วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม นครสวรรค์

วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม นครสวรรค์ สถานที่ปฎิบัติธรรม

19/09/2026

ข้อคิดข้อธรรม (ความยาว 13 นาที / ฟังแต่เสียง ก็ได้นะ...)
เสาร์ ที่ 19 กันยายน 2569 โดยท่าน พระครูนิมิตภาวนาโฆสิต
(ณรงค์ โฆสิตธมฺโม) เจ้าอาวาส
#สพฺพทานํธมฺมทานํชินาติ
#การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง
#วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม
แอดมิน ณพนธ์ เที่ยงธรรม นครสวรรค์

วันนี้วันพระ วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙แรม ๘ ค่ำเดือน ๑๐ ปีมะเมียนั่งสมาธิ…กำหนดจิตให้รวยหลายคนอยากรวยจึงพยายามหาเง...
19/09/2026

วันนี้วันพระ
วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙
แรม ๘ ค่ำเดือน ๑๐ ปีมะเมีย

นั่งสมาธิ…กำหนดจิตให้รวย

หลายคนอยากรวย
จึงพยายามหาเงินให้มากขึ้น
ทำงานให้หนักขึ้น
หาความรู้เพิ่มขึ้น
มองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนมักลืมฝึก…

“จิตของตัวเอง”

เพราะต่อให้หาเงินเก่งแค่ไหน
ถ้าจิตใจไม่มีวินัย
ได้เงินมาก็ใช้หมด

ต่อให้มีโอกาสดีแค่ไหน
ถ้าใจร้อน
ก็อาจตัดสินใจพลาด

ต่อให้มีทรัพย์มากเพียงใด
ถ้าความโลภนำหน้า
สุดท้ายทรัพย์ก็อาจกลายเป็นทุกข์

การนั่งสมาธิจึงไม่ใช่
การนั่งหลับตาแล้วรอให้เงินเข้าบัญชี

สมาธิไม่ได้เสกให้เรารวย
แต่สมาธิทำให้เราเห็นตัวเองชัดขึ้น

เห็นความอยาก
เห็นความกลัว
เห็นความโลภ
เห็นความใจร้อน
เห็นความฟุ้งซ่าน

และเมื่อเห็นมัน
เราจะเริ่มไม่ตกเป็นทาสของมัน

คนรุ่นใหม่อาจไม่ได้ต้องการ
แค่ “หาเงินเก่ง”

แต่ต้องการ หาเงินเป็น ใช้เงินเป็น เก็บเงินเป็น และมีความสุขกับเงินโดยไม่ตกเป็นทาสของมัน

ลองนั่งนิ่ง ๆ วันละไม่กี่นาที

ไม่ต้องขอว่า
“ขอให้รวย ขอให้ได้เงิน ขอให้มีโชค”

แต่ลองกำหนดจิตว่า…

ฉันจะมีสติ
ฉันจะมีวินัย
ฉันจะไม่ใช้เงินเพราะอารมณ์
ฉันจะไม่ตัดสินใจเพราะความกลัว
ฉันจะมองเห็นโอกาส
และฉันจะใช้ความสามารถของตัวเองสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น

นี่ต่างหาก
คือการ “กำหนดจิตให้รวย” ในแบบที่ยั่งยืน

เพราะความมั่งคั่งที่แท้จริง
ไม่ได้เริ่มต้นจากจำนวนเงินในบัญชี

แต่มันเริ่มจาก
วิธีคิดของเรา

จิตที่สงบ
จะคิดได้รอบคอบขึ้น

จิตที่มีสติ
จะรู้จักหยุดก่อนซื้อ

จิตที่มีวินัย
จะรู้จักเก็บก่อนใช้

จิตที่มีปัญญา
จะรู้ว่าอะไรคือโอกาส
และอะไรคือกับดัก

และจิตที่ไม่โลภเกินไป
จะรู้ว่า…

มีมากก็ไม่หลง
มีน้อยก็ไม่ทุกข์

ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่า
นั่งสมาธิแล้วเงินจะไหลมาเอง

แต่ถ้าเรานั่งสมาธิ
จนรู้จักตัวเองมากขึ้น
รู้จักควบคุมใจมากขึ้น
มีสติมากขึ้น
มีวินัยมากขึ้น
และตัดสินใจเรื่องเงินได้ดีขึ้น

ชีวิตทางการเงินของเรา
ก็มีโอกาสเปลี่ยนไปอย่างมาก

เพราะบางครั้ง
สิ่งที่ขวางเราไม่ให้รวย
ไม่ใช่การไม่มีโอกาส

แต่อาจเป็น
ความกลัว ความใจร้อน ความฟุ้งซ่าน
และนิสัยบางอย่างในใจของเราเอง

ดังนั้นก่อนจะถามว่า
“ทำอย่างไรจึงจะรวย?”

ลองถามตัวเองก่อนว่า…

“จิตของเรา
พร้อมจะรับผิดชอบต่อความมั่งคั่ง
ที่เราอยากมีหรือยัง?”

ฝึกจิตทุกวัน
ฝึกสติทุกวัน
ฝึกวินัยทุกวัน
ทำงานให้ดี
สร้างคุณค่าให้คนอื่น
และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

เงินอาจไม่ได้มาในวันพรุ่งนี้

แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า
เมื่อจิตเปลี่ยน
วิธีคิดเปลี่ยน
การกระทำเปลี่ยน

ชีวิตก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนตาม

และนั่นคือความร่ำรวย
ที่ไม่ได้มีแค่เงินอยู่ในบัญชี

แต่มี สติ ปัญญา ความสงบ และความสามารถในการสร้างทรัพย์โดยไม่สร้างทุกข์ให้ตัวเองและผู้อื่น

✍️นามบุญ
#เห็นทุกข์เห็นธรรม

ปุจฉา - ผู้ที่มาให้เป่ากระหม่อมบางคนแย้งว่า ถ้าอาจารย์เป่ากระหม่อมไม่เป็น พรมน้ำมนต์ไม่เป็นแล้วอาจารย์จะเป็นพระได้อย่างไ...
16/09/2026

ปุจฉา - ผู้ที่มาให้เป่ากระหม่อมบางคนแย้งว่า ถ้าอาจารย์เป่ากระหม่อมไม่เป็น พรมน้ำมนต์ไม่เป็นแล้วอาจารย์จะเป็นพระได้อย่างไร

วิสัชนา - ขอเป็นพระแบบไม่เป่ากระหม่อม ขอเป็นพระชนิดที่พรมน้ำมนต์ไม่เป็น นี่ พระแบบอย่างนี้ พระแบบที่เป่ากระหม่อมไม่เป็น

มีคนก้มหัวเข้ามาให้เป่ากระหม่อม เราไม่ต้องเป่าหรอก มันดีอยู่แล้ว ฉันไม่เป่าให้สกปรกหรอก


อย่าไปหวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของขลังศักดิ์สิทธิ์ เทวดาผีสางที่ไหนจะมาช่วยได้ มันช่วยไม่ได้ #มันต้องทำให้ถูกต้อง

จะไปรดน้ำมนต์สักร้อยวัด มันก็ช่วยไม่ได้ จะไปให้ใครไปเป่ากระหม่อมสักร้อยครั้งมันก็ช่วยไม่ได้

ก็มันเลวหรือมันดี อยู่ที่หน้าที่ ที่ตนกระทำ เราอย่าไปหวังว่าไสยศาสตร์จะมาช่วยแก้ปัญหาได้

พุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์​ เรื่องความดี ความจริง ความถูกต้อง ตามหลักของพุทธศาสนานี้ มันเป็นวิทยาศาสตร์ มันไม่ใช่ไสยศาสตร์

อย่าไปเอาไสยศาสตร์มาทำลายพุทธศาสนา

#ไม่มีอะไรจะทำลายพุทธศาสนา
#มากเท่ากับไปเอาไสยศาสตร์
#มาใส่ลงไปในพุทธศาสนา

ไปดูเอาเอง คุณถือไสยศาสตร์อะไรไหม ไสยศาสตร์นั้นมันจะทำลายพุทธศาสนา เรียกว่าศาสนาจะอันตรธาน เพราะคนในศาสนานี้ไปเอาไสยศาสตร์มาใส่เข้ากับพุทธศาสนา แล้วศาสนาอันตรธาน

ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องเป่ากระหม่อม ไม่ต้องทำอะไร แต่ว่าเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าไปใส่ไว้ในจิตใจ เพื่อเป็นพรที่สูงสุด ไม่ต้องหัวเราะให้โง่ ไม่ต้องร้องไห้ให้โง่ อยู่ตรงกลางที่พอดี ที่พอปกติ ประพฤติหน้าที่ไปจนกว่าร่างกายมันจะสิ้นสุด คือตายทางร่างกาย แต่จิตใจไม่ตาย ความดีไม่ตาย ยังเหลืออยู่เป็นของนิรันดร ตั้งใจไว้อย่างนี้

พุทธทาสภิกขุ

แสดงธรรมล้ออายุ ปี 2526 กัณฑ์ 3, อบรมพระนวกะราชภัฏจากวัดชลฯ ปี 2527 เรื่องพุทธศาสนานำมาซึ่งความถูกต้องและพอใจในชีวิต และ อบรมนักเรียนผู้ช่วยพยาบาลสุราษฏร์ธานี

#สวนโมกข์กรุงเทพ #จดหมายเหตุพุทธทาส

💢โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว  โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา 💢พระไม่ดี พระเสียหาย พระหลอกลวง พระเหลวไ...
11/09/2026

💢โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา 💢

พระไม่ดี พระเสียหาย พระหลอกลวง พระเหลวไหล ไม่น่านับถือ #จากพระไม่ดีก็เลยพาลพาโลต่อไปว่าพระพุทธศาสนาไม่ดี แล้วก็จะไม่นับถือพระ จะเลิกนับถือพระพุทธศาสนา

ที่จริงนั้น พระพุทธศาสนาเป็นของเรา ไม่ใช่เป็นของพระองค์นั้น เพราะว่าคนที่จะมีสิทธิเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนานั้นจะต้องเป็นพุทธบริษัท #พุทธบริษัทก็คือผู้ที่ทำหน้าที่ของชาวพุทธอย่างถูกต้อง ถ้าเป็นพระก็ต้องเป็นพระที่ประพฤติปฏิบัติและทำหน้าที่ของพระอย่างถูกต้อง ถ้าเป็นอุบาสกอุบาสิกาก็เป็นคฤหัสถ์ที่ทำหน้าที่ของชาวบ้านอย่างถูกต้อง ถ้าเราทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนถูกต้อง เราเองนี่แหละเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา

ในทางตรงข้าม พระก็ตาม ญาติโยมก็ตาม แม้จะประกาศตนเป็นชาวพุทธ แต่ถ้าปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง ทำตัวเหลวไหล ก็ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา ควรจะระแวงว่า #เป็นคนร้ายที่แฝงซ่อนเข้ามาหาประโยชน์จากพระศาสนา ที่เรียกกันว่า #เข้ามาปล้นศาสนา

เพราะฉะนั้น #พระที่ประพฤติเลวทรามเหล่านั้นเราไม่ถือว่าเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา ถ้าเราวางใจให้ถูกต้องอย่างนี้แล้วพระศาสนาก็จะดีขึ้น เราจะต้องมีความรับผิดชอบต่อพระศาสนา อย่าถือธุระไม่ใช่ อย่ายกสมบัติของเราให้คนร้ายเอาไป /สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) จากสุขในบ้าน สู่ความเกษมศานติ์ทั่วสังคม

#พระพุทธศาสนา #ธรรมะ #พุทธบริษัท #พระ #ปยุตฺโต

11/09/2026

ข้อคิดข้อธรรม (ความยาว 18 นาที / ฟังแต่เสียง ก็ได้นะ...)
ศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569 โดยท่าน พระครูนิมิตภาวนาโฆสิต
(ณรงค์ โฆสิตธมฺโม) เจ้าอาวาส
#สพฺพทานํธมฺมทานํชินาติ
#การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง
#วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม
แอดมิน ณพนธ์ เที่ยงธรรม นครสวรรค์

พรุ่งนี้ วันพระ                                วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙แรม ๑๔ ค่ำเดือน ๙ ปี มะเมีย" #สมาธิสูตร" เ...
10/09/2026

พรุ่งนี้ วันพระ วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙
แรม ๑๔ ค่ำเดือน ๙ ปี มะเมีย

" #สมาธิสูตร" เป็นพระสูตรหนึ่งในพระไตรปิฎก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติสมาธิอย่างถูกต้องและลึกซึ้ง โดยกล่าวถึงลำดับขั้นของสมาธิ การฝึกจิตให้ตั้งมั่น และวิธีดำเนินจิตไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลส
โดยเนื้อหาหลัก ๆ ของสมาธิสูตรกล่าวถึง:

1. การฝึกจิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา
กล่าวถึงว่า สมาธิเกิดจากศีล การมีจิตตั้งมั่น ย่อมนำไปสู่ปัญญา และความรู้แจ้งในธรรม
ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นแนวทางการปฏิบัติในพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้เพื่อให้บุคคลพัฒนาตนเองไปสู่การพ้นทุกข์ โดยมีความสัมพันธ์กันเป็นลำดับขั้นดังนี้:
#ศีล (ความมีวินัย / ความประพฤติชอบ)
คือ การควบคุมกาย วาจา ให้เรียบร้อย ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่สร้างอกุศลกรรม
ตัวอย่างศีลพื้นฐาน:
-ไม่ฆ่าสัตว์
-ไม่ลักทรัพย์
-ไม่ประพฤติผิดในกาม
-ไม่พูดเท็จ
-ไม่เสพของมึนเมา
ทำให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน เกิดความละอายชั่ว กลัวบาป เป็นฐานของสมาธิ
#สมาธิ (ความตั้งมั่นของจิต)
คือ การทำจิตให้แน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยการฝึกจิต เช่น การเจริญอานาปานสติ (กำหนดลมหายใจ) หรือ การเจริญฌาน
ระดับของสมาธิ:
ขณิกสมาธิ: สมาธิชั่วคราว เช่น ขณะสวดมนต์
อุปจารสมาธิ: จิตใกล้จะตั้งมั่น
อัปปนาสมาธิ: จิตตั้งมั่นแน่วแน่ เป็นฌาน
ทำให้จิตมีพลัง เห็นสิ่งต่าง ๆ ชัดเจน พร้อมต่อการใช้ปัญญา
#ปัญญา (ความรู้เห็นตามความเป็นจริง)
คือ การเห็นความจริงของธรรมชาติ ด้วยปัญญาที่เกิดจากจิตสงบ ได้แก่เห็น ไตรลักษณ์:
อนิจจัง (ไม่เที่ยง)
ทุกขัง (เป็นทุกข์)
อนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน)
ทำให้ละความยึดมั่นถือมั่น และนำไปสู่ นิพพาน หรือความพ้นทุกข์สิ้นเชิง
ศีลเป็นฐานของสมาธิ สมาธิเป็นฐานของปัญญา ปัญญานำไปสู่การหลุดพ้น

2. การเจริญฌาน 4 (จตุตถฌาน)
มีลำดับของการเข้าสมาธิอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปฐมฌานจนถึงจตุตถฌาน
#ปฐมฌาน (ฌานขั้นแรก)
-วิตก (การน้อมจิตไปสู่อารมณ์สมาธิ เช่น ลมหายใจ)
-วิจาร (การตรึกตรองอยู่กับอารมณ์นั้น)
-ปีติ (ความอิ่มใจเบิกบาน)
-สุข (ความสุขทางใจ)
-เอกัคคตา (จิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง)
ผู้ปฏิบัติเข้าใจอารมณ์สมาธิ มีความปีติสุขจากการข่มนิวรณ์ได้แล้ว
#ทุติยฌาน (ฌานขั้นที่สอง)
-ปีติ (ความอิ่มใจเบิกบาน)
-สุข (ความสุขทางใจ)
-เอกัคคตา (จิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง)
จิตไม่ต้องอาศัยวิตกวิจารอีกต่อไป สงบแน่วแน่ มีปีติสุขบริสุทธิ์กว่าเดิม
#ตติยฌาน (ฌานขั้นที่สาม)
-สุข (ความสุขทางใจ)
-เอกัคคตา (จิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง)
ความปีติหายไป เหลือแต่สุขสงบลึกซึ้ง จิตแน่วแน่เป็นอิสระจากความฟุ้งซ่านยิ่งขึ้น
#จตุตถฌาน (ฌานขั้นที่สี่)
-อุเบกขา (ความวางเฉยอย่างประณีต)
-เอกัคคตา (จิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง)
ปล่อยสุข ละความรู้สึกสุขทุกข์ มีแต่ความสงบอันลึกซึ้ง วางเฉยต่อทุกสิ่งอย่างหมดจด
การเจริญฌานต้องอาศัย:
ศีลบริสุทธิ์ เพื่อให้จิตไม่ฟุ้งซ่าน
อิริยาบถสงบ นั่งขัดสมาธิหลับตา
อารมณ์กรรมฐานที่แน่วแน่ ลมหายใจ (อานาปานสติ)
ความต่อเนื่องในการฝึก อย่างสม่ำเสมอ
การเจริญฌาน 4 คือการฝึกสมาธิให้จิตตั้งมั่นแน่วแน่ ละเอียดลึกซึ้งขึ้นเป็นลำดับ จนเข้าสู่ความสงบภายในขั้นสูง เป็นส่วนหนึ่งของ "สมถภาวนา" (การฝึกจิตให้สงบ)

3. การพิจารณาธรรมจากสมาธิ
เมื่อจิตสงบแล้ว ย่อมสามารถใช้ปัญญาเจริญวิปัสสนา เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) และหลุดพ้นได้
การพิจารณาธรรมจากสมาธิ คือการนำจิตที่สงบ ตั้งมั่นแล้วจากการฝึกสมาธิ (สมถะ) มาใช้ในกระบวนการเจริญ วิปัสสนา เพื่อให้เกิด ปัญญาเห็นความจริง ตามแนวทางของพระพุทธเจ้า
หลักการคือ
"สมาธิทำให้จิตตั้งมั่น วิปัสสนาทำให้จิตเห็นแจ้ง"
เมื่อจิตสงบในระดับหนึ่ง (ไม่จำเป็นต้องถึงฌาน) จะสามารถพิจารณาธรรมต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งโดยไม่ถูกรบกวนจากนิวรณ์หรือความฟุ้งซ่าน
สิ่งที่ควรพิจารณา มีดังนี้
#พิจารณาขันธ์5
รูป (ร่างกาย)
เวทนา (ความรู้สึก)
สัญญา (ความจำได้หมายรู้)
สังขาร (การปรุงแต่งทางใจ)
วิญญาณ (ความรู้สึกตัว, การรับรู้)
พิจารณาว่าแต่ละขันธ์เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
#พิจารณาไตรลักษณ์
อนิจจัง: ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรจีรัง
ทุกขัง: สิ่งใดเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้
อนัตตา: ไม่ใช่ของเรา บังคับบัญชาไม่ได้
#พิจารณาอริยสัจ4
ทุกข์: ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
สมุทัย: เหตุให้เกิดทุกข์ (ตัณหา)
นิโรธ: ความดับทุกข์
มรรค: ทางดับทุกข์ (ศีล สมาธิ ปัญญา)
#พิจารณาเหตุปัจจัย (ปฏิจจสมุปบาท)
เห็นว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเหตุ ถ้าเหตุไม่มี ผลก็ไม่มี เช่น
อวิชชา → สังขาร → วิญญาณ → … → ชาติ → ชรา มรณะ
#การปฏิบัติ
นั่งสมาธิจนจิตสงบ
เมื่อสงบแล้ว เริ่มพิจารณาว่า:
"ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา มันเปลี่ยนแปลงตลอด"
"ความสุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ไม่แน่นอน"
"สิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุปัจจัย ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา"
เมื่อพิจารณาเช่นนี้ซ้ำ ๆ ด้วยจิตที่มีกำลังจากสมาธิ ปัญญาจะค่อย ๆ แจ่มชัด เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และนำไปสู่ความหลุดพ้น...

#ธรรมะ #พระพุทธเจ้า #ธรรมะกึ่งพระพุทธกาล

พรุ่งนี้วันพระวันเสาร์ แรม ๘ ค่ำเดือน ๙ปี มะเมียพลังของการสวดมนต์บางครั้ง…สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ชีวิต แต่คือ “ใจของเรา” ที...
04/09/2026

พรุ่งนี้วันพระ
วันเสาร์ แรม ๘ ค่ำเดือน ๙
ปี มะเมีย

พลังของการสวดมนต์

บางครั้ง…สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ชีวิต แต่คือ “ใจของเรา” ที่เปลี่ยนไป

มีคนเคยถามข้าพเจ้าว่า

“สวดมนต์แล้วได้อะไร?”

ข้าพเจ้าก็เคยถามตัวเองเหมือนกัน

ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา
สวดมนต์แล้วหนี้จะหายไหม
สวดมนต์แล้วคนที่ทำร้ายเราจะกลับใจไหม
สวดมนต์แล้วสิ่งที่สูญเสียจะกลับคืนมาหรือไม่

คำตอบคือ…

บางอย่างอาจไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนได้เสมอ
คือ ใจของเรา

การสวดมนต์จึงไม่ใช่เพียงการเปล่งเสียงท่องถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์
แต่คือการพาจิตที่กำลังฟุ้งซ่าน
กลับมาอยู่กับลมหายใจ
กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
และกลับมาอยู่กับตัวเราเองอีกครั้ง

คนเราทุกข์มากมาย
เพราะใจวิ่งไปอยู่กับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
หรือกลับไปอยู่กับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว

แต่เมื่อเรานั่งลง
ประนมมือ
ค่อย ๆ สวดมนต์ทีละคำ

“พุทโธ…”

ใจที่เคยวิ่ง
ก็เริ่มช้าลง

ความคิดที่เคยวุ่นวาย
เริ่มมีช่องว่าง

ความโกรธที่เคยร้อน
เริ่มเย็นลง

ความกลัวที่เคยใหญ่
อาจไม่ได้หายไป
แต่เรากลับมองมันได้ชัดขึ้น

นี่คือพลังที่แท้จริงของการสวดมนต์

ไม่ใช่การเสกให้ชีวิตไม่มีปัญหา
แต่เป็นการฝึกใจ
ให้มีสติพอที่จะอยู่กับปัญหาโดยไม่จมลงไปกับมัน

พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราหนีทุกข์
แต่สอนให้เราเห็นทุกข์ตามความเป็นจริง

และบางครั้ง
การสวดมนต์ก็คือ “ประตูบานหนึ่ง”
ที่พาเรากลับเข้าไปเห็นใจตัวเอง

เราอาจสวดบทเดิมทุกวัน
แต่ใจในแต่ละวันไม่เหมือนเดิม

วันที่ทุกข์
เราสวดเพื่อขอให้ใจเข้มแข็ง

วันที่กลัว
เราสวดเพื่อเตือนตัวเองว่า
ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง

วันที่โกรธ
เราสวดเพื่อไม่ให้ความโกรธพาเราไปทำร้ายใคร

วันที่สูญเสีย
เราสวดเพื่อยอมรับว่า
บางสิ่งเกิดขึ้นแล้ว
และไม่มีใครย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้

และวันที่ชีวิตมีความสุข
เราสวดเพื่อระลึกว่า
ความสุขนั้นก็ไม่ใช่ของเราไปตลอดกาล

ข้าพเจ้าจึงคิดว่า
การสวดมนต์ไม่ใช่เรื่องของการ “ขอ”

แต่เป็นเรื่องของการ “รู้”

รู้ว่ากำลังคิดอะไร
รู้ว่ากำลังรู้สึกอะไร
รู้ว่ากำลังโกรธ
รู้ว่ากำลังกลัว
รู้ว่ากำลังยึด
และรู้ว่า…ทุกสิ่งกำลังเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

เมื่อสวดมนต์เป็นประจำ
สิ่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนอาจไม่ใช่โชคชะตา

แต่เป็นนิสัยของจิต

จากคนที่โกรธง่าย
อาจเริ่มรู้จักหยุดก่อนพูด

จากคนที่คิดมาก
อาจเริ่มรู้จักวาง

จากคนที่หวาดกลัว
อาจเริ่มมีสติ

จากคนที่เคยตอบโต้ทุกเรื่อง
อาจเริ่มเลือกความสงบมากกว่าการเอาชนะ

และจากคนที่เคยถามว่า

“ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้?”

อาจค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น

“แล้วข้าพเจ้าจะเรียนรู้อะไรจากสิ่งนี้ได้บ้าง?”

นี่ต่างหาก
คือพลังที่ยิ่งใหญ่ของการสวดมนต์

เพราะท้ายที่สุดแล้ว
บทสวดอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกภายนอก

แต่สามารถเปลี่ยน
คนที่กำลังเดินอยู่ในโลกใบนั้น

คืนนี้ หากชีวิตกำลังหนัก

ไม่ต้องพยายามแก้ทุกเรื่องในคืนนี้

วางโทรศัพท์ลงสักครู่
นั่งให้สงบ
ประนมมือ
แล้วสวดมนต์ช้า ๆ

ไม่ต้องสวดเพื่อขอให้ทุกอย่างเป็นอย่างใจ

เพียงสวดเพื่อให้ใจ
กลับมาอยู่กับตัวเอง

เพราะเมื่อใจสงบ
เราจะมองเห็นสิ่งที่เมื่อครู่ยังมองไม่เห็น

และบางที…

คำตอบที่เราตามหามานาน
ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล

มันอาจอยู่ในความเงียบ
หลังจากบทสวดบทสุดท้ายจบลงแล้วก็ได้

สวดมนต์ไม่ใช่การหนีจากความทุกข์
แต่คือการทำใจให้มีกำลัง
พอที่จะมองความทุกข์
โดยไม่กลายเป็นทุกข์ไปเสียทั้งหมด

บุญยิ่งสะสมก็ยิ่งดี

✍️นามบุญ
#เห็นทุกข์เห็นธรรม

30/08/2026
พระภิกษุจำพรรษา และผู้รักษาอุโบสถ์ศีล   วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม นครสวรรค์  พ.ศ.๒๕๖๙
29/08/2026

พระภิกษุจำพรรษา และผู้รักษาอุโบสถ์ศีล วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม นครสวรรค์ พ.ศ.๒๕๖๙

28/08/2026

ข้อคิดข้อธรรม (ความยาว 21 นาที / ฟังแต่เสียง ก็ได้นะ...)
พฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยท่าน พระครูนิมิตภาวนาโฆสิต
(ณรงค์ โฆสิตธมฺโม) เจ้าอาวาส
#สพฺพทานํธมฺมทานํชินาติ
#การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง
#วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม
แอดมิน ณพนธ์ เที่ยงธรรม นครสวรรค์

ที่อยู่

Nakhon Sawan
60000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดเทพนิมิตโฆสิตาราม นครสวรรค์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์