จริยธรรมนิสิตนักศึกษาแพทย์

จริยธรรมนิสิตนักศึกษาแพทย์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก จริยธรรมนิสิตนักศึกษาแพทย์, แพทย์, Nonthaburi.

เชื่อว่าในชีวิตการเป็นแพทย์ ส่วนใหญ่น่าจะเคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ หรือบางที... ก็อาจจะสัมผัสโดยตรงจากครอบครัวตนเองคุณคิ...
09/03/2026

เชื่อว่าในชีวิตการเป็นแพทย์ ส่วนใหญ่น่าจะเคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ หรือบางที... ก็อาจจะสัมผัสโดยตรงจากครอบครัวตนเอง

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ ?

ขั้นตอน​การ​ตรวจสอบ​ผู้ประกอบวิชาชีพ​เวชกรรม​ที่​ถูก​พักใช้ใบอนุญาต​ผ่านเว็บไซต์​แพทยสภา
03/03/2026

ขั้นตอน​การ​ตรวจสอบ​ผู้ประกอบวิชาชีพ​เวชกรรม​ที่​ถูก​พักใช้ใบอนุญาต​ผ่านเว็บไซต์​แพทยสภา

"แพทยสภาเริ่มเปิดระบบตรวจสอบสถานะแพทย์รายบุคคล เพื่อคุ้มครองประชาชน ทยอยเผยแพร่ข้อมูลภายในมีนาคม 2569"
ตามที่แพทยสภาได้ดำเนินการ ส่งข้อหารือกับคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เกี่ยวกับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลสถานะผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลกับประโยชน์สาธารณะ และคุ้มครองประชาชน
คณะกรรมการแพทยสภาได้รับข้อมูลจากทั้งสองคณะกรรมการ และนำเข้าพิจารณา โดยมีมติเห็นชอบให้เปิดเผยข้อมูลตามแนวทางที่ได้รับคำแนะนำภายใต้กฎหมายทั้งสองฉบับ โดยกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลในลักษณะ “การตรวจสอบรายบุคคลตามการค้นหา” มิใช่การเผยแพร่เป็นบัญชีรายชื่อโดยทั่วไป
ข้อมูลที่จะเปิดเผยผ่านระบบตรวจสอบรายชื่อแพทย์ จะครอบคลุมเฉพาะกรณี ดังนี้
1.การพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม พร้อมระยะเวลาที่กำหนด
2.การเพิกถอน หรือการสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชน ให้สามารถตรวจสอบสถานะของแพทย์ที่เข้ารับการรักษา อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานระบบการแพทย์ของประเทศไทย
แพทยสภาจะทยอยนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูล “ตรวจสอบรายชื่อแพทย์” บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาได้ด้วยตนเอง ให้สมบูรณ์ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569
ทั้งนี้ การเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาความผิดหรือข้อเท็จจริงในคดี ยังไม่อยู่ในขอบเขตการดำเนินการ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
แพทยสภาขอยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษามาตรฐานวิชาชีพ มิได้กระทบต่อแพทย์ส่วนใหญ่ที่ล้วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ บนมาตรฐานวิชาชีพ และยึดมั่นในจริยธรรมเสมอมาอยู่แล้ว
แพทยสภาขอเป็นกำลังใจแก่แพทย์ทุกท่านที่ทุ่มเทเสียสละ ดูแลผู้ป่วยและสังคมไทยมาโดยตลอด และมุ่งหมายสนับสนุนให้วิชาชีพเวชกรรม ดำรงอยู่บนความเชื่อมั่น มีศักดิ์ศรี และได้รับความไว้วางใจจากทั้งประชาชนและแพทย์อย่างยั่งยืนตลอดไป
แพทยสภา
3 มีนาคม 2569

แพทย์กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน พบว่าแพทย์มีแนวโน้มที่จะออกสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะทางสื่อออนไล...
28/02/2026

แพทย์กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์

ในยุคปัจจุบัน พบว่าแพทย์มีแนวโน้มที่จะออกสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ บ้างก็ทำเพื่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนเป็นวิทยาทานหรือ CSR แต่บางกรณีก็อาจทำเพื่อการตลาดและสร้างมูลค่าให้กับตนเอง บ้านเรามีข้อบังคับแพทยสภาที่คอยตรวจสอบและกำกับดูแลในเรื่องนี้อยู่ ส่วนในต่างประเทศก็มีองค์กรต่างๆที่ออกแนวทางหรือคำแนะนำ ตลอดจนกำกับดูแลในเรื่องนี้เช่นกัน เช่น General Medical Council (GMC) ของสหราชอาณาจักร หรือ American Medical Association (AMA) ของสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

หลักคิดและจริยธรรม

ความซื่อตรง: การประชาสัมพันธ์นั้นต้องถูกต้อง ตรวจสอบได้ และหลีกเลี่ยงการหลอกลวง หรือการชักนำที่ผิด การใช้ศัพท์ทางการแพทย์แบบเกินจริง

ไม่ให้ความหวังลวง: หลีกเลี่ยงการตลาดที่สร้างความคาดหวังผิดๆในการรักษาหรือผลลัพธ์​ที่ได้

จรรยาบรรณ​วิชาชีพ: การกดดันหรือเร่งรัดให้ตัดสินใจถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม

ข้อดีและข้อเสียของการสื่อสารประชาสัมพันธ์

ข้อดี: เพิ่มการตระหนักรู้เรื่องสภาวะหรือโรค/และการรักษา ช่วยผู้ป่วยในการสืบค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ข้อเสีย: อาจทำให้เกิดอุปสงค์ที่ไม่จำเป็นสำหรับบางผลิตภัณฑ์ เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และมีโอกาสทำลายความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: tap-a-gain.com

27/02/2026

True or False ?

Soon, It May Be Unethical Not to Use AI in Healthcareในไม่ช้า การไม่ใช้ AI ทางการแพทย์อาจกลายเป็นเรื่องผิดจริยธรรมบทความ...
11/01/2026

Soon, It May Be Unethical Not to Use AI in Healthcare
ในไม่ช้า การไม่ใช้ AI ทางการแพทย์อาจกลายเป็นเรื่องผิดจริยธรรม

บทความนี้เขียนโดย Fabrice Pakin ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทระบบสุขภาพดิจิทัล และเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 โดยเกริ่นถึงอนาคตของระบบสุขภาพในปัจจุบันซึ่งแม้จะกระจายอย่างไม่ทั่วถึง แต่ก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence; AI) ซึ่งเข้ามามีบทบาทอย่างมากในระบบสุขภาพ จนถึงจุดหนึ่งน่าจะกล่าวได้ว่าการไม่ใช้ AI ทางการแพทย์อาจกลายเป็นเรื่องผิดจริยธรรม

ในช่วงที่ผ่านมา มีการนำ AI มาใช้ในทางการแพทย์มากมาย โดยเฉพาะด้านรังสีวิทยาซึ่งใช้ประมาณร้อยละ 80 ของ AI ทางการแพทย์ ความล่าช้าในการนำมาใช้ไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนแต่อยู่ที่ความสามารถในการบูรณาการ เพราะระบบสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ การจะนำ AI มาใช้ทางการแพทย์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย การเปลี่ยน mindset ของมนุษย์ (โดยเฉพาะแพทย์) ให้เข้าใจ ไว้ใจ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้จึงต้องใช้เวลา และพยายามทำความเข้าใจว่ามันไม่ได้เข้ามาแทนที่แพทย์แต่เป็น “ตัวช่วย” มากกว่า อย่างไรก็ดี ข่าวดีคือในปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว

เรื่องหนึ่งที่ฟังดูย้อนแย้งคือ มีการกล่าวถึง AI ทางการแพทย์ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้แพทย์มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันแพทย์มีภาระหลายอย่างที่ดูเหมือนเป็นเสมียนที่ต้องคอยจัดการระบบข้อมูล จนลดทอนเวลาในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยเองก็สัมผัสได้ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งงานเหล่านี้สามารถปล่อยให้ AI ทำได้อย่างสบาย แพทย์ก็มีเวลาในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ แต่แน่นอนแพทย์เองก็ต้องใช้ AI ช่วยอย่างมีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน รู้ข้อจำกัด และรู้ผลข้างเคียงเช่น hallucination เป็นต้น และใช้อย่างเข้าใจว่ามันเป็นตัวช่วยที่ผิดพลาดได้และต้องการการตรวจทาน เช่นเดียวกับการใช้มนุษย์ในการทำงานใดๆ

ในบทความยังมีการยกตัวอย่างระบบสุขภาพของบริษัทที่ใช้ AI เข้ามาช่วย (ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดได้ตามลิงก์ที่แนบมานี้) ต้องยอมรับว่าระบบสุขภาพในอนาคตคงหลีกเลี่ยงการใช้ AI ไม่ได้ ผู้เขียนจึงเชิญชวนให้มาสร้างระบบที่ดีไปกับมัน ไม่ใช่พยายามต่อต้านมัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะเป็นระบบในอนาคตที่ช่วยรักษาชีวิตและเพิ่มความเป็นมนุษย์ของแพทย์ และสุดท้ายเราอาจจะนึกถึงระบบที่ไม่มีการใช้ AI ไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

อ้างอิง: https://www.linkedin.com/pulse/soon-may-unethical-use-ai-healthcare-fabrice-pakin-oisxf
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก: www.bjh.be

อย่าให้แพทย์​อินเทิร์น​เป็น​ผู้​แบกรับความเสี่ยง​เพียง​ลำพัง
20/12/2025

อย่าให้แพทย์​อินเทิร์น​เป็น​ผู้​แบกรับความเสี่ยง​เพียง​ลำพัง

ความทุกข์ของ Intern 1 หนึ่งในหลายคน

# # เมื่อแพทย์ฝึกหัดต้อง "ส่งตัวไป Turn โรงพยาบาลชุมชน"
# # และต้องเผชิญความเสี่ยง 3 ระดับ ที่ระบบไม่อยากมอง

ประชาคมแพทย์ได้รับจดหมายร้องเรียนจากแพทย์เพิ่มพูนทักษะ (Intern 1)
เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงความเหนื่อยล้าของแพทย์รุ่นใหม่คนหนึ่ง และหลายคน
แต่สะท้อน **ความจริงเชิงโครงสร้าง** ของระบบฝึกอบรมแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน
ที่กำลังผลักความเสี่ยงลงไปอยู่กับแพทย์ฝึกหัดอย่างเงียบ ๆ มีเนื้อหา ใกล้เคียงกัน

เราขอไม่กล่าวถึงชื่อบุคคลหรือสถานพยาบาล
เพราะประเด็นสำคัญไม่ใช่ "ใครผิด"
แต่คือคำถามว่า

> **ระบบแบบนี้ กำลังทำร้ายทั้งแพทย์และคนไข้หรือไม่**

---

# # Intern 1: จาก "ผู้ฝึกงาน" สู่ "ด่านหน้าของระบบ"

ในทางหลักการ
แพทย์เพิ่มพูนทักษะควรอยู่ในระบบที่มี

- การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
- การประเมินจากการทำงานจริง
- เวลาที่เพียงพอในการดูแลและสื่อสารกับผู้ป่วย

แต่ในความเป็นจริงที่สะท้อนจากจดหมายร้องเรียน
Intern 1 จำนวนมากต้อง "ส่งตัวเองไป Turn โรงพยาบาลชุมชน"
แล้วกลายเป็น **แรงงานหลักของระบบในทันที**

- อยู่เวร ER คนเดียว
- ดูแล ward หลายสิบเตียง รวม ICU
- รับ consult ทางโทรศัพท์
- ทำงานต่อเนื่องยาวเกิน 24–28 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายใต้คำว่า "ฝึกอบรม เพิ่มพูนประสบการณ์"

---

# # ความเสี่ยงระดับที่ 1: เสี่ยงถูกฟ้อง จากความผิดพลาดที่ระบบสร้าง

เมื่อแพทย์ฝึกหัดต้องทำงานภายใต้ภาระที่เกินกำลัง
ความผิดพลาด รักษาไม่ทัน สูญเสียคนไข้ ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ
แต่เพราะความเหนื่อยล้า การตัดสินใจลำพัง และเวลาที่ถูกบีบ

แต่เมื่อเกิดเหตุ
ชื่อที่อยู่ในเวชระเบียน
ไม่ใช่ชื่อของระบบ
ไม่ใช่ชื่อของผู้จัดเวรหรือผู้ประเมิน
**แต่คือชื่อของ intern**

นี่คือความเสี่ยงทางกฎหมายที่แพทย์ฝึกหัดอาจต้องแบกรับเพียงลำพัง
ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบระบบนั้นเอง

---

# # ความเสี่ยงระดับที่ 2: เสี่ยง "ไม่ผ่านการประเมิน" จากสิ่งที่ระบบสร้างขึ้น

ความย้อนแย้งที่โหดร้ายคือ
intern ที่ทำงานหนักและอยู่ด่านหน้า
กลับอาจถูกประเมินว่า

- สื่อสารกับผู้ป่วยไม่ครบถ้วน
- ใช้เวลาต่อเคสน้อย
- ผู้ป่วยรอนาน
- หรือถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม

**ทั้งที่ต้นตอของปัญหาคือ work load ที่ไม่สมกับจำนวนคน**

การประเมินที่ไม่ผูกกับบริบทการทำงานจริง
ไม่เพียงทำลายอนาคตของแพทย์รุ่นใหม่
แต่ยังทำให้ระบบหลงเชื่อว่า
ปัญหาเกิดจาก "ตัวบุคคล" ไม่ใช่ "โครงสร้าง"

---

# # ความเสี่ยงระดับที่ 3: อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของ intern เอง

การทำงานต่อเนื่องยาวนาน
ความเครียดสะสม
และการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ไม่ได้จบแค่ในโรงพยาบาล

intern จำนวนไม่น้อยต้องขับรถกลับบ้านในสภาพอ่อนล้า
เสี่ยงอุบัติเหตุ เสี่ยงภาวะซึมเศร้า
และในบางกรณี เสี่ยงต่อการสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนกลับ ซึ่งมีการสูญเสียเกิดขึ้นจริงแล้ว มากกว่า 1 case ที่เราสูญเสียแพทย์ที่ดีไป

นี่ไม่ใช่เรื่อง "ความอดทน"
**แต่คือ ความล้มเหลวของการออกแบบระบบงาน**

---

# # ถึงผู้ที่กำลังประเมิน intern "ตามความคุ้นเคยที่ทำมาหลายปี"

บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อกล่าวโทษใคร
แต่ขอชวนผู้ที่มีบทบาทประเมิน จัดเวร หรือกำกับการฝึกประสบการณ์ หรือ "staff ที่มีชื่ออยู่เวรแต่ให้อินเทิร์นทำงานแทน"
หยุดคิดอย่างตรงไปตรงมาสักครั้ง

หากสิ่งที่เล่ามานี้
ฟังดูคุ้นเคยกับสิ่งที่คุณเคยทำหรือกำลังทำอยู่
ขอให้คุณลองถามตัวเองว่า

**คุณอาจไม่ได้ตั้งใจ หรือจะตั้งใจก็ไม่รู้
แต่คุณกำลังสร้างความเสี่ยงให้แพทย์รุ่นน้องอย่างน้อย 3 ระดับพร้อมกัน**

และไม่เพียงเท่านั้น
ความเสี่ยงเหล่านี้กำลังขยายไปสู่
ความล้มเหลวของระบบสาธารณสุข
และ ความปลอดภัยของผู้ป่วย

---

# # คำถามที่อาจไม่สบายใจ แต่จำเป็นต้องถาม

คุณเคยคิดหรือไม่ว่า
หากวันหนึ่ง intern คนใดคนหนึ่ง
อยู่ในความเสี่ยงเหล่านี้
และมัน "เกิดขึ้นจริง"

ไม่ว่าจะเป็น

- คนไข้เสียชีวิตจาก medical error
- intern ถูกฟ้องร้อง
- หรือ intern เหนื่อยล้า ขับรถจนเกิดอุบัติเหตุและไม่กลับบ้านอีกเลย

**คุณยังจะบอกตัวเองได้หรือไม่ว่า "เราไม่ได้เกี่ยวข้อง"**

เอกสารในการจัดเวร
เอกสารในการประเมิน
ชื่อที่คุณเซ็น

มันคือ evidence ที่แม้คุณจะลืม
แต่กฎหมายและจริยธรรมไม่เคยลืม
ว่าคุณมีส่วนในระบบที่สร้างความเสี่ยงนั้น

เพราะในความเป็นจริง
**การปล่อยให้ระบบเช่นนี้ดำเนินต่อไป
คือการมีส่วนร่วมโดยตรง
แม้จะไม่ได้ลงมือเองก็ตาม**

---

# # ความล้มเหลวนี้ ไม่ใช่ของ intern แต่คือความล้มเหลวของระบบ

intern ไม่ได้ล้มเหลว
แพทย์รุ่นพี่จำนวนมากก็ไม่ได้เลวร้าย

แต่ระบบที่

- คุ้นชินกับภาระงานเกินมนุษย์
- ประเมินโดยไม่เห็นงานจริง
- และปล่อยความเสี่ยงไหลลงล่าง

**คือระบบที่กำลังทำร้าย
ทั้งแพทย์รุ่นใหม่
และคนไข้ไปพร้อมกัน**

---

# # ข้อเสนอเชิงหลักการจากประชาคมแพทย์

เราไม่ได้เรียกร้องสิ่งเกินจริง
แต่ขอเพียงหลักพื้นฐานของระบบวิชาชีพ

**1. ภาระงานต้องสอดคล้องกับระดับการฝึก**
intern ไม่ควรถูกปล่อยให้รับภาระเกินกว่าระดับความสามารถและการกำกับดูแลที่ควรได้รับ

**2. การประเมินต้องอิงการทำงานจริง คนประเมินอยู่ประเมินจริง แม้ไม่ตลอดเวลา แต่ ต้อง มีช่วงเวลาที่สามารถประเมิน และมี feedback** (ต่อบุคคลและ รพ. อย่างละเอียด )

อีกทั้ง การประเมินต้องคำนึงถึงบริบทการทำงาน workload และเงื่อนไขที่แท้จริง ไม่ใช่มาตรฐานในอุดมคติที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

**3. intern ไม่ควรถูกปล่อยเดี่ยวในสถานการณ์เสี่ยง**
ต้องมีระบบ backup และการสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง ไม่ใช่เพียงหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่มีใครรับ

(หมายเหตุ : การที่ไม่มีระบบสนับสนุน ผู้เกี่ยวข้องอาจจะต้องได้รับการถูกสอบสวน โดยผู้ตรวจราชการกระทรวง เรื่องนี้อาจจะใหญ่กว่าที่ ผู้ประเมิน หรือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล คาดคิดไว้ ถ้าพบข้อเท็จจริงว่า ไม่มีระบบสนับสนุน ในการอยู่เวร )

**4. ผู้ร้องเรียนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง**
เสียงที่กล้าพูดออกมาต้องไม่ถูกทำร้ายหรือตีตรา แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

---

# # ปิดท้าย

> **ระบบที่ไม่เป็นธรรมต่อแพทย์
> จะไม่สามารถให้ความปลอดภัยกับผู้ป่วยได้**

ประชาคมแพทย์ จะยังคงเป็นพื้นที่
ให้เสียงที่ไม่กล้าพูดในระบบ
ได้ถูกได้ยินอย่างมีศักดิ์ศรี

19 ธค.2568

Prevalence and associated factors of bullying in medical residents: A systematic review and meta‐analysisในช่วงสัปดาห์ที...
20/12/2025

Prevalence and associated factors of bullying in medical residents: A systematic review and meta‐analysis

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องที่ฮือฮาในวงการแพทย์คงหนีไม่พ้นกรณีที่แพทย์ประจำบ้านในโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งถูกกระทำอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งทุกคนทราบดีว่ามีมานานแล้ว และมีอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกด้วย แต่จะได้รับความสนใจหรือถูกนำขึ้นมาถกเป็นประเด็นปัญหาหรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้จึงอยากนำบทความวิจัยหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

ในปี พ.ศ. 2566 มีงานวิจัย systematic review and meta-analysis เกี่ยวกับการ bully แพทย์ประจำบ้านตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Occupational Health โดยรวบรวมจากงานวิจัยที่ผ่านการกรองแล้ว 13 บทความ โดยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา (8/13) มีจำนวนผู้ร่วมวิจัยทั้งสิ้น 44,566 ราย พบว่าเหตุการณ์แบบนี้พบบ่อยในแผนกศัลยกรรม (มี 7 งานที่ทำเฉพาะในแผนกศัลยกรรมแผนกเดียว)

ผลที่น่าตกใจคือโดยรวมมีความชุกของการ bully เกิดขึ้นถึงร้อยละ 51 (95% CI 36–66) ปัจจัยหนึ่งที่สัมพันธ์กับการเกิดเหตุการณ์นี้คือเพศ โดย 5 งานวิจัยพบว่าแพทย์ประจำบ้านหญิงถูก bully มากกว่าผู้ชาย พบว่าผู้กระทำคืออาจารย์แพทย์ (พบว่ามีมากที่สุดใน 4 งานวิจัย) แต่ก็มีบางงานที่พบว่าเกิดจากผู้ร่วมงานอื่นๆบ่อยกว่า เช่น พยาบาล หรือ นักบำบัด หรือแม้กระทั่งแพทย์ประจำบ้านด้วยกันเอง

มี 3 งานวิจัยที่แสดงถึงลักษณะการ bully ที่พบบ่อยที่สุด โดย 2 งานมีผลเหมือนกันคือ 1) การตอกย้ำถึงความผิดพลาดซ้ำๆ และ 2) การตวาดใส่หน้า และมีงานวิจัยหนึ่งที่พูดถึงเรื่องการ bully ที่เกิดจากการเป็นกลุ่ม LGBTQ+ มี 4 งานวิจัยที่พบว่าเชื้อชาติก็เป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน กล่าวคือกลุ่มที่ไม่ใช่คนผิวขาวจะรายงานการถูก bully มากกว่า

มี 2 รายงานที่กล่าวถึงผลของการ bully และการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้แพทย์ประจำบ้านเกิดภาวะ burnout และนั่นแปรตามความถี่ของการถูกกระทำอย่างมีนัยสำคัญด้วย ซึ่งหากปล่อยให้เกิดการกระทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆไม่เพียงแต่แพทย์ประจำบ้านเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบเชิงลบ แต่อาจนำไปสู่การดูแลรักษาที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนและเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี พบว่าการศึกษานี้มี high heterogeneity ซึ่งไม่น่าแปลกใจ และส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในประเทศฝั่งตะวันตก ซึ่งอาจมีบริบทและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา แต่ในผลงานวิจัยเหล่านั้นก็มีประเทศในทวีปเอเชียรวมอยู่ด้วย ได้แก่ อินเดีย และ ปากีสถาน ซึ่งอาจมีความคล้ายคลึงอยู่บ้าง และที่แน่ๆคือมันบ่งบอกว่าการ bully แพทย์ประจำบ้านนั้นมีอยู่ทุกมุมโลก และเป็นปัญหาที่วงการแพทย์ต้องพยายามแก้ไขให้ได้

อ้างอิง: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10345236/

ชวนเข้าใจ 'ความรุนแรง' ที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังเผชิญ | The MATTER
18/12/2025

ชวนเข้าใจ 'ความรุนแรง' ที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังเผชิญ | The MATTER

จากกรณีโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ที่ออกมาเล่าถึงพฤติกรรมของ ‘อาจารย์แพทย์’ สองคน ที่คนหนึ่งมีพฤติกรรมข่มขู่ ....

15/08/2025

ช่วงนี้มีข่าว"หมอปลอม"ออกมา
ไม่น่ามีวัตถุประสงค์​ดีอะไรแน่ๆ
หากรู้สึก​สงสัยไปเช็ก​ได้ที่นี่ ⬇️

https://checkmd.tmc.or.th/

เชิญชวน​นิสิต​นักศึกษา​แพทย์​ที่สนใจเข้าร่วม.."โครงการ​ประกวด​จิตรกรรม​นิสิต​นักศึกษา​แพทย์​ ครั้ง​ที่​ 1" หัวข้อ​ "การใ...
16/07/2025

เชิญชวน​นิสิต​นักศึกษา​แพทย์​ที่สนใจเข้าร่วม..

"โครงการ​ประกวด​จิตรกรรม​นิสิต​นักศึกษา​แพทย์​ ครั้ง​ที่​ 1" หัวข้อ​ "การให้​ไม่​สิ้นสุด​ (endless giving)"

ชิงเงินรางวัลกว่า 150,000 บาท พร้อมโล่รางวัล​และ​เกียรติ​บัตร

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จริยธรรมนิสิตนักศึกษาแพทย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท