พร้อมก้าวคลินิกกายภาพบำบัด ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง จังหวัดเพชรบุรี

พร้อมก้าวคลินิกกายภาพบำบัด ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง จังหวัดเพชรบุรี รับทำกายภาพบำบัดที่บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต มีอาการอ่อนแรงอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻
12/09/2026

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻

เส้นเลือดตีบ ไม่ได้เกิดแค่ที่หัวใจ! เช็ก 5 จุดอันตรายที่ต้องระวัง!

เวลาพูดคำว่า “เส้นเลือดตีบ” หลายคนจะนึกถึงหัวใจก่อนครับ
แน่นหน้าอก
เหนื่อย
เส้นเลือดหัวใจตีบ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
แต่จริง ๆ แล้ว คราบไขมันและหลอดเลือดที่เสื่อมไม่ได้เลือกไปเกาะอยู่แค่หัวใจ
มันสามารถเกิดได้หลายจุดทั่วร่างกายครับ
และจุดที่ผมห่วงมากคือ บางตำแหน่งมันค่อย ๆ ตีบเงียบ ๆ อยู่หลายปี จนวันหนึ่งเกิดเหตุแบบเฉียบพลัน
แขนขาอ่อนแรง
พูดไม่ชัด
เดินแล้วปวดขา
ไตแย่
หรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่พอ
ผมอยากให้คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าระบบหลอดเลือดเริ่มมีปัญหา มันไม่ได้เป็นโรคของอวัยวะเดียว แต่มันเป็นเรื่องของทั้งเครือข่าย
วันนี้มาดูกันครับว่า นอกจากหัวใจแล้ว มี 5 จุดไหนที่ถ้าเส้นเลือดตีบขึ้นมาแล้วอันตรายมาก

1️⃣ เส้นเลือดที่คอ — จุดสำคัญก่อนเลือดจะขึ้นไปเลี้ยงสมอง
บริเวณคอมีเส้นเลือดใหญ่ชื่อ carotid artery ทำหน้าที่ส่งเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองครับ
ถ้าเกิดคราบไขมันสะสมจนตีบ หรือมีคราบแตกแล้วเกิดลิ่มเลือดขึ้นมา
ชิ้นส่วนของลิ่มเลือดสามารถหลุดขึ้นไปอุดหลอดเลือดสมองได้
ตรงนี้จึงเชื่อมกับ TIA และ Stroke
อาการเตือนที่ต้องจำคือ
หน้าเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว
พูดไม่ชัด
พูดไม่ออก
มองเห็นผิดปกติเฉียบพลัน
บางครั้งอาการเกิดแค่ไม่กี่นาทีแล้วหายเอง
อันนี้ยิ่งต้องจริงจังครับ เพราะอาจเป็น TIA หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว
เหมือนไฟกระพริบเตือนก่อนระบบใหญ่จะดับ
ถ้ามีอาการแบบนี้ อย่ารอให้เป็นซ้ำครับ ต้องไปโรงพยาบาลทันที

2️⃣ เส้นเลือดในสมอง — ตีบตรงนี้คือ Stroke โดยตรง
ถ้าเส้นเลือดในสมองตีบ เลือดและออกซิเจนจะไปเลี้ยงเนื้อสมองไม่พอ
เนื้อสมองขาดเลือดแล้วเริ่มเสียหายเร็วมากครับ
อาการขึ้นอยู่กับว่าตีบตรงไหน
บางคนแขนขาอ่อนแรง
บางคนพูดไม่ชัด
บางคนเห็นภาพซ้อน
บางคนเดินเซ
บางคนชาครึ่งซีก
จุดสำคัญคืออาการมักมา “ฉับพลัน”
เมื่อกี้ยังปกติ
อีกไม่กี่นาทีเริ่มพูดไม่ชัด
นี่คือเหตุที่คำว่า FAST สำคัญ
Face — หน้าเบี้ยว
Arm — แขนอ่อนแรง
Speech — พูดผิดปกติ
Time — รีบไปโรงพยาบาล
เรื่องนี้ไม่ใช่รอดูพรุ่งนี้ครับ
เวลามีค่าเป็นนาทีจริง ๆ

3️⃣ เส้นเลือดที่ขา — เดินแล้วปวดน่อง อย่าคิดว่าแก่หรือกล้ามอ่อนอย่างเดียว
ภาวะนี้เรียกว่า Peripheral Artery Disease หรือ PAD
เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบครับ
อาการคลาสสิกคือ
เดินไปสักระยะแล้วปวดน่อง
พักแล้วดีขึ้น
พอเดินต่อก็ปวดอีก
อันนี้เรียกว่า intermittent claudication
บางคนไม่ปวดชัด แต่จะรู้สึกขาหนัก ขาอ่อน เท้าเย็น หรือมีแผลที่เท้าหายช้าครับ
ถ้าตีบรุนแรงมาก อาจมีอาการปวดเท้าตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือปลายเท้าซีดคล้ำ
ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษในคนที่เป็น
เบาหวาน
สูบบุหรี่
ไขมันสูง
ความดันสูง
อายุมากขึ้น
เพราะคนที่มี PAD ไม่ได้เสี่ยงแค่เรื่องขา
มันยังบอกเราด้วยว่า หลอดเลือดที่หัวใจและสมองก็อาจมีคราบไขมันอยู่เหมือนกัน

4️⃣ เส้นเลือดไต — ตีบแล้วความดันอาจคุมยาก และไตแย่ลง
อันนี้คนทั่วไปไม่ค่อยนึกถึงครับ
หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเรียกว่า renal artery
ถ้ามันตีบ ไตจะรู้สึกเหมือนเลือดมาเลี้ยงไม่พอ แล้วกระตุ้นระบบฮอร์โมนที่ทำให้ความดันสูงขึ้น
ผลคือบางคนมี
ความดันสูงมาก
คุมยาก
ต้องใช้ยาหลายตัว
หรือค่าไตแย่ลง
ตรงนี้จะสงสัยมากขึ้นในคนที่มีโรคหลอดเลือดหลายตำแหน่งอยู่แล้ว หรือความดันแย่ลงแบบผิดจากเดิม
ไม่ใช่ความดันสูงทุกคนต้องไปตรวจเส้นเลือดไตนะครับ
แต่ถ้าคุมยากมาก หรือไตเปลี่ยนเร็ว แพทย์จะมองเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องประเมินครับ

5️⃣ เส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้ — จุดนี้เกิดไม่บ่อย แต่ถ้าอุดเฉียบพลันอันตรายมาก
อีกตำแหน่งหนึ่งคือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงลำไส้ครับ
ถ้าเส้นเลือดบริเวณนี้ตีบเรื้อรัง บางคนจะมีอาการ
ปวดท้องหลังอาหาร
กินแล้วปวดจนเริ่มกลัวการกิน
น้ำหนักลดลง
เพราะพอกินอาหาร ลำไส้ต้องการเลือดมากขึ้น แต่เลือดไปไม่พอ
ส่วนถ้าเกิดอุดตันเฉียบพลัน อาการมักปวดท้องรุนแรงมาก และถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
เรื่องนี้เรียกว่า mesenteric ischemia
จุดที่อันตรายคือ ถ้าลำไส้ขาดเลือดนาน เนื้อเยื่อสามารถเสียหายได้เร็วครับ
เพราะฉะนั้นปวดท้องรุนแรงผิดปกติแบบมาเร็ว โดยเฉพาะในคนที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือด หรือมีความเสี่ยงลิ่มเลือด ต้องรีบประเมินครับ
แล้วทำไมคนหนึ่งถึงตีบได้หลายจุด?
เพราะต้นเหตุหลักหลายอย่างเป็น “ระบบเดียวกัน” ครับ
เช่น
LDL สูง
เบาหวาน
ความดัน
สูบบุหรี่
พุงเยอะ
ไม่ค่อยขยับ
อายุเพิ่มขึ้น
พันธุกรรม
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ไปกระทบแค่หัวใจ
มันทำให้ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมและเกิดคราบไขมันได้ง่ายขึ้น
เพราะฉะนั้นถ้าตรวจเจอหลอดเลือดตีบที่หนึ่งจุด
ผมอยากให้มองทั้งตัวครับ
ไม่ใช่แค่รักษาตำแหน่งนั้นแล้วจบ
ต้องกลับมาดูว่า LDL คุมดีหรือยัง น้ำตาลเป็นอย่างไร ความดันเท่าไร สูบบุหรี่อยู่ไหม รอบเอวเพิ่มขึ้นหรือเปล่า และออกกำลังกายสม่ำเสมอแค่ไหน

นี่คือการแก้ “ระบบหลอดเลือด” มากกว่าแก้ทีละจุดครับ
ถ้ามีอาการแบบนี้ ผมอยากให้รีบไปโรงพยาบาล
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด
• มองเห็นผิดปกติเฉียบพลัน
• ปวดขารุนแรงเฉียบพลัน เท้าเย็น ซีด หรือคลำชีพจรไม่ได้
• ปวดท้องรุนแรงผิดปกติแบบเฉียบพลัน
• เจ็บหน้าอก หอบ เหงื่อแตก หน้ามืด
พวกนี้คืออาการที่ไม่ควรรอดูเองครับ

สรุปครับ
เส้นเลือดตีบไม่ได้มีแค่ที่หัวใจ
มันเกิดได้ที่
คอ
สมอง
ขา
ไต
และเส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้
และจุดสำคัญคือ ถ้าหลอดเลือดเริ่มมีปัญหาที่หนึ่งตำแหน่ง เราต้องมองทั้งระบบ
เพราะคราบไขมันไม่ได้รู้จักคำว่า “พอแล้ว อยู่แค่ตรงนี้”
วันนี้ถ้ามี LDL สูง เบาหวาน ความดัน พุงเยอะ สูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวโรคหลอดเลือด ผมอยากให้เริ่มจัดการตั้งแต่ยังไม่มีอาการครับ
เพราะเวลาหลอดเลือดตีบแล้วเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ความเสียหายมักมาเร็วกว่าที่เราคิดมาก
ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

Exercise for longevity  #4รูปเเบบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีเเละยืนยาว🏃💪🏻🌻
03/09/2026

Exercise for longevity #4รูปเเบบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีเเละยืนยาว
🏃💪🏻🌻

🌟 Exercise for longevity 4 รูปแบบการออกกำลังกายเพื่อชีวิตที่ยืนยาว🏃🏻🏋🏻🥰

💁‍♀️ในวันศุกร์นี้ (วันที่ 4 กันยายน 2569) ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 10:00 น.
🚩โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ร่วมรับชมรับฟัง ร่วมกดไลค์👍 กดแชร์ รายการสาระเพื่อสุขภาพกับ "โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี" ให้กำลังใจทีมงานของพวกเรา🥰
🎙️นายภาณุพงศ์ กนกทิพย์วงศ์ นักกายภาพบำบัดปฏิบัติการ
🎙️นางสาวณัชชา นิพนธ์นิมิต นักกายภาพบำบัดปฏิบัติการ

💁‍♀️หัวข้อเรื่อง...🌟 Exercise for longevity 4 รูปแบบการออกกำลังกายเพื่อชีวิตที่ยืนยาว🏃🏻🏋🏻🥰

📌ผ่าน FB.live เพจ สวท.เพชรบุรี
📌คลื่นความถี่ FM.95.75 MHz.
✨ซึ่งจะเป็น 60 นาที แห่งความรู้ด้านสาระสุขภาพของโรงพยาบาล✨

🚩โดยจะออกอากาศทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09:00 - 10:00 น. และจะสับเปลี่ยนผู้ดำเนินรายการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในสาขาต่างๆค่ะ

😍อย่าลืม!!!เข้ามาให้กำลังใจกันเยอะๆนะคะ🙇‍♀️🙇‍♀️🙇‍♀️

📝ข่าวโดย...งานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

#รายการสาระสุขภาพกับโรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี
#75ปีพระจอมเกล้า
#สุขภาวัฒน์
#โรงพยาบาลเพชรบุรี
😊

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻
06/08/2026

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻

จะเกิดอะไรขึ้น! ถ้าปล่อยให้ LDL 130+ นานเกิน 90 วัน!

เคยคิดไหมครับว่า ถ้า LDL สูง 130+ mg/dL นานเกิน 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น?
หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ตอนนี้เท่าที่เป็นอยู่ก็ไม่มีอาการอะไรเลยนะ ยังเดินได้ ทำงานได้ กินข้าวอร่อยเหมือนเดิม ก็เลยคิดว่า “ไว้ค่อยลดก็ได้”
ผ่านไป 30 วัน LDL ก็ยังสูง
60 วันก็ยังสูง
จน 90 วัน ตัวเลขก็ยังอยู่ประมาณ 130 กว่า ๆ
คำถามคือ ในช่วง 3 เดือนที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย ข้างในหลอดเลือด “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ” หรือเปล่า?
คำตอบคือไม่ใช่ครับ เพราะ LDL ไม่ได้รอให้เรามีอาการก่อนถึงจะเริ่มทำงาน ทุกวันที่อนุภาคไขมันเหล่านี้หมุนเวียนอยู่ในเลือด ก็มีโอกาสเข้าไปค้างในผนังหลอดเลือดได้เรื่อย ๆ ยิ่งสูงนาน ความเสี่ยงสะสมก็ยิ่งมากขึ้น วันนี้ผมเลยอยากลองพาไปดูเหมือนเรากด Fast Forward 90 วันครับ ว่าถ้าปล่อย LDL สูงต่อเนื่อง ร่างกายข้างในกำลังเจออะไรบ้าง

1️⃣ ช่วงแรก LDL ยังวิ่งวนอยู่ในเลือด แต่โอกาสเข้าไปค้างก็มีทุกวัน
LDL มีหน้าที่ขนคอเลสเตอรอลไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายครับ ตัว LDL เองไม่ใช่ของเสีย แต่ปัญหาคือเมื่อมีอนุภาคที่ก่อหลอดเลือดแข็งหมุนเวียนมากขึ้น โอกาสที่มันจะผ่านเข้าไปแล้วถูกกักอยู่ในผนังหลอดเลือดก็เพิ่มขึ้น
ลองนึกภาพรถวิ่งผ่านถนนเส้นเดิมครับ
วันแรกอาจไม่มีอะไร
วันที่สิบก็ยังไม่เห็นอะไร
แต่ถ้ามีรถจำนวนมากวิ่งผ่านทุกวันเป็นเดือน ๆ โอกาสที่ถนนจะเริ่มสึกหรือมีของตกค้างก็เพิ่มขึ้น
นี่คือเหตุผลที่ LDL ต้องดูเรื่อง “สูงนานแค่ไหน” ไม่ใช่ดูแค่สูงวันนี้หรือไม่ครับ

2️⃣ พอ LDL เข้าไปติดในผนังหลอดเลือด ร่างกายเริ่มมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องจัดการ
LDL ที่ถูกกักอยู่ใต้ผนังหลอดเลือดสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น oxidation
พอเกิดแบบนี้ ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มเข้ามาตอบสนอง เซลล์อักเสบถูกเรียกเข้ามาในบริเวณนั้น
ตรงนี้สำคัญครับ เพราะโรคหลอดเลือดไม่ได้เกิดจาก “ไขมันโปะท่อเหมือนไขมันในท่อน้ำ” อย่างเดียว
มันเป็นทั้งเรื่องของ ไขมัน + การอักเสบ + การตอบสนองของผนังหลอดเลือด ที่ค่อย ๆ ดำเนินไปพร้อมกัน

3️⃣ ถ้ายังปล่อยต่อ เซลล์ที่เข้ามาเก็บไขมันก็เริ่มสะสมมากขึ้น
เซลล์ macrophage จะเข้ามาจัดการอนุภาคไขมัน และเมื่อกินไขมันเข้าไปมาก ๆ จะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Foam cell
เมื่อมีมากขึ้น ก็เริ่มเกิดรอยไขมันระยะแรกในผนังหลอดเลือด หรือ fatty streak ได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระบวนการนี้แทบไม่ทำให้เรารู้สึกอะไรเลยครับ
ไม่มีแน่นหน้าอก
ไม่มีปวดแขน
ไม่มีเวียนหัว
เพราะฉะนั้น “ไม่มีอาการ” กับ “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในหลอดเลือด” เป็นคนละเรื่องกันครับ

4️⃣ 90 วันผ่านไป สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าคราบใหญ่ขึ้นกี่มิล แต่คือเราเพิ่มเวลาสัมผัส LDL ไปอีก 90 วันแล้ว
นี่คือจุดที่ผมอยากให้เห็นภาพมากที่สุดครับ
ผมไม่ได้หมายความว่า LDL 130+ อยู่ 90 วัน แล้ววันที่ 91 จะกลายเป็นหลอดเลือดตีบทันทีนะ
แต่ความเสี่ยงหลอดเลือดเป็นเรื่องของ cumulative exposure หรือการสัมผัสสะสม
วันนี้สูง
พรุ่งนี้ยังสูง
อีกเดือนยังสูง
ปีหน้ายังสูง
เวลาทั้งหมดนั้นบวกกันครับ
เหมือนแดดครับ ยืนกลางแดด 5 นาทีอาจยังไม่เห็นอะไร แต่ถ้าโดนซ้ำทุกวันเป็นปี ผิวเราก็ได้รับผลสะสมต่างจากคนที่โดนน้อยกว่า
LDL ก็มีแนวคิดคล้ายกันครับ

5️⃣ ถ้าสูงต่อจาก 90 วันไปเป็นหลายปี กระบวนการจะค่อย ๆ พัฒนาเป็น Plaque
เมื่อไขมันและเซลล์อักเสบสะสมต่อไป ผนังหลอดเลือดจะเริ่มมีเนื้อเยื่อและส่วนประกอบอื่น ๆ เข้ามาเพิ่ม จนค่อย ๆ กลายเป็น Atherosclerotic plaque
Plaque บางก้อนโตช้า
บางก้อนมีแคลเซียม
บางก้อนอาจไม่ตีบมาก แต่มีองค์ประกอบที่ไม่เสถียร
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคน “ไม่เคยมีอาการมาก่อน” แต่วันหนึ่งเกิดหัวใจขาดเลือดหรือ Stroke ได้
ไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นจากเมื่อวานครับ แต่มันอาจสะสมเงียบ ๆ มาหลายปีแล้ว

6️⃣ LDL 130+ จะน่ากังวลมากขึ้น ถ้ามีตัวเร่งอื่นมาด้วย
ถ้า LDL 130 อยู่ตัวเดียวในคนอายุน้อย สุขภาพโดยรวมดี ความเสี่ยงกับคนอายุ 65 ที่เป็นเบาหวานและความดันสูงย่อมไม่เหมือนกันครับ
ตัวที่ยิ่งช่วยเร่งกระบวนการหลอดเลือด เช่น
• เบาหวานหรือน้ำตาลสูง
• ความดันสูง
• สูบบุหรี่
• โรคไต
• ไตรกลีเซอไรด์สูง
• อ้วนลงพุง
• ApoB สูง
• Lp(a) สูง
• มีประวัติครอบครัวหัวใจหรือ Stroke ก่อนวัย
ดังนั้น LDL 130 ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องตกใจเท่ากันทุกคน แต่ถ้ามันสูงต่อเนื่องและมีตัวเร่งหลายอย่างร่วมกัน ผมจะจริงจังมากขึ้นครับ

7️⃣ แล้วเราควรทำอะไรใน 90 วันนี้ แทนที่จะปล่อยให้มันผ่านไปเฉย ๆ?
ถ้าตรวจเจอ LDL 130+ ผมอยากใช้ 2–3 เดือนต่อจากนี้ให้เป็นช่วง “เปลี่ยนทิศ” ครับ
ลดไขมันอิ่มตัวจากเนื้อติดมัน หนังสัตว์ เนย ชีส กะทิ และเบเกอรี่
เพิ่มโปรตีนคุณภาพดีจาปลา เต้าหู้ ถั่ว
เพิ่มไฟเบอร์จากผัก ผลไม้ทั้งลูก
เลือกอาหารธรรมชาติที่มี Plant sterols เช่น ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด และธัญพืชไม่ขัดสีให้มีในมื้อบ้าง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รักษารอบเอวและน้ำหนักให้อยู่ในจุดเหมาะสม
นอนให้พอ

แล้วตรวจซ้ำดูว่า LDL ลงหรือไม่ครับ
ถ้าปรับแล้วไม่ลง หรือมีความเสี่ยงหลอดเลือดสูงตั้งแต่ต้น ก็ควรคุยกับแพทย์เรื่องการประเมินเพิ่มเติมเรื่องตรวจค่า ApoB เพื่อดูจำนวนอนุภาคไขมันที่ก่อหลอดเลือด หรือตรวจ Lp(a) โดยเฉพาะถ้ามีประวัติครอบครัวโรคหัวใจหรือ Stroke ก่อนวัยครับ

ถ้า LDL 130+ อยู่กับเรา 90 วัน เราอาจยังไม่เจ็บ ไม่เหนื่อย และใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลอดเลือดของเราได้รับ “เวลาสัมผัสกับ LDL สูง” เพิ่มขึ้น และถ้ากลายเป็น 1 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี ความเสี่ยงก็สะสมต่อเนื่องเหมือนหยอดกระปุกครับ เพียงแต่กระปุกนี้เราไม่อยากให้เต็ม เพราะฉะนั้นอย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยสนใจ ปรับอาหาร ขยับร่างกาย ดูว่าตัวเลขตอบสนองแค่ไหนตั้งแต่ตอนนี้ จะดีกว่าปล่อยให้มันสะสมไปเรื่อย ๆ ครับ ตอนนี้ใครค่า LDL เท่าไหร่ และกำลังดูแลตัวเองยังไงคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้นะครับ

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥เปิดให้บริการในวันที่13ก.ค69นะคะ🌻📖•ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)•ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต•ผู้...
11/07/2026

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥เปิดให้บริการในวันที่13ก.ค69นะคะ🌻📖

•ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)

•ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

•ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

•ผู้ป่วยพาร์กินสัน

•ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

•ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เปลี่ยนข้อสะโพกหรือผ่าตัดใส่เหล็กดาม

•ผู้สูงอายุ

🌻คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🌻
ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ

สามารถโทรติดต่อสอบถามนัดคิวในการรักษาได้ที่เบอร์

📞094-428-1826
📞064-886-1954

#กายภาพบำบัดที่บ้าน #โรคหลอดเลือดในสมอง #อัมพฤกษ์อัมพาต #พร้อมก้าว #คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว #จังหวัดเพชรบุรี

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻
01/07/2026

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดนะคะ🏥📖🌻

ไขมันในเลือดสูงไม่ได้แปลว่าต้องกินแต่ของจืดจนไม่มีความสุขครับ สิ่งสำคัญคือเลือกอาหารที่ช่วยลด LDL ลดไตรกลีเซอไรด์ และแทนที่ไขมันอิ่มตัวจากของทอด เนย กะทิ และเนื้อติดมัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอาหารพวกนี้ “ช่วยดูแล” ไม่ใช่กินแล้วแทนยาได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่ LDL สูงมาก มีเบาหวาน โรคไต หรือเคยหัวใจตีบและ Stroke มาแล้วครับ แนวทางอาหารเพื่อหัวใจเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว ปลา และโปรตีนที่ผ่านการแปรรูปน้อยเป็นหลักครับ

1️⃣ ปลาแซลมอนและปลาทะเล
ปลาแซลมอน ปลาทู ซาร์ดีน และปลาทะเลมัน มีโอเมก้า-3 ซึ่งเด่นเรื่องช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ครับ แต่ไม่ได้แปลว่าจะดัน HDL ขึ้นแรงหรือทำให้ LDL หายไปทันที เลือกกินแบบย่าง นึ่ง หรือต้ม สัปดาห์ละประมาณ 2 มื้อ ดีกว่าทอดจนไขมันดีต้องว่ายอยู่ในน้ำมันเก่าอีกทีครับ

2️⃣ ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารละลายน้ำที่เรียกว่าเบตากลูแคน ช่วยจับคอเลสเตอรอลบางส่วนในลำไส้และลดการดูดซึมกลับเข้าสู่เลือด จึงช่วยลด LDL ได้ครับ เลือกข้าวโอ๊ตแบบไม่เติมน้ำตาล แล้วกินคู่กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ถั่ว หรือไข่ จะดีกว่าซื้อแบบซองหวาน ๆ แล้วเรียกว่ามื้อสุขภาพครับ

3️⃣ อะโวคาโด
อะโวคาโดมีไขมันไม่อิ่มตัวและใยอาหาร ช่วยแทนที่ไขมันอิ่มตัวจากเนย ครีม และเนื้อติดมันได้ครับ แต่ต้องกินในปริมาณพอดี เพราะพลังงานยังสูงอยู่ ประมาณหนึ่งในสี่ถึงครึ่งผลต่อครั้งก็พอ ไม่ใช่กินสองลูกแล้วบอกว่าเป็นไขมันดีจึงไม่นับแคลอรีครับ

4️⃣ ถั่วเปลือกแข็ง
อัลมอนด์ วอลนัต พิสตาชิโอ และถั่วลิสงไม่เค็ม มีทั้งไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร และไฟโตสเตอรอล ซึ่งช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลบางส่วนครับ เลือกแบบไม่เคลือบน้ำตาล ไม่ทอด และกินประมาณหนึ่งกำมือเล็ก เพราะถั่วดีจริง แต่กินเพลินหนึ่งถุงก็พลังงานเกินเหมือนกันครับ

5️⃣ กระเทียม
กระเทียมใช้เพิ่มรสชาติแทนน้ำปลา น้ำตาล และซอสหนัก ๆ ได้ดีครับ มีงานวิจัยบางส่วนพบว่ากระเทียมอาจช่วยลดไขมันได้เล็กน้อย แต่ผลไม่ได้แรงเท่ายาและไม่เหมือนกันทุกคน เพราะฉะนั้นใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารได้ แต่ไม่ต้องกินกระเทียมสดเป็นกำมือหรือซื้ออาหารเสริมหวังให้ LDL ลงฮวบครับ

6️⃣ เบอร์รีรวม
สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และผลไม้สีเข้มมีใยอาหารกับสารพฤกษเคมีที่ช่วยดูแลหลอดเลือดและลดการอักเสบครับ เลือกกินเป็นผลสดหรือแช่แข็งไม่เติมน้ำตาล ดีกว่าปั่นรวมกับน้ำผึ้ง นมข้น และไซรัป เพราะจากของดีจะกลายเป็นน้ำหวานได้ในแก้วเดียวครับ

7️⃣ ดาร์กช็อกโกแลต
ดาร์กช็อกโกแลตมีสารฟลาโวนอลที่อาจช่วยเรื่องหลอดเลือด แต่ไม่ได้หมายความว่าช็อกโกแลตทุกแท่งช่วยลดไขมันครับ ควรเลือกโกโก้สูง น้ำตาลน้อย และกินเพียง 1–2 ชิ้นเล็ก ไม่ใช่กินครึ่งแผ่นทุกคืน เพราะพลังงาน น้ำตาล และไขมันยังมีอยู่ ถ้ากินเกิน ไตรกลีเซอไรด์อาจขึ้นก่อนหัวใจจะแข็งแรงครับ

กินยังไงให้ไขมันลงจริง?
• ใช้อาหาร 7 อย่างนี้ “แทน” ของเดิม ไม่ใช่เพิ่มเข้าไปบนมื้อเดิม เช่น ใช้ถั่วแทนขนม ใช้ปลาแทนหมูสามชั้น และใช้อะโวคาโดแทนเนย
• ถ้า LDL สูง ให้เน้นใยอาหารละลายน้ำจากข้าวโอ๊ต ถั่ว ผัก และผลไม้ พร้อมลดไขมันอิ่มตัวจากของทอด เนย กะทิ และเนื้อติดมัน
• ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูง ให้ตัดน้ำหวาน ขนม แป้งเกิน และแอลกอฮอล์ก่อน เพราะต่อให้กินปลาแซลมอนทุกวัน แต่ยังดื่มชาเย็น ไตรกลีเซอไรด์ก็ไม่เกรงใจครับ
• เดินหลังอาหาร ฝึกกล้ามเนื้อ และลดพุงร่วมด้วย เพราะอาหารดีอย่างเดียว แต่ยังนั่งทั้งวัน ตัวเลขก็ลงยากครับ

อาหารเหล่านี้ช่วยดูแลไขมันในเลือดได้จริงเมื่อกินแทนของเดิมและทำต่อเนื่องครับ ไม่ใช่กินอะโวคาโดหนึ่งมื้อ แล้วมื้อเย็นจัดหมูกระทะพร้อมของหวานเหมือนเดิม ให้เน้นปลา ข้าวโอ๊ต ถั่ว ผัก ผลไม้ และไขมันไม่อิ่มตัว พร้อมลดหวาน ลดทอด และขยับร่างกาย แบบนี้ทั้ง LDL ไตรกลีเซอไรด์ และสุขภาพหลอดเลือดถึงจะดีขึ้นครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥  #พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ❗️❗️❗️•ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)•ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต...
27/05/2026

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥 #พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ❗️❗️❗️

•ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)

•ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

•ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

•ผู้ป่วยพาร์กินสัน

•ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

•ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เปลี่ยนข้อสะโพกหรือผ่าตัดใส่เหล็กดาม

•ผู้สูงอายุ

🌻คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🌻
ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ

สามารถโทรติดต่อสอบถามนัดคิวในการรักษาได้ที่เบอร์

📞094-428-1826
📞064-886-1954

#กายภาพบำบัดที่บ้าน #โรคหลอดเลือดในสมอง #อัมพฤกษ์อัมพาต #พร้อมก้าว #คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว #จังหวัดเพชรบุรี

28/04/2026

ขอเเชร์ความรู้ดีๆของคุณหมอเจดเรื่องโรคหลอดเลือดสมองนะคะ🏥📖🌻

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว 🌻เปิดให้บริการในวันที่ 16 เม.ย 69 นะคะ🌻คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥  #พร้อมเปิดให้บริการแล้ววั...
10/04/2026

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว 🌻เปิดให้บริการในวันที่ 16 เม.ย 69 นะคะ🌻

คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🏥 #พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ❗️❗️❗️

•ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)

•ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต

•ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

•ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

•ผู้สูงอายุ

🌻คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว🌻
ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ

สามารถโทรติดต่อสอบถามนัดคิวในการรักษาได้ที่เบอร์

📞094-428-1826
📞064-886-1954

#กายภาพบำบัดที่บ้าน #โรคหลอดเลือดในสมอง #อัมพฤกษ์อัมพาต #พร้อมก้าว #คลินิกกายภาพบำบัดพร้อมก้าว #จังหวัดเพชรบุรี

ที่อยู่

Phetchaburi
76000

เบอร์โทรศัพท์

+66944281826

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พร้อมก้าวคลินิกกายภาพบำบัด ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง จังหวัดเพชรบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง พร้อมก้าวคลินิกกายภาพบำบัด ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง จังหวัดเพชรบุรี:

ทางลัด

แชร์