คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์

คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล  สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์ #รับฝากครรภ์ ทำคลอด
#อัลตราซาวน์
#ตรวจภายใน มะเร็งปากมดลูก เชื้อไวรัสHPV รับฝากครรภ์ ทำคลอด ตรวจหลังคลอด อัลตราซาวน์ ตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก มีบุตรยาก

🎯 HPV รู้เท่าทัน ป้องกันได้💥          เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบได้บ่อยมาก และหลายคน “ไม่มีอาการ”📌HPV สายพั...
16/05/2026

🎯 HPV รู้เท่าทัน ป้องกันได้💥
เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
พบได้บ่อยมาก และหลายคน “ไม่มีอาการ”

📌HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก
แต่สามารถ “ป้องกันและตรวจคัดกรองได้” ด้วย

✅ HPV DNA Test
✅ LBC
✅ Pap smear

📌 แม้ไม่มีอาการ ก็อาจติดเชื้อ HPV ได้
📌 แม้ฉีดวัคซีนแล้ว ยังควรตรวจคัดกรองตามอายุและความเสี่ยง

💗 ตรวจเร็ว พบไว รักษาได้ทัน
ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้

📲 สแกน QR Code เพื่อนัดหมายหรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

#มะเร็งปากมดลูก #ตรวจภายใน #สูตินรีแพทย์ #คลินิกแพทย์นภัสกมล #เพชรบูรณ์

05/05/2026

คลินิกหยุด 5-7 พ.ค
เปิด ศุกร์ 8 พ.ค
16.30
089-7118302

🎯การป้องกันการคลอดก่อนกำหนดนะคะคุณแม่ๆ
01/05/2026

🎯การป้องกันการคลอดก่อนกำหนดนะคะคุณแม่ๆ

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ
14/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ

คลินิกปิดช่วงปีใหม่นะคะ
01/01/2026

คลินิกปิดช่วงปีใหม่นะคะ

28/12/2025

พรุ่งนี้ คลินิกเปิด จันทร์ 29 & อังคาร 30 ธ.ค

☎️ 089-7118302
056-712287

Location คลินิกค่ะ☎️056-712287
09/09/2025

Location คลินิกค่ะ
☎️056-712287

View details about Naphatkamon Clinic in Mueang Phetchabun District, Phetchabun Thailand on Apple Maps. Address, driving directions, images, nearby attractions and more.

⚘ #ฝากถึงคุณแม่ๆที่จะผ่าตัดคลอดลองอ่านและตัดสินใจดูนะคะหมอแนะนำ  #การบล็อคหลังเป็นอันดับแรกสุด  ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้อื่นๆที...
07/05/2025

⚘ #ฝากถึงคุณแม่ๆที่จะผ่าตัดคลอดลองอ่านและตัดสินใจดูนะคะ
หมอแนะนำ #การบล็อคหลังเป็นอันดับแรกสุด ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้อื่นๆที่ไม่สามารถบล็อคหลังได้ค่ะ

หลายคนอาจสงสัยว่า เวลาผ่าคลอด ทำไมหมอไม่ให้ยาสลบไปเลย จะได้ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องรู้สึกอะไร ตื่นมาก็ผ่าจบไปแล้ว

ฟังดูเหมือนจะง่ายกับทุกๆคนและสะดวกสุด แต่ความจริงแล้ว การวางยาสลบ (General anesthesia) มักไม่ใช่ตัวเลือกแรกในการคลอดลูก โดยเฉพาะในคนท้องทั่วๆไป เพราะการบล็อกหลัง (Spinal หรือ Epidural) ถ้าไม่มีข้อห้ามในคนท้องจะเป็นวิธีที่เชื่อว่าให้ผลดีกับทั้งแม่และลูกมากกว่า

••••••••

1. วางยาสลบในคนท้องมีความเสี่ยงสูงกว่า

ร่างกายของคนท้องเปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะเรื่องระบบทางเดินหายใจ ทางเดินหายใจบวมง่าย หายใจลำบาก และเวลาจะใส่ท่อช่วยหายใจตอนดมยาสลบก็ยากขึ้นกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีโอกาสสำลักอาหารเข้าปอด เพราะกระเพาะย่อยช้าลง และกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารทำงานแย่ลง ถ้าสำลักขึ้นมาระหว่างดมยาสลบ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงชีวิตได้เลย

2. ยาสลบอาจทำให้ลูกซึมเพราะได้รับยาดมสลบไปด้วย

ยาสลบบางชนิดสามารถผ่านรกไปถึงลูก ทำให้ลูกที่คลอดออกมาอาจหายใจช้าลง ซึม ไม่ค่อยตอบสนองตามสมควร จนบางรายอาจต้องเข้าห้อง NICU เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิดได้ถึงแม้ว่ารุนแรงแบบนี้อาจมีน้อยมากก็ตาม

3. บล็อกหลังทำให้แม่มีสติ รับรู้ช่วงเวลาสำคัญหนึ่งในชีวิต

แม่จะได้ยินเสียงลูกร้องครั้งแรก ได้เห็นหน้าลูกทันที ได้อุ้มลูกแนบอกโดยไม่มึน ไม่ง่วง ฟื้นตัวเร็วกว่า และช่วยบรรเทาอาการปวดหลังคลอดได้ดีอีกด้วย ฟังดูอาจเหมือนเขียนให้ดูโลกสวย แต่ถ้าใครเคยผ่านช่วงนั้นมาอาจเห็นด้วยว่า moment นั้นมันสวยงามจริงๆใช่ไหมครับ

4. บล็อกหลังควบคุมความดันได้ดีกว่า

การบล็อกหลังมีช่วงนึงที่ความดันจะตกได้ แต่ก็มักสามารถปรับระดับยาได้พอดี ช่วยให้ความดันโลหิตคงที่ ลดความเสี่ยงที่เลือดจะไปเลี้ยงรกไม่พอ ลูกก็จะได้รับออกซิเจนอย่างต่อเนื่องตลอดการคลอด

••••••••

แล้วกรณีไหนที่หมอถึงจะเลือกใช้ยาสลบ?

– คลอดฉุกเฉินที่ต้องรีบมาก ไม่มีเวลาเตรียมบล็อกหลัง
– มีข้อห้ามใช้บล็อกหลัง เช่น ภาวะเลือดออกง่าย ติดเชื้อที่หลัง
– บล็อกหลังไม่ได้ผล หรือใช้แล้วชาไม่ถึงระดับที่ต้องการ

และมีจุดสำคัญอีกจุดคือ ในยามเวลาที่ต้องระงับความรู้สึกนั้น มีทีมงานที่เชียวชาญและมีระเบียบที่อนุญาตให้ทำการ block หลังอยู่พร้อมหรือไม่ด้วยนะครับ เพราะการ block หลังเพื่อระงับความรู้สึกต้องได้รับการฝึกฝนและได้รับการรับรองครับ

ทีมหมอทีมพยาบาลจะเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ ในช่วงเวลานั้นๆ และถ้าพร้อมทั้งสองวิธีการไม่เลือกวางยาสลบเป็นลำดับแรก เพราะอยากให้แม่ได้มีส่วนร่วมกับการคลอด และมีความปลอดภัยหลายๆด้านทั้งด้านแม่และลูกครับ

📌 #แนวทางป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์  #ล่าสุด มีนาคม 2568 โดย  #ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย #โลห...
21/04/2025

📌 #แนวทางป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ #ล่าสุด มีนาคม 2568 โดย #ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

#โลหิตจาง คือ ภาวะที่มีระดับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) หรือตัวแดงในเลือดต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ร่างกายขนส่งออกซิเจนได้น้อยลง

#ภาวะนี้เมื่อเกิดกับคนท้องจะส่งผลกระทบมากและอาจรุนแรงต่อทั้งสุขภาพแม่และลูกในท้อง รวมถึงสุขภาพของน้องหลังคลอดด้วย

เกณฑ์การวินิจฉัย (จาก CDC)

• ไตรมาส 1 และ 3: Hb < 11 g/dL
• ไตรมาส 2: Hb < 10.5 g/dL
• หลังคลอด 4–6 สัปดาห์: Hb < 10 g/dL

• ไทยพบถึง 32.2% และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์ โดยไตรมาส 3 สามารถพบพบโลหิตจางได้สูงถึง 50% สูงมากๆเลยนะคะ

ผลกระทบของโลหิตจาง

คนท้อง

• เสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2 เท่า หาก Hb ต่ำกว่า 7
• เสี่ยงตกเลือดหลังคลอด ชักจากครรภ์เป็นพิษ
• ต้องผ่าตัดมดลูก หรือเข้า ICU มากกว่าคนทั่วไป
• หลังคลอด: อ่อนเพลีย นมมาน้อย ซึมเศร้า

ทารกในครรภ์และหลังคลอด

• เสี่ยงเสียชีวิตในครรภ์เพิ่มขึ้น 5 เท่า
• น้ำหนักน้อย โตช้าในครรภ์ Apgar ต่ำ
• ขาดธาตุเหล็กในครรภ์มีผลต่อสมอง พัฒนาการ และสติปัญญาและอาจเกี่ยวข้องกับภาวะออทิสติก ADHD และ IQ ต่ำในอนาคต

อาการแบบไหนต้องระวัง?

• เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
• ปวดศีรษะ หน้ามืด
• หงุดหงิด ซึมเศร้า
• อยากกินของแปลก เช่น น้ำแข็ง ดิน (pica)

การตรวจวินิจฉัยควรทำเมื่อใด?

1. ฝากครรภ์ครั้งแรก → ตรวจ CBC ทุกคน

2. ถ้าพบ Hb ต่ำ → ตรวจ serum ferritin โดยให้แปลผลดังนี้
• < 15 ng/mL → ขาดธาตุเหล็ก
• 15–30 → อาจมีอักเสบหรือโรคอื่น



แนวทางการป้องกัน

แนะนำให้คุณแม่ทุกคนเสริมธาตุเหล็กตลอดการตั้งครรภ์

• ธาตุเหล็ก 30–60 mg/วัน
• โฟลิก 400 mcg/วัน
• แบบวันเว้นวันก็ได้ถ้าท้องอืด คลื่นไส้
• กินตอนเช้าพร้อมวิตามิน C → ดูดซึมดี
• หลีกเลี่ยงการกินพร้อมชา กาแฟ นม ยาลดกรด

โลหิตจางในครรภ์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลถึงชีวิตของแม่ และอนาคตของลูก

• ตรวจแต่เนิ่น ๆ
• ทานยาให้สม่ำเสมอ
• อย่าละเลยอาการผิดปกติ
UP

🌒งานกลางคืนกับการตั้งครรภ์:🤰💥เรื่องที่พยาบาลและผู้หญิงหลายๆคนที่ต้องทำงานเป็นกะควรรู้ไม่ว่าคุณจะกำลังตั้งครรภ์ กำลังวางแ...
21/04/2025

🌒งานกลางคืนกับการตั้งครรภ์:🤰

💥เรื่องที่พยาบาลและผู้หญิงหลายๆคนที่ต้องทำงานเป็นกะควรรู้

ไม่ว่าคุณจะกำลังตั้งครรภ์ กำลังวางแผนมีบุตร หรือดูแลเพื่อนร่วมงานที่ตั้งครรภ์ ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่งานศึกษาล่าสุดในต่างประเทศหลายๆชิ้น บอกเราเกี่ยวกับ “ผลของการทำงานกะกลางคืนและชั่วโมงทำงานที่มีผลในระยะยาวต่อการตั้งครรภ์” ที่ควรรู้และเตรียมการไว้นะคะ

••••••••

1. งานกะกลางคืนเพิ่มความเสี่ยงแท้งบุตร

2. ความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดยังไม่ชัดเจน – แต่งานหนักมีผลกว่า

💐เราจะทำยังไงอย่างไรได้บ้างคะ?

• หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูก ควรปรึกษาผู้บังคับบัญชาเพื่อขอปรับเวลาการทำงาน โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงกะกลางคืนที่ต่อเนื่องและ การถูกทำงานแบบ quick return

• พยายาม จำกัดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมง/สัปดาห์

• หากคุณดูแลเพื่อนร่วมงานที่ตั้งครรภ์ ช่วยกันปรับตารางงานเพื่อช่วยให้เพื่อนได้ปลอดภัยและสุขภาพครรภ์ดี

• สนับสนุนให้องค์กรมีนโยบายที่คุ้มครองสำหรับพนักงานที่มีการทำงานเป็นกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกะกลางคืน

📌 #ถ้าเมื่อได้มีโอกาสวางแผนการตั้งครรภ์ หรือ #กำลังจะตั้งครรภ์อาจต้องพิจารณาชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมกันนะคะ

งานกลางคืนกับการตั้งครรภ์:

เรื่องที่พยาบาลและผู้หญิงที่ต้องทำงานเป็นกะควรรู้

ไม่ว่าคุณจะกำลังตั้งครรภ์ กำลังวางแผนมีบุตร หรือดูแลเพื่อนร่วมงานที่ตั้งครรภ์ ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่งานศึกษาล่าสุดในต่างประเทศหลายๆชิ้น บอกเราเกี่ยวกับ “ผลของการทำงานกะกลางคืนและชั่วโมงทำงานที่มีผลในระยะยาวต่อการตั้งครรภ์” ที่ควรรู้และเตรียมการไว้ครับ

••••••••

1. งานกะกลางคืนเพิ่มความเสี่ยงแท้งบุตร

จากการศึกษาขนาดใหญ่ในประเทศในยุโรปซึ่งใช้ข้อมูลเวลาทำงานจริงจากระบบเงินเดือน พบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ทำงานกะกลางคืน ตั้งแต่ 2 กะขึ้นไปต่อสัปดาห์ หลังอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการแท้งเพิ่มขึ้น 32% และยิ่งทำงานกะกลางคืนมาก ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ

เชื่อกันว่าสาเหตุอาจมาจากหลายๆอย่าง และที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบกวนวงจรนาฬิกาชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรกครับ เพราะเวลากลางคืนเป็นเวลานอนของคนส่วนใหญ่นั่นเอง

2. ความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดยังไม่ชัดเจน – แต่งานหนักมีผลกว่า

แม้ว่างานศึกษาจะไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการทำกะกลางคืนในไตรมาสแรกและไตรมาสที่สองกับความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด แต่ งานวิเคราะ (meta-analysis) ของ 62 งานวิจัย กลับพบว่า:
• การทำงาน กะกลางคืนตายตัวไม่เปลี่ยนกะเลย เล่นแบบควงยาวๆ เพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด 21%
• การทำงาน มากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยง:
• คลอดก่อนกำหนด
• ทารกน้ำหนักน้อย
• ทารกตัวเล็กกว่าเกณฑ์อายุครรภ์

หากทำงานเกิน 55.5 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก 10% สำหรับการคลอดก่อนกำหนด

3. ความดันโลหิตสูงในครรภ์

การทำงาน กะกลางคืนต่อเนื่อง หรือมีเวลาเว้นระหว่างกะสั้นๆ (เรียกว่า quick return น้อยกว่า 11 ชั่วโมง) ในช่วง ครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ ครรภ์เป็นพิษและความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในผู้ที่มี ภาวะอ้วน ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นถึง 4–5 เท่า

4. กะสลับ (Rotating Shifts) ก็มีผลนะครับ

เมื่อเทียบกับการทำกะกลางวันแบบตายตัว การทำงานแบบกะสลับเพิ่มความเสี่ยงในระดับปานกลางต่อ:
• คลอดก่อนกำหนด
• ทารกตัวเล็กกว่าเกณฑ์
• ครรภ์เป็นพิษ
• ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

5. ผลต่อพัฒนาการของเด็ก

งานศึกษาทารกที่เกิดจากแม่ที่ทำงานกะกลางคืนอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในการเกิด พัฒนาการล่าช้า เช่น:
• เดินได้มั่นคงช้ากว่าเกณฑ์
• ขีดเขียนได้ช้ากว่าเกณฑ์
• ตอบสนองต่อการเรียกช้ากว่าเกณฑ์

••••••••

แล้วเราจะทำยังไงอย่างไรได้บ้าง?

• หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีลูก ควรปรึกษาผู้บังคับบัญชาเพื่อขอปรับเวลาการทำงาน โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงกะกลางคืนที่ต่อเนื่องและ การถูกทำงานแบบ quick return

• พยายาม จำกัดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมง/สัปดาห์

• หากคุณดูแลเพื่อนร่วมงานที่ตั้งครรภ์ ช่วยกันปรับตารางงานเพื่อช่วยให้เพื่อนได้ปลอดภัยและสุขภาพครรภ์ดี

• สนับสนุนให้องค์กรมีนโยบายที่คุ้มครองสำหรับพนักงานที่มีการทำงานเป็นกะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกะกลางคืน

••••••••

ตอนเป็นสาวน้อยลุยงานเพื่ออนาคตได้ แต่ถ้าเมื่อได้มีโอกาสวางแผนการตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์อาจต้องพิจารณาชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมกันนะครับ

ที่อยู่

คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ. เพชรบูรณ์ 3/4-5 ถ. เมืองเพชรพัฒนา ต. ในเมือง
Phetchabun
67000

เวลาทำการ

อังคาร 16:30 - 19:30
พุธ 16:30 - 19:30
พฤหัสบดี 16:30 - 19:30
ศุกร์ 16:30 - 19:30
เสาร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66897118302

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกแพทย์หญิงนภัสกมล สูตินรีแพทย์ รพ.เพชรบูรณ์:

ทางลัด

แชร์