คลินิกหูคอจมูก ลำปาง หมอสุรชัย

คลินิกหูคอจมูก ลำปาง หมอสุรชัย ตอบปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับหู คอ จมูก
(1)

คลินิกหูคอจมูก  วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 อยู่ดีๆกลืนอะไรไม่ลงเลย        ผู้ป่วยหญิงไทย คู่ อายุ 64 ปี แข็งแรงเดินได้ด้...
04/07/2026

คลินิกหูคอจมูก วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569
อยู่ดีๆกลืนอะไรไม่ลงเลย
ผู้ป่วยหญิงไทย คู่ อายุ 64 ปี แข็งแรงเดินได้ด้วยตัวเอง มากับสามี สติสัมปชัญญะดี มีท่าทางกังวลมาก ยังไม่ทันนั่งก็พูดพรั่งพรู “ หมอ ข้าเจ้าตื่นมาเช้าวันนี้กลืนอะหยังบ่ได้เลย ปกติแล้วจะดื่มน้ำตอนเช้าสองแก้วทุกวัน แต่เช้านี้ตื่นมากลืนไม่ลง กลัวมากๆกลัวเป็นอะหยังร้ายแรง”
หลังจาก ค่อยๆปลอบประโลมจนได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พื้นฐานแข็งแรงดีไม่มีโรคประจำตัวอะไร ลูก 3 ทำหมันแล้วอยู่กับสามี เริ่มต้นจากมีอาการกลืนแบบฝืดคอนิดหน่อยเป็นๆหายๆนานแล้ว เริ่มตอนเช้า พอสายก็ดีขึ้นเป็นหายมาหลายเดือน ได้ไปพบหมอที่คลินิกสองหมอแล้ว หมอไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ได้ยากินแล้วยังไม่ดีขึ้น จึงไปโรงพยาบาล มีการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ได้ยาไปกินและใบนัดส่องกล้อง อีกสามอาทิตย์ เช้านี้มีอาการมากขึ้น ตกใจจึงมาหาหมอที่นี่ก่อน
จากประวัติและการตรวจร่างกายเบื้องต้น ไม่พบสิ่งผิดปกติโดยเฉพาะ ทางหูคอจมูก ไม่น่าจะเกิดจากทางด้านกายวิภาค (Physical) น่าจะเกิดจากการทำงาน (Functional) ที่ไม่สมดุลย์กันมากกว่า
1.อายุมากขึ้น 60+ ความสามารถในการสร้างน้ำลาย การรับความรู้สึกในช่องปาก ร่วมกับความสามารถและอัตราในการกลืน ลดน้อยลง อาจจะร่วมกับมีการหายใจทางปากระหว่างที่หลับหรือ เกิดจากการใช้เครื่องช่วยลดการนอนกรน
2. น้ำลายคั่งค้างอยู่ในช่องปากมากขึ้น ทำให้ต้องกระแอมบ่อย ทำให้สายเสียงอักเสบเรื้อรัง คล้ายมีเสมหะติดคออยู่ตลอดเวลาอาจจะมีอาการสำลักง่ายด้วย
3. อาจจะเกิดจากโรคกรดไหลย้อนแบบแฝงธรรมดา แต่ไม่ ธรรมดา เนื่องจาก ไม่มีอาการผิดปกติอย่างอื่น ตรวจแล้วก็ไม่พบ .
อาการกลืนลำบากตอนตื่นนอนเช้าในผู้สูงวัย ส่วนใหญ่แล้ว เกิดจากคอแห้ง น้ำลายน้อย กล้ามเนื้อการกลืนทำงานช้าลง และการกลืนที่ไม่ได้ใช้งานตลอดช่วงนอนหลับ อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการมีโรคกรดไหลย้อน ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป (ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งไม่ได้ หมายความว่าตัดโรคอื่นทิ้งไปทั้งหมด).
มีข้อแนะนำง่ายๆ ที่ อาจจะ ช่วยให้การกลืนสะดวกดีขึ้น
1. ตื่นนอนตอนเช้าให้จิบน้ำ(อุณหภูมิห้อง)ซัก1-2 ช้อนชา พอกลืนได้คล่องค่อยจิบน้ำต่อให้ได้ประมาณซักหนึ่งถ้วยแก้ว และระหว่างวันจิบน้ำบ่อยๆอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
2. ดูแลสุขภาพของช่องปากให้ดี อาหารที่จะเข้าปากทุกคำต้องกินคำน้อยๆ ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียด แล้วกลืน อย่างบรรจง
3. ฝึกฝนกล้ามเนื้อของการกลืนอาหารโดยวิธีใช้ฟันหน้ากัดลิ้นไว้ให้แน่น แล้วค่อยๆกลืนลงไป ช่วงแรกอาจ จะทำได้ยากลำบากมาก พอฝึกไปนานนานจะทำได้คล่อง ขึ้น.
4. ยาที่รับประทานเป็นประจำบางตัว เช่นยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อและยาลดความดัน บางตัว อาจมีส่วนทำให้การกลืนมีปัญหาควรจะปรึกษาแพทย์หรือเภสัช
อาการที่ ควรจะไปพบแพทย์ทันทีเช่นสำลักบ่อย ไอแทบทุกครั้งที่ดื่มน้ำ น้ำหนักลดหรืออาการค่อยๆแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทุกข์ใจมาก
เมื่ออายุมากขึ้น การเดินไม่ได้ มักจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่ความคล่องตัวจะ ค่อยๆลดลง ทีละเล็กทีละน้อย ต้องมีการวอร์มร่างกายก่อน ออกเดิน ในตอนลุกขึ้นเดิน
ผู้สูงวัย จำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชื่อโรค แต่ต้องการคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง ผมก็แก่มากแล้วจึงเข้าใจ-เห็นใจ จึงพยายามที่จะทำให้เพื่อนผู้สูงวัยเข้าใจด้วย
ด้วยความปรารถนาดี
จากนายแพทย์สุรชัย ว่องวัฒนโรจน์
คลินิกหู คอจมูก ลำปาง

13/06/2026

เพื่อนเก่าและเพื่อนแก่ เพิ่งได้รู้จักกันมาเพียง 62 ปี ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไท จะนัดโชว์ แสดงความเฒ่าว่าใครจะเฒ่ากว่าใคร จำเป็นต้องถ่อสังขารไปชมดูด้วย
ปิดคลินิก 22-23-24 มิถุนายนจะกลับมาเปิดบริการ
เช้าวันพฤหัสที่ 25 มิถุนายน 2569 ดูแลสุขภาพให้ดีด้วยนะครับ 

30 พฤษภาคม 2569 วันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์        ความสัมพันธ์ระหว่าง การใช้ ยาดมของ คนไทยกับการได้กลิ่นลดน้อย...
30/05/2026

30 พฤษภาคม 2569 วันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ความสัมพันธ์ระหว่าง การใช้ ยาดมของ คนไทยกับการได้กลิ่นลดน้อยลง (Anosmia/Hyposmia)
ปกติแล้วในแต่ละปี ผมพบคนไข้ที่จมูกไม่ได้กลิ่น 2-3 คนเท่านั้น ช่วงหลังนี้มีจำนวน เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการสังเกต(ประมาณ 10 ปี หลัง)พบว่าส่วนใหญ่มักสัมพันธ์กับ การเพิ่มขึ้นของ PM 2.5 ร่วมกับอากาศร้อนจัด(กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน )โดยเฉพาะ ช่วงอากาศ เปลี่ยนแปลงแบบปุบปับ ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากอาการ คัน คัดจมูก จาม มีน้ำมูกใสๆ คล้ายกับแพ้ อากาศ นานเข้าเริ่มได้กลิ่นน้อยลง จนถึงขั้นไม่ได้กลิ่นเลย แต่ช่วงห้าปีหลังนี้มีคนไข้บางท่านให้ข้อมูลว่า มันจะเริ่มมีอาการหลังจากใช้ยาดมบางชนิดร่วมด้วย น่าสนใจใช่ไหมครับ?
เนื่องจากยาดมเป็นไอเท็มคู่กายของ คนไทย บางคน ที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นทันที แล้ว มันจะมีส่วนจริงหรือเปล่า
ยาดมส่วนใหญ่ประกอบด้วยเมนทอล(Menthol) การบูร(Camphor) พิมเสน(Borneol) สารเหล่านี้ทำงานโดยกระตุ้น ตัวรับความเย็นที่ชื่อว่า TRPM8 (Transcient Receptor Potential Melastatin 😎 ซึ่งส่งสัญญาณไปยังสมองว่า พื้นที่ตรงนั้น เย็นและโล่ง ทำให้เกิดความรู้สึกว่าหายใจได้โล่งขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทางเดินของลมหายใจไม่ได้ขยายขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่เป็นเพียงความรู้สึก ของ ระบบประสาทเท่านั้น
แล้วทำไม บุคลากร ด้าน การ แพทย์ บางท่านจึงคิดว่าสัมพันธ์กับการไม่ได้กลิ่นล่ะ ?
1. ความล้าของ ระบบรับกลิ่น (Olfactory Fatigue) การสูดดมกลิ่นที่เข้มข้นและรุนแรงเป็นเวลานานนาน อาจ จะทำให้เซลล์ประสาทการรับกลิ่นเกิดความอ่อนล้าทำให้การรับกลิ่นต่างๆลดน้อยลง
2. การระคายเคือง และ เยื่อบุจมูกอักเสบ (Irritant-induced Rhinitis) สารระเหยในยาดมมีฤทธิ์กัดกร่อนอ่อน ๆ หากสูดดมใกล้ชิดเกินไป หรือใช้บ่อยเกินความจำเป็น สารเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคือง แห้ง และอักเสบ เมื่อเยื่อบุจมูกบวม (Inflammation) จะทำให้โมเลกุลของกลิ่นเข้าไปถึงเซลล์รับกลิ่นด้านบนได้ยากขึ้น ส่งผลให้การรับกลิ่น ลดน้อยลง
3. ยาดมสมุนไพรประเภทที่เป็น "สมุนไพรแห้ง" ในกระปุก หากกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานหรือเก็บไว้นานเกินไป อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราหรือแบคทีเรีย ซึ่งหากสูดดมเข้าไปอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในโพรงจมูก ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของการสูญเสียการรับกลิ่น
ยาดม สมุนไพร ไม่ได้ทำให้จมูกไม่ได้กลิ่นในทันที แต่ "พฤติกรรมการใช้" ที่รุนแรงเกินไปจะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังและความล้าของประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการรับกลิ่นในระยะยาวครับ หากคุณรู้สึกว่าจมูกเริ่มรับกลิ่นได้น้อยลง หยุดทันที
หากหยุดใช้แล้วแต่อาการไม่ได้กลิ่นยังคงอยู่เกิน 1-2 สัปดาห์ ควรไปพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อการตรวจรักษา ที่ เหมาะสมเพราะว่า อาจจะเกิดจาก สาเหตุอื่นก็ได้
ข่าวดี ส่วนใหญ่มักจะหายได้ภายในสามถึงสี่สัปดาห์.

18/05/2026

มีภาระกิจจำเป็นจะต้องปิดคลินิก ตั้งแต่ 23 -25 พฤษภาคม 2569 กลับมาให้การบริการ เช้าวันอังคารที่ 26 พฤษภา 2569
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงมาก จิบน้ำเปล่าบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมนุมชนมากๆ ถ้าจำเป็นควรจะปิดหน้ากากด้วยครับ

25 เมษา 2569 หูคอจมูกลำปางวันนี้คนไข้เก่าที่เคยมารักษาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก อุ้มลูกมาหา  ลูกสาวครบหนึ่งปีแล้ว เป็นเด็กฉลาด ...
25/04/2026

25 เมษา 2569 หูคอจมูกลำปาง
วันนี้คนไข้เก่าที่เคยมารักษาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก อุ้มลูกมาหา ลูกสาวครบหนึ่งปีแล้ว เป็นเด็กฉลาด ยิ้มเก่งอารมณ์ดี คุณแม่ท้าวความให้ฟังว่า หลังจากแต่งงานหลายปียังไม่มีลูก ต้องการอยากจะได้ลูก พยายามทุกวิถีทาง กังวลใจมาก พอตั้งท้องรู้สึกดีใจมากๆ แต่ก็ดีใจได้อยู่ไม่กี่เดือนก็กังวลใจอีกว่าลูกเกิดมาจะเป็นอย่างไรใครจะเป็นคนดูแลเนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของเด็กต้องไปทำงานทั้งคู่ กังวลไปสารพัดคิดไปต่างๆนานา อาการภูมิแพ้ที่เคยเป็นๆหายๆ กลับมามีอาการมากยิ่งขึ้น ผมจึงได้ทบทวนแนวทางการปฎิบัติตัวในการรักษาโรคภูมิแพ้และย้ำว่ายิ่งกังวลใจโรคภูมิแพ้ยิ่งมีอาการมาก ผมจึงแนะนำให้จินตนาการให้เห็นภาพเด็กในท้องกำลังนอนอยู่อย่างมีความสุข จะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายก็ได้ หลังจากที่ลูกเกิดมาแล้ว นึกให้เห็นภาพที่ชัดเจนมีความรู้สึกเหมือนกับว่าแม่กำลังอุ้มและกอดลูกไว้แนบอก โดยมีพ่อเด็กยืนอยู่ข้างๆ ต่อเมื่อ มีการเจริญ เติบโตมากขึ้นก็หา พี่เลี้ยงที่สุขภาพกายและจิตดีช่วยดูแล โดยมีพ่อแม่ เป็นผู้คอยกำกับดูแลทุกๆวันตลอดเวลาและมีปู่ย่าตายายคอยให้คำแนะนำสิ่งดีๆที่เหมาะสมสำหรับลูก ที่สำคัญที่สุด ต้องให้ลูกกินนมแม่ และนอนกับแม่ทุกวัน-ไม่มีข้อแม้ - อย่างน้อยสุด 1 ปี และให้พ่อเด็กช่วยดูแล ช่วย อุ้มเวลาเด็กร้องงอแง ถ้าลูกสบายดีก็ให้เล่นกับลูก โดยเฉพาะให้อ่านหนังสือให้ฟังทุกคืน ส่วนใหญ่ มักจะถามผมว่าควรจะทำอย่างไรให้ใจสงบไม่กังวลผมก็แนะนำให้ตามดูลมหายใจแบบคือง่ายๆ โดยให้หายใจเข้าและยุ้มไว้แป๊บนึง ค่อยๆปล่อยให้หายใจออกออกยาวๆ นับ 1 เสร็จแล้วก็ตั้งต้นใหม่หายใจเข้าช้าๆกลั้นลมหายใจแป๊บนึงก่อนให้หายใจออกยาวๆ นับ 2 ทำจนถึง 10 นับเป็นหนึ่งเซ็ตขอให้ทำทุกวันตรงต่อเวลาเช่น 8.00 น. ทุกเช้าหรือ 20.00 น. ขอให้ทำเป็นประจำทุกวันสม่ำเสมอก็จะคลายความกังวลดีมากๆ ใหม่ๆทำแค่วันละหนึ่งเซ็ตพอแล้ว

วันนี้ลูกเจริญเติบโตและมีการพัฒนาการที่สมบูรณ์แบบเป็นที่พอใจของแม่จึงได้พามา กราบขอบคุณ-คุณตาหมอ
นึกย้อนกลับไป มีคนไข้ที่เป็นแบบนี้เป็นคนที่สามแล้ว
# #แต่ที่น่าสังเกต เด็กไทยส่วนใหญ่จะมีชื่อฝรั่ง ! แถมกำพร้า ไม่มีแม่ มีแต่ หม่ามี้ โฮโฮ ฮึฮึ โฮ # #

19 เมษา 2569   หลังสงกรานต์สิ่งที่หมอหูกลัวมากที่สุด(ผมคนเดียวนะครับ)………… Cotton bud -ไม้พันสำลี        ผมตรวจรักษาคนไข้...
19/04/2026

19 เมษา 2569 หลังสงกรานต์
สิ่งที่หมอหูกลัวมากที่สุด(ผมคนเดียวนะครับ)………… Cotton bud -ไม้พันสำลี
ผมตรวจรักษาคนไข้โรคหูมา 50ปี มากกว่า 90% มาด้วยปัญหาเจ็บคัน อื้อหรือมีน้ำไหล จากประวัติ ส่วนใหญ่แล้ว เกิดจากการเช็ดแคะหรือทำความสะอาดหู โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังสงกรานต์จะพบมากที่สุด โดยทั่วไปมักจะคิดว่าเกิดจากน้ำเข้าหูหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันทำให้เกิดอาการในรูหู
หุ หุ หุ ขี้หูเป็นตัวป้องกันอันตรายที่ดีที่สุดของหู เชื้อโรค เชื้อรา ตัวแมลงทุกชนิดแม้แต่น้ำก็เข้าไม่ได้ (ในสถานการณ์ปกติ)
เมื่อมีอาการ ผิดปกติในรูหู สัญชาตญาณเบื้องต้นก็จะใช้นิ้ว แล้วตามด้วยไม้พันสำลี จากนั้น ก็จะ จินตนาการไปต่างๆนาๆ เมื่อไม่ดีขึ้น เริ่มปสด แล้วขอความเห็นจากคนข้างตัว แล้วก็เป็นไปตามวัฏจักร
เจ็บคันหู >>>เช็ดแคะ>>>เชื้อโรคเชื้อรา >>> เจ็บคันหู >>>>
ข้อแนะนำจากหมอหูแก่ๆ
1. ถ้าน้ำเข้าหูล่ะจะทำอย่างไร ปล่อยทิ้งไว้ได้ เนื่องจากอุณหภูมิในหูสูงกว่าอากาศภายนอก จะละเหยไปได้เอง
2. ถ้าแมลงเข้าหู ให้ใช้น้ำมันที่กินได้(น้ำมันทำกับข้าว) หยอดให้เต็มรูหู ปล่อยให้น้ำมัน ค้างไว้สัก 15 นาที แล้วค่อยๆเอียงออก ถ้าแมลงตัวเล็กจะหลุดออกมาได้เอง ถ้าไม่ออก ให้ไปพบหมอที่โรงพยาบาล
3. ถ้าคันหูล่ะ อดทนครับเดี๋ยวก็หาย ถ้าไม่หาย ให้กดที่ติ่งที่ด้านหน้า ปากรูหู กดย้ำๆซัก 3-4 ครั้ง ก็จะดีขึ้น
# ถ้าไม่หาย # ให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด หาไม้เช็ดหูที่ใหญ่กว่า กำปั้น ค่อยๆสอดเข้าไปในรูหู แล้วเช็ดให้เต็มที่เลยครับ #

ลองคิดดูนะครับ ธรรมชาติสร้างหูให้อยู่ในรูมืดมืดด้านข้างของศรีษะ มองไม่เห็น ข้างในเป็นอะไรก็ไม่รู้ แล้วพวกเราตามเอาไม้เข้าไปทิ่มแทงทำร้ายมัน โหดร้ายไหมครับ !!!!!!
หมอหูแก่แก่คนนี้โหดร้ายกว่า เจ็บหูไปหาหมอ หวัง ว่า หมอช่วยรักษาและปลอบใจ กลับ โดนด่าอีกต่างหาก !!!!!! โสนะหน้า

19/04/2026

20 เมษา 2569 หลังสงกรานต์
สิ่งที่หมอหูกลัวมากที่สุด(ผมคนเดียวนะครับ)………… Cotton bud -ไม้พันสำลี
ผมตรวจรักษาคนไข้โรคหูมา 50ปี มากกว่า 90% มาด้วยปัญหาเจ็บคัน อื้อหรือมีน้ำไหล จากประวัติ มากกว่าร้อยละ 90 เกิดจากการเช็ดแคะหรือทำความสะอาดหู โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังสงกรานต์จะพบมากที่สุด ส่วนใหญ่ คิดว่าเกิดจากน้ำเข้าหูหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันทำให้เกิดอาการนี้ขึ้นมา
หุ หุ หุ ขี้หูเป็นตัวป้องกันอันตรายที่ดีที่สุดของหู เชื้อโรค เชื้อรา ตัวแมลงทุกชนิดแม้แต่น้ำก็เข้าไม่ได้ (ในสถานการณ์ปกติ)
เมื่อมีอาการ ผิดปกติในรูหู สัญชาตญาณเบื้องต้นก็จะใช้นิ้ว แล้วตามด้วยไม้พันสำลี จากนั้น ก็จะ จินตนาการไปต่างๆนาๆ เมื่อไม่ดีขึ้น เริ่ม ปสด แล้ว ขอความเห็นจากคนข้างตัว แล้วก็เป็นไปตามวัฏจักร
เจ็บคันหู >>>เช็ดแคะ>>>เชื้อโรคเชื้อรา >>> เจ็บคันหู >>>>
ข้อแนะนำจากหมอหูแก่ๆ
1. ถ้าน้ำเข้าหูล่ะจะทำอย่างไร ปล่อยทิ้งไว้ได้ เนื่องจากอุณหภูมิในหูสูงกว่าอากาศภายนอก จะละเหยไปได้เอง
2. ถ้าแมลงเข้าหู ให้ใช้น้ำมันที่กินได้(น้ำมันทำกับข้าว) หยอดให้เต็มรูหู ปล่อยให้น้ำมัน ค้างไว้สัก 15 นาที แล้วค่อยๆเอียงออก ถ้าแมลงตัวเล็กจะหลุดออกมาได้เอง ถ้าไม่ออก ให้ไปพบหมอที่โรงพยาบาล
3. ถ้าคันหูล่ะ อดทนครับเดี๋ยวก็หาย ถ้าไม่หาย ให้กดที่ติ่งที่ด้านหน้า ปากรูหู กดย้ำๆซัก 3-4 ครั้ง ก็จะดีขึ้น
# ถ้าไม่หาย # ให้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด หาไม้เช็ดหูที่ใหญ่กว่า กำปั้น ค่อยๆสอดเข้าไปในรูหู แล้วเช็ดให้เต็มที่เลยครับ #

ลองคิดดูนะครับ ธรรมชาติสร้างหูให้อยู่ในรูมืดมืดด้านข้างของศรีษะ มองไม่เห็น ข้างในเป็นอะไรก็ไม่รู้ แล้วพวกเราตามเอาไม้เข้าไปทิ่มแทงทำร้ายมัน โหดร้ายไหมครับ !!!!!!
หมอหูแก่แก่คนนี้โหดร้ายกว่า เจ็บหูไปหาหมอ หวัง ว่า หมอช่วยรักษาและปลอบใจ กลับ โดนด่าอีกต่างหาก !!!!!! โสนะหน้า

07/04/2026

ประเพณีรดน้ำดำหัว
เป็นสิ่งที่ควรสืบทอด
ปิดคลินิก 12-15 เมษา

เปิด ผัสเช้า 16 เมษา 69 ขอให้มีสุขภาพที่ดี

1 เมษายน 2569 วันเมษาหน้าโง่ดอยพระบาทหายไป ? ทำให้คนไข้ของผมที่หายดีแล้ว กลับทรุดได้!        ตั้งแต่ผมมาอยู่ลำปาง เปิดคล...
01/04/2026

1 เมษายน 2569 วันเมษาหน้าโง่
ดอยพระบาทหายไป ? ทำให้คนไข้ของผมที่หายดีแล้ว กลับทรุดได้!
ตั้งแต่ผมมาอยู่ลำปาง เปิดคลินิกรักษาคนไข้ได้ประมาณ 50 ปีสองวันก่อน (จันทร์ที่ 30 มีค 69) เป็นครั้งแรก คนไข้ของผมที่หายดีแล้ว (ครั้งสุดท้ายที่มาพบหมอ 7-14 วันที่ผ่านไป) กลับมีอาการมากขึ้น กลับมาพบหมอพร้อมกัน 5 รายในวันเดียวกัน (อายุโดยเฉลี่ย 46-69) เกิดอะไรขึ้น ทุกคนเป็นคนไข้ที่ดี ให้ความร่วมมือกับหมอมาตลอดไม่เคยมีอาการทรุดลงทันทีช่วงเวลาใกล้ๆกันหลายหลายคน
จากการทบทวนข้อมูลทั้งหมด น่าจะเกิดจาก การที่อากาศร้อนจัดขึ้นทันทีร่วมกับการเกิด PM 2.5 มากขึ้นชนิดเป็นสีม่วงมาหลายวัน
ผมซักประวัติ ตรวจร่างกายและประเมินผลจากการรักษาและความร่วมมือของคนไข้ทุกคนอย่างละเอียดอีกรอบนึง โชคดีว่าคนไข้ทุกคนที่ผมตรวจรักษา ถ้ามีอาการไอผมมักจะตรวจวัดปอดแบบคร่าวๆโดยใช้เครื่องมือ Mini Peak flow meter ทุกคน
หลังจากการตรวจรักษาและให้คำแนะนำโดยละเอียดสำหรับคนไข้ทุกคนแล้ว จากคำถามและความกังวลใจของคนไข้ ทำให้ผมต้องเพิ่มเติมด้วยการให้คำแนะนำดังนี้
1. พยายามอยู่แต่ในบ้าน เปิดเครื่องกรองอากาศและเครื่องฟอกอากาศไว้ ถ้าอยาก - ควรจะออกกำลังกายภายในบ้าน หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกนอกบ้านใช้หน้ากากตลอดเวลา
2. ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ ควรจะเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิห้อง ถ้ารู้สึกคันเคือง คล้ายมีอะไรติดคอหรือเจ็บคอหรือไอให้จิบน้ำทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้หิวน้ำถึงจะจิบหรือดื่มน้ำ
3. พูดให้น้อยลงถ้าจำเป็นพูดช้าๆเบาๆ ห้ามกระแอมหรือขากเสมหะถ้ารู้สึกคล้ายมีเสมหะให้ จิบน้ำทันที
4. ถ้ารู้สึกมีอาการไอเหนื่อยหอบมากขึ้นควรจะไปพบแพทย์ทันที

ปัญหาใหญ่ที่สุดคือมีอาการคันเคือง คล้ายๆกับมีเสมหะติดคอและไอตลอดเวลา หมอแก่ๆคนนี้ ขอแนะนำเพิ่มเติมว่า ห้ามเช็ด แคะหรือทำความสะอาดถูอย่างเด็ดขาด เนื่องจากในช่องหูมีเส้นประสาทที่ต่อไปถึงคอ ทำให้เคืองคอไอ บางครั้งเจ็บ(Arnold’s nerve reflex) อีกนิดนึง หมอญี่ปุ่น แนะนำให้ฝึก กล้ามเนื้อฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis) โดยการอ้าปากให้เต็มที่ อ้าค้างไว้ประมาณ 20 วินาที ทำบ่อยๆ อาจจะช่วยลดอาการไอลงได้
สำคัญที่สุดคือพยายามจำกัดหรือกำจัดความเครียด
ตอนนี้หมอก็เครียดมากไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไรดี

ที่อยู่

Phaholyothin
Lampang
52000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 11:00
อังคาร 09:00 - 11:00
พุธ 09:00 - 11:00
พฤหัสบดี 09:00 - 11:00
ศุกร์ 09:00 - 11:00
เสาร์ 09:00 - 11:00

เบอร์โทรศัพท์

+6654222675

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกหูคอจมูก ลำปาง หมอสุรชัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกหูคอจมูก ลำปาง หมอสุรชัย:

ทางลัด

แชร์

ประเภท