คลินิกแพทย์แผนไทยรพ.สต.บ้านห้วยไซ

คลินิกแพทย์แผนไทยรพ.สต.บ้านห้วยไซ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คลินิกแพทย์แผนไทยรพ.สต.บ้านห้วยไซ, โรงพยาบาล, รพ. สต. บ้านห้วยไซ, Lamphun.

ให้บริการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกแบบครบวงจร
- ตรวจชีพจรตรีธาตุ
- ตรวจ วินิจฉัยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- จ่ายยาสมุนไพรสำเร็จรูป
- จ่ายยาสมุนไพรยาแผนไทยปรุงเฉพาะราย
- หัตถการ นวดรักษา เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ

🩺🌿 เรื่องน่ารู้ | “กษัยท้น” โรคโบราณที่เชื่อมโยงกับกรดไหลย้อนและโรคทางเดินอาหารในปัจจุบัน“กินแล้วท้นยอดอก แน่นหน้าอก เรอ...
19/05/2026

🩺🌿 เรื่องน่ารู้ | “กษัยท้น” โรคโบราณที่เชื่อมโยงกับกรดไหลย้อนและโรคทางเดินอาหารในปัจจุบัน

“กินแล้วท้นยอดอก แน่นหน้าอก เรอเปรี้ยว แสบคอ”
อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงโรคของคนยุคใหม่ แต่มีบันทึกไว้ในตำราแพทย์แผนไทยมาช้านาน ในนามของ “กษัยท้น”

📖 ตำราเวชกรรมไทยกล่าวถึงอาการว่า
“ครั้นบริโภคอาหารเข้าไปน้อยก็ดี มากก็ดี จึงกระทำให้ท้นขึ้นมายอดอก”

อาการดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับ “โรคกรดไหลย้อน (GERD)” ในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองหลอดอาหาร คอหอย หรือแม้แต่ทางเดินหายใจ

🔎 เมื่อระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ
โดยปกติร่างกายจะมีกลไกป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมา แต่หากกล้ามเนื้อหูรูดระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหารอ่อนแรง หรือกระเพาะอาหารย่อยและเคลื่อนตัวช้าลง จะทำให้อาหารและน้ำย่อยตกค้าง เกิดแรงดันในกระเพาะอาหาร และดันกรดไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย

จึงเกิดอาการต่าง ๆ เช่น
▪️ แสบร้อนกลางอก
▪️ จุกแน่นยอดอก
▪️ เรอเปรี้ยว รสขมในคอ
▪️ ท้องอืด แน่นท้องหลังอาหาร
▪️ คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย
▪️ ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือเจ็บคอ

📌 หากเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง อาจนำไปสู่
▪️ หลอดอาหารอักเสบ
▪️ แผลในกระเพาะอาหาร
▪️ แผลในหลอดอาหาร
▪️ ระบบย่อยอาหารแปรปรวน

🩻 บางครั้งอาการอาจคล้ายกับโรคอื่นในระบบทางเดินอาหาร เช่น
🔹 แผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer)
มักปวดหรือแสบท้องตอนท้องว่าง หรือก่อนมื้ออาหาร อาการดีขึ้นเมื่อกินอาหารหรือยาลดกรด

🔹 ลำไส้แปรปรวน (IBS)
มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องผูกหรือท้องเสียสลับกัน ซึ่งมักสัมพันธ์กับความเครียดและพฤติกรรมการกิน

🔹 ภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า (Gastroparesis)
ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนาน แน่นท้อง อิ่มเร็ว คลื่นไส้ และเพิ่มโอกาสเกิดกรดไหลย้อน

🔹 ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กมากผิดปกติ (SIBO)
ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สมาก และระบบย่อยอาหารผิดปกติ

🌿 แพทย์แผนไทยใช้สมุนไพรช่วยบรรเทาอาการร่วมกับการปรับพฤติกรรม

🟡 ขมิ้นชัน
▪️ ช่วยขับลม ลดท้องอืด ท้องเฟ้อ
▪️ กระตุ้นการย่อยไขมัน
▪️ ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร
▪️ ยับยั้งเชื้อ H. pylori ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะอาหาร

🟢 ลูกยอ
▪️ ช่วยย่อยอาหารและขับลม
▪️ ลดแรงดันในกระเพาะอาหาร
▪️ ช่วยลดการอักเสบของหลอดอาหารและกระเพาะ
▪️ ช่วยลดการหลั่งกรด

💡 การรักษาที่สำคัญที่สุด คือ “การปรับพฤติกรรม”
✅ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา
✅ ไม่กินอิ่มเกินไป
✅ หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว และมื้อดึก
✅ งดชา กาแฟ แอลกอฮอล์ และบุหรี่
✅ ไม่นอนทันทีหลังอาหาร
✅ ลดความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

🚨 ควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้
▪️ อาเจียนเป็นเลือด
▪️ ถ่ายดำ
▪️ กลืนลำบาก
▪️ น้ำหนักลดผิดปกติ
▪️ เจ็บหน้าอกรุนแรง หรืออาการเรื้อรังไม่ดีขึ้น

🌿 “กษัยท้น” ในอดีต สะท้อนภูมิปัญญาที่มองเห็นความเชื่อมโยงของระบบย่อยอาหารกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทางการแพทย์ปัจจุบันว่า…การดูแลอาหาร อารมณ์ และการดำเนินชีวิต คือหัวใจสำคัญของการป้องกันโรคทางเดินอาหารอย่างยั่งยืน

Cr.สมุนไพรอภัยภูเบศร

#รู้ทันโรค #กษัยท้น #กรดไหลย้อน #แผลในกระเพาะอาหาร #สมุนไพรไทย #ขมิ้นชัน #ลูกยอ #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

ประชาสัมพันธ์วำหรับหลักสูตร ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย  330 ชั่วโมง
09/04/2026

ประชาสัมพันธ์วำหรับหลักสูตร ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330 ชั่วโมง

💥เปิดรับสมัครอบรมหลักสูตร “ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 330 ชั่วโมง” รุ่นที่ 6 💥
✅ หลักสูตรผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
✅ สอนโดยอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
✅ มีการเรียนการสอนที่เข้มข้น เช่น การเรียน Anatomy ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติกับอาจารย์ใหญ่ การกดจุดแผนจีน และการตรวจร่างกาย ฯลฯ
✅ จบเเล้วได้ใบประกาศนียบัตร 2 ภาษา
✅ สามารถปฏิบัติงานในสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน และเป็นวิทยากรผู้สอนในหลักสูตรต่างๆได้ตามข้อกำหนดของกระทรวงฯ
📆 เริ่มเรียนวันที่ 15 มิถุนายน 2569 - 11 กันยายน 2569
เรียนจันทร์ - อาทิตย์ 17.00-20.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
🌟รับสมัครจำนวน 30 ท่าน🌟
🏥 ฝึกอบรม ณ ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

📍สนใจสมัครอบรม
คลิก >>>https://forms.gle/PLmXKutkh2JitoSJ6
หรือแอดไลน์ : ziiinnne
หรือกรอกใบสมัครที่ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน เวลา 08.30 - 18.00 น.
📨 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 พฤษภาคม 2569
☎️สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 094-6055558
แอดไลน์ : ziiinnne
หรือทักแชทเพจได้เลยค่ะ

#ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย #นวด330ชั่วโมง #เรียนนวด #นวด #เรียนนวดเชียงใหม่ #ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ #คณะแพทยศาสตร์มช #เชียงใหม่

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อกัน
11/03/2026

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อกัน

👉เช็กหน่อย… วันนี้คุณ ยืดเหยียดร่างกายแล้วหรือยัง?
10 ท่ายืดเหยียดง่าย ๆ 😍
ลดตึงคอ บ่า ไหล่ หลัง จากการนั่งนาน ๆ
ทำวันละนิด ร่างกายจะขอบคุณคุณเอง 🧘‍♀️
#สสส #สื่อสารสุข #ยืดเหยียดร่างกาย #นั่งนาน

26/02/2026

แพงพวยที่กล่าวถึงนี้ อาจเรียก แพงพวย หรือผักแพงพวย หรือผักปอดน้ำค่ะ เป็นพืชคนละชนิดคนละวงศ์กับแพงพวยฝรั่ง แพงพวยมีชื่อที่รู้จักกันภาษาอังกฤษว่า water primrose หรือ Ludwigia adscendens (L.) H.Hara อยู่ในวงศ์ ONAGRACEAE
แพงพวยเป็นไม้ล้มลุกทอดเลื้อยบนดินใกล้แหล่งน้ำหรือลอยน้ำ ลำต้นอวบ มีรากแตกตามข้อ ส่วนข้อที่ลอยน้ำจะมีนวมสีขาวหุ้มอยู่ ใบออกตรงข้าม รูปรีหรือขอบขนาน เห็นเส้นใบชัดเจน ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ สีขาวมีแต้มสีเหลืองที่โคนกลีบด้านใน

ยอดอ่อนของแพงพวยใช้เป็นอาหารได้จึงมีชื่อเรียกเป็นผักนำหน้าค่ะ ตามข้อมูลพจนานุกรมยาจีนระบุว่า ทั้งต้นของพืชชนิดนี้ใช้เป็นยาสมุนไพรตามการแพทย์แผนจีน มีรสจืด เย็น เป็นยาขับพิษที่ใช้กันทั่วไปในแพทย์พื้นบ้านของชนเผ่าบางพื้นที่ มีสรรพคุณในการขจัดความร้อน ถอนพิษ ขับความชื้น และลดอาการบวม

ตามการใช้ดั้งเดิม นิยมรับประทานเพื่อรักษาไข้ หวัด และโรคหัด และใช้ภายนอกเพื่อรักษาโรคผิวหนัง เช่น ฝี หนอง ผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้และสิว มีรายงานตามการศึกษาการแพทย์ดั้งเดิมในประเทศอินเดียและบังกลาเทศว่าสามารถใช้ภายนอกในการรักษาแผลเรื้อรังได้ ในภูมิภาคอินโดจีน ใช้ยอดอ่อนตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำมันละหุ่งใช้เป็นยาภายนอกเพื่อรักษาโรคกลาก
#แพงพวย

04/02/2026

ต้านอนุมูลอิสระ ตามศาสตร์แผนไทย เริ่มที่ ผักสมุนไพรใกล้ตัว

4 กุมภาพันธ์ #วันมะเร็งโลก

ประชาสัมพันธ์สำหรับประชาชนในพื้นที่ ที่มีอาการ✅ปวดเข่า✅ข้อเข่าเสื่อม สามารถลงทะเบียนรับบริการพอกเข่าได้ที่รพ.สต.บ้านห้วย...
17/12/2025

ประชาสัมพันธ์สำหรับประชาชนในพื้นที่ ที่มีอาการ
✅ปวดเข่า
✅ข้อเข่าเสื่อม

สามารถลงทะเบียนรับบริการพอกเข่าได้ที่รพ.สต.บ้านห้วยไซ ได้เลยนะคะ

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #ธ สถิตในใจไทยทั่วหล้า
24/10/2025

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม
ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

#ธ สถิตในใจไทยทั่วหล้า

ช้าพลู ช่วยนอนหลับ
26/06/2025

ช้าพลู ช่วยนอนหลับ

สมุนไพรน่ารู้ | “ช้าพลู” สมุนไพรลดน้ำตาล ดูแลการนอนหลับ

“ช้าพลู” หรือ ชะพลู เป็นสมุนไพรที่เข้ายาไทยหลากหลายตำรับ ส่วนใหญ่ เข้ายาธาตุ เช่น ยาธาตุเบญจกูล (รากช้าพลู ดอกดีปลี เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิงแดง ขิงแห้ง) สรรพคุณบำรุงธาตุทั้ง 4 นอกจากนี้ยังพบว่า ใช้เพื่อช่วยในการคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยย่อยเนื่องจากมีรสเผ็ดร้อน และช่วยเรื่องการนอนหลับได้

ช้าพลู เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่จะพบเสมอในตำรับยาช่วยนอนหลับ ได้แก่ กัญชา รากช้าพลู สมอเทศหรือสมอไทย อาจมีแห้วหมูเพิ่มเข้ามา และยังพบผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่มีสรรพคุณช่วยนอนหลับและผ่อนคลาย วางจำหน่าย ทำจากสมุนไพรชื่อ คาวา คาวา ชื่อวิทยาศาสตร์ Piper methylsticom ซึ่งเป็นพืชในสกุลเดียวกับช้าพลู แม้ว่าจะไม่ค่อยพบการศึกษาวิจัยในเรื่องการนอนหลับ แต่มีข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านในกลุ่มชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยในแถบยูนนานประเทศจีน มีการใช้ช้าพลูรักษาโรคและอาการผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า โดยบดส่วนต้นรวมกับใบเป็นผง เติมเหล้าจีนลงไปหมักไว้นาน 1 เดือน แล้วนำมาดื่มเพื่อรักษาอาการ

🔍มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนเหนือดินของช้าพลู มีฤทธิ์ต้านซึมเศร้าในสัตว์ทดลอง มีฤทธิ์ปกป้องสมองจากการถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์ ในส่วนของรากมีฤทธิ์ป้องกันสมองเสื่อม
🔍การศึกษาในปี 2548 มีการศึกษาใช้ช้าพลูกับภาวะซึมเศร้าโดยทดลองในมนุษย์ พบว่า สารสกัดช้าพลูมีฤทธิ์คล้ายยาฟลูออกซิทีน (ยาแก้ซึมเศร้า)

ในด้านการลดน้ำตาลในเลือด มีการใช้อย่างกว้างขวาง ชาวบ้านมาเลเซียและไทยใช้ช้าพลูแก้เบาหวานเหมือนกัน และมีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นที่ช่วยยืนยันถึงประโยชน์ของการคุมระดับน้ำตาลในเลือด

🔬การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง
▪️การศึกษาในสัตว์ทดลอง โดยต้มช้าพลูทั้ง 5 ป้อนให้สัตว์ทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวาน โดยเปรียบเทียบกับยาลดน้ำตาลในเลือด ชื่อ ทอลบูตาไมด์และน้ำกลั่น พบว่า น้ำต้มช้าพลูทั้ง5 สามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ที่ลองที่เป็นเบาหวานได้ แต่ไม่สามารถลดในสัตว์ทดลองปกติ แต่เมื่อศึกษาต่ออีก 4 สัปดาห์ พบว่า น้ำต้มช้าพลูทั้ง5 ยังคงทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ ในขณะที่ยาทอลบูตาไมด์ลดน้ำตาลได้ไม่ดีเท่า

▪️ใบช้าพลูมีฤทธิ์ซ่อมแซมเบต้าเซลล์ของตับอ่อน และเพิ่มการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนโดยมีสาร Naringin และกรด Caffeic ซึ่งมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด และมีกรด P-coumaric มีฤทธิ์รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงมีแนวโน้มว่าอาจมีส่วนช่วยในการลดและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน ผ่านกลไก ต้านอนมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และ ลดการสร้างกลูโคสจากตับ

🔻วิธีใช้
1. นำช้าพลูทั้งต้นมาตากแห้ง ใช้ครั้งละ 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เหลือ 1/2 ส่วน นำมาดื่มอุ่นๆ เป็นชาต่างน้ำ
2. รูปแบบชาชงช้าพลู ใช้ครั้งละ 1 ซองชา ชงน้ำร้อน 15 นาที ดื่มก่อนอาหาร วันละ 2-3 เวลา

🚫 ข้อห้าม/ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร เพราะยังขาดข้อมูลเรื่องความปลอดภัย
- ในช้าพลู มีผลึกแคลเซียมออกซาเลตสูง อาจถูกดูดซึมไปตกตะกอนเกิดเป็นนิ่วในปัสสาวะ จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป และควรรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนร่วมด้วย
- ผลึกแคลเซียมออกซาเลต ไม่ละลายน้ำ ดังนั้น การกินรูปแบบยาต้ม หรือชาชงจึงไม่อันตราย

🔖ข้อมูลอ้างอิง
1. ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร. บันทึกของแผ่นดิน 14 สมุนไพรควรรู้สู้เบาหวาน (2567)
2. https://www.researchgate.net/.../368963373_Antidiabetic...
3. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36091787/
4. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36091787/

🔖 เรื่องโดยพท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น

#สมุนไพรน่ารู้ #ช้าพลู #ชะพลู #ลดน้ำตาลในเลือด #ช่วยนอนหลับ #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

ปวดเข่า จากข้อเข่าเสื่อม บรรเทาได้ด้วยสมุนไพร
19/06/2025

ปวดเข่า จากข้อเข่าเสื่อม บรรเทาได้ด้วยสมุนไพร

เรื่องน่ารู้ | ทางเลือกใหม่ในการดูแล “ข้อเข่าเสื่อม”

“โรคข้อเข่าเสื่อม” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนักมาเป็นเวลานาน เช่น ยืน เดิน หรือนั่งยองๆ เป็นประจำ อาการหลัก คือ ปวดเข่า เคลื่อนไหวลำบาก เข่าบวม หรือมีเสียงดังขณะขยับ ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้

แม้ว่าการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น การใช้ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ หรือกายภาพบำบัด จะเป็นแนวทางหลักในการบรรเทาอาการ แต่ในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่ดีในการนำศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น “การพอกเข่า” เข้ามาช่วยเสริมเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น

🦵🏻“การพอกเข่า” คืออะไร?
การพอกเข่า เป็นรูปแบบหนึ่งของภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้น, ไพล, การบูร, พิมเสน, น้ำมันสมุนไพรต่างๆ นำมาบดหรือผสมให้เป็นเนื้อครีม แล้วนำมาพอกบริเวณรอบข้อเข่า เพื่อช่วยลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดโดยไม่มีผลข้างเคียงจากยา

⁉️ทำไมจึงควร “ผสมผสาน” การพอกเข่ากับการแพทย์แผนปัจจุบัน
จากการศึกษาหลายฉบับ พบว่า การผสมผสานทั้ง 2 รูปแบบการรักษานี้ สามารถเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกันได้ดี
1. ลดการใช้ยาแก้ปวด
สมุนไพรในสูตรพอกเข่าหลายชนิด เช่น ไพล และขมิ้น มีฤทธิ์ลดการอักเสบตามธรรมชาติ ซึ่งอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวด หรือยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs ที่มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไตได้

2. ฟื้นฟู ช้ำน้อยลงหลังกายภาพบำบัด
การพอกเข่าหลังการทำกายภาพช่วยลดอาการปวดเมื่อย บวม หรืออักเสบของเนื้อเยื่อ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการทำกายภาพบำบัดได้ต่อเนื่อง และไม่ท้อแท้กลางคัน

3. เพิ่มการไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการได้เร็วขึ้น
การใช้ความร้อนจากการพอกสมุนไพร ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ส่งผลต่อการนำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณข้อเข่า ส่งผลให้ฟื้นตัวเร็ว

4. ดูแลแบบองค์รวม (Holistic Care)
ศาสตร์แผนไทยเน้นการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ การพอกเข่าอาจรวมถึงการนวดเบาๆ หรือการดูแลความสบายของผู้ป่วยด้วย ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นโดยรวม

🔬งานวิจัยสนับสนุน
มีงานวิจัยในประเทศไทยหลายฉบับที่สนับสนุนการพอกเข่า เช่น
▪️การศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า “สูตรพอกเข่าด้วยไพลและขมิ้น” สามารถลดอาการปวดและข้อยึดได้ดีกว่าการใช้ยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียวในผู้สูงอายุ
▪️งานวิจัยจากกรมการแพทย์แผนไทย ระบุว่า การใช้สมุนไพรสดร่วมกับการพอกแบบอุ่นๆ ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ มีผลลดการอักเสบของข้อเข่าอย่างมีนัยสำคัญ

🛑 ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรพอกเข่า
แม้จะปลอดภัย แต่การใช้สมุนไพรพอกเข่าก็ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เช่น
- ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีแผลเปิด หรือผิวหนังอักเสบ
- ผู้ที่แพ้สมุนไพรบางชนิด ควรทดสอบก่อน
- ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 30–60 นาที ในแต่ละครั้ง

การพอกเข่า ไม่ใช่การแทนที่การแพทย์แผนปัจจุบัน แต่เป็นการเสริมการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น เจ็บปวดน้อยลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทั้งแผนไทย และแผนปัจจุบัน

🔖เรื่องโดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์

#เรื่องน่ารู้ #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #เข่าเสื่อม #ยาพอกเข่า #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

17/06/2025

เรื่องน่ารู้ | การนวดแผนไทย กับอาการปวดกล้ามเนื้อ

“จุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ” (Myofascial Trigger Points) คือ บริเวณที่กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งสะสม จนกลายเป็นจุดเล็กๆ ที่ไวต่อการสัมผัสเมื่อกดลงไปมักจะรู้สึกเจ็บจี๊ด หรือปวดร้าวไปบริเวณอื่น อาจทำให้การเคลื่อนไหวลดลง โดยอาการปวดมักไม่เกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน แต่สะสมจากการใช้งาน

✳️ ปวดหลังส่วนบน
- มักรู้สึกปวดตื้อๆ หรือปวดลึกบริเวณคอ บ่า ไหล่
- เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งสะสม และมีจุดกดเจ็บ

✳️ ปวดส้นเท้าเรื้อรัง
- ปวดมากในก้าวแรกหลังตื่นนอน
- สาเหตุมาจากกล้ามเนื้อน่องตึง และมีจุดกดเจ็บ
- ส่งผลให้เวลาลงน้ำหนักที่เท้าจะรู้สึกเจ็บ

✅ วิธีการนวดบรรเทาอาการปวด
▪️การกดจุดตามแนว "เส้นสิบ"
ใช้นิ้วหัวแม่มือ กดลงบนจุดเฉพาะตามแนวเส้นสิบของร่างกาย เริ่มจากแรงเบา → เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่ทนได้กดแต่ละจุดนาน 5-10 วินาที โดยสามารถกดซ้ำได้

▪️การยืดกล้ามเนื้อ
หลังจากกดจุด จะมีการยึดกล้ามเนื้อในท่านอนตะแคง เช่น ยืดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน หรือน่องในท่าเข่าเหยียด

🔬งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
🔻การนวดแผนไทยช่วยลดอาการปวดหลังส่วนบนจากจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ
งานวิจัยโดย Vitsarut Buttagat และคณะ (2559) ศึกษาผู้ป่วย 50 คน ที่มีอาการปวดหลังส่วนบนร่วมกับมีจุดกดเจ็บ โดยเปรียบเที่ยบการนวดแผนไทย 30 นาที กับการรักษาหลอก พบว่า กลุ่มที่ได้รับการนวดมีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ และค่าคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่า การนวดแผนไทย มีผลช่วยคลายกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการปวดได้อย่างชัดเจน

🔻การเปรียบเทียบการนวดแผนไทยกับอัลตราชาวด์บำบัดในผู้ป่วยปวดส้นเท้าเรื้อรัง
งานวิจัยโดย Supamas Somphai และคณะ (2568) ศึกษาผู้ป่วย 60 คน ที่มีอาการปวดส้นเท้าร่วมกับมีจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อน่อง พบว่า ทั้งการนวดแผนไทยและอัลตราซาวด์บำบัด สามารถลดระดับความปวดได้ทันทีและภายใน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม อัลตราซาวด์มีแนวโน้มช่วยเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเท้าได้มากกว่าเล็กน้อย แต่การนวดแผนไทยก็ให้ผลบรรเทาปวดอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับระบบสุขภาพชุมชน

🔖ข้อมูลอ้างอิง
1. Vitsarut Buttagat, Thitipong Narktro, Kamonporn Onsrira, Chaithawat Pobsama. Short-term effects of traditional Thai massage on electromyogram, muscle tension and pain among patients with upper back pain associated with myofascial trigger points. Complement Ther Med. 2016;28:8–12.
2. Supamas Somphai, Wiraphong Sucharit, Punnee Peungsuwan, Neil Roberts, Uraiwan Chatchawan. Randomised control trial to compare the efficacy of traditional Thai massage and ultrasound therapy for treating plantar heel pain. BMC Complement Med Ther. 2025;25(1):42.

🔖จัดทำโดย: นางสาวณัฐชยา นพผล นิสิตเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 6 มหาวิทยาลัยนเรศวร

#เรื่องหน้ารู้ #นวดแผนไทย #ปวดกล้ามเนื้อ #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

ที่อยู่

รพ. สต. บ้านห้วยไซ
Lamphun

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกแพทย์แผนไทยรพ.สต.บ้านห้วยไซผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท