Araya Marketplace Nutrition, Healcare and Welfare พืชผัก สมุนไพร และสินค้า

Socrates บิดาแห่งแพทย์แผนปัจจุบันเคยกล่าว เตือนว่า “จงกินอาหารให้เป็นยา อย่ากินยาเป็นอาหาร” จีนโบราณก็มีคำกล่าวว่า“ใช้อาหารรักษาโรคดีกว่าใช้ยา” อายุจะกลายเป็นเพียงตัวเลข กด Like เคล็ดไม่ลับกับสุขภาพ

14/07/2023
11/06/2023
UPDATE: วิจัยเผย ‘Erythritol’ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล มีส่วนเชื่อมโยงอาการหัวใจวายและหลอดเลือดสมองผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่...
28/02/2023

UPDATE: วิจัยเผย ‘Erythritol’ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล มีส่วนเชื่อมโยงอาการหัวใจวายและหลอดเลือดสมอง
ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งได้รับการเผยแพร่ลงในวารสาร Nature Medicine วานนี้ (27 กุมภาพันธ์) เปิดเผยว่า Erythritol (อิริทริทอล) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มีค่าแคลอรีเป็นศูนย์ มีส่วนเชื่อมโยงกับการแข็งตัวของเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจวาย และการเสียชีวิตของมนุษย์
ดร.สแตนลีย์ ฮาเซน ผู้อำนวยการศูนย์วินิจฉัยและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแห่งสถาบันวิจัย Cleveland Clinic Lerner ซึ่งเป็นผู้นำในการวิจัยฉบับนี้ กล่าวว่า ระดับของความเสี่ยงนั้น ‘สูงเกินระดับปานกลาง’ โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เช่น มีโรคเบาหวานอยู่แล้ว มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะหัวใจวายหรือเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หากพวกเขามีระดับอิริทริทอลในเลือดสูง
“หากระดับอิริทริทอลในเลือดของคุณอยู่เหนือระดับ 75% ก็จะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับระดับอิริทริทอลในเลือดไม่เกิน 25% มันเทียบได้กับปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจที่อันตรายที่สุด เช่น โรคเบาหวาน” ฮาเซนกล่าว
จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการและการวิจัยในสัตว์เพิ่มเติมพบว่า อิริทริทอลดูเหมือนจะทำให้เกล็ดเลือดจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายขึ้น โดยลิ่มเลือดสามารถแตกตัวและไหลเวียนไปยังหัวใจจนทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย หรืออาจไหลเวียนไปยังสมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
ดร.แอนดรูว์ ฟรีแมน ผู้อำนวยการฝ่ายป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของ National Jewish Health แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานวิจัยว่า “รายงานนี้น่าตกใจ และดูเหมือนมีความเสี่ยงที่เลือดจะจับตัวเป็นก้อนจากการรับประทานอิริทริทอล อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจะต้องเดินหน้าศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ถึงเช่นนั้นทุกคนก็ควรจำกัดปริมาณการรับประทานอิริทริทอลในมื้ออาหารตั้งแต่ตอนนี้”
อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ต แรนคิน กรรมการบริหารของสภาควบคุมแคลอรี (Calorie Control Council) ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า “ผลการศึกษานี้ตรงกันข้ามกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีมาหลายทศวรรษ ซึ่งระบุว่า สารให้ความหวานที่มีแคลอรีต่ำ เช่น อิริทริทอล นั้นปลอดภัย ตามหลักฐานที่ได้รับอนุญาตตามกฎระเบียบทั่วโลกสำหรับการใช้งานในอาหารและเครื่องดื่ม” พร้อมระบุว่า ผลการศึกษานี้ไม่ควรนำมาใช้กับประชาชนทั่วไป เนื่องจากผู้ที่เข้าร่วมการวิจัยดังกล่าวเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ก่อนแล้ว
ส่วนสมาคมผู้ผลิตโพลิออลแห่งยุโรป (European Association of Polyol) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอีกชนิดหนึ่ง ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ยังไม่ได้ทบทวนการศึกษานี้
แฟ้มภาพ: Kabachki.photo Via Shutterstock
อ้างอิง:
https://edition.cnn.com/2023/02/27/health/zero-calorie-sweetener-heart-attack-stroke-wellness/index.html

ชาไทย ติด Top10  #เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่อร่อยที่สุดในโลกชาไทยเย็น จากประเทศไทย ถูกจัดอันดับอร่อยติดเป็นที่ชื่นชอบ...
23/02/2023

ชาไทย ติด Top10 #เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่อร่อยที่สุดในโลก

ชาไทยเย็น จากประเทศไทย ถูกจัดอันดับอร่อยติดเป็นที่ชื่นชอบอันดับ 7 ของโลก
ชาไทยเย็น มีส่วนผสมของชาดำเข้มข้น นมข้นหวาน น้ำตาล เสิร์ฟพร้อมกับน้ำแข็งบด ซึ่งมีขายทั้งในร้านอาหารและร้านข้างทาง ปัจจุบันมักใช้ชาไทยแบบสำเร็จรูปที่มีสีผสมอาหาร ทำให้ชามีโทนสีส้มที่โดดเด่นและดูไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่แบบดั้งเดิมควรมีสีเหลืองอำพันเข้ม

เว็บไซต์อาหาร จัดอันดับเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก โดยเครื่องดื่มยอดฮิตของไทยอย่าง “ชาไทย” ติด 1 ใน 10 ของการจัดอันดับดังกล่าว ทั้งนี้ เมนูเครื่องดื่ม 10 อันดับแรกจากทั่วโลก มีดังนี้
1.ชานมฮ่องกง
#ชานมฮ่องกง หรือที่รู้จักในชื่อ ชานมถุงน่อง เนื่องจากถุงที่ใช้ชงชามีลักษณะคล้ายถุงน่อง เป็นเครื่องดื่มที่มีเนื้อครีมเนียนละเอียด ทำจากชาดำผสมกับนมระเหยหรือนมข้นหวาน และน้ำตาล ซึ่งชานมฮ่องกงได้รับอิทธิพลมาจากประเพณีการดื่มชายามบ่ายของอังกฤษ อันมีต้นกำเนิดมาจากยุคอาณานิคมอังกฤษปกครองฮ่องกง

2.Aguas Frescas จากเม็กซิโก
เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของผลไม้ แตงกวา ดอกไม้ เมล็ดพืช และธัญพืชผสมกับน้ำตาลและน้ำ มักมีขายตามโรงบ่มไวน์และร้านอาหารทั่วอเมริกากลาง เม็กซิโก และแคริบเบียน แต่ก็สามารถพบได้ในคาเฟ่และร้านทาเคเรียสไตล์เม็กซิกันทั่วสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ซึ่งเครื่องดื่มนี้มีหลากหลายรสชาติ เช่น ฝรั่ง มะม่วง ส้ม แตงกวา มะนาว มะขาม และอื่น ๆ นิยมดื่มมากที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยเสิร์ฟพร้อมผลไม้และน้ำแข็ง

3.Chai masala จากอินเดีย
จากประเทศอินเดีย เป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอม ทำจากส่วนผสมของชาดำหวานและนมที่ผสมเครื่องเทศมาซาลา ประกอบด้วย กระวาน ขิงป่น กานพลู อบเชย และพริกไทยดำ

4.Maghrebi Mint Tea จากอัลมัฆริบ
Mint Tea จากอัลมัฆริบ เป็นเครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างชาเขียวและสเปียร์มินต์สดที่มีรสหวานอย่างพอเหมาะและมีกลิ่นหอม หรือในบางครั้งมีการนำใบเปปเปอร์มินต์ลงไปผสมจนกลายเป็น Doublemint Tea

5.Horchata (Mexico) จากเม็กซิโก
มีต้นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากข้าว ซึ่งทำโดยการแช่ข้าวในน้ำพร้อมกับอบเชย แล้วนำมาปั่นรวมกับอัลมอนด์ ผสมกับนมสดและน้ำผึ้ง กลายเป็นน้ำนมข้าวที่มีรสชาติหวานละมุน และดีต่อสุขภาพเนื่องจากมีส่วนผสมของธัญพืช

6.Salep จากตุรกี
เป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคในช่วงฤดูหนาว โดยนำลำต้นหรือหัวของกล้วยไม้ป่ามาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาต้มแล้วตากแห้งและบดเป็นแป้งสาลี จากนั้นนำไปผสมกับนมร้อน ขิงและอบเชย นอกจากนี้ยังเชื่อว่า Salep ช่วยบรรเทาอาการของโรคหลอดลมอักเสบ โรคหวัด และอาการไอ เนื่องจากหนึ่งในส่วนประกอบของกลูโคแมนแนน

7.ชาไทยเย็น จากประเทศไทย
#ชาไทยเย็น มีส่วนผสมของชาดำเข้มข้น นมข้นหวาน น้ำตาล เสิร์ฟพร้อมกับน้ำแข็งบด ซึ่งมีขายทั้งในร้านอาหารและร้านข้างทาง ปัจจุบันมักใช้ชาไทยแบบสำเร็จรูปที่มีสีผสมอาหาร ทำให้ชามีโทนสีส้มที่โดดเด่นและดูไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่แบบดั้งเดิมควรมีสีเหลืองอำพันเข้ม

8.El Submarino จากอาร์เจนตินา
เป็นช็อคโกแลตร้อน ที่นำดาร์กช็อกโกแลตชิ้นหนาใส่ลงผสมกับนมร้อนแล้วคนให้เข้ากัน โดยเครื่องดื่มเป็นนิยมเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นดาร์กช็อกโกแลตจึงแนะนำให้เติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน

9.Ristretto จากอิตาลี
ในภาษาอิตาลีนั้น คำว่า ristretto มีความหมายว่า “การจำกัด” เป็นกาแฟเอสเปรสโซครึ่งช็อต มีรสขมน้อยกว่าเอสเปรสโซทั่วไป โดยผงกาแฟที่ใช้ในเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ จะใช้ปริมาณเท่ากับการสกัด Espresso ตามปกติ แต่ปริมาณน้ำจะน้อยกว่า และมีความเข้มข้นกว่าเอสเปรสโซ

10.Darjeeling จากอินเดีย
ชาดังกล่าวตั้งชื่อตามเมืองดาร์จีลิงของอินเดีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปลูกชาเบงกอล และครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางขบวนคาราวานไปยังทิเบต ปัจจุบันเมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชาคุณภาพดี โดยชาดาร์จีลิงมักทำจากใบชาพันธุ์จีน ซึ่งแตกต่างจากชาอินเดียอื่น ๆ ที่ทำจากใบชาสายพันธุ์อัสสัมที่มีใบใหญ่กว่า เป็นชาที่นิยมผลิตออกมาในรูปแบบของชาดำ

ทั้งนี้ ในปี 2546 ชาดาร์จีลิงเป็นผลิตภัณฑ์อินเดียผลิตภัณฑ์แรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผ่านทางสำนักงานสิทธิบัตรแห่งอินเดีย

อ้างอิง https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1211755?utm_source=izooto&utm_medium=push_notifications&utm_campaign=-news&utm_content=breaking-news&utm_term=breaking-news

นักดื่มลองอ่านดูมีข้อมูลดีๆที่แท้จริงเรื่องเหล้ารีเจนซี่มาฝากกันคับ อ่านให้จบแล้วจะพบทางสว่าง ไม่ต้องโดนหลอก. ..... เหล้...
16/01/2023

นักดื่มลองอ่านดู
มีข้อมูลดีๆที่แท้จริงเรื่องเหล้ารีเจนซี่มาฝากกันคับ อ่านให้จบแล้วจะพบทางสว่าง ไม่ต้องโดนหลอก. .....

เหล้ารีเจนซี่เป็นบรั่นดีไทยที่ขายดีอันดับ1ของไทย และทำไมเหล้ารีฯจึงขาดตลาดบ่อย บ่มจากสับปะรดบ้าง บ่มจากองุ่นบ้าง หายากมาก และราคาสูง เราจะไขทุกประเด็นนะคับ

เหล้ารีฯเป็นบรั่นดีที่ต้องบ่มให้ได้มาตรฐานฐานคือ 3 ปี ถ้าไม่ได้มาตรฐานก็จะไม่ยอมเอาออกมาขายเด็ดขาด เพราะห่วงเรื่องรสชาติ แต่ก่อนคนที่ดื่มรีฯมีแต่พวกคนแก่ อาแปะ อากง ดื่มกัน แต่สิบปีให้หลังมานี้ วัยรุ่นก็หันมาดื่มรีฯกันมาก เพราะตื่นมาไม่ปวดหัว จนกระทั่งผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาด

เมื่อสินค้าขาดตลาดก็เกิดช่องว่างทำให้รีฯปลอมออกมาเยอะมาก จุดสังเกตุง่ายๆวิธีดูรีฯแท้ปลอม ง่ายมากคับ ให้ดูแสตมป์บนฝาขวด วัน เดือน ปี ที่ผลิตกับ วัน เดือน ปีที่อยู่ด้านในขวด(มองผ่านน้ำเหล้า)จะต้องตรงกัน แค่นั้นเอง ซึ่งผมเคยเจอแสตมป์ไม่ตรงกันมาแล้วหลายครั้ง ก็ต้องหันมากินแสงฯแทน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีรีฯบ่มจากสับปะรดนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะรีฯบ่มจากองุ่นทุกขวด ออกมาจากถังเดียวกันทั้งหมด บางคนตั้งข้อสังเกตุว่า ขวดที้มีบาร์โค๊ดนั่นบ่มจากองุ่น และขวดที่ไม่มีบาร์โค๊ดบ่มจากสับปะรด ความจริงแล้ว ทั้ง2แบบออกมาจากองุ่นถังเดียวกันทั้งหมด แต่ขวดที่มีบาร์โค๊ดเป็นการขายผ่านห้างร้านต่างๆเช่น เซเว่นฯ โลตัส บิ๊กซี แฟมมิลี่มาร์ท ที่เรียกว่าระบบ โมเดิร์นเทรด

ส่วนขวดที่ไม่มีบาร์โค๊ด จะขายให้กับร้านขายส่งทั่วไป เขาจะวัดค่าการตลาดว่า ตลาดไหนขายดีกว่ากัน (สรุปก็ขาดตลาดทั้งหมด) แต่ก่อนใช้องุ่นในประเทศไทย ใช้จนองุ่นขาดตลาด เคยนำเข้าองุ่นจากต่างประเทศ แต่ต้นทุนสูง ทางรีฯจึงซื้อที่ดินปลูกไร่องุ่นเองที่จังหวัดเชียงราย นครปฐมและอีกหลายจังหวัด

แต่ถึงอย่างไรก็ผลิตออกมาไม่พอกับความต้องการของตลาดอยู่ดี เพราะถังบ่มยังมีปริมาณเท่าเดิม(อนาคตกำลังจะขยายการผลิตแล้ว)เช่นนี้เองจึงเป็นช่วงโอกาสทองของคนที่มีรีฯอยู่ในครอบครอง เปรียบเสมือนมีทองอยู่ในมือ เหล้าสุวรรณภูมิ ในเซเว่นฯหรือห้างทั่วไปที่ใช้ระบบโมเดิร์นเทรด ขายแบนละ243 บาท กลมละ485 บาท(ถ้าเจอนะ)ส่วนมากจะไม่เหลือ
ส่วนร้านขายส่งตอนนี้ราคาโดดไปถึงแบนละ330 กลมละ700 บาท แต่คนก็ซื้อนะ จริงๆซื้อจากเซเว่นฯมาขายต่อยังกำไรท่วมเลย

ผมมีโอกาสได้คุยกับเซลล์ของรีฯ เขาบอกว่าทำงานง่าย เป็นสินค้าที่ทุกคนวิ่งเข้าหา ไม่ต้องไปเร่ขายเหมือนเหล้ายี่ห้ออื่น เซลล์มีหน้าที่เพียงจัดสรร แบ่งปัน กระจายสินค้าให้ทั่วถึงเท่านั้น ไม่ต้องทำยอดเลย

รีฯเป็นเหล้ายี่ห้อเดียวที่ยอดขายไม่ตกช่วงเข้าพรรษา ยี่ห้ออื่นยอดตกเพราะมีหลายคนหยุดเหล้าเข้าพรรษา แต่รีฯผลิตยังไงก็ไม่ทันอยู่ดี

ส่วนภาพที่มีการแชร์กันมากว่า บนขวดที่เขียนว่า fineness grape brandy นั้นเป็นเหล้าที่บ่มจากองุ่นนั้น จริงๆแล้วคนที่มีเหล้าฉลากแบบนี้ไว้ คือเป็นเหล้าเก่าไม่ต่ำกว่า10 ปี เพราะช่วงแรกๆ รีฯต้องการชูประเด็นและอยากให้ทุกคนรู้ว่า รีฯบ่มจากองุ่นนะ แต่พอติดตลาด และอยากให้บรั่นดีสายพันธุ์ไทยเป็นบรั่นดีระดับชาติไทย จึงยกระดับเปลี่ยนpositioning ใหม่เป็น fineness thai brandy ได้เมื่อประ10ปีที่ผ่านมานี่เอง

สรุป.....รีฯบ่มจากองุ่นทุกขวด อย่าไปหลงซื้อรีที่มีบาร์โค๊ดแล้วบอกว่า บ่มจากองุ่นชัวร์ แล้วเรียกราคาสูงลิบลิ่วกันล่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก สุวสรรค์ ชมแก้ว

24/09/2022
25/08/2022

ซอสผัดไทย ทำกิน ทำขาย

ที่อยู่

47/136 หมู่ 1 ต. บึงยี่โถ อ. ธัญบุรี
Pathum Thani
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66865888805

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Araya Marketplaceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Araya Marketplace:

ทางลัด

แชร์