21/06/2025
ระวังฉีดฟิลเลอร์เกินพอดี “Filler Face Syndrome”
https://www.facebook.com/share/p/1CDcMTZF8A/?mibextid=wwXIfr
#แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง
#ศัลยกรรมตกแต่งพะเยา #ศัลยกรรมพะเยา #เสริมจมูกพะเยา #แก้จมูก #แก้ตาสองชั้น #หนังตาตก #ดึงหน้า #เสริมหน้าอก #ลดขนาดหน้าอก #ศัลยกรรมพลาสติก #ศัลยกรรมพลาสติกพะเยา #โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ #โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
#สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย #สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย
วันที่สองของการมาประชุมศัลยแพทย์ตกแต่งนานาชาติที่สิงคโปร์ (ISAPS OLYMPIAD WORLD CONGRESS 2025) Highlight ที่ทำให้ผู้ร่วมประชุมถึงกับร้องฮือทั้งฮอลล์คือการนำเสนอเคสคนไข้ที่รักษาด้วยอาการ Filler Face Syndrome หรือความผิดปกติของใบหน้าที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์สะสมนานและมากจนเกินไป
จุดเริ่มต้นก็เหมือนกับที่เล่าเมื่อวานนี้ คือการที่อยากสวยดูหน้าตึงเรียบเหมือนกับภาพที่ออกมาจาก App ทำให้เริ่มฉีดฟิลเลอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย และฉีดต่อเนื่องเรื่อยมาเพราะอยากให้ตัวเองดูดีตลอดเวลา
คนไข้ในกลุ่มนี้มักจะไม่ได้แค่ฉีดฟิลเลอร์ แต่จะลองมาแล้วทุกอย่างที่เชื่อว่าทำให้สวยได้นาน ไม่ว่าจะการทำ Treatment หน้าแบบต่างๆ การฉีดสารต่างๆ การร้อยไหมต่างๆ จนถึงจุดที่มากเกินไป
ปัญหาคือมากเกินไปแต่ไม่มีใครบอก
หน้าเริ่มแปลกแล้วแต่กลับชมว่าสวย
มีแต่ตัวเองที่อาจจะสังเกตว่าหน้าเริ่มขยับลำบาก ใบหน้าเริ่มไม่เหมือนตัวเอง จะมีอาการบวมบริเวณที่ฉีดมากขึ้น และเพราะฉีดซ้ำโดยไม่รอให้ของเก่าสลายเลยกลายเป็นสะสมฟิลเลอร์ไว้ในชั้นต่างๆ
ในอดีตการฉีดแค่ชั้นผิวหนังยังพอทำเนา
แต่ปัจจุบันมีการฉีดลงลึกเข้าชั้นกล้ามเนื้อ ใต้กล้ามเนื้อ ชั้นใต้เนื้อเยื่อหุ้มกระดูกกันอีก ซึ่งสุดท้ายพบว่าทำให้โครงสร้างกายภาพของหน้าก็ผิดจากเดิมไปด้วย
คลิปวีดีโอของเคสตัวอย่างที่นำเสนอ จะเห็นฟิลเลอร์มากมายที่ทะลักออกมาจากชั้นต่างๆของใบหน้า และเคสที่ผู้นำเสนอเคยเจอค้างมากที่สุดคือ 75 cc!!!!
เวลาฟิลเลอร์ทะลักออกมาจะคล้ายกับเวลาเป็นหนองแล้วแตกออก
แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นคนเป็นหนองขนาดใหญ่ อาจจะนึกถึงซาลาเปาไส้ลาวาตอนที่แตกก็ได้ จะมีไส้ลาวาไหลออกมาเยิ่มไปหมด อันนี้ก็คล้ายกัน
เคสพวกนี้ปัญหาหลังผ่าระบายฟิลเลอร์ยังมีอีกมากมาย เพราะฟิลเลอร์มีหลายแบบ ทั้งเหลว ทั้งแข็ง ซึ่งบางอย่างก็เอาออกไม่ได้ บางอย่างเอาออกแล้วหน้าก็บุ๋มไปเลย เรียกว่ายังไงก็มีความผิดรูปของใบหน้าแน่นอน
มีความเห็นจากศัลยแพทย์ที่ร่วมประชุมว่าน่าจะเผยแพร่ทางสื่อโซเชี่ยลบ้าง เพราะคนไข้ส่วนใหญ่ต้องไม่รู้แน่ว่าการฉีดฟิลเลอร์หรือสารใดๆเข้าใบหน้าเป็นเวลานานจะทำให้เกิดผลเสียร้ายแรง ต่อให้เป็นฟิลเลอร์ที่มาตรฐานก็ตาม
อนาคตคนจะกลัวการฉีดฟิลเลอร์ที่เกินพอดีหรือไม่?
อาจจะไม่ เพราะไม่ค่อยมีใครให้ข้อมูลแบบนี้ ส่วนใหญ่จะบอกว่าปลอดภัยและเชียร์ให้ฉีดต่อเนื่องมากกว่า ก็เอาเป็นว่าตอนนี้มีปัญหาที่มากขึ้นทั่วโลกและแก้ไขยากมากด้วย ถ้าใครรักสวยรักงาม ก็อาจจะต้องดูความพอดีด้วย คือยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเวลาอายุมากขึ้น และอย่าไปหลงตามแรงโฆษณาในสื่อโซเชี่ยลมากเกินไปว่ามีเทคโนโลยีใหม่ที่ปลอดภัยต่างๆนานา
อะไรที่มากเกินไป ล้วนแต่มีผลเสียทั้งสิ้น อันนี้เป็นสัจธรรมครับ