16/08/2026
สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์เตือนโรคไข้เลือดออกยังต้องเฝ้าระวัง
แนะมีไข้สูงเกิน 2 วัน รีบพบแพทย์ ไม่ซื้อยากินเอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
นายแพทย์จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกของกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสม 16,094 ราย พบมากในกลุ่มเด็กวัยเรียน อายุ 10–19 ปี และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลระบาด สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ จากรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–12 สิงหาคม 2569 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 97 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 19 ราย ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย จึงยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง
โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ในระยะแรกผู้ป่วยอาจมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ซึ่งอาการอาจคล้ายกับโรคติดเชื้ออื่น ๆ ทำให้บางรายเข้าใจว่าเป็นไข้ทั่วไปและซื้อยามารับประทานเอง จึงขอเน้นย้ำว่า หากมีไข้ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก แอสไพริน หรือยาชุด เนื่องจากยาบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก หากผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก
สำหรับการป้องกันโรค ในช่วงที่จังหวัดนครสวรรค์มีฝนตกในหลายพื้นที่ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน โดยปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะที่เหมาะสม คว่ำภาชนะที่ไม่ได้ใช้และอาจมีน้ำขัง และกำจัดเศษขยะบริเวณบ้าน รวมทั้งป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด เช่น ทายากันยุง โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้เลือดออกควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงนำเชื้อไปแพร่ต่อสู่บุคคลอื่นในครอบครัวและชุมชน
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือคลินิกและร้านขายยาในจังหวัดนครสวรรค์ ซักประวัติและประเมินอาการผู้ป่วยก่อนจ่ายยา หากพบผู้ป่วยมีไข้และสงสัยโรคไข้เลือดออก ควรหลีกเลี่ยงการจ่ายยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก และแอสไพริน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก และควรแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตอาการ หากมีไข้สูงต่อเนื่องเกิน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ และหากมีอาการปวดท้องมาก อาเจียนมาก ไข้ลดแต่อาการไม่ดีขึ้น ซึม อ่อนเพลียมาก หรือมีเลือดออกผิดปกติ เช่น อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
⸻
ข้อมูลจาก : กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
จัดทำโดย : กลุ่มงานสื่อสารองค์กร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์