มูลนิธิหลวงปู่ทองดี อนีโฆ

มูลนิธิหลวงปู่ทองดี อนีโฆ มูลนิธิหลวงปู่ทองดี อนีโฆ

🌺ก่อนจะพูด ก่อนจะคิด ก่อนจะทำ ขอให้เรานั้น จงตั้งสติสัมปชัญญะเสียก่อน..          บางทีนั้น คำพูดของเราที่พูดออกไปนั้น อา...
25/08/2026

🌺ก่อนจะพูด ก่อนจะคิด ก่อนจะทำ ขอให้เรานั้น จงตั้งสติสัมปชัญญะเสียก่อน..
บางทีนั้น คำพูดของเราที่พูดออกไปนั้น อาจจะทำให้คนอื่น เขาเดือดร้อน หรือเป็นทุกข์ เพราะความโกรธเท่านั้น
แต่ว่า ถ้าพวกเรา พยายามฝึกให้อภัย เป็นเมตตา อยู่ตลอดเวลา เราก็จะเป็นคนไม่โกรธ เราก็จะเป็นคนที่ใครจะว่า ใครจะด่าเรา เราก็ไม่สนใจ เพราะว่าใจของเรานั้น มันมีแต่คำว่า “ให้อภัย และเมตตา” เราพยายามฝึกไว้เรื่อย ๆ ฝึกไม่เกลียด ไม่โกรธ ไม่อิจฉาใคร แล้วเรานี่แหละ จะได้ชื่อว่า “เป็นผู้ประเสริฐที่สุด”
และให้เราพิจารณาว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้น ไม่ใช่อะไร ก็คือ “ใจ” ของเราเองนี่แหละ
ถ้าใจของเรานั้น หมกมุ่นอยู่กับตัณหา กิเลสน้อยใหญ่ เราก็จะมีแต่ความทุกข์ แต่ว่าถ้าพวกเรานั้น พยายามที่จะฝึกประพฤติปฏิบัติ ให้จิตใจของเราอยู่คงที่ ถ้าเราทำใจของเรานั้น ให้อยู่คงที่ได้ ชีวิตของพวกเรา ที่ประกอบด้วยคุณธรรม มีเมตตา และอภัยนั้น อยู่ตลอดเวลา ได้ชื่อว่า “เราได้ฝึกสติสัมปชัญญะ โดยไม่ส่งความคิดทั้งหลาย ออกไปข้างนอก”
เมื่อเราทุกคน ไม่ส่งความคิดทั้งหลายไปข้างนอก จิตใจของเรานั้น ก็ย่อมจะมีแต่ความสุข และบุคคลทั้งหลาย ก็อยากจะคบค้าสมาคมกับเรา ด้วยอำนาจคุณงามความดีที่เราทำ
สิ่งที่เราทำที่เรียกว่า คุณงามความดีนั้น ถ้าเราได้ประพฤติแล้ว ปฏิบัติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นเทพเทวา ก็ย่อมรักเรา เพราะเราว่าไม่เป็นคนชอบโกรธ ไม่เป็นคนมักโกรธ เพราะว่าความโกรธทั้งหลายนั้น มันต้องดับด้วยคำว่า “เมตตา และอภัย”
ถ้าเราสามารถ ยกเอาเมตตาและอภัยทาน พยายามเอามาตั้งไว้ ภายในใจของเรา นั่นแหละได้ชื่อว่า เรากำลังประพฤติปฏิบัติกรรมฐาน โดยมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วชีวิตของเรานั้น ก็จะพบแต่ความสุข..
📌ธรรมะวันที่ 16 ธันวาคม 2566
#วัดใหม่ปลายห้วย
#หลวงปู่ทองดี_อนีโฆ

🌸ถ้ามีคนมาถามว่า.. “อะไรที่น่ากลัวที่สุด?”..          ขอให้เรานั้น จงตอบกลับไปว่า.. “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้น ก็คือใจคน”...
23/08/2026

🌸ถ้ามีคนมาถามว่า.. “อะไรที่น่ากลัวที่สุด?”..
ขอให้เรานั้น จงตอบกลับไปว่า.. “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดนั้น ก็คือใจคน”
เพราะว่าใจคนนั้น ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ และแน่นอน วันนี้เขาอาจจะรักเรา พอในวันข้างหน้า ถ้าเราทำอะไร ไม่ได้ดั่งใจเขา เขาอาจจะเกลียด จะโกรธเราก็ได้ หรือคนที่เกลียด โกรธ อิจฉา เราอยู่ขณะนี้ ถ้าเราหมั่นให้ใจ ให้เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ให้ความจริงใจกับเขา เขาก็อาจจะเปลี่ยน มารักเราก็ได้
เพราะฉะนั้นแล้ว ใจของคนนี่แหละ ที่ไปยึดมั่นถือมั่นว่า ทุกสิ่งในโลกนี้ ไม่ว่าทรัพย์สิน เงินทอง ข้าวของ หรือสัตว์ บุคคลทั้งหลาย เมื่อเราเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ว่าเป็นของเรา แท้ที่จริงแล้ว ขอให้เราพิจารณาด้วยปัญญาของเรา ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ร่างกาย ที่เรายังยึดว่า นี่เป็นของเรา พอผลสุดท้าย มันก็ดับสลายไปในที่สุด ไม่มีอะไรเป็นของเราได้ นอกจากการ ที่พวกเราประพฤติปฏิบัติ พระธรรม ในหลักธรรมคำสอน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้าเราประพฤติปฏิบัติ ที่เขาบอกว่า “สิ่งที่ติดตัวเราไปได้นั้น ก็มีบุญ กับบาป 2 อย่างเท่านั้นเอง”
ถ้าเรารู้ว่า บุญกับบาป จะพาไปสู่ สถานที่มีความสุข และสถานที่มีความทุกข์ เราก็ลองเลือกพิจารณาเอาว่า เราจะไปดินแดนแห่งสุขาวดี คือดินแดนแห่งความสุข หรือเราจะเลือกไป ดินแดนแห่งอบายภูมิ คือภูมิที่มีแต่ความทุกข์
เพราะฉะนั้นแล้ว เหมือนตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ เรายังอยากให้ชีวิตของเรานั้น มีแต่ความสุข เราไม่อยากให้ชีวิตจิตใจ ของเรา มีความทุกข์เกิดขึ้น
ไม่ว่าสุข หรือว่าทุกข์ มันอยู่ที่ตัวของเรานั้น ต้องประพฤติปฏิบัติ รู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” รู้จักคำว่า “ละ” ถ้าเราสามารถปล่อยวาง และละทุกสิ่งทุกอย่าง ละจากความยึดมั่นถือมั่นได้ นั่นแหละ..แสดงว่า เรากำลังแสวงหาความสุขให้แก่ใจ หรือตัวเราเองนั่นเอง..
#วัดใหม่ปลายห้วย
#หลวงปู่ทองดี_อนีโฆ

23/08/2026
📌การที่พวกเรา จะเชื่อว่า ชาติหน้าภพหน้ามีจริงหรือเปล่า หรือว่า ในอดีตชาติของเรานั้น มีจริงหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้...
21/08/2026

📌การที่พวกเรา จะเชื่อว่า ชาติหน้าภพหน้ามีจริงหรือเปล่า หรือว่า ในอดีตชาติของเรานั้น มีจริงหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องอจินไตย คือเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่เราจะรู้ หรือไม่รู้ ถ้าเราเห็นด้วยปัญญาแล้ว เราก็จะรู้ว่า ชาติหน้ามีจริง อดีตชาติมีจริง
อุปมาอุปไมยว่า มีบางคนบอกว่า “ถ้าชาติหน้ามีจริง อดีตชาติมีจริง ต้องพิสูจน์ได้”
ก็เลยอุปมาอุปไมยถามกลับไปว่า..
“เราว่าความโลภมีจริงไหม ความโกรธมีจริงไหม ความหลงมีจริงไหม”
เขาก็ตอบว่า..
“มีจริง”
แล้วถามว่า..
“ถ้าเราเอาความโลภ ความโกรธ ความหลง ไปเข้าห้องแลปของวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจเนี่ย ถามว่า..
เครื่องมือวิทยาศาสตร์ หรือห้องแลป จะสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า โลภเป็นตัวอย่างไร โกรธเป็นตัวอย่างไร หลงเป็นตัวอย่างไร ห้องแลปนั้น ก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ได้”
“ก็เหมือนชาติหน้า ภพหน้า หรืออดีตชาตินั้น ก็เหมือนกัน ถึงเราจะเอาไปเข้าห้องแลป มันก็ไม่เห็นผล เพราะมันเป็นเรื่องอจินไตย เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องของปัญญาล้วนๆ”
ที่ว่าเป็นเรื่องของปัญญาล้วนๆนั้น คือเราฝึกให้จิตของเราเกิดสมถะขึ้นมาก่อน เมื่อจิตของเราเกิดสมถะ คือความสงบ เมื่อจิตสงบแล้ว เราก็เจริญปัญญา พิจารณาในร่างกายของเรานี่แหละ เราไม่ต้องไปพิจารณาในอดีตชาติ ขอให้เรารู้อยู่ในปัจจุบัน หรือย้อนดูอดีต ตั้งแต่เราเกิด จนถึงปัจจุบันนี้ เราลองพิจารณาดูว่า สภาวะของร่างกายนั้น มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เมื่อร่างกายของเราเป็นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อันนี้แหละเรียกว่า อดีต อดีตที่เคยเป็นเด็ก เคยเป็นหนุ่มสาว แล้วตอนนี้ เข้าสู่วัยกลางคน มันแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา
ถ้าเรารู้เห็นด้วยปัญญา เราก็จะรู้ว่า แม้แต่ร่างกายของเรา ที่เรายึดว่า มีร่างกายของเรา มันยังแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ส่วนในอดีตชาตินั้น ที่เราเคยเกิดมา หลายภพหลายชาติ เมื่อทำสมถะให้เกิดขึ้น แล้วเจริญวิปัสสนา ก็คือปัญญา พิจารณาถึงการเวียนวายตายเกิดในสังสารวัฏนี้ ในปฏิจจสมุปบาท เราก็จะเห็นว่า เราเกิดมาหลายภพหลายชาติแล้ว ส่วนในอนาคต หรือภพภูมิหน้านั้น มีไม่มี มันเป็นเรื่องพิสูจน์ไม่ได้ จนกว่าเราจะถึงความตาย เมื่อเราตายนี่แหละ เราจะเห็นว่า ภพหน้ามีจริง..
🌺ธรรมะออนไลน์วันที่ 10 พฤษภาคม 2567
#วัดใหม่ปลายห้วย
#หลวงปู่ทองดี_อนีโฆ

ที่อยู่

ต. เนินปอ อ. สามง่าม
Phichit
66140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มูลนิธิหลวงปู่ทองดี อนีโฆผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์