งานวิจัยสร้างภูมิคุ้มกัน HIV

งานวิจัยสร้างภูมิคุ้มกัน HIV เอดส์ วัณโรคปอด สร้างภูมิบำบัด
Call center : ให้คำปรึกษาการสร้างภูมิบำบัดโรค ติดเชื้อที่ปอด วัณโรคปอด ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ติดเชื้อ HIV

💢 ทำไม COVID  19 จึงเจาะจงโจมตีปอดมนุษย์ มากกว่าอวัยวะอื่นกดดูข้อมูลที่ลิงค์https://shop.line.me//product/319683244
08/01/2021

💢 ทำไม COVID 19 จึงเจาะจงโจมตีปอดมนุษย์ มากกว่าอวัยวะอื่น
กดดูข้อมูลที่ลิงค์
https://shop.line.me//product/319683244

03/01/2021

#ผู้ติดเชื้อ HIV ระยะสุดท้าย จะมีโอกาสรอด

ผู้ติดเชื้อ HIV จะมีความเสี่ยงติดเชื้อฉวยโอกาสมากขึ้น💥
หาก CD4 ลดลงจนต่ำกว่า 200 cell/cu.mm.🔥🔥

ดังนั้นผู้ติดเชื้อ ควรเน้นการเพิ่ม CD4
เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
☎️ 090-465-6360

ข้อมูลงานวิจัยแคปซูล เพิ่ม CD4
กดเพิ่มเพื่อนที่ลิงค์
https://lin.ee/it5dZnz

💢เอดส์หายได้ ติดเชื้อ HIV สามารถทำให้เสมือนหายได้ ความหวังผู้ติดเชื้อ HIV ไม่สิ้นหวังแล้ว ด้วยนวัตกรรมงานวิจัย แคปซูล เพ...
12/12/2020

💢เอดส์หายได้ ติดเชื้อ HIV สามารถทำให้เสมือนหายได้ ความหวังผู้ติดเชื้อ HIV ไม่สิ้นหวังแล้ว ด้วยนวัตกรรมงานวิจัย แคปซูล เพิ่ม CD4

💊วงการเเพทย์ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ต้านไวรัส รักษาโรคเอดส์หรือการติดเชื้อ HIV เเต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะผลิตภัณฑ์ต้านไวรัสไม่ได้ฆ่าเชื้อ HIV มันเพียงไประงับการ Copy ตัวเองของไวรัส อีกทั้งผลิตภัณฑ์ต้านไวรัสเหล่านี้มีผลข้างเคียง ทั้งระยะสั้นระยะยาว โดยสรุปเเล้วคือผลิตภัณฑ์ต้านควบคุมเชื้อ HIV ควบคุมโรคเอดส์ ได้ระดับหนึ่ง เเต่รักษาไม่ได้

เพราะทันทีที่หยุดใช้ HIV จะกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขึ้นมาเป็นหมื่นเป็นเเสน ภายในเวลา 15 วัน ภายใน 30 วัน

ในระยะเวลา 4-5 ปีหลัง จึงมีความพยายามที่จะใช้วิธีการอื่น เพื่อจะความคุมเชื้อ HIV หรือฆ่าเชื้อ HIV โดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ต้าน และมีการเเข่งขันกันของหลายๆ บริษัท เเต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

💥คณะนักวิจัย Operation BIM ของเราได้ประสบความสำเร็จในการสร้างสูตร สูตรหนึ่งที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างชัดเจน โดยมีการทดสอบที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการเเพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าสามารถกระตุ้น เม็ดเลือดขาว Th1 ได้ถึง 200% เเละ Th 17 ได้ถึง 500% ในวันที่ 15 จากการ ใช้เพียง 4 เเคปซูลต่อวัน

เม็ดเลือดขาว Th1 เเละ Th17 ที่เรากระตุ้นขึ้นมามีคุณสมบัติในการหลั่งสารที่จะจัดการกับเชื้อ HIV และเชื้อไวรัสต่างๆ ได้ เเละนอกจากนี้เเล้วทั้ง Th1 เเละ Th17 ก็จะร่วมกันกระตุ้นเม็ดเลือดขาวอีกตัวหนึ่งในร่างกายของเราก็คือ เซลล์ T พิฆาต หรือ killer T cell ซึ่งมีหน้าที่หลักในการจัดการกับสิ่งเเปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย

ล่าสุดเราก็ได้พบว่า เราสามารถช่วยผู้ที่ติดเชื้อ HIV ใหม่ ที่ยังไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ต้านไวรัสเลย ให้ตรวจไม่พบเชื้อ HIV อย่างต่อเนื่องเเล้ว 8 ราย เเล้วก็ยังมีผู้ที่มีเชื้อ HIV ลดลงมาเรื่อยๆ อีก 10 ราย รวมทั้งหมด 18 ราย

ทำให้เราเชื่อมั่นว่านวัตกรรมของเราสามารถทำให้เชื้อ HIV หมดฤทธิ์ หรือ เสมือนหาย และอาจจะปลอดเชื้อแล้วก็ได้

💊แคปซูลงานวิจัย เพิ่ม CD4
สร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับ ผู้ป่วยเอดส์ และผู้ติดเชื้อ HIV

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
☎️ 090-465-6360

ติดตามข้อมูลงานวิจัย
กดเพิ่มเพื่อนที่ลิงค์
https://lin.ee/it5dZnz

09/12/2020

💊ข่าวดี...ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย มีทางรอดแล้ว

#นวัตกรรมแห่งชาติเพื่อช่วยผู้ป่วยเอดส์ ให้มีค่า CD4 สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันจัดการเชื้อฉวยโอกาส ในผู้ป่วยเอดส์ และกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV ให้มีปริมาณลดลง
เพิ่มเวลาให้กับชีวิต เนรมิตรชีวิตใหม่ ด้วยงานวิจัยสร้างภูมิบำบัด นวัตกรรมใหม่ในการดูแลปัญหาการติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.090-465-6360, 089-999-2935

#สั่งซื้องานวิจัยภูมิบำบัดได้ที่

คลิกลิ๊งค์เพื่อรับข้อมูลงานวิจัยเพิ่มเติม
https://line.me/R/ti/p/%40bim100club

💢Cytomegalovirus InfectionCytomegalovirus Infection คือ โรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัสหรือเชื้อซีเอ็มวี (Cyto...
08/12/2020

💢Cytomegalovirus Infection
Cytomegalovirus Infection คือ โรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไซโตเมกาโลไวรัสหรือเชื้อซีเอ็มวี (Cytomegalovirus; CMV) ทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า หรือปอดบวม สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ไม่ค่อยแสดงอาการ แต่หากเป็นทารกหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีอาการรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ภาวะแทรกซ้อนของโรคยังอาจทำให้ตาบอดหรือหูหนวก

หลังจากผู้ป่วยได้รับเชื้อไซโตเมกาโลไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เชื้อไวรัสดังกล่าวจะกระจายไปอยู่ตามของเหลวภายในร่างกาย อย่างน้ำลาย เลือด อสุจิ และน้ำนม โดยสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านทางการสัมผัสโดนสารคัดหลั่ง การมีเพศสัมพันธ์ หรือการเปลี่ยนถ่ายเลือด ทั้งนี้ Cytomegalovirus Infection เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่สามารถใช้ยาเพื่อควบคุมเชื้อภายในร่างกายที่ทำให้เกิดอาการได้

💢Cytomegalovirus Infection

อาการของ Cytomegalovirus Infection
ผู้ติดเชื้อที่มีสุขภาพดีมักไม่มีอาการปรากฏให้เห็น แต่ในบางรายอาจมีอาการไม่สบายที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้สูง เบื่ออาหาร หรือรู้สึกเหนื่อยล้า เป็นต้น

เชื้อไซโตเมกะโลไวรัสอาจเป็นทำให้เกิดอาการรุนแรงได้ในคน 2 กลุ่ม ดังนี้

💢ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อเอชไอวีผ่านการปลูกถ่ายอวัยวะหรือเซลล์ และผู้ที่มีอาการป่วยรุนแรง เป็นต้น ซึ่งเชื้อ CMV ที่กระจายไปทั่วร่างกายจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อตามอวัยวะต่าง ๆ อย่างดวงตา ระบบทางเดินอาหาร ปอด ตับ และสมอง เชื้อเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกิดความเสียหายต่ออวัยวะนั้น ๆ จนส่งผลต่อการทำงานและเกิดความผิดปกติขึ้น เช่น ตาพร่า เห็นจุดดำขณะมอง (ฺBlind Spot) รู้สึกเจ็บขณะกลืนอาหาร ท้องเสียบ่อย ปวดท้อง ปวดศีรษะ หอบเหนื่อย เป็นเหน็บ ชาตามสันหลัง ไม่มีสมาธิ โคม่า หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นต้น

ด้วยอาการที่รุนแรงและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่สูงกว่าคนกลุ่มอื่น ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำจึงควรเข้ารับการตรวจเลือดเป็นประจำ เพื่อทราบสถานะการติดเชื้อ ซึ่งอาจช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้

💢ทารก
ทารกอาจได้รับเชื้อจากมารดาที่ติดเชื้อหรือได้รับเชื้อจากการดื่มนมแม่ โดยผู้ติดเชื้อที่กำลังตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด โดยทารกแรกเกิดที่ติดเชื้ออาจมีอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ศีรษะเล็กกว่าปกติ มีผื่นหรือรอยสีม่วงเป็นปื้นตามร่างกาย ตาเหลือง ตัวเหลือง ม้ามโต ตับโตและมีปัญหาในการทำงาน ปอดบวม ชัก มีพัฒนาการช้า ตาบอด และหูหนวก เป็นต้น อาการ Cytomegalovirus Infection ในทารกอาจไม่ปรากฏทันทีที่คลอด แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนไปจนถึงหลายปีจึงจะพบอาการ นอกจากนี้ การได้รับเชื้อในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อาจรุนแรงกว่าการได้รับเชื้อในช่วงอื่น และบางรายอาจเสี่ยงต่อการแท้งได้จากการติดเชื้อ

ดังนั้น เมื่อทราบว่าตนเองหรือทารกมีอาการในลักษณะนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

💢สาเหตุของ Cytomegalovirus Infection
โรคนี้สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่ง อย่างน้ำลาย น้ำนม น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นในช่องคลอด และเลือด นอกจากนี้ เชื้อไซโตเมกาโลไวรัสอาจแพร่กระจายจากคนสู่คนจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันกับผู้ป่วย การสัมผัสดวงตา โพรงจมูก ช่องปากภายหลังจากการสัมผัสเชื้อ การเข้ารับการถ่ายเลือดหรือปลูกถ่ายอวัยวะ รวมไปถึงมารดาที่มีเชื้อตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรก็สามารถแพร่เชื้อไปสู่ทารกได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ที่กำลังใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำมักมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อชนิดนี้สูงกว่าคนทั่วไป

💥 3 ระยะก่อนเป็นโรคเอดส์การแบ่งระยะของผู้ติดเชื้อ จะแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยมีอาการที่แตกต่างกันในแต่ละระยะ และขึ้นอยู่กับสภา...
07/12/2020

💥 3 ระยะก่อนเป็นโรคเอดส์

การแบ่งระยะของผู้ติดเชื้อ จะแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยมีอาการที่แตกต่างกันในแต่ละระยะ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ล่ะบุคคล และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ล่ะบุคคล ทั้ง 3 ระยะมีอาการอย่างไรมาทราบไปพร้อมๆ กัน ค่ะ

🔴 ระยะแรกของการติดเชื้อ เรียกว่า “ ระยะเฉียบพลัน ” เป็นช่วงระหว่าง 2-4 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อมา ในระยะนี้ผู้ติดเชื้อส่วนมาก จะเริ่มมีอาการเหมือนเป็น #ไข้หวัดใหญ่ มีอาการ #มีไข้ #เจ็บคอ #ต่อมน้ำเหลืองโต #ปวดเมื่อยตามร่างกาย #มีผื่นและปวดหัว อาการเหล่านี้เรียกว่า acute retroviral syndrome หรือ ARS เป็นอาการที่ร่างกายตอบสนองต่อการ #ติดเชื้อเอชไอวี

ในระยะนี้เชื้อไวรัสจะ Copy เพิ่มจำนวนขึ้นมาอย่างมากและมุ่งไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า CD4 ก่อนเลย ทำให้ผู้ติดเชื้อระยะนี้ CD4 จะลดลงอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากเป็นระยะที่ อาการที่แสดงออกมาดูเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ผู้ติดเชื้อจึงอาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อมาแล้วจึงมีโอกาสสูงที่จะส่งต่อเชื้อไวรัสไปสู่ผู้อื่นได้

อย่างไรก็ตามหลังจากระยะเฉียบพลันนี้สักพัก ระบบภูมิคุ้มกันเปรียบเสมือนทหารเอกรบแนวหน้าของเรา จะพยามต่อสู้ปกป้องตนเองจากข้าศึก หรือศัตรูที่เข้ามารุกรานโจมตี ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายโดยการต้านทานต่อเชื้อไวรัส จนไวรัสอาจอยู่ในระดับคงที่ได้ หรือที่เรียกว่า viral set point หมายถึงว่า เป็นช่วงที่เชื้อไวรัสในร่างกายถูกควบคุมโดยระบบภูมิคุ้มกันให้มีปริมาณคงที่ไว้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ CD4 จะเพิ่มขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่จะไม่สูงเท่าตอนก่อนติดเชื้อ

🔴 ต่อมาคือ " ระยะสงบทางคลีนิค (Clinical Latency Stage) " เป็นระยะที่ร่างกายยังคงมีเชื้อไวรัสอยู่ แต่ไม่แสดงอาการใดๆ ทางภายนอกออกมา แต่เชื้อยังคงดำเนินต่อไปค่อยๆ ทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสียหายมากขึ้นๆ บางครั้งระยะนี้จึงถูกเรียกว่า ระยะติดเชื้อเรื้อรัง (chronic HIV infection) หรือ ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ (asymptomatic HIV infection) ในระยะนี้การเพิ่มปริมาณขึ้นของไวรัสจะอยู่ในระดับต่ำ และอาจใช้เวลานานกว่าสิบปี กว่าไวรัสจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันให้หมดสิ้นไปจากร่างกาย จนทำให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต คือภาวะผู้ป่วยเอดส์ได้ หรืออย่างที่เราเคยได้ยินกันมาบ้างว่า “ บางคนติดเอดส์ยังอยู่ได้มาเป็นสิบปี ” ลักษณะเช่นนี้ที่หมายถึงผู้ติดเชื้อในระยะนี้ โดยระยะนี้ระบบภูมิคุ้มกันของเราอาจยังพอดูแลร่างกายได้อยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ติดเชื้อด้วย และยิ่งถ้าไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อแล้ว และยังใช้ชีวิตแบบพังๆ ไม่ดูแลสุขภาพ ร่างกายไม่แข็งแรง ก็เกินทนกับการที่จะต้านทานต่อเชื้อไวรัสไว้ได้ไม่นาน และเข้าสู่ภาวะผู้ป่วยเอดส์เต็มขั้นระยะสุดท้ายได้เร็วขึ้น

🔴 ระยะสุดท้าย คือ ระยะโรคเอดส์ (AIDS) เป็นระยะที่จากเป็นผู้ติดเชื้อกลายมาเป็นผู้ป่วยเอดส์

โดยปกติระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงดี มีปริมาณเซลล์ CD4 อยู่ระหว่าง 500-1600 cumm. ซึ่งผู้ป่วยเอดส์จะมี CD4 ต่ำกว่า 200 cumm. เมื่อ CD4 มีระดับต่ำแบบนี้หมายถึงระบบภูมิคุ้มกันได้ถูกทำลายไปมากแล้ว ทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการ “ติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic infections) ” นั่นคือ การติดเชื้อโรคง่ายกว่าคนปกติ ถ้าเป็นคนแข็งแรงดีติดเชื้อโรคพวกนี้จะไม่ก่อให้เกิดโรคได้ เช่น เชื้อรา ผด ผื่นคัน ฝีหนอง วัณโรค ปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ งูสวัด เป็นต้น อย่างไรก็ตามถ้ามีการติดเชื้อฉวยโอกาสอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว เรียกได้ว่าคนนั้นเป็นโรคเอดส์เต็มขั้นอย่างสมบูรณ์แบบเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าไปเสี่ยงมาแล้ว แนะนำว่าให้ไป ตรวจเลือด เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าคุณติดเชื้อหรือไม่หากทราบว่าผลเลือดนั้นเป็นบวก จะได้รีบนำพาตนเองเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป ซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่าต้องคอยกังวลใจ ทำให้เกิดความเครียดตลอดเวลา สุขภาพยิ่งแย่ลงทุกวันๆ

💏รักสนุกต้องป้องกัน จะได้ไม่ผูกพันกับโรคเอดส์ นะค่ะ

ติดตามสาระน่ารู้ สำหรับผู้ป่วยเอดส์ และผู้ติดเชื้อ HIV
กดเพิ่มเพื่อนที่ลิงค์
https://lin.ee/it5dZnz

02/12/2020

💊ข่าวดี...ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย มีทางรอดแล้ว

#นวัตกรรมแห่งชาติเพื่อช่วยผู้ป่วยเอดส์ ให้มีค่า CD4 สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันจัดการเชื้อฉวยโอกาส ในผู้ป่วยเอดส์ และกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อ HIV ให้มีปริมาณลดลง
เพิ่มเวลาให้กับชีวิต เนรมิตรชีวิตใหม่ ด้วยงานวิจัยสร้างภูมิบำบัด นวัตกรรมใหม่ในการดูแลปัญหาการติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.090-465-6360, 089-999-2935

#สั่งซื้องานวิจัยภูมิบำบัดได้ที่
"BIM Club ภูมิสมดุล"
คลิกลิ๊งค์เพื่อรับข้อมูลงานวิจัยเพิ่มเติม
https://line.me/R/ti/p/%40bim100club

💥การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV ควรเริ่มต้นอย่างไร ? 💢การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV หากรู้ว่าตัวเอง ติดเชื้อ HIV เราควร...
02/12/2020

💥การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV ควรเริ่มต้นอย่างไร ?

💢การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV หากรู้ว่าตัวเอง ติดเชื้อ HIV เราควรคำนึง ถึง การดูแลตัวเอง เป็นหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของอาหาร การใช้ห้องน้ำหรือ การใช้ชีวิตร่วม กับผู้อื่นโดยที่ไม่ต้องกังวล ว่าเราจะนำเชื้อ ไปแพร่ หรือเปล่า ท่านจะต้อง รู้จักป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ได้ ง่าย

💡สามารถบอก คนรอบข้าง ได้ว่า ตนเอง นั้นเป็น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ถึงแม้ว่า การเปิดเผยตนเองนั้น อาจจะทำให้ ผู้ป่วยรู้สึกไม่ดี หรืออึดอัดใจได้ แต่การบอกคน ที่เรารัก หรือครอบครัว เพื่อน บุคคลใกล้ชิด

(เป็นอย่างนี้เอง)แม้กระทั่ง คู่นอนทราบว่า ตนเองเป็น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะทั้งตนเอง และคนรอบข้างนั้น จะได้ เตรียมรับมือและปฏิบัติตัว ตามข้อควรระวัง หรือขั้นตอนต่าง ๆ ในการดูแล ได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย

การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV ควรดูแลยังไงบ้าง?

💡1.การรับประทานยา ตามที่แพทย์ สั่งอย่างเคร่งครัด ตรงเวลา การดูแลตัวเอง เมื่อติดเชื้อ HIV หนึ่งในสิ่งที่ควรทำ คือ ควรรับประทาน ยาอย่างเคร่งครัด ตรงเวลา

💡2.การรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์ แก่ร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เพราะ การรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายที่แข็งแรง

💡3.การ ออกกำลังกาย อย่างเหมาะสม นอกจากการออกกำลังกาย จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ให้แข็งแรงแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิต และบุคลิกภาพที่ดียิ่งขึ้น อีกด้วย

💡4.การ ดูแลสุขภาพจิต เป็นเรื่องปกติ ที่ผู้ป่วยจะรู้สึก เครียดจากโรค ที่ตนเองเป็นอยู่ หรือซึมเศร้า และวิตกกังวล เป็นอย่างมาก หลังจากทราบว่า ตนเองติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งผู้ป่วย สามารถ สอบถามข้อมูล ด้านนี้เพิ่มเติมได้ จากสถานพยาบาล ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ทั่วไปได้

💡5.การสูบบุหรี่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี อาจจะมีแนวโน้ม ที่จะได้รับผลข้างเคียงต่าง ๆ จากการสูบบุหรี่ มากกว่าคนทั่วไป และบุหรี่ ยังเพิ่มความเสี่ยง และก่อให้เกิดโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาด้วย

💡6.เลิกใช้ยาเสพติด การใช้ยาเสพติด เช่น โคเคน เฮโรอีน หรือยาบ้า อาจทำให้อาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยแย่ลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสพยาด้วยการใช้เข็มฉีดยา ร่วมกับผู้อื่น อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เชื้อเอชไอวี ในร่างกายเจริญเติบโต ได้รวดเร็ว

💡7.ลดความเสี่ยง การแพร่เชื้อเอชไอวี สู่ผู้อื่น เชื้อเอชไอวีสามารถ แพร่กระจายผ่านทางของเหลวต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่น และน้ำนม ดังนั้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ควรใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยง ในการแพร่เชื้อ แก่คนที่เรารัก

💡8.การป้องกัน ตนเองจากการติดเชื้ออื่น ๆ หมั่นรักษาสุขภาพปาก และฟัน หลังรับประทานอาหาร ทุกครั้ง ด้วยการแปรงฟัน ทุกครั้ง หลังรับประทานอาหาร หรือ หมั่นตรวจสุขภาพช่องปาก กับทันตแพทย์ปีละครั้ง ผู้ป่วย ไม่ควรใช้เข็มฉีดยา ร่วมกับผู้อื่น เพราะ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีภูมิต้านทานโรคต่ำ กว่าคนปกติ จึงอาจทำให้ ติดโรคได้ง่าย

🌟อย่างไรก็ตาม เราขอเป็นกำลังใจ ให้กับผู้ป่วย ติดเชื้อเอชไอวี ทุกท่าน และขอรณรงค์ ให้ทุกท่าน สวมใส่ถุงยางอนามัย ทุกครั้ง ที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพราะมันคงไม่สนุกแน่ ๆ หาก คุณได้รับความเสี่ยงมา

💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊
แนวทางใหม่ สร้างระบบภูมิคุ้มกันบำบัด
เพิ่ม CD4 เพิ่ม โอกาส ให้กับผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์

งานวิจัยแคปซูลเพิ่ม CD4 กดดูรายละเอียดที่ลิงค์
https://shop.line.me//product/319145773

📌ตุ่ม PPE คืออะไร ?PPE ย่อมาจาก Pruritic Papular Eruption in HIV คือ โรคตุ่มคันในคนที่เป็น HIV ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มี...
02/12/2020

📌ตุ่ม PPE คืออะไร ?
PPE ย่อมาจาก Pruritic Papular Eruption in HIV คือ โรคตุ่มคันในคนที่เป็น HIV ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มีอาการแสดงหลายระดับขึ้นกับระยะติดใหม่ๆดูแลร่างกายดีภูมิคุ้มกันยังดีอยู่ก็จะไม่มีอาการอะไร เหมือนคนปกติทั่วไป ไม่ตรวจเลือดก็จะไม่ทราบว่าผู้นั้นมีเชื้อ HIV อยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากไม่รับประทานยาหรือปฏิบัติตามแพทย์แนะนำ ภูมิคุ้มกันลดลงก็จะมีการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆทำให้เจ็บป่วยได้ ซึ่ง PPE นั้น มักพบในคนป่วยHIV ที่มีอาการมากแล้ว โดยรอยโรค PPE อาจเป็นตัวสะท้อนบอกสถานะของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้ คือการมี PPE อาจหมายถึงภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต่ำแล้ว

📌PPE ติดต่อมั้ย
PPE ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่HIVเป็นโรคติดต่อ หากเราต้องพบหรือสัมผัสกับผู้ป่วยHIVที่มีอาการ PPEข้อควรระวังคือไม่ควรสัมผัสเลือดหนองจากแผลเพราะเชื้อHIVสามารถติดต่อทางสารคัดหลั่งต่างๆจากร่างกาย เข้าทางผิวหนังที่มีแผลของเราได้

📌ลักษณะตุ่มPPE
ลักษณะเป็นตุ่มคัน คล้ายยุงแมลงกัด มีรอยแดงอักเสบ รอยดำหลังการอักเสบ อาจมีหนองจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ตามมาจากการเกาพบได้ทั้งในและนอกร่มผ้า โดยพบที่บริเวณนอกร่มผ้าได้บ่อยกว่าพบในระยะที่ภูมิคุ้มกันต่ำคืออาการของHIV เป็นค่อนข้างมากแล้วมีอาการเรื้อรัง มีอาการคันมากจึงพบมีรอยเกาและมีรอยดำ รอยแผลเป็นหลังเกาอยู่ มักเป็นที่แขนขา มากกว่าที่ใบหน้า

การรักษาตุ่ม PPE
👉รับประทานยาต้านไวรัส

👉ห้ามเกา

👉รับประทานยาแก้แพ้

👉ทายาสเตียรอยด์

👉ดูแลผิวไม่ให้ผิวแห้ง

💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊💊
แนวทางใหม่ สร้างระบบภูมิคุ้มกันบำบัด
เพิ่ม CD4 เพิ่ม โอกาส ให้กับผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์

งานวิจัยแคปซูลเพิ่ม CD4 กดดูรายละเอียดที่ลิงค์
https://shop.line.me//product/319145773

27/11/2020

👤คุณ M ผู้ที่เกิดภาวะ HIV สงบ รายนี้พบว่าเกิดขึ้นเมื่อปี 2558
โดย คุณ M ทราบว่าตนเองติดเชื้อเมื่อปี 2556 แต่ตัดสินใจไม่รับยาต้านเนื่องจากกลัวผลข้างเคียง💢
🍀ต่อมาในเดือนมีนาคม 2557 ได้ใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด แคปซูล เพิ่ม CD4 ในการดูแลสุขภาพ หลังใช้อย่างต่อเนื่องเพียง 1 ปี ก็พบว่า 🎊"ตรวจไม่พบเชื้อ HIV (Not detected) และในระหว่างที่ใช้ก็มี CD4 เพิ่มขึ้นอีกด้วย"🙋‍♂️
ปัจจุบันคุณ M เป็น functional cure หรือ HIV หมดฤทธิ์ แล้ว👏👏👏
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
📌📌ผู้ที่ใช้ยาต้านไวรัสอยู่แล้ว📌📌
1.แนะนำให้ใช้ร่วมกับนวัตกรรมนี้ เพื่อเพิ่ม CD4 และ ลดผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัส
2.ไม่ควรหยุดยาต้านไวรัสเอง
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ☎️ 090-465-6360

ติดตามข้อมูลเพิ่ม กดเพิ่มเพื่อนที่ลิงค์
https://lin.ee/it5dZnz

ค่า CD4 กับ Viral load  มีความสัมพันธ์กันอย่างไรCD4 กับ Viral load คืออะไร เชื้อHIV (เป็นไวรัส) เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจ...
27/11/2020

ค่า CD4 กับ Viral load มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

CD4 กับ Viral load คืออะไร

เชื้อHIV (เป็นไวรัส) เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเจาะเข้าไปในเม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน มีการก๊อบปี้ตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุด แล้วเพิ่มจำนวนใน CD4 จนทำลาย CD4 นั้น ซึ่งเม็ดเลือดขาวเองก็ต้องพยายามต่อสู้กับเชื้อHIV แต่ในขณะเดียวกันถ้าร่างกายเราไม่แข็งแรงเม็ดเลือดขาวแพ้ ก็เท่ากับว่าเราเสียจำนวนทหารไป นั่นก็หมายถึงว่า ค่า CD4 จะลดลงไป(เพราะ HIV จาก CD4 ที่ถูกทำลาย จะเจาะเข้าไปยัง CD4 เซลล์ใหม่ และทำลาย CD4 ใหม่ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ)

" CD4 ลดลง ปริมาณ Viral Load เพิ่มขึ้น " เมื่อมีเชื้อเอชไอวี( HIV) อยู่ในร่างกายนานๆ เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายมากขึ้น

ไวรัสโหลดคืออะไร , Viral Load คืออะไร

ค่า VL หรือ Viral load คืออะไร

คือ จำนวนเชื้อไวรัสเอชไอวี( HIV) ในเลือด 1 มิลลิลิตร (Cells/cu.mm) เมื่อไหร่ที่ปริมาณของเชื้อเอชไอวีในเลือด เหลือน้อยกว่า 50 ตัว (ก๊อปปี้) ต่อ 1 มิลลิลิตรของเลือด ทางการแพทย์จะเรียกว่า เป็นสถานการณ์ "ควบคุมไวรัสได้" เป็นการควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสก๊อบปี้ตัวเพิ่ม นั่นแสดงว่า เชื้อ เอชไอวี (HIV) ในกระแสเลือด และของเหลวในร่างกายมีน้อยมากแล้วนั่นเอง

เมื่อไหร่ที่มีเชื้อ เอชไอวี(HIV)ในเลือดสูง แสดงว่า ยาที่ผู้ติดเชื้อกิน ไม่สามารถควขคุมเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ (มีการก๊อบปี้ตัวเพิ่มขึ้น) เพราะว่ายิ่งมีเชื้อเอชไอวี(HIV) ในร่างกายมากก็ยิ่งทำให้ จำนวนของ CD4 ลดลง จึงทำให้เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่ายขึ้น

ผู้ที่ติดเชื้อHIV จึงจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง หรือตลอดไป เพื่อกันไม่ให้เชื้อไวรัสในร่างกายมีปริมาณเพิ่มจนมากกว่า 50 ตัว / มิลลิลิตร แต่ในปัจจุบันมีอีกหลายช่องทางเพื่อช่วยในการลดปริมาณเชื้อเอชไอวีในร่างกาย และ ช่วยเพิ่ม CD4

🌿นวัตกรรมงานวิจัย จากพืชไทย 5 ชนิดสูตร สร้างภูมิคุ้มกัน CD4ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ☎️ 090-465-6360กดดูข้อมูลเพิ่ม ที่ลิงค์http...
26/11/2020

🌿นวัตกรรมงานวิจัย จากพืชไทย 5 ชนิด
สูตร สร้างภูมิคุ้มกัน CD4

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
☎️ 090-465-6360

กดดูข้อมูลเพิ่ม ที่ลิงค์
https://shop.line.me//product/319145773

ที่อยู่

757/101 หมู่5 ต. ปรุใหญ่ อ. เมือง
Nakhon Ratchasima
30000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ งานวิจัยสร้างภูมิคุ้มกัน HIVผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง งานวิจัยสร้างภูมิคุ้มกัน HIV:

ทางลัด

แชร์