22/05/2026
โยคะมีองค์ประกอบหรือขั้นตอนอยู่ 8 ประการ ได้แก่
ยามะ (Yama), นิยามะ (Niyama), อาสนะ (Asana), ปราณยามะ (Pranayama), ปรัตยาหาร (Pratyahara), ธารณะ (Dharana), ธยานะ (Dhyana หรือสมาธิ) และสมาธิขั้นสูง (Samadhi) ทั้ง 8 ขั้นตอนนี้เรียกรวมกันว่า “อัษฎางคโยคะ” (Ashtanga Yoga)
แนวคิดของปตัญชลีคือ เมื่อปฏิบัติตามกระบวนการทั้งแปดนี้อย่างถูกต้อง จะเกิดสะพานเชื่อมไปสู่องค์สูงสุด แต่ในปัจจุบันผู้คนกลับเชื่ออย่างมั่นคงว่าโยคะหมายถึงเพียงท่าอาสนะ และอาสนะถูกเชื่อมโยงกับการรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรง
แน่นอนว่าอาสนะสามารถช่วยให้สุขภาพกายดีขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือ มนุษย์ควรฝึกการควบคุมตนเอง ความอดทน ความเมตตาต่อสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงการคิดอย่างสมดุลในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามหลักการเหล่านี้และฝึกอาสนะ จะได้รับประโยชน์จากการฝึกอย่างแท้จริง
ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักไม่ใส่ใจเรื่องอาหาร แนวทางของโยคะไม่ได้หมายถึงการกินทุกสิ่งทุกอย่างที่มองเห็นว่าเป็นอาหาร วิธีง่ายที่สุดในการมีสุขภาพที่ดีคือการรับประทานอาหารที่เรียบง่ายเมื่อรู้สึกหิว
ปัญหามักเกิดขึ้นกับผู้ที่บริโภคอาหารเค็มจัด หรืออาหารที่มีรสขม เปรี้ยว และเค็มมากเกินไป การฝึกโยคะจะเป็นเรื่องง่ายและเกิดประโยชน์มากขึ้น หากเราพัฒนาความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ทุกสิ่งควรถูกบริโภคด้วยความรู้และความเข้าใจ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีที่เราสร้างนิสัยให้กับร่างกาย ร่างกายของเราถูกสร้างและหล่อหลอมจากนิสัยต่าง ๆ ผู้คนส่วนใหญ่พึ่งพาพื้นดินทุกครั้งที่นั่งหรือยืนอยู่บนโลก
การสร้างนิสัยทางกายที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเริ่มต้นมีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเพลิดเพลิน เช่นเดียวกัน สุขภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับนิสัยการกิน การดื่ม และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน...
คำแปลภาษาไทย..ในทุกด้านของชีวิตมนุษย์
เราพบว่าหลายคนมักมองหาและโหยหาสิ่งที่ตนไม่มี พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับกิจวัตรประจำวันอย่างต่อเนื่อง จิตใจของพวกเขาไม่เคยสงบนิ่ง และไม่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุข พวกเขาไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร และไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกกระวนกระวายอยู่เสมอ
ดังนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะฝึกโยคะหรือฝึกอาสนะ ก็อาจไม่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากชีวิต สิ่งสำคัญคือมนุษย์ควรเรียนรู้วิธีทำให้จิตใจสงบและเงียบภายใน เราควรเรียนรู้ที่จะดูแลชีวิตให้มีสุขภาพที่ดี และใส่ใจกับสิ่งที่รับประทาน เพื่อให้การฝึกโยคะเกิดผลอย่างแท้จริง
ดังนั้น โยคะไม่ได้หมายถึงการฝึกอาสนะให้มากขึ้นเท่านั้น แต่โยคะคือ “วิถีแห่งชีวิต” หรือ “แนวทางที่ถูกต้องในการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น”
ในหนังสือเล่มนี้มีการกล่าวถึงอาสนะ ปราณยามะ และหัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้อง มีการวาดภาพประกอบท่าอาสนะเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเกี่ยวกับการหายใจเข้า การหายใจออก และการกลั้นลมหายใจ
หากปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้อย่างถูกต้อง ก็จะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน โรคภัยต่าง ๆ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับจิตใจ ผู้เขียนพยายามอธิบายและเชื่อมโยงระหว่างโรคกับสภาพจิตใจในส่วนที่เหมาะสม
การเกิดโรคไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือในชั่วข้ามคืน โรคเป็นเพียงผลลัพธ์และการแสดงออกของการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ร่างกายของมนุษย์กลายเป็นเหยื่อของโรคเพราะขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ผู้ฝึกควรปฏิบัติอาสนะด้วยความอดทน ความแม่นยำ และความศรัทธา เมื่อบุคคลพัฒนาความเข้าใจที่ถูกต้องและฝึกจิตใจของตน ร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นฟูสุขภาพและแข็งแรงขึ้น ความสม่ำเสมอในการฝึกและความศรัทธาที่มั่นคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
เช่นเดียวกัน ผู้เขียนได้พยายามอธิบายเรื่องปราณยามะ มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งโดยไม่มีอาหารหรือน้ำ แต่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากปราศจาก “พลังชีวิต” หรือ “ปราณ”
เมื่อปราณหรือพลังชีวิตมีความสำคัญมากเช่นนี้ เหตุใดเราจึงไม่พัฒนาทัศนคติและแนวทางที่ถูกต้องเพื่อทำความเข้าใจพลังชีวิต?
บุคคลหนึ่งจะถือว่าฝึกปราณยามะได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเขาเข้าใจว่าปราณหรือพลังชีวิตคืออะไร และรู้ว่าควรพัฒนาและฝึกฝนมันอย่างเป็นระบบและมีหลักการ
หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงการฝึกปราณยามะไว้ และเมื่อผู้ฝึกพัฒนาวิธีการและแนวทางที่ถูกต้องในการใช้พลังปราณในชีวิตประจำวัน การฝึกนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยในชีวิต...
คำแปลภาษาไทย..ในชีวิตประจำวัน การฟอกและทำให้เลือดบริสุทธิ์เกิดขึ้นได้จากการหายใจลึก
หากบุคคลใดยอมรับและเข้าใจหลักการพื้นฐานนี้ เขาจะสามารถบรรลุหลายสิ่งหลายอย่างและดำเนินชีวิตได้ดีขึ้น
ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้กล่าวถึงประสบการณ์พิเศษอย่างหนึ่งที่ตนเองได้สัมผัสมา มนุษย์ทุกกลุ่มต่างใช้พลังแห่งความคิดเพื่อดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี
ครั้งหนึ่ง ลามะจากประเทศจีนและข้าพเจ้าได้เป็นผู้บรรยายต่อหน้าผู้คนในงานประชุมที่ฮ่องกง เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องความตาย ในโอกาสนั้น ลามะได้อธิบายอย่างละเอียดถึงวิธีการดำเนินชีวิตให้เต็มไปด้วยความสุขและความเบิกบาน โดยให้คำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับการกระทำต่าง ๆ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง
มนุษย์จะได้รับผลประโยชน์จากชีวิตอย่างเต็มที่ หากปฏิบัติตามกระบวนการทั้งห้าประการ มนุษย์ทุกคนบนโลกสามารถปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ในกิจวัตรประจำวันของตนได้ และบรรดานักปราชญ์หรือฤษีต่างได้กล่าวถึงคุณค่าและประโยชน์ของการนำหลักการเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง
บุคคลควรตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในการมุ่งจิตใจไปสู่ทิศทางที่เหมาะสมในการฝึกอาสนะ โดยควรฝึกขณะท้องว่าง
หากบุคคลหนึ่งกำลังเจ็บป่วย เขาควรตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะกลับมามีสุขภาพดี และหากบุคคลนั้นมีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว เขาควรตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยให้โรคภัยเข้ามาสู่ร่างกาย
ทัศนคติและแนวทางในการใช้ชีวิตเช่นนี้ เป็นสิ่งที่หนังสือเล่มนี้เน้นย้ำเป็นพิเศษ
ข้าพเจ้าขอแสดงความซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อคุณ Kaushikbhai Chauhan และคุณ Wagahavan ที่ช่วยสร้างสรรค์ภาพประกอบท่าอาสนะ ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความสมบูรณ์และสวยงาม
ข้าพเจ้าขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อศาสตราจารย์ Niranjanbhai Bateriwala ที่ช่วยแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษ
และข้าพเจ้าจะไม่ลืมที่จะแสดงความขอบคุณต่อคุณ Prasannabhai Kulkarni สำหรับการจัดทำหนังสือเล่มนี้ให้มีความน่าสนใจด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ
หนังสือเล่มนี้กำลังได้รับการจัดพิมพ์ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าจึงยินดีอย่างยิ่ง และในการพิมพ์ครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้เพิ่มบางบทเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่านมากขึ้น
26 มกราคม 2004
วันสาธารณรัฐอินเดีย
วันวสันต์ปัญจมี (Vasant Panchami)
Dr. Naresh Bhatt
H-30, Pali Hill-3, Tithal Road
Valsad-360001, Gujarat, India
1
คำแปลภาษาไทยของข้อความในภาพ:
ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีคุณค่า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาความสงบของจิตใจท่ามกลางสิ่งยั่วยุในโลก และดำเนินชีวิตด้วยปัญญาและความพอดี ย่อมได้รับการเรียกว่าเป็นผู้มีสุขภาพดี
– ชารก (Charak)
ปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกคุ้นเคยกับคำว่า “โยคะ” แต่แท้จริงแล้ว “โยคะ” เป็นเพียงขั้นตอนที่สามหรือจุดสำคัญลำดับที่สามของ อัษฎางคโยคะ (Ashtanga Yoga)
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า อาสนะ (Asana) หรือท่าทางต่าง ๆ คือโยคะทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว โยคะประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ประการ ได้แก่
1. ยามะ (Yama) – การควบคุมตนเองหรือการยับยั้งชั่งใจ
2. นิยามะ (Niyama) – หลักปฏิบัติหรือวินัยในชีวิต
3. อาสนะ (Asana) – ท่าทางของร่างกาย
4. ปราณยามะ (Pranayama) – การควบคุมลมหายใจ
5. ปรัตยาหาร (Pratyahara) – การถอนประสาทสัมผัสออกจากสิ่งภายนอก
6. ธารณา (Dharana) – การจดจ่อหรือการตั้งมั่นของจิต
7. ธยาน (Dhyan) – การทำสมาธิ
8. สมาธิ (Samadhi) – ภาวะสมาธิขั้นสูงที่จิตแน่วแน่ลึกซึ้ง
ยามะ (Yama) มี 5 ประการ ได้แก่
• อหิงสา (ไม่เบียดเบียน)
• ความจริง
• ไม่ลักขโมย
• พรหมจรรย์หรือการควบคุมตน
• ไม่ยึดติดหรือสะสมเกินความจำเป็น
นิยามะ (Niyama) มี 5 ประการ ได้แก่
• ความบริสุทธิ์ของกายและใจ
• ความพอใจในตนเอง
• ความเพียรและการฝึกฝน
• การศึกษาตนเอง (Swadhyaya)
• การตั้งจิตอยู่กับพระเจ้า
ขั้นที่สามคือ อาสนะ (Asanas)
ปัจจุบันหลายคนให้ความสำคัญกับ ปราณยามะ (การควบคุมลมหายใจ) มากขึ้น
เมื่อประสาทสัมผัสละทิ้งการยึดติดกับสิ่งภายนอกและติดตามจิตใจ ภาวะนั้นเรียกว่า ปรัตยาหาร (Pratyahara)
ตัวอย่างเช่น เมื่อคนเรามองดอกไม้ ดวงตาจะสัมผัสดอกไม้และจิตจะจดจ่ออยู่กับภาพของดอกไม้ ภาพนั้นจะคงอยู่ในความคิด แต่เมื่อบุคคลสามารถหยุดไม่ให้ภาพเหล่านั้นเข้ามาครอบงำจิตใจได้ จิตใจก็จะสงบและนิ่ง
ภาวะนั้นเรียกว่า ปรัตยาหาร
ในภาวะนี้ ประสาทสัมผัสจะไม่สร้างภาพหรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ให้จิตใจอีกต่อไป และจิตจะซึมซับอยู่กับความงดงามภายในตนเอง
หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นของ ธารณา (Dharana)
เมื่อจิตตั้งมั่นอยู่กับความคิดหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่ในช่วงเวลาหนึ่ง เรียกว่า “ธารณา”
หมายความว่า จิตสามารถตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างมั่นคง ทั้งภายในและภายนอก
เมื่อจิตซึมลึกเข้าสู่ภาวะธารณา แนวโน้มและความฟุ้งซ่านทางจิตใจต่าง ๆ ของมนุษย์จะเริ่มสงบลง
ข้อความนี้อธิบายว่า โยคะไม่ได้หมายถึงแค่การทำท่าอาสนะ แต่เป็นเส้นทางของการพัฒนาร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณอย่างครบถ้วน.
2
คำแปลภาษาไทย:
เมื่อจิตดำเนินไปในทิศทางนั้น ภาวะนี้เรียกว่า การทำสมาธิ (Meditation)
ขั้นสุดท้ายหรือจุดหมายสูงสุดคือ สมาธิขั้นลึก (Samadhi) เมื่อภาพลักษณ์และสิ่งเร้าภายนอกทั้งหมดสลายหายไปในทันที เป้าหมายของการทำสมาธิจะปรากฏชัด ในขณะนั้น จิตวิญญาณของบุคคลจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ภาวะนี้เรียกว่า สมาธิ (Samadhi) หรือการมีจิตแน่วแน่อย่างลึกซึ้ง
จุดมุ่งหมายสูงสุดของโยคะคือ สมาธิ (Samadhi)
ร่างกายจำเป็นต้องได้รับการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ อากาศ น้ำ และอาหาร ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการบรรลุจุดประสงค์นี้
ความสำคัญของอากาศที่ดี
ร่างกายไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากไม่มีการหายใจ ดังนั้น อากาศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
หากบุคคลหายใจในลักษณะที่ทำให้อากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ปอดได้อย่างลึก ร่างกายจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากอากาศนั้น
ร่างกายไม่ได้รับประโยชน์จากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์หรือการหายใจสั้น ๆ
นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำประมาณ 8–10 แก้วต่อวัน
เช่นเดียวกัน อาหารมีบทบาทสำคัญต่อการค้ำจุนและการดำรงอยู่ของร่างกาย
ปัจจุบัน เราพบว่าหลายคนมีรูปร่างใหญ่หรือมีน้ำหนักเกินเกือบทุกครัวเรือน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องใส่ใจว่า
• เรากินอะไร
• และร่างกายย่อยได้มากเพียงใด
ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ขณะที่การเคลื่อนไหวทางร่างกายกลับลดลงอย่างมาก
จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะพบผู้ที่มีน้ำหนักเกินมากขึ้น
โดยเฉลี่ย มนุษย์ต้องการพลังงานประมาณ 2,000 แคลอรีต่อวัน แต่หลายคนกลับบริโภคมากกว่านั้น
เมื่อกระเพาะอาหารอิ่มแล้ว บางคนยังรับประทานไอศกรีมต่อ โดยคิดว่ายังไม่ได้กินมากนัก แต่ไม่ตระหนักว่า การกินไอศกรีมเพียงหนึ่งครั้งอาจเพิ่มพลังงานได้อีกประมาณ 350 แคลอรี
ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่รับประทานผลไม้น้อยเกินไป
ใยอาหารที่เราได้รับจากผลไม้ ผักปรุงสุก และผักบางชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก
ปัจจุบัน คนจำนวนมากแทบเลิกบริโภคถั่วและธัญพืชแล้ว
ในสมัยก่อน ผู้คนมักรับประทานถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเย็นเป็นประจำ
ถั่วอุดมไปด้วย โปรตีน และมีบทบาทสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อของร่างกาย
ร่างกายมนุษย์ต้องการไขมันและคาร์โบไฮเดรตเพียงในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น
ข้อความนี้สรุปแนวคิดว่า โยคะไม่ได้ดูแลเฉพาะจิตใจ แต่ยังให้ความสำคัญกับลมหายใจ น้ำ อาหาร และความสมดุลของร่างกายเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์.
Le Yoga : bien plus que des postures, une véritable philosophie de vie
Aujourd’hui, le mot « Yoga » est connu partout dans le monde. Pourtant, beaucoup de personnes pensent que le yoga consiste uniquement à pratiquer des postures physiques appelées Asanas. En réalité, les postures ne représentent qu’une partie d’un chemin beaucoup plus vaste.
Selon la tradition de Patanjali, le yoga est composé de huit étapes fondamentales appelées Ashtanga Yoga, ou « les huit membres du yoga » :
1. Yama – La maîtrise de soi et les principes éthiques
2. Niyama – La discipline personnelle et les règles de vie
3. Asana – Les postures du corps
4. Pranayama – La maîtrise de la respiration
5. Pratyahara – Le retrait des sens du monde extérieur
6. Dharana – La concentration
7. Dhyana – La méditation
8. Samadhi – L’état d’unité profonde et d’éveil intérieur
Le but du yoga n’est donc pas seulement d’améliorer la souplesse du corps ou de maintenir une bonne condition physique. Il cherche à créer une harmonie entre le corps, l’esprit et l’âme.
Le corps et l’esprit sont étroitement liés
Le yoga enseigne que la santé ne dépend pas uniquement de l’exercice physique. Elle est aussi influencée par :
• notre alimentation,
• notre respiration,
• nos habitudes quotidiennes,
• notre état émotionnel,
• notre manière de penser.
Aujourd’hui, beaucoup de personnes vivent dans l’agitation permanente. Elles recherchent constamment ce qu’elles n’ont pas encore, s’inquiètent pour l’avenir ou restent attachées au passé. Leur esprit ne connaît jamais le repos.
Même si elles pratiquent des postures de yoga, elles risquent de ne pas recevoir les véritables bénéfices du yoga tant que leur esprit reste agité.
L’importance de la respiration et de l’énergie vitale
L’être humain peut survivre quelque temps sans nourriture ni eau, mais il ne peut vivre sans respiration.
Dans la tradition yogique, cette énergie vitale est appelée Prana.
Le Pranayama permet de développer et d’équilibrer cette énergie grâce à une respiration consciente et profonde. Une respiration correcte contribue à :
• purifier le sang,
• calmer l’esprit,
• améliorer l’énergie du corps,
• renforcer la santé globale.
Une alimentation simple et consciente
Le yoga enseigne également que l’alimentation doit être pratiquée avec sagesse et modération.
Une nourriture simple, naturelle et équilibrée favorise une meilleure santé :
• davantage de fruits et légumes,
• suffisamment d’eau,
• des aliments naturels,
• une consommation modérée de matières grasses et d’excès alimentaires.
Il ne s’agit pas seulement de manger, mais de comprendre ce que notre corps reçoit réellement.
Conclusion
Le yoga n’est pas uniquement une série d’exercices physiques.
Le yoga est une manière de vivre.
C’est un chemin vers l’équilibre, la conscience de soi, la paix intérieure et une meilleure qualité de vie.
Prendre soin du corps, apaiser l’esprit et nourrir l’âme : voilà la véritable essence du yoga.