20/05/2026
เวลาทำงาน เราไม่ได้ใช้แค่ความคิดและทักษะในการทำงานเท่านั้น แต่ยังต้องอยู่กับ “อารมณ์ของตัวเอง” ตลอดวันด้วย
บางวันเราเจอสถานการณ์กดดัน บางวันมีเรื่องไม่พอใจ บางวันแค่เหตุการณ์เล็ก ๆ ก็ทำให้อารมณ์เปลี่ยนได้แล้ว
แล้วอารมณ์เหล่านั้นก็อาจส่งผลต่อวิธีสื่อสาร วิธีตัดสินใจ หรือวิธีทำงานของเราโดยไม่รู้ตัว
---
ในปี 2025 Zhu และคณะ ได้ศึกษาการฝึกที่เรียกว่า การตีความใหม่ทางความคิด (cognitive reappraisal) การฝึกนี้ คือ การกลับมาดูว่า
“เรากำลังมองสถานการณ์นี้จากมุมไหน”
และ
“ยังมีมุมอื่นที่เป็นไปได้ มีความหมาย หรือเป็นประโยชน์ต่อการตอบสนองมากกว่านี้ไหม”
ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยทำเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ และรายงานอารมณ์กับผลลัพธ์การทำงานในแต่ละวัน
💡 ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ได้ฝึกการตีความใหม่ทางความคิด มีอารมณ์ลบลดลง และมีอารมณ์บวกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยอารมณ์ลบที่ลดลง เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการทำงานที่ส่งผลเสียต่องานลดลง และอารมณ์บวกที่เพิ่มขึ้น เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานโดยรวมที่ดีขึ้น
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า “คิดใหม่แล้วผลงานจะดีขึ้นทันที” เลยนะคะ
แต่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อคนมีเครื่องมือช่วยจัดการการตีความของตัวเองในช่วงเวลาทำงานจริง อารมณ์หลังการฝึกอาจเปลี่ยนไป และอารมณ์ที่เปลี่ยนไปนั้นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและผลการทำงานบางด้านได้ค่ะ
งานวิจัยนี้ยังเปรียบเทียบการตีความใหม่เป็น 2 แบบ คือ
1. การตีความสถานการณ์ใหม่ เช่น มองว่าเหตุการณ์นี้มีมุมไหนให้เรียนรู้ มีด้านไหนที่อาจเป็นประโยชน์ หรือมีความหมายอื่นที่ช่วยให้เราตอบสนองได้ดีขึ้น
2. การตีความอารมณ์ใหม่ เช่น มองว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นได้ และเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ ผ่านไปได้
และผลพบว่า การตีความสถานการณ์ใหม่ ได้ผลชัดกว่า การตีความอารมณ์ใหม่ ค่ะ
---
จากงานวิจัยนี้ เราจึงสามารถประยุกต์เป็นเครื่องมือใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยลองใช้วันละ 2 ครั้ง เราอาจใช้เช็กตัวเองสั้น ๆ ช่วงกลางวัน หรือช่วงบ่ายก่อนเลิกงาน
ไม่ต้องเขียนยาว
ไม่ต้องทำให้สวย
ไม่บังคับตัวเองให้คิดบวก
ไม่หลอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร”
และไม่ฝืนทำใจให้ดีตลอดเวลา
แค่ถามตัวเอง 4 ข้อ
1. เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ
- แยกข้อเท็จจริง ออกจากสิ่งที่เราคิดต่อเอง
2. ฉันกำลังมองเรื่องนี้จากมุมไหน
- ดูว่าใจเรากำลังให้ความหมายกับเหตุการณ์นี้อย่างไร
3. มีมุมอื่นที่เป็นไปได้ เป็นประโยชน์ หรือเรียนรู้ได้ไหม
- ลองมองให้กว้างขึ้น โดยไม่ต้องบังคับตัวเองให้คิดบวก
4. ถ้าฉันจะตอบแบบมืออาชีพที่สุด ฉันควรทำอะไร
– เลือกวิธีตอบที่ไม่ทำให้เรื่องบานปลาย และพาเรากลับมาแก้ปัญหาได้
---
ลองดูจากตัวอย่างกันนะคะ
สถานการณ์ที่ 1: เพื่อนร่วมงานตอบแชทช้า
เวลาเราส่งข้อความไปแล้วเขายังไม่ตอบ ใจเราอาจเริ่มคิดว่า
“เขาไม่สนใจ”
“เขาไม่รับผิดชอบ”
“เขาไม่เห็นความสำคัญของงานเรา”
ถ้าปล่อยให้อารมณ์พาไป เราอาจพิมพ์กลับไปด้วยความหงุดหงิดว่า
“ทำไมไม่ตอบเลย”
แต่ถ้าหยุดอ่านสถานการณ์ใหม่สักนิด เราจะมองเห็น ข้อเท็จจริง คือ เพื่อนร่วมงานยังไม่ตอบแชท แต่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าเพราะอะไร
เขาอาจอยู่ในประชุม กำลังจัดลำดับงานอื่น ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วน หรือช่องทางที่เราใช้สื่อสารอาจไม่ชัดพอ ดังนั้น แทนที่จะพิมพ์ด้วยอารมณ์ เราอาจเปลี่ยนเป็น
“ขอเช็กเรื่องนี้อีกครั้งนะคะ งานส่วนนี้ต้องใช้ข้อมูลจากคุณภายในวันนี้ ถ้าสะดวก รบกวนตอบก่อน 15.00 น. ได้ไหมคะ”
จะเห็นว่าประโยคนี้ไม่ได้อ่อนแอ
และไม่ได้ปลอบใจตัวเองด้วย
แต่เปลี่ยนจากการ “ระบายอารมณ์”
เป็นการ “ทำให้การทำงานยังคงไปต่อได้” ค่ะ
สถานการณ์ที่ 2: ถูกวิจารณ์งาน
อีกสถานการณ์หนึ่งที่เจอบ่อยคือ งานถูกเสนอให้แก้ แล้วบางทีอีกฝ่ายอาจพูดแค่ไม่กี่ประโยค แต่ใจเรานี่ คิดไปไกลมากแล้ว เช่น
“ฉันไม่ดีพอ”
“เขาไม่เห็นคุณค่าฉัน”
“ฉันล้มเหลว”
เราอาจรีบพูดป้องกันตัวเอง
เงียบไปด้วยความเสียหน้า
หรือไม่กล้าถามต่อ เพราะกลัวได้ยินคำตอบที่กระทบใจ
แต่ถ้าหยุดอ่านสถานการณ์ใหม่ เราจะเห็นว่า
ข้อเท็จจริงคือ งานชิ้นนี้ถูกเสนอให้แก้ หรือมีบางส่วนที่อีกฝ่ายยังไม่พอใจ และคำวิจารณ์นี้ไม่ได้กำลังตัดสินคุณค่าของเราทั้งหมด แต่อาจบอกว่า
• งานชิ้นนี้ยังมีจุดที่ต้องปรับ
• ฉันได้รู้มาตรฐานของผู้รับงานมากขึ้น
• คำวิจารณ์บางส่วนอาจใช้พัฒนางานครั้งต่อไปได้
• ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ได้เท่ากับตัวตนทั้งหมดของฉัน
ดังนั้น เราอาจตอบว่า
“เข้าใจค่ะ ขอถามเพิ่มนิดหนึ่งว่า จุดที่อยากให้ปรับที่สุดคือส่วน….ถูกต้องไหมคะ”
ตัวอย่างประโยคนี้ช่วยพาเราออกจากโหมด “ป้องกันตัวเอง” ไปสู่โหมด “หาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา” ได้
——
❌ ข้อควรระวังสำคัญ
เครื่องมือนี้ไม่ใช่การบอกให้ทนทุกอย่างนะคะ
ถ้าสถานการณ์นั้นเกี่ยวกับการถูกเอาเปรียบ ถูกคุกคาม ความไม่ปลอดภัย หรือความไม่ยุติธรรมที่เกิดซ้ำ
การตีความใหม่ไม่ควรถูกใช้เพื่อบอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร ฉันคิดมากไปเอง” แต่ควรใช้เพื่อถามให้ชัดขึ้นว่า
“นี่คือเรื่องที่ฉันควรปรับมุมมอง หรือ เป็นเรื่องที่ฉันควรตั้งขอบเขต” ค่ะ
---
อ้างอิง: Zhu, Z., Aitken, J. A., Kim, J., Baines, J. I., Kaplan, S. A., Dalal, R. S., & Hassani, J. (2025). Cognitive reappraisal emotion regulation interventions in the workplace and their impact on job performance: An ecological momentary intervention approach. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 98, e70020.