คลินิกเทคนิคการแพทย์อินเตอร์แลปเพชรบุรี

คลินิกเทคนิคการแพทย์อินเตอร์แลปเพชรบุรี ให้บริการเจาะเลือด ตรวจวิเคราะห์ เลือดทางห้องปฏิบัติการ

ดูแลสุขภาพ กันด้วยค่ะ
04/09/2026

ดูแลสุขภาพ กันด้วยค่ะ

📢 ไข้ลด... แต่อาการทำไมแย่ลง? 🦟
สัญญาณเตือนภัย "วิกฤตไข้เลือดออก" ที่ต้องระวัง! ⚠️

ช่วงหน้าฝนยุงลายตัวเมียตัวเดียวแพร่เชื้อได้หลายคนครับ! อย่าชะล่าใจเมื่อไข้เริ่มลด แต่อาการกลับแย่ลง มาเช็ก 3 ระยะอันตรายและอาการเตือนที่ต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันทีกันครับ 🏥

🔹 3 ระยะอันตรายที่ต้องรู้:

ระยะไข้สูง: ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน ปวดหัว ปวดเมื่อย

ระยะวิกฤต/ช็อก: ไข้ลดลงแต่ตัวเย็น ซีด มือเท้าเย็น ปวดท้อง อาเจียน (อันตรายมาก!)

ระยะฟื้นตัว: อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

❌ เตือนภัยเรื่องยา: ห้ามกินยาแอสไพริน หรือ ไอบูโพรเฟน เด็ดขาด! เสี่ยงกระตุ้นให้เลือดออกในทางเดินอาหารและตับ/ไตวายเฉียบพลัน 💊
🚨 อาการเตือนส่ง รพ. ทันที: ปัสสาวะลดลง, ซึมลงปลุกไม่ตื่น, ปวดท้องรุนแรง, หรืออาเจียนเป็นเลือด
🏡 ป้องกันง่ายๆ ด้วย "3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค":เก็บบ้าน เก็บคอบ เก็บน้ำ ตัดวงจรยุงลายตั้งแต่ต้นทาง! 💧✨

#ไข้เลือดออก #หน้าฝน #ระวังยุงลาย

ที่มา : สคร.5 ราชบุรี กรมควบคุมโรค
------------------------------
⏬สามารถติดตามข่าวสารโรคและภัยสุขภาพอีกช่องทางหนึ่งทาง
https://riskcomdev.github.io/ddc-portal/
#แชร์บอกต่อ
#สายด่วนกรมควบคุมโรค1422
#กรมควบคุมโรคห่วงใยอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี💖

04/09/2026

🛑 ไม่มีอาการ = ไม่ติดเชื้อ... จริงหรือ? ระวังภัยเงียบโควิด 19 ทำร้ายคนในบ้านโดยไม่รู้ตัว!
สยบความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าแข็งแรงดี ไม่มีไข้ ไอ เจ็บคอ แปลว่าไม่ติดเชื้อและไม่ต้องระวังตัว! ความจริงทางการแพทย์คือ ผู้ติดเชื้อโควิด 19 หลายราย "ไม่มีอาการป่วยแสดงออกเลย" แต่ร่างกายยังมีเชื้อแฝงอยู่ และสามารถแพร่กระจายไวรัสสู่ผู้อื่นได้ตามปกติผ่านละอองฝอย (พูดคุย ไอ จาม) หรือการใช้ของร่วมกันครับ
🤒 เช็กด่วน! หากมีอาการเตือนเด่นชัด:
มีไข้ ตัวร้อน / ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล / จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส
👉 ให้รีบแยกตัวและตรวจคัดกรองด้วย ATK ทันที!
🚨 (อาการอันตรายวิกฤต: หาก "เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก" ต้องรีบพบแพทย์ด่วนที่สุดครับ)
🛡️ ท่องคาถา "3 ปรับ" ปกป้องคนในบ้าน:
1️⃣ สวมหน้ากากอนามัย: ทุกครั้งเมื่อออกไปพื้นที่สาธารณะ แหล่งชุมชนที่แออัด
2️⃣ ล้างมือให้บ่อยที่สุด: ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ หลังสัมผัสราวจับ ลูกบิด ปุ่มลิฟต์
3️⃣ รักษาระยะห่างก่อนใกล้ชิด: เว้นระยะ 1-2 เมตร เลี่ยงการกอด หอม หรือกินอาหารร่วมกับผู้สูงอายุ/ผู้มีโรคประจำตัวในบ้าน หากเพิ่งไปพื้นที่เสี่ยงมา
#โควิด19 #ไม่มีอาการก็ติดได้ #ภัยเงียบโควิด #ป้องกันโควิด

ที่มา : สคร.5 ราชบุรี กรมควบคุมโรค
------------------------------
⏬สามารถติดตามข่าวสารโรคและภัยสุขภาพอีกช่องทางหนึ่งทาง
https://riskcomdev.github.io/ddc-portal/

#แชร์บอกต่อ
#สายด่วนกรมควบคุมโรค1422
#กรมควบคุมโรคห่วงใยอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี💖

พอไม่คาดหวัง เราก็จะมีความสุข กับสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อยๆ😍
04/09/2026

พอไม่คาดหวัง เราก็จะมีความสุข กับสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อยๆ😍

สุขสันต์ เทศกาลสงกรานต์ 2569 ขอให้ปีใหม่ไทยนี้เต็มไปด้วยความสุข ขอให้สิ่งดีๆไหลมาเทมา และเย็นฉ่ำเหมือนสายน้ำ ขอให้สุขภาพ...
14/04/2026

สุขสันต์ เทศกาลสงกรานต์ 2569 ขอให้ปีใหม่ไทยนี้เต็มไปด้วยความสุข ขอให้สิ่งดีๆไหลมาเทมา และเย็นฉ่ำเหมือนสายน้ำ ขอให้สุขภาพแข็งแรงและโชคดีตลอดทั้งปี ค่ะ

แจ้งปิดทำการ เทศกาลสงกรานต์ 2569 ปิด ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่12เมษายน 2569 ถึง วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569 เปิดทำการตามปกติ ว...
03/04/2026

แจ้งปิดทำการ เทศกาลสงกรานต์ 2569
ปิด ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่12เมษายน 2569
ถึง วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569
เปิดทำการตามปกติ วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569
#ปิดเทศกาลสงกรานต์
#ขออภัยในความไม่สะดวก
ติดต่อสอบถาม ได้ที่ #โทร0818579521

ต้องลดแล้วค่ะ ของหวาน 😭😂
03/04/2026

ต้องลดแล้วค่ะ ของหวาน 😭😂

ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราคือ "มหานคร" ที่ซับซ้อน และทุกสิ่งที่คุณกินเข้าไปคือ "ผู้มาเยือน" วันนี้ The Dark Lab จะพาทุกคนไปติดตามเรื่องราวสุดดราม่า... "ปฏิบัติการลับพุงปลิ้น: เมื่อกองทัพน้ำตาลยึดครองมหานครร่างกาย" 😱

📖 บทที่ 1: เสียงไซเรนแห่งความหวาน (The Sweet Invasion)

ณ มหานครร่างกาย... ทุกอย่างกำลังสงบสุข จนกระทั่ง "ประตูเมือง" (ปาก) ได้เปิดต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ... มันคือ "กองทัพขนมหวานและแป้งขัดขาว" (ชานมไข่มุก, เค้ก, ข้าวขาว)

ทันทีที่เข้ามา กองทัพนี้ถูก "หน่วยย่อย" (ระบบย่อยอาหาร) สลายร่างจนกลายเป็นหน่วยจู่โจมที่เล็กที่สุด... กองทัพนับล้านของ "นายพลกลูโคส" (Glucose)
"นายพลกลูโคส" เหล่านี้ บุกทะลวงเข้าสู่ "ถนนสายหลัก" (กระแสเลือด) ทันที!

🚨 ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! 🚨

สัญญาณเตือนภัยดังลั่น! (ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง) มหานครกำลังตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน!

📖 บทที่ 2: ผู้จัดการภาวะวิกฤต (Commander Insulin)

เมื่อสัญญาณเตือนดัง "ศูนย์บัญชาการตับอ่อน" (Pancreas) จึงส่งยอดฝีมือที่เก่งที่สุดออกมา เขาคือ... "ผู้บัญชาการอินซูลิน" (Commander Insulin)
ผู้บัญชาการอินซูลิน ปรากฏตัวในกระแสเลือดพร้อมภารกิจเร่งด่วน: "เคลียร์ถนนสายหลัก (กระแสเลือด) ให้ว่างโดยเร็วที่สุด! กลูโคสมากเกินไปเป็นอันตรายต่อมหานคร!"

เขาเริ่มสั่งการทันที:

1. "ถึงหน่วยกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ! เปิดประตูรับนายพลกลูโคสเข้าไป! เผาผลาญเป็นพลังงาน (ATP) เดี๋ยวนี้!"

2. "ถึงคลังเสบียงระยะสั้น (ตับและกล้ามเนื้อ)! รีบจับนายพลกลูโคสมาขัง... เอ้ย... มาเก็บในรูป 'ไกลโคเจน' (Glycogen) บัดเดี๋ยวนี้!"

ปัญหาคือ... เราเพิ่งกินมื้อใหญ่มา (และไม่ได้ไปออกกำลังกาย) "คลังเสบียง" มันเต็มแล้ว! 😭
"รายงานผู้บัญชาการ!" เสียงจากคลังตับตะโกนมา "ไกลโคเจนเต็มพิกัดแล้วครับ! เราเก็บเพิ่มไม่ได้อีกแล้ว!"

ผู้บัญชาการอินซูลินกุมขมับ... "นายพลกลูโคส" ยังลอยเคว้งคว้างเต็มถนนสายเลือด แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อ?

📖 บทที่ 3: โรงงานแปรรูปฉุกเฉิน (The Secret Liver Factory)

เมื่อคลังเก็บเต็ม แต่วิกฤตยังไม่จบ ผู้บัญชาการอินซูลินจึงต้องใช้ "แผน B"...

เขาคุมตัว "นายพลกลูโคส" ส่วนเกินทั้งหมด มุ่งหน้าไปยัง "โรงงานแปรรูป" ที่ใหญ่ที่สุดในมหานคร... นั่นคือ "ตับ" (Liver)

"เอาล่ะพวก!" อินซูลินสั่งการ "เมื่อเก็บแบบเดิมไม่ได้... เราก็ต้องเปลี่ยนมันให้เป็นสิ่งที่เก็บได้นานที่สุด! จงเริ่ม 'ปฏิบัติการ DNL' (De Novo Lipogenesis)... ปฏิบัติการสร้างไขมันขึ้นใหม่!"

ในโรงงานแห่งนี้ "นายพลกลูโคส" ผู้น่าสงสาร ถูกสับ (Glycolysis) ถูกบด (Pyruvate) และถูกส่งเข้าเตาหลอม (Mitochondria) จนกลายเป็น "วัตถุดิบตั้งต้น" (Acetyl-CoA)

จากนั้น เอนไซม์ที่ถูกปลุกโดยอินซูลิน ก็เริ่มนำวัตถุดิบนี้มา "ถักทอ" ต่อกันเป็นสายยาว... จนกลายเป็น "นักโทษไขมัน" (Triglycerides)

🚨 ตัวร้ายลับ: "ขุนพลฟรุกโตส" (Fructose) 🚨

ในขณะที่ "นายพลกลูโคส" ยังต้องรอคำสั่งจากอินซูลิน... แต่ "ขุนพลฟรุกโตส" (ที่มากับน้ำหวาน น้ำอัดลม) กลับร้ายกาจกว่า!

มันใช้ "ทางด่วนพิเศษ" (Fructose Pathway) วิ่งตรงไปที่ "โรงงานตับ" โดยไม่สนใจสัญญาณเตือนภัยใดๆ มัน "บายพาส" ด่านตรวจส่วนใหญ่ และกระโดดเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็น "นักโทษไขมัน" (DNL) เร็วกว่ากลูโคสหลายเท่า! มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอดของความพังพินาศนี้!

📖 บทที่ 4: การเนรเทศสู่อาณาจักรพุง (Exile to the Belly Kingdom)

ตอนนี้ "โรงงานตับ" เต็มไปด้วย "นักโทษไขมัน" (Triglycerides) ที่สร้างขึ้นใหม่จนล้นทะลัก ตับเก็บไว้เองไม่ไหว!

ตับจึงจับนักโทษเหล่านี้มัดรวมกัน ยัดใส่ "เรือขนส่ง" ที่ชื่อ VLDL (Very Low-Density Lipoprotein) แล้วปล่อยลอยไปตามถนนสายเลือดอีกครั้ง

เรือ VLDL ล่องลอยไปทั่ว... และมันก็พบ "ดินแดนแห่งการกักเก็บ" ที่ยินดีต้อนรับนักโทษเหล่านี้เสมอ.....นั่นคือ "อาณาจักรพุง" (Visceral Adipose Tissue หรือ ไขมันในช่องท้อง)

"เซลล์ไขมัน" ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรนี้ อ้าแขนรับ "นักโทษไขมัน" จากเรือ VLDL เข้ามาเก็บไว้ในบ้านของตัวเอง... ทำให้บ้าน (เซลล์) ของมัน... พองขึ้น... ขยายใหญ่ขึ้น... และอาณาจักรพุงก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
นี่แหละค่ะ... คือจุดกำเนิดของ "ไขมันรอบเอว" ที่ไม่ได้มาจากไขมัน... แต่มาจาก "แป้งและน้ำตาล" ที่ล้นเกิน!

📖 บทที่ 5: คำสาปของอาณาจักร (The Curse of the Kingdom)

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น! "อาณาจักรพุง" ที่ขยายใหญ่ขึ้นนี้ ไม่ได้อยู่อย่างสงบ

มันกลายเป็น "อาณาจักรขบถ" ที่ปล่อย "คลื่นรบกวน" (สารอักเสบ และกรดไขมันอิสระ) ออกมาป่วนมหานครร่างกายตลอดเวลา

คลื่นรบกวนนี้... ไปขัดขวางสัญญาณของผู้บัญชาการอินซูลิน!

ทำให้ครั้งต่อไปที่อินซูลินตะโกนสั่งการ... "เฮ้! เปิดประตูรับกลูโคสสิ!"... เซลล์ต่างๆ กลับไม่ได้ยิน หรือ "ทำเป็นไม่ได้ยิน" นี่คือภาวะที่เรียกว่า "การดื้อต่ออินซูลิน" (Insulin Resistance)

เมื่อลูกน้องไม่ฟัง... ผู้บัญชาการอินซูลิน (จากศูนย์ตับอ่อน) ก็ต้องตะโกนดังขึ้น! (ร่างกายหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้นและนานขึ้น)

และยิ่งอินซูลินตะโกนดัง (ระดับอินซูลินสูงค้าง) มันก็ยิ่งกระตุ้น "โรงงานตับ" ให้เดินเครื่อง "ปฏิบัติการ DNL" (สร้างไขมัน) หนักขึ้นไปอีก!

มันคือวงจรอุบาทว์!

กินหวาน/แป้ง -> น้ำตาลสูง -> อินซูลินสูง -> สร้างไขมันที่ตับ (DNL) -> ขนไปเก็บที่พุง -> พุงใหญ่ขึ้น -> พุงปล่อยสารก่อกวน -> เกิดภาวะดื้ออินซูลิน -> อินซูลินต้องออกมาสูงขึ้นอีก -> วนกลับไปที่การสร้างไขมัน...

และนั่นคือเรื่องราวทั้งหมดว่า... ทำไมการเพลิดเพลินกับชานมและเบเกอรี่ในวันนี้ ถึงกลายเป็น "ห่วงยาง" ในวันหน้า ด้วยกลไกชีวเคมีที่ดราม่ายิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ค่ะ! 🕵️‍♀️

📚 แหล่งอ้าง
1. Jensen, T., Abdelmalek, M. F., Sullivan, S., Nadeau, K. J., Green, M., Roncal, C., Nakagawa, T., Johnson, R. J., & Lanaspa, M. A. (2018). Fructose and sugar: A major driving force for profit and risk in the modern era. Journal of internal medicine, 283(5), 416–431.
2. Samuel, V. T., & Shulman, G. I. (2016). The pathogenesis of insulin resistance: integrating signaling pathways and substrate flux. The Journal of clinical investigation, 126(1), 12–22.
3. Stanhope, K. L. (2016). Sugar consumption, hepatic lipid synthesis, and insulin resistance. Nutrients, 8(2), 68.

#นิยายวิทยาศาสตร์ #กินหวานทำไมอ้วน #ไขมันรอบเอว #น้ำตาล #แป้ง #ชีวเคมี #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #อินซูลิน #ดื้ออินซูลิน #ฟรุกโตส #ไขมันพอกตับ #สุขภาพ #ลดความอ้วน #นักเทคนิคการแพทย์ #กลไกระดับเซลล์ #ความรู้สุขภาพ #สารคดีร่างกาย

ตรวจหา เชื้อ H.pyroli ที่แล็บ เราได้นะคะ สนใจ สอบถามได้ที่เบอร์ 0818579521 ค่ะ
25/02/2026

ตรวจหา เชื้อ H.pyroli ที่แล็บ เราได้นะคะ สนใจ สอบถามได้ที่เบอร์ 0818579521 ค่ะ

ยุคมืดของคนปวดท้อง (The Era of Acid)

ก่อนปี 1980

ภาพตัดไปที่โรงพยาบาลยุค 80s คนไข้โรคกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) นอนร้องโอดโอย ยาลดกรดขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หมอทั่วโลกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "คุณเครียดเกินไป" "กินเผ็ดใช่ไหม?" หรือ "ไลฟ์สไตล์คุณมันแย่"

ทางออกเดียวถ้าอาการหนักคือ "ผ่าตัดกระเพาะออกบางส่วน" ชีวิตคนไข้เหมือนตกนรกทั้งเป็น กินอะไรก็ลำบาก และวงการแพทย์เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า "กระเพาะอาหารคือเขตหวงห้ามสำหรับสิ่งมีชีวิต" น้ำย่อย pH 1-2 นั้นรุนแรงพอจะละลายตะปูได้ ไม่มีแบคทีเรียหน้าไหนรอดชีวิตได้แน่นอน... จนกระทั่งสองคู่หูนี้เดินเข้ามา

📕EPISODE 1: การพบกันของคนนอกคอก (The Outcasts)

1981 - 1982

ณ ห้องแล็บพยาธิวิทยา, Royal Perth Hospital

Robin Warren: พยาธิแพทย์รุ่นใหญ่ ผู้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในชิ้นเนื้อกระเพาะคนไข้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือ "เส้นขีดสีน้ำเงินจางๆ" (Curved Bacilli) ที่เกาะอยู่ตามผิวเยื่อบุกระเพาะ เขาพยายามบอกหมอคนอื่น แต่ไม่มีใครสนใจ

Barry Marshall: แพทย์ฝึกหัดหนุ่มไฟแรง (และหัวรั้น) ที่กำลังมองหาโปรเจกต์วิจัย เขาเดินเข้ามาในห้องแล็บและสนใจสิ่งที่ Warren เห็น ทั้งคู่เริ่มจับมือกันทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้: "พิสูจน์ว่ามีตัวอะไรบางอย่างอาศัยอยู่ในนรกกรดนี้"

พวกเขาพยายามเพาะเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ในจานเลี้ยงเชื้อ แต่ล้มเหลวถึง 30 ครั้ง จนเกือบจะถอดใจ...

📕EPISODE 2: ความผิดพลาดที่งดงาม (The Lucky Break)

เมษายน 1982 (ช่วงวันหยุด Easter)

ความบังเอิญเปลี่ยนโลกเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ห้องแล็บ "ลืม" ทิ้งจานเพาะเชื้อไว้นานกว่าปกติเพราะติดวันหยุดยาวอีสเตอร์ (ปกติ 2 วันทิ้ง แต่นี่ลากยาวไป 5 วัน)
เมื่อกลับมาทำงาน... บิงโก! จุดใสๆ เล็กๆ ปรากฏขึ้นบนจานเลี้ยงเชื้อ ในที่สุดพวกเขาก็เจอตัวการ มันคือแบคทีเรียเกลียวสว่านที่ต่อมาเราเรียกมันว่า Helicobacter pylori (H. pylori)

แต่ความดีใจอยู่ได้ไม่นาน เพราะเมื่อพวกเขานำเรื่องนี้ไปนำเสนอในงานประชุมแพทย์... "เสียงหัวเราะ" คือสิ่งที่ได้รับกลับมา ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกส่ายหน้าและบอกว่า "เป็นไปไม่ได้ มันแค่เชื้อปนเปื้อน"

📕EPISODE 3: เครื่องดื่มมรณะ (The Su***de Shot)

มิถุนายน 1984

⚠️Warning: Don't try this at home

Marshall หัวชนฝา เขาโมโหที่ไม่มีใครเชื่อ ทั้งที่เห็นตำตาว่าคนไข้โรคกระเพาะทุกคนมีเชื้อตัวนี้ เขาตัดสินใจทำสิ่งที่แหกกฎจริยธรรมแพทย์ทุกข้อ

เช้าวันหนึ่ง ณ ห้องแล็บ:

Marshall นำเชื้อ H. pylori สดๆ ที่เพาะจากกระเพาะคนไข้ มาละลายในน้ำซุปเนื้อ (Beef Broth) สีขุ่นคลั่ก... เขาไม่ได้เอาไปฉีดหนูทดลอง

แต่เขากระดกมันเข้าปากตัวเองจนหมดแก้ว!

"รสชาติมันเหมือนน้ำเนื้อเสียๆ" เขาบันทึกไว้ นี่คือการเดิมพันด้วยร่างกายตัวเอง ถ้าเขาผิด เขาอาจจะแค่ท้องเสีย แต่ถ้าเขาถูก... เขาจะป่วยหนัก

📕EPISODE 4: ผลลัพธ์ที่เจ็บปวด (The Sick Doctor)

3-5 วันต่อมา

ไม่ต้องรอนาน Marshall เริ่มตื่นมาพร้อมอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง

Day 5: อาเจียนทุกเช้า ไม่มีกรดออกมา มีแต่น้ำย่อยใสๆ

The Smell: แม่ของเขา (และภรรยา) ทักว่า "กลิ่นปาก" ของเขาเหม็นเน่ามาก (Halitosis) นี่คือสัญญาณสำคัญ! กลิ่นนั้นคือ แอมโมเนีย (NH3) ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับกรดในกระเพาะ

The Proof: เขาทำการส่องกล้อง (Endoscopy) กระเพาะตัวเองทันที ภาพที่เห็นคือ กระเพาะที่เคยชมพูสวย ตอนนี้แดงเถือก อักเสบ และบวมเป่ง (Severe Gastritis)

ผลชิ้นเนื้อยืนยัน: H. pylori ยั้วเยี้ยเต็มกระเพาะเขาไปหมด

📕EPISODE 5: ชัยชนะและการไถ่บาป (Vindication)

ปลายปี 1984 - 2005

Marshall รักษาตัวเองจนหายขาดด้วย ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) และ เกลือแร่บิสมัท (Bismuth) ง่ายๆ แค่นั้น! โรคที่ทรมานมนุษย์มาเป็นพันปี รักษาได้ด้วยยาฆ่าเชื้อ

แต่กว่าโลกจะยอมรับต้องใช้เวลาอีกเป็นสิบปี

1994: สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) ถึงจะประกาศยอมรับอย่างเป็นทางการ

2005: Barry Marshall และ Robin Warren ได้รับโทรศัพท์สายสำคัญจากสวีเดน... รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์

📕BEHIND THE SCENE: เจาะลึกกลไก (Science Deep Dive)

ทำไม H. pylori ถึงเป็นแบคทีเรียตัวเดียวที่ "ซ่า" ในกระเพาะเราได้?

เสื้อเกราะล่องหน (Urease Activity): มันไม่ได้ทนกรด แต่มัน "เปลี่ยนสภาพแวดล้อม" รอบตัวมันค่ะ มันปล่อยเอนไซม์ชื่อ Urease ออกมาย่อยยูเรีย (Urea) ในน้ำย่อย ให้กลายเป็น แอมโมเนีย (NH3) ซึ่งเป็นด่าง

แอมโมเนียจะห่อหุ้มตัวมันเหมือน "Bubble Shield" ทำให้กรดทำอะไรมันไม่ได้

สว่านเจาะ (Flagella): รูปร่างเกลียวและหางของมัน ออกแบบมาเพื่อ "ว่าย" ทะลุชั้นเมือก (Mucus) ที่เหนียวหนืด เพื่อไปฝังตัวที่ผิวเซลล์กระเพาะ หลบภัยจากน้ำกรดที่ไหลเวียนอยู่ตรงกลาง

เข็มพิษ (CagA & VacA): เมื่อเกาะติดแล้ว มันจะฉีดโปรตีนพิษเข้าไปในเซลล์เรา ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง จนเซลล์กลายพันธุ์... และนี่คือจุดเริ่มต้นของ มะเร็งกระเพาะอาหาร

📕EPILOGUE: มรดกเลือดและรางวัลแห่งความดื้อรั้น (The Legacy)

การกระดกแก้วเชื้อโรคในวันนั้น ไม่ได้แค่ทำให้ Barry Marshall ปวดท้อง แต่มันคือการ "ล้มกระดาน" ความเชื่อทางการแพทย์ที่ผิดพลาดมานับร้อยปี

จากเดิมที่ "แผลในกระเพาะอาหาร" คือโรคเรื้อรังที่ไม่มีวันหายขาด คนไข้ต้องกินยาลดกรดไปตลอดชีวิต หรือร้ายแรงที่สุดคือต้องถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตัดกระเพาะทิ้ง... แต่การค้นพบของ Marshall และ Warren เปลี่ยนมันให้กลายเป็น "โรคติดเชื้อธรรมดา" ที่รักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะเพียง 2 สัปดาห์

สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ H. pylori ไม่ได้หยุดแค่แผล แต่มันคือ "ฆาตกรเงียบ" (Class I Carcinogen) ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของ มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer) อันดับ 1 ของโลก การกำจัดมันจึงเท่ากับการตัดวงจรนรกของมะเร็งไปด้วยในตัว

ในปี 2005 เมื่อเสียงโทรศัพท์จากคณะกรรมการรางวัลโนเบลดังขึ้น มันไม่ใช่แค่ชัยชนะของคนสองคน แต่มันคือเครื่องเตือนใจให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกรู้ว่า...

"ความจริงทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก แต่มันขึ้นอยู่กับหลักฐาน... และบางครั้ง คุณอาจต้องเอาตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อพิสูจน์มัน"

References)
1. Marshall, B. J., & Warren, J. R. (1984). Unidentified curved bacilli in the stomach of patients with gastritis and peptic ulceration. The Lancet, 323(8390), 1311-1315.
2. Marshall, B. J., Armstrong, J. A., McGechie, D. B., & Glancy, R. J. (1985). Attempt to fulfill Koch's postulates for pyloric Campylobacter. Medical Journal of Australia, 142(8), 436-439.
3. The Nobel Prize. (2005). Press Release: The Nobel Prize in Physiology or Medicine 2005.

#หมอแล็บ #เทคนิคการแพทย์ #วิทยาศาสตร์การแพทย์ #โรคกระเพาะ #ประวัติศาสตร์การแพทย์

สวัสดีปีใหม่ ขออวยพรให้ ทุกท่านมีแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งหน้าที่การงานและสุขภาพ เป็นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเร...
03/01/2026

สวัสดีปีใหม่ ขออวยพรให้ ทุกท่านมีแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งหน้าที่การงานและสุขภาพ เป็นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นะคะ

 #คลินิกตรวจเลือดอินเตอร์แลปเพชรบุรี #แจ้งปิดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่ #วันที่31ธันวาคม2568ถึง4มกราคม2569เปิดให้บริการตามปกต...
26/12/2025

#คลินิกตรวจเลือดอินเตอร์แลปเพชรบุรี
#แจ้งปิดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่
#วันที่31ธันวาคม2568ถึง4มกราคม2569
เปิดให้บริการตามปกติ วันจันทร์ที่5มกราคม
สอบถามเพิ่มเติม 0818579521

ไต อวัยวะสำคัญของเรา
22/12/2025

ไต อวัยวะสำคัญของเรา

พยานปากเอกในกระแสเลือด: เมื่อ "ขยะ" จากกล้ามเนื้อ ไขความลับคดีฆาตกรรมเงียบของ "ไต" (Creatinine & eGFR)

เคยสงสัยไหมคะว่า ในขณะที่เรากำลังนั่งอ่านโพสต์นี้ ร่างกายของเรากำลังทำลายหลักฐานบางอย่างอยู่ตลอดเวลา?

ในโลกของนิติวิทยาศาสตร์ เราตามหา DNA เพื่อระบุตัวคนร้าย แต่ในโลกของเวชศาสตร์ชันสูตรและเทคนิคการแพทย์ เราตามหา "ขยะ" ชนิดหนึ่งเพื่อระบุชะตากรรมของอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่าง "ไต" ขยะชิ้นนั้นมีชื่อว่า Creatinine (ครีอะตินีน) ค่ะ

วันนี้จะพาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ ดูเบื้องหลังกลไกการทำงานของมัน ตั้งแต่ระดับโมเลกุลในกล้ามเนื้อ ไปจนถึงคำพิพากษาที่เรียกว่า eGFR ค่ะ

🧬 บทที่ 1: กำเนิดจากขุมพลัง (The Molecular Origin)

ก่อนจะเป็นขยะ Creatinine เคยเป็นฮีโร่มาก่อนค่ะ
ในเซลล์กล้ามเนื้อของเรา มีแหล่งพลังงานฉุกเฉินที่ชื่อว่า Creatine Phosphate (Phosphocreatine) สารตัวนี้เปรียบเสมือนแบตเตอรี่สำรองที่คอยบริจาคหมู่ฟอสเฟต (Phosphate group) ให้กับ ADP เพื่อเปลี่ยนกลับไปเป็น ATP (พลังงานหลักของเซลล์) ทำให้เรามีแรงยกของหนักๆ หรือสปรินต์ตัววิ่งได้ทันที

แต่ในกระบวนการเคมีนั้น "Nothing lasts forever" ค่ะ...

ทุกๆ วัน ประมาณ 1-2% ของ Creatine ในกล้ามเนื้อ จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า Spontaneous Non-enzymatic Cyclization (การเกิดวงแหวนโดยไม่ใช้อาศัยเอนไซม์) คือมันจะสลัดน้ำออกและม้วนตัวกลายเป็นวงแหวนโมเลกุลที่เสถียรแต่ไร้ประโยชน์ที่ชื่อว่า Creatinine

นี่คือจุดกำเนิดของ "ขยะ" ที่เซลล์กล้ามเนื้อไม่ต้องการ และถีบส่งมันออกมาลอยเท้งเต้งอยู่ในกระแสเลือดค่ะ

🚓 บทที่ 2: ด่านตรวจคนเข้าเมือง (The Filtration)

เมื่อ Creatinine ล่องลอยมาตามกระแสเลือด มันจะเดินทางมาถึง "ด่านศุลกากร" ที่เข้มงวดที่สุดในร่างกาย นั่นคือ ไต (Kidney) ค่ะ

ที่หน่วยย่อยของไตที่เรียกว่า เนฟรอน (Nephron) จะมีกลุ่มเส้นเลือดฝอยขดเป็นก้อนกลมๆ ชื่อว่า Glomerulus (โกลเมอรูลัส) ทำหน้าที่เป็นตะแกรงกรองเลือด

ความพิเศษของ Creatinine คือ มันเป็นโมเลกุลที่ "ถูกกรองผ่านได้อิสระ (Freely Filtered)" และที่สำคัญคือ "ไม่ถูกดูดซึมกลับ (Not Reabsorbed)" (หรือถูกดูดกลับน้อยมากๆ) โดยท่อไต

นั่นหมายความว่า ถ้าไตทำงานปกติ Creatinine ที่ลอยมาตามเลือด 100 หน่วย ควรจะถูกไตจับโยนทิ้งไปในปัสสาวะเกือบทั้ง 100 หน่วย เลือดของเราจึงควรมี Creatinine เหลืออยู่น้อยมากๆ คงที่เสมอ

แต่ถ้าวันใดที่ "ด่านตรวจ" พังทลาย... Creatinine จะเริ่มคั่งค้างในเลือด เหมือนขยะที่ล้นเมืองเพราะรถขยะไม่มาเก็บ นั่นแหละค่ะ คือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต!

📉 บทที่ 3: ถอดรหัสลับ eGFR (The Calculation)

การรู้แค่ปริมาณ Creatinine อย่างเดียว อาจยังไม่แม่นยำพอ เพราะคนกล้ามใหญ่ (เช่น นักเพาะกาย) ย่อมผลิตขยะ Creatinine มากกว่าคุณยายร่างเล็ก ทั้งที่ไตอาจจะดีทั้งคู่

นักวิทยาศาสตร์จึงสร้างสมการคณิตศาสตร์ขึ้นมาเพื่อหาค่าที่แท้จริง โดยนำค่า Creatinine มาคำนวณร่วมกับ อายุ เพศ และเชื้อชาติ จนได้ออกมาเป็นค่า eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate)

eGFR คืออะไร?

แปลง่ายๆ คือ "ความเร็วในการทำงานของไต" หรือ "เปอร์เซ็นต์สมรรถภาพของไต" นั่นเองค่ะ

>> หน่วยเป็น mL/min/1.73 m² (หมายถึง ไตสามารถกรองเลือดให้สะอาดได้กี่มิลลิลิตรใน 1 นาที)
สูตรที่นิยมใช้กันทั่วโลกในปัจจุบันคือสูตร CKD-EPI (Chronic Kidney Disease Epidemiology Collaboration) เพราะมีความแม่นยำสูงสุดในการประเมินไตในระยะต่างๆ ค่ะ

📋 บทที่ 4: คำพิพากษา (Interpretation & Stages)

การอ่านค่า eGFR เปรียบเสมือนการตัดเกรดสุขภาพไตค่ะ โดยแบ่งเป็น 5 ระยะ (Stages) ตามความรุนแรง:

ระยะที่ 1 (eGFR > 90): ไตทำงานปกติหรือสูงมาก (เหมือนเครื่องยนต์ฟิตเปรี้ยะ) แต่ถ้าพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะร่วมด้วย อาจเริ่มมีความผิดปกติซ่อนเร้น
ระยะที่ 2 (eGFR 60-89): ไตเริ่มเสื่อมเล็กน้อย ประสิทธิภาพลดลง (เครื่องเริ่มหนืด)
ระยะที่ 3 (eGFR 30-59): "จุดอันตราย" ไตเสื่อมปานกลาง ต้องรีบพบแพทย์เพื่อชะลอการเสื่อม
ระยะที่ 4 (eGFR 15-29): ไตเสื่อมรุนแรง (เตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการฟอกไต)
ระยะที่ 5 (eGFR < 15): ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease) ไตหยุดทำงาน ของเสียท่วมท้นร่างกาย ต้องล้างไตหรือปลูกถ่ายไตทันที

💡 บทสรุป: อย่ารอให้สายเกินแก้
ค่า Creatinine และ eGFR ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษผลแล็บ แต่มันคือ "เสียงตะโกน" จากไตที่กำลังบอกเราว่ามันยังไหว หรือกำลังจะตาย

ในฐานะนักเทคนิคการแพทย์ อยากบอกว่าโรคไตเป็น "ฆาตกรเงียบ" (Silent Killer) อาการมักไม่ออกจนกว่า eGFR จะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ดังนั้น การตรวจเลือดประจำปีเพื่อดูค่าเหล่านี้ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ

ดูแลไตของคุณตั้งแต่วันนี้ ดื่มน้ำให้พอดี ลดเค็ม และออกกำลังกาย เพื่อให้โรงงานบำบัดของเสียในร่างกายเราทำงานได้ยาวนานที่สุดนะคะ

ด้วยความห่วงใยจากห้องแล็บ🩸🔬

📚 แหล่งอ้างอิง (References):
1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. (2013). KDIGO 2012 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International Supplements, 3(1), 1–150.
2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). (n.d.). Glomerular Filtration Rate (GFR).
3. Levey, A. S., Stevens, L. A., Schmid, C. H., Zhang, Y. L., Castro, A. F., Feldman, H. I., ... & Coresh, J. (2009). A new equation to estimate glomerular filtration rate. Annals of Internal Medicine, 150(9), 604-612.

#เทคนิคการแพทย์ #โรคไต #สุขภาพดี #รู้ทันโรค #หมอแล็บ

ที่อยู่

33 ถ. มาตยาวงษ์ ต. ท่าราบ อ. เมือง
Phetchaburi
76000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 20:00
อังคาร 07:00 - 20:00
พุธ 07:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 20:00
ศุกร์ 07:00 - 20:00
เสาร์ 07:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

032400630

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเทคนิคการแพทย์อินเตอร์แลปเพชรบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกเทคนิคการแพทย์อินเตอร์แลปเพชรบุรี:

ทางลัด

แชร์