จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselor

จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselor จิ๊ปเพื่อนใจเพื่อนที่ดีต่อใจเพื่อการมีสุขภาพใจที่ดี ให้การปรึกษาทางสุขภาพจิตแบบออนไลน์และแบบมาพบกัน

14/07/2026

ตัวอย่างกิจกรรม Sensory Play
เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อมือ
และส่งเสริมการผ่อนคลายทางจิตใจ

👀 การฝึกให้เด็กหาความแตกต่าง (Spot the Difference / Find the Differences)“มากกว่าแค่การหาว่าภาพไหนต่าง แต่คือการฝึกสมองใ...
10/07/2026

👀 การฝึกให้เด็กหาความแตกต่าง (Spot the Difference / Find the Differences)
“มากกว่าแค่การหาว่าภาพไหนต่าง แต่คือการฝึกสมองให้สังเกต คิด และจดจำ”

เพราะเด็กต้องเปรียบเทียบภาพที่คล้ายกันมาก แล้วสังเกตว่า มีสิ่งใด “เพิ่มขึ้น” หรือ “หายไป” ก่อนเรียงลำดับภาพให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะสำคัญหลายด้านไปพร้อมกัน

🌟 เด็กได้ฝึกอะไรจากกิจกรรมนี้?

👁️ 1. การสังเกตรายละเอียด (Visual Discrimination)
เด็กฝึกแยกความแตกต่างของภาพที่คล้ายกัน เช่น มีกระต่ายเพิ่มขึ้น มีนกหายไป หรือมีกระรอกโผล่มา

🧠 2. ความจำจากการมองเห็น (Visual Memory)
เด็กต้องจำภาพก่อนหน้า แล้วเปรียบเทียบกับภาพถัดไปว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง

🧩 3. การคิดวิเคราะห์และเปรียบเทียบ (Analytical Thinking)
เด็กเรียนรู้การเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงเลือกภาพนั้น

📚 4. การเรียงลำดับ (Sequencing)
สามารถเรียงได้ทั้ง

* จากภาพที่มีรายละเอียดน้อย → มาก (มีอะไรเพิ่มขึ้น)
* จากภาพที่มีรายละเอียดมาก → น้อย (มีอะไรหายไป)

ทั้งสองวิธีช่วยฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ และสามารถเพิ่มระดับความยากได้ตามวัยของเด็ก

🎯 5. สมาธิและความใส่ใจ (Attention & Concentration)
การหาความแตกต่างต้องอาศัยความตั้งใจและความละเอียดรอบคอบ ช่วยให้เด็กฝึกจดจ่อกับงานได้นานขึ้น

🗣️ 6. ทักษะการใช้ภาษา (Language Skills)
ชวนเด็กพูดคุยระหว่างเล่น เช่น

* “ภาพนี้ต่างจากภาพก่อนอย่างไร?”
* “อะไรหายไป?”
* “อะไรเพิ่มขึ้น?”
* “เพราะอะไรถึงคิดว่าภาพนี้ควรอยู่ลำดับนี้?”

การตั้งคำถามจะช่วยพัฒนาการอธิบายเหตุผลและการสื่อสารของเด็กได้เป็นอย่างดี

💡 เคล็ดลับในการฝึก

✔️ อย่ารีบเฉลย ให้เด็กได้สังเกตและคิดด้วยตนเอง
✔️ หากหาไม่เจอ ลองชี้แนะเป็นบริเวณกว้างๆ แทนการบอกคำตอบทันที
✔️ ชื่นชมความพยายามของเด็กมากกว่าความถูกต้อง เพื่อสร้างความมั่นใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้

❤️ กิจกรรมหาความแตกต่างอาจดูเหมือนเป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทั้ง การรับรู้ทางสายตา (Visual Perception), ความจำ, สมาธิ, การคิดวิเคราะห์ และการใช้เหตุผล ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ การอ่าน การเขียน และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

โปรแกรมการฝึกเพื่อพัฒนาทักษะ อารมณ์ และสมาธิ แบบตัวต่อตัว ที่เราจัดขึ้นนั้น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นเท่านั้น

แต่เราได้เสริมเรื่องของการฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การควบคุมตัวเอง การรับรู้อารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น การเข้าใจตัวเอง การดูแลและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม และได้ผลในแบบที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

การมีสมาธิจดจ่อ การยับยั้งชั่งใจ การอดทนรอคอย กระบวนการคิดเชิงตรรกะเหตุผล และกระบวนการคิดสร้างสรรค์

มีการเสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กและนิ้วมือ เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการเขียน ช่วยฝึกสมาธิ ลดความไม่นิ่ง สามารถฝึกได้ตั้งแต่อายุ 2-12 ปี

โดยโปรแกรมการฝึกจะได้รับการออกแบบให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน ผ่านกระบวนการฝึกอย่างต่อเนื่องแบบตัวต่อตัวค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ สามารถพาเด็กๆ เข้าทดลองรับการฝึกได้ฟรีนะคะ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางกล่องข้อความได้เลยค่ะ

10/07/2026

เมื่อลูกมีอารมณ์ด้านลบ
ระหว่างการฝึกที่บ้าน
ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร

09/07/2026

⬇️ ลดสิ่งกระตุ้น
⬆️ เพิ่มสมาธิ
⬆️ เพิ่มการควบคุมตนเอง
3 หัวใจสำคัญ ของการช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น

09/07/2026

การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดสิ่งกระตุ้น
1 ใน 3 หัวใจสำคัญ
ของการช่วยสร้างสมาธิให้เด็ก

การฝึกให้เด็กเรียงตามแพทเทิร์น (Patterning) มีประโยชน์มากต่อพัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ เพราะเป็นการฝึกให้เด็กสังเก...
06/06/2026

การฝึกให้เด็กเรียงตามแพทเทิร์น (Patterning) มีประโยชน์มากต่อพัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ เพราะเป็นการฝึกให้เด็กสังเกตความสัมพันธ์ ความซ้ำ และกฎเกณฑ์ของสิ่งต่างๆ

ประโยชน์หลักๆ ได้แก่

1. พัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking)

* เด็กเรียนรู้ว่าลำดับต่างๆ มีหลักการ เช่น แดง-น้ำเงิน-แดง-น้ำเงิน หรือ วงกลม-สี่เหลี่ยม-วงกลม-สี่เหลี่ยม
* ช่วยให้คิดเป็นระบบและหาความเชื่อมโยงได้ดีขึ้น

2. เป็นพื้นฐานของคณิตศาสตร์

* การมองเห็นรูปแบบเป็นทักษะสำคัญในการเรียนเรื่องจำนวน การบวก ลบ คูณ หาร และพีชคณิตในอนาคต
* เด็กจะเข้าใจแนวคิดเรื่องลำดับและความสัมพันธ์ของตัวเลขได้ง่ายขึ้น

3. พัฒนาทักษะการคาดการณ์ (Prediction)

* เมื่อเห็นรูปแบบ เด็กจะสามารถเดาได้ว่าสิ่งต่อไปควรเป็นอะไร
* เป็นการฝึกการคิดล่วงหน้าและการแก้ปัญหา

4. ส่งเสริมสมาธิและการสังเกต

* เด็กต้องสังเกตรายละเอียด เช่น สี รูปร่าง ขนาด หรือจำนวน
* ช่วยเพิ่มความใส่ใจและความสามารถในการจดจ่อ

5. พัฒนาความจำและการจัดหมวดหมู่

* เด็กต้องจำลำดับและเปรียบเทียบความเหมือนความต่าง
* ส่งเสริมการจัดระบบข้อมูลในสมอง

6. เตรียมความพร้อมด้านการเขียนโปรแกรม (Coding)

* การมองหารูปแบบและกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานของการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking)
* เป็นทักษะสำคัญสำหรับการเรียนรู้เทคโนโลยีในอนาคต

ตัวอย่างกิจกรรมตามวัย

* อายุ 2–3 ปี: เรียงสีสลับกัน (แดง-น้ำเงิน-แดง-น้ำเงิน)
* อายุ 3–4 ปี: เรียงรูปทรงสลับกัน (วงกลม-สี่เหลี่ยม-วงกลม)
* อายุ 4–5 ปี: แพทเทิร์น 3 ตัว (แดง-เหลือง-น้ำเงิน-แดง-เหลือง-น้ำเงิน)
* อายุ 5–6 ปี: ให้เด็กสร้างแพทเทิร์นเองและอธิบายกฎที่ใช้

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ให้เด็กเรียงถูก แต่ควรชวนเด็กอธิบายว่า “เพราะอะไรถึงเลือกชิ้นนี้ต่อ” เพราะการอธิบายเหตุผลจะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการใช้ภาษาไปพร้อมกันด้วยค่ะ

โปรแกรมการฝึกเพื่อพัฒนาประสาทสัมผัส อารมณ์ และสมาธิ แบบตัวต่อตัว (Sensory Play & Emotion Literacy) ที่เราจัดขึ้นนั้น ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นเท่านั้น

แต่เราได้เสริมเรื่องของการฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การควบคุมตัวเอง การรับรู้อารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น การเข้าใจตัวเอง การดูแลและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม และได้ผลในแบบที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

การมีสมาธิจดจ่อ การยับยั้งชั่งใจ การอดทนรอคอย กระบวนการคิดเชิงตรรกะเหตุผล และกระบวนการคิดสร้างสรรค์

มีการเสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กและนิ้วมือ เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการเขียน ช่วยฝึกสมาธิ ลดความไม่นิ่ง สามารถฝึกได้ตั้งแต่อายุ 2-12 ปี

โดยโปรแกรมการฝึกจะได้รับการออกแบบให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน ผ่านกระบวนการฝึกอย่างต่อเนื่องแบบตัวต่อตัวค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ สามารถพาเด็กๆ เข้าทดลองรับการฝึกได้ฟรีนะคะ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางกล่องข้อความได้เลยค่ะ

29/05/2026

ในช่วง 3 สัปดาห์ของการเปิดเทอมที่ผ่านมา มีเคสผู้ปกครองปรึกษาเรื่องความกังวลใจเกี่ยวกับการปรับตัวของเด็กที่โรงเรียนเป็นจำนวนมาก

โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อทำการซักประวัติผู้ปกครองและประเมินเด็ก มักพบว่าปัญหาเกิดจากการที่ผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยงดูและการช่วยฝึกฝนทักษะสำคัญต่างๆ ให้กับเด็ก ส่งผลให้เด็กขาดทักษะสำคัญต่างๆ เมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น หรืออยู่ในสังคม (เพื่อน คุณครู และโรงเรียน) เช่น

• ทักษะการเข้าใจอารมณ์ตนเอง
• ทักษะการจัดการอารมณ์ในเบื้องต้น
• ทักษะการสื่อสารเมื่อเกิดปัญหา
• ทักษะการฟังคำสั่งและการทำตามคำสั่ง (ในเด็กเล็ก)
• ทักษะในการสร้างสัมพันธภาพ และการรักษาสัมพันธภาพ

ซึ่งทักษะเหล่านี้ถือเป็นทักษะสำคัญ ที่จะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสถานที่ใหม่ (โรงเรียน) และบุคคลใหม่ๆ (เพื่อนๆ และคุณครู) ได้มากขึ้น

ดังนั้น ปัญหาการปรับตัวที่โรงเรียนไม่ได้ในเด็ก เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ด้วย “การฝึกให้เด็กมีทักษะสำคัญที่เขายังไม่มี“

แต่หากเด็กได้รับการฝึกทักษะสำคัญต่างๆ อย่างดีและเต็มที่แล้ว แต่เด็กยังคงไม่สามารถปรับตัวได้ และมีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมเพิ่มมากขึ้น ผู้ปกครองควรพาเด็กเข้าพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการ เพื่อตรวจประเมินโรคทางจิตเวชในเด็ก โดยอาการมักส่งผลต่อการเรียน พฤติกรรม อารมณ์ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น

• โรคสมาธิสั้น (Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder (ADHD))
• ความผิดปกติด้านการเรียนรู้ (Specific Learning Disorder) มักพบร่วมกับโรคสมาธิสั้น
• โรคออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder)
• โรควิตกกังวลในเด็ก
• โรคซึมเศร้าในเด็ก (Major Depressive Disorder)
• โรคดื้อและต่อต้าน (Oppositional Defiant Disorder: ODD)
• โรคพฤติกรรมเกเร (Conduct Disorder)

เพราะการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้มากค่ะ

ด้วยรักและปรารถนาดี
จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselor

การเรียนรู้ผ่าน “ระดับสายตาเดียวกับเด็ก” เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างเข้าใจและเติบโตอย่างมั่นคง คือแนวคิดหลักของสถาบัน Ey...
30/03/2026

การเรียนรู้ผ่าน “ระดับสายตาเดียวกับเด็ก” เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างเข้าใจและเติบโตอย่างมั่นคง คือแนวคิดหลักของสถาบัน Eye Level ที่ครูจิ๊ปชอบมากค่ะ

หลังจากได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม เพื่อให้การปรึกษากับทีมคุณครูและบุคลากรของสถาบัน Eye Level ในครั้งที่ 2 ยิ่งทำให้เห็นถึงความตั้งใจของคุณครูและบุคลากรทุกท่านที่อยากจะเข้าใจเด็ก อยากจะเข้าใจถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อที่จะสามารถให้การดูแล ช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ใช้ศักยภาพที่มีได้อย่างสูงสุด

แล้วพบกันใหม่อีกครั้งในเดือนหน้า กับรูปแบบการจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มทักษะสำคัญในการเรียนรู้ผ่าน “ระดับสายตาเดียวกับเด็ก” กันนะคะ

ด้วยรักและปรารถนาดี
จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselor

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ในการทำงานด้านสุขภาพจิตเด็ก เด็กวัยรุ่น และครอบครัว มีโอกาสได้เป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาให้กับส...
28/03/2026

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ในการทำงานด้านสุขภาพจิตเด็ก เด็กวัยรุ่น และครอบครัว มีโอกาสได้เป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาให้กับสถาบันการศึกษามากมาย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ตั้งแต่มหาวิทยาลัย วิทยาลัย สพป. ไปจนถึงโรงเรียนนานาชาติ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานร่วมกับสถาบันเสริมทักษะอันดับ 1 จากเกาหลี นั่นคือ สถาบันอายเลเวล ร้อยเอ็ด

ขอชื่นชมในหัวใจแห่งความเป็นครู ของคุณครูยุ่น เจ้าของสถาบันแห่งนี้ ที่เห็นถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงวัยของเด็ก การส่งเสริมพัฒนาการ และการส่งเสริมสมาธิของเด็ก รวมถึงการดูแลในมิติด้านอารมณ์และจิตใจของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้มีความฉลาดทางอารมณ์ ควบคู่ไปกับการมีทักษะทางวิชาการ

ครูจิ๊ปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะสามารถทำให้คุณครูและบุคลากรจากสถาบันแห่งนี้สามารถให้การช่วยเหลือ ดูแล สนับสนุน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีพัฒนาการที่ดี และมีสมาธิที่ดี รวมถึงสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการช่วยดูแลอารมณ์และจิตใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครอง ให้สามารถก้าวผ่านความเครียด ความกังวล ความกดดันต่างๆ ไปได้ด้วยใจที่ดีและมีความสุขในชีวิตและการเรียนต่อไปค่ะ

ด้วยรักและปรารถนาดี
จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselor

ที่อยู่

สันติสุข
Roi Et
45000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 20:00
อังคาร 10:00 - 20:00
พุธ 10:00 - 20:00
พฤหัสบดี 10:00 - 20:00
ศุกร์ 10:00 - 20:00
เสาร์ 10:00 - 20:00
อาทิตย์ 10:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จิ๊ปเพื่อนใจ : ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต Mental Health Counselorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์