหมาะกับใคร?:** อาการปวดเรื้อรัง ปวดเมื่อยตื้อๆ กล้ามเนื้อตึงเครียด (เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง-ปวดคอเรื้อรัง)
* **กลไกทางการแพทย์:** คลื่นต่ำๆ ช้าๆ จะเดินทางไปกระตุ้นสมองให้หลั่งสาร **เอนดอร์ฟิน (Endorphins)** และ **เอนเคฟาลิน (Enkephalins)** สารพวกนี้เปรียบเหมือนมอร์ฟีนธรรมชาติ ออกฤทธิ์ช้าหน่อย แต่ข้อดีคือ "ลดปวดได้ยาวนานข้ามวัน" แถมยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ฟิน หลับสบายสุดๆ ครับ
🐇 **2. คลื่นความถี่สูง (High Frequency: 50-100 Hz) - "สายปวดจี๊ดเฉียบพลัน"**
* **เหมาะกับใคร?:** อาการปวดเฉียบพลัน ปวดแปล๊บๆ ปวดร้าวตามเส้นประสาท หรือเพิ่งเกิดอาการบาดเจ็บกะทันหัน
* **กลไกทางการแพทย์:** คลื่นความถี่สูงจะไปกระตุ้นที่ระดับไขสันหลัง ให้หลั่งสารที่ชื่อว่า **ไดนอร์ฟิน (Dynorphins)** ซึ่งทำงานตามทฤษฎี "ประตูปิดกั้นความปวด" (Gate Control Theory) คือไปบล็อกสัญญาณความปวดไม่ให้วิ่งไปถึงสมอง! ข้อดีคือ ออกฤทธิ์ไวมาก ระงับปวดได้ทันใจ แต่ข้อเสียคือฤทธิ์จะอยู่ได้สั้นกว่าคลื่นต่ำครับ
🌊 **3. คลื่นผสมสลับสูง-ต่ำ (Mixed/Alternating Frequency: เช่น 2/100 Hz) - "คอมโบสยบทุกปวด"**
* **เหมาะกับใคร?:** อาการปวดที่ซับซ้อน หรือต้องการผลลัพธ์ครอบคลุมทั้งไวและนาน
* **กลไกทางการแพทย์:** คุณหมอฝังเข็มยุคใหม่มักใช้โหมดนี้ครับ! (เครื่องจะร้อง ติ๊กๆๆ... ติ๊ดดดดด สลับกัน) เพราะเป็นการหลอกระบบประสาท ทำให้ร่างกายหลั่งสารระงับปวดออกมา "ครบทุกตัว" (ทั้ง Endorphins และ Dynorphins) เรียกว่าระงับปวดได้ทันทีแถมอยู่ได้นาน และยังช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกาย "ชิน" (Tolerance) กับคลื่นไฟฟ้าด้วยครับ
📌 **สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย (Summary)**
* **ปวดเรื้อรัง เมื่อยตื้อๆ** 👉 ใช้คลื่นต่ำ (2-10 Hz) เน้นหลั่งเอนดอร์ฟิน ฤทธิ์ลดปวดอยู่นาน
* **ปวดเฉียบพลัน ปวดเส้นประสาท** 👉 ใช้คลื่นสูง (50-100 Hz) เน้นหลั่งไดนอร์ฟิน ปิดประตูความปวดฉับไว
* **ปวดซับซ้อน อยากได้ผลขั้นสุด** 👉 ใช้คลื่นผสมสลับสูง-ต่ำ ดึงข้อดีของทั้งสองแบบมารวมกัน!
เห็นไหมครับว่าการฝังเข็มไม่ใช่แค่เรื่องของการทะลวงเส้นลมปราณ (ชี่) เพียงอย่างเดียว แต่สามารถอธิบายกลไกได้อย่างชัดเจนด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่! ใครกำลังปวดแบบไหนอยู่ ไปฝังเข็มรอบหน้า ลองแอบฟังเสียงเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าดูนะครับว่าคุณหมอจัดคลื่นไหนให้เรา 😉
📚 **Reference (อ้างอิงงานวิจัยระดับนานาชาติ):**
Han, J. S. (2003). Acupuncture: neuropeptide release produced by electrical stimulation of different frequencies. *Trends in Neurosciences*, 26(1), 17-22. (PubMed PMID: 12495856) - *งานวิจัยชิ้นเอกที่ไขความลับเรื่องความถี่ไฟฟ้ากับการหลั่งสารสื่อประสาท*
#แพทย์แผนจีน #ฝังเข็ม #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลัง #ปวดเรื้อรัง #บรรเทาปวด #สุขภาพดีบอกต่อ

11/02/2026
17/01/2026

คลินิกหยุดให้บริการ2วัน
วันเสาร์และอาทิตย์
ที่17 -18 มกราคม 68
“”🥰“”

09/01/2026

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ
วันนี้คลินิกปิด 1วันค่ะ
Rosewatee Clinic

08/01/2026

12วิธี ที่บำรุงสุขภาพที่ธรรมชาติที่สุด #บํารุงสุขภาพ #หมอตี้ #หมอเยาวเกียรติ

ที่อยู่

196/1 ม. 1 ต. คลองเขม้า อ. เหนือคลอง
Krabi
81130

เวลาทำการ

พุธ 17:00 - 19:00
พฤหัสบดี 17:00 - 19:00
เสาร์ 09:30 - 17:00
อาทิตย์ 09:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66843270551

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกฝังเข็ม แพทย์จีนโรสวาตีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท