ศูนย์ดวงตาดีฟอร์เมดิเคิล 090-559-4455

ศูนย์ดวงตาดีฟอร์เมดิเคิล 090-559-4455 ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ศูนย์ดวงตาดีฟอร์เมดิเคิล 090-559-4455, วิตามิน/อาหารเสริม, Trang.

17/08/2018

#มอร์มูฟเป็นข่าว นับเป็นข่าวร้ายสำหรับเหล่า 'โนโมโฟเบีย' หรือคนเสพติดมือถือไม่น้อยนะคะ เมื่อทีมนักวิจัยจาก ม.โทเลโด ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวลงในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่า #การจ้องมองแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นและมีพลังงานสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน #จะทำให้ดวงตาสร้างสารพิษขึ้นในเซลล์รับแสง จนเกิดอาการจอประสาทตาเสื่อมได้เร็วก่อนวัยอันควร

Source : https://www.bbc.com/thai/international-45146621?ocid=socialflow_facebook

โดยเรื่องนี้ ผศ.ดร. อจิต กรุณารัตเน ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า ในแต่ละวันดวงตาได้รับแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่กระจกตาและเลนส์ตาของเราไม่สามารถจะป้องกันหรือสะท้อนแสงสีฟ้าออกไปได้ ด้วยเหตุนี้ สารเคมีช่วยการมองเห็นในจอตาที่เรียกว่าเรตินอล (Retinal) จึงทำปฏิกิริยากับแสงสีฟ้า #ทำให้เกิดโมเลกุลมีพิษทำลายเยื่อหุ้มเซลล์รับแสงจนเซลล์ตายลงในที่สุด #ทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร เพราะจอตาไม่สามารถส่งสัญญาณสื่อประสาทไปยังสมองได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังได้ทดลองฉายแสงสีฟ้าไปยังเซลล์ชนิดอื่นๆ ที่มีสารเรตินอลอยู่ เช่นเซลล์หัวใจ เซลล์ประสาท หรือแม้แต่เซลล์มะเร็ง พบว่า #ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทำให้เซลล์ทุกชนิดตายลงได้ทั้งหมด

อนึ่ง โรคจอตาเสื่อมหรือจอประสาทตาเสื่อม (Macular degeneration) เป็นสาเหตุราวครึ่งหนึ่งของกรณีสูญเสียการมองเห็นที่พบทั้งหมด โดยส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัยอายุ 50-70 ปีมากที่สุด ซึ่งแม้ว่าโรคนี้จะไม่ทำให้ตาบอดสนิท #แต่ก็สร้างปัญหาในการอ่านและการแยกแยะใบหน้าบุคคลอย่างมาก ทั้งยังไม่มีวิธีรักษาที่ได้ผลในปัจจุบัน

"เราหวังว่าการค้นพบในครั้งนี้ #จะนำไปสู่การคิดค้นวิธีรักษาหรือวิธีชะลอการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้สำเร็จ เช่นอาจจะมีการคิดค้นยาหยอดตาชนิดใหม่ที่ยับยั้งการเกิดสารพิษในดวงตาได้" ผศ.ดร.กรุณารัตเน กล่าว

ทั้งนี้ ทีมผู้วิจัยยังแนะนำให้คนทั่วไปปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า ด้วยการสวมแว่นกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสียูวีและแสงสีฟ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการจ้องมองจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ในที่มืด.

19/06/2018
08/05/2018

Make time for preventive care

มาดูแลสายตาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ
30/04/2018

มาดูแลสายตาด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

ยุคปัจจุบันนี้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์อย่าง คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นสิ่งที่ใช้กันทุกเพศทุกวัย ส...

++ไม่น่าเชื่อ++ "แค่รู้สึกเคืองตา เหมือนมีผงเข้าตาและเห็นเพียงใยดำๆ  คล้ายหยากไย่จางๆ แต่ผ่านไปไม่ถึงปีมองเห็นภาพแหว่งไป...
19/04/2018

++ไม่น่าเชื่อ++ "แค่รู้สึกเคืองตา เหมือนมีผงเข้าตาและเห็นเพียงใยดำๆ คล้ายหยากไย่จางๆ แต่ผ่านไปไม่ถึงปีมองเห็นภาพแหว่งไป"
->>คำบอกเล่าจากหนึ่งในลูกค้าที่เราดูแลอยู่ อย่ารอให้ต้องเจ็บตัว เสียเงินมากมายแถมกลับมาเป็นอีก ถ้าโชคร้ายอาจสูญเสียการมองเห็น
เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีให้คำปรึกษาดูแลดวงตาของคุณอย่างเห็นผลด้วยผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายกว่า 2 ล้านกล่อง
ไม่ต้องผ่า ไม่ต้องลอก สอบถามที่ Inbox เลยค่ะ
>>รับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>คลิ๊กที่นี่ https://bit.ly/2Dv9I5T
>>กดเพิ่มเพื่อน , แล้วกด "1" ได้เลยค่ะ

หรือแค่โทรหาเรา 090-559-4455

18/04/2018

ไม่ว่าจะเป็น ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน วุ้นในตาเสื่อม จอประสาทตาหลุดลอก สามารถดูแลดวงตาของท่านไม่ต้องลอก ไม่ต้องผ่า มาดูแลด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

แสงสีฟ้า คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาว ที่มนุษย์มองเห็น โดยแสงขาวแบ่งได้ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แ...
26/03/2018

แสงสีฟ้า คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาว ที่มนุษย์มองเห็น โดยแสงขาวแบ่งได้ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และ แดง

แสงสีฟ้า จะผสมอยู่ในช่วงน้ำเงินกับคราม แสงสีฟ้า คือ คลื่นแสงพลังงานสูง ที่มีความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตร

โดยแสงสีฟ้านั้น จะมีอยู่รอบตัวเรา พบได้ในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แต่ที่พบมากที่สุด คือ

หน้าจอคอมพิวเตอร์, มือถือสมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต ที่นิยมใช้กันตลอดเวลา

มากกว่า อุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา อย่างที่เราคาดไม่ถึง

การให้อาหารตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะสามารถทำได้เพื่อการมองเห็นที่ดีอาหารที่คุณรับประทานให้ผลต่อสุขภาพตาของคุณทั้งโดย...
26/03/2018

การให้อาหารตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะสามารถทำได้เพื่อการมองเห็นที่ดี

อาหารที่คุณรับประทานให้ผลต่อสุขภาพตาของคุณทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม มันอาจจะช่วยต่ออายุดวงตา หรือทำให้สายตาสั้น เป็นโรคตา หรือบางทีอาจทำให้ตาบอดเลยก็ได้

คุณค่าทางโภชนาการในผักและผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ และปลา ให้ประโยชน์โดยตรงด้วยการเสริมวิตามิน แคโรทีนอยด์ แร่ธาตุ และกรดไขมันที่จำเป็นต่อดวงตา

อาหารที่เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลจะขาดสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อสุขภาพตา ซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ

มันยังทำให้เกิดสารที่ทำให้เป็นอันตรายต่อดวงตา เช่น คราบอุดตันในหลอดเลือด ซึ่งทำให้กีดขวางการไหลของเลือดผ่านเส้นเลือดตา

อาหารยังให้ผลทางอ้อมต่อสุขภาพตาด้วยการสะสมของสารที่เป็นตัวกำหนดน้ำตาลในเลือด ระดับความดัน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคตาที่เกี่ยวกับเบาหวาน และสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคตาแข็งได้ด้วย

อาหารต่อไปนี้มีประโยชน์ในการรักษาสายตาที่ดี สายตาที่ทรุดโทรมอาจเป็นผลมาจากการได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนและขาดสารอาหารที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการบำรุงรักษาส่วนประกอบต่างๆ ของตา

- แครอท : แครอทอุดมด้วยวิตามินเอ เบตาแคโรทีน ซึ่งส่วนสำคัญของวิตามินเอ มีบทบาทสำคัญในทำปฏิริยาทางชีวเคมีหลายอย่างในร่างกาย ประโยชน์ของวิตามินเอ หรือเบตาแคโรทีนคือการบำรุงรักษาเยื่อผิวในดวงตา และลำไส้ ช่องทางปัสสาวะและระบบทางเดินหายใจ

- ปลาน้ำเย็น : เช่น ปลาซาดีน, แมคเคอเรล, ปลาคอด และปลาทูน่า ปลาเหล่านี้อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และโดยเฉพาะ DHA ที่มีบทบาทสำคัญมากในโครงสร้างของเซลล์เยื่อผังผืด เป็นอาหารที่แนะนำให้กับผู้ที่ตาแห้ง และเพื่อรักษาสายตา

- ผักใบเขียว : เช่น ผักขมและผักคะน้า ผักอุดมไปด้วยแคโรทีน โดยเฉพาะประโยชน์จากลูทีน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ช่วยปกป้องมาคูล่า (ส่วนของดวงตาที่อยู่ลึกในใจกลางเรติน่า) ไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด

- ไข่ : ไข่อุดมไปด้วยกำมะถัน, กรดอามิโน เลซิติน และลูทีน ช่วยป้องกันการก่อตัวของต้อกระจก

- กระเทียมและหัวหอม : สองอย่างนี้มีกำมะถันมากด้วยเช่นกัน ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมทั้งกระจกตา มันช่วยปกป้องร่างกายจากความเสียหายและความเสื่อม และผลนี้ส่งถึงดวงตาด้วยเช่นกัน

- ผักและผลไม้ : ผักผลไม้มีวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนเป็นจำนวนมาก แครอทมีประโยชน์สำหรับการมองเห็นในเวลากลางวัน

- บลูเบอร์รี่และองุ่น : มีแอนโธซัยยานินซึ่งมีประโยชน์สำหรับการมองเห็นในเวลากลางคืน

- ถั่วและเมล็ดพืช : ในอาหารประเภทนี้มีแร่ธาตุสังกะสีซึ่งสำคัญมากสำหรับการทำงานของเรติน่า(จอตา) สังกะสียังจำเป็นในการทำให้ตับปล่อยวิตามินเอ ออกมา ซึ่งตาจะได้นำไปใช้

ผลไม้และเครื่องเทศอื่นๆ ที่แนะนำเพื่อสุขภาพดวงตา

- อะเซโรล่า

- ลูกบ๊วย(แห้ง)

- แคนตาลู้บ

- กีวี่

- มะนาว

- ลูกพลับ

สมุนไพรและเครื่องเทศ

- ผักชีลาว

- ออริกาโน

- ผักชี

- ขมิ้น

คงความสาว ด้วยการออกกำลังกายดวงตาคงความสาวด้วย eye exercises              เวลาช่าง ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงอา...
26/03/2018

คงความสาว ด้วยการออกกำลังกายดวงตา
คงความสาวด้วย eye exercises

เวลาช่าง ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน โดยเฉพาะช่วงอายุจาก 30 ไปถึง 40 ปี หลายคนที่หน้าที่การงานกำลังรุ่ง วันๆ ทำแต่งาน เหลือบมองกระจกอีกที ริ้วรอยเต็มไปหมดเสียแล้ว เริ่มควานหาครีมใด ๆ ในโลกที่เขาชมว่าดีมาทดลองใช้ ทาเท่าไรก็ไม่ดีขึ้น

ก่อนอื่นมารู้จัก 8 สัณญาณแก่ บนใบหน้ากันก่อน

ริมฝีปากบางลง (แต่ปากมาก ว่าคนเก่ง ยังไม่ทุเลาลง)

มุมปากตก

เนื้อแก้มห้อย คางเป็นสองชั้น

คิ้วตก

ตาตก

จมูกเหี่ยว หย่อนยาน (ใกล้แม่มดเข้าไปทุกที)

คอย่นเป็นชั้น ๆ

แก้มตอบ

ริ้วรอยเหี่ยวย่น ขนาดหายโกรธแล้วหน้าก็ยังย่นอยู่

สำคัญที่ดวงตา

ดวงตา เป็นจุดแรก ๆ ที่เราจะมองเห็นสัญญาณแก่ได้ง่าย โดยกล้ามเนื้อบริเวณตา เป็นสาเหตุของเปลือกตาบนอูมห้อยลงมา เนื่องจากอายุและสังขารไม่เที่ยง การออกกำลังกายในบริเวณนี้คือการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ทั่วบริเวณเบ้าตา เพื่อลดอาการบวมใต้ตา หรือดวงตากลวงโบ๋ หมองช้ำไงล่ะคะ

ออกกำลังกายดวงตา

ท่าที่ 1

นอนราบไปกับพื้น (สบายดี อย่าเผลอหลับไป) หรืออยู่ในท่านั่ง วางนิ้วกลางของมือทั้งสองข้างไประหว่างคิ้ว นิ้วชี้วางไปบนขอบนอกของลูกนัยน์ตา ขยิบนัยน์ตาด้วยกล้ามเนื้อใต้ตา จะรู้สึกถึงการกระตุกเล็ก ๆ ที่ขอบนอกของตาด้านข้าง ขยิบและปล่อยประมาณ 10 ครั้ง ให้เพ่งไปข้างหน้าทุกครั้งที่ขยิบตา ขยิบตาต่อไป จากนั้นให้พยายามหลับตาปี๋ และนับถึง 40 ให้เพ่งใจไปด้วยที่กล้ามเนื้อตาด้านนอก (ด้านขมับ) แน่ใจว่าหลับตาปี๋ในขณะที่นับถึง 40

ออกกำลังตาเช่นนี้วันละ 2 ครั้ง หากมีปัญหาเรื่องการบวม หมองคล้ำใต้ตา ให้พยายามทำให้ได้วันละ 3 ครั้ง

ในตอนเช้า เป็นช่วงตื่นนอนใหม่ ๆ ตายังไม่หายบวม ให้ทำเช่นนี้สัก 2 ครั้งก่อนแต่งหน้า ดวงตาจะสดใสขึ้น ดูไม่เหนื่อยล้า

ท่าที่ 2

การนอนราบกับพื้นในขณะที่ขยิบตาแล้วปล่อย ยกหัวขึ้นจากพื้นประมาณครึ่งนิ้ว เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้น เมื่อขยิบตาไปได้ถึงครั้งที่ 10 ให้ปิดตาแน่น และขยิบตาต่อไป นับจนถึง 20 แล้วยกศีรษะเหนือพื้นอีกครึ่งนิ้ว ปิดตาแน่นในขณะที่พยายามขยิบตาต่อไป นับจนถึงอีก 20...

ใต้ตาแข็งแรง ลดอาการบวมใต้ตา

ท่าที่ 1

นอนราบหรือนั่งทำก็ได้ วางนิ้วกลางไว้ที่หัวตาและนิ้วชี้ไว้ที่หางตา พยายามขยิบตาล่างให้แรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้ ประมาณ 10 ครั้ง โดยเปิดตากว้างไว้ คงการขยิบตาล่างไว้แล้วนับให้ได้ถึง 40 แล้วเริ่มทำใหม่ ควรออกกำลังตาเช่นนี้วันละ 2 ครั้ง เพื่อลดอาการบวมใต้ตา ควรพยายามทำให้ได้วันละ 3 ครั้ง

ท่าที่ 2

ให้นอนราบ ขณะขยิบตานั้น ให้พยายามยกศีรษะขึ้นจากเตียงประมาณครึ่งนิ้ว แล้วขยิบตาต่อไป นับให้ถึง 20 แล้วยกศีรษะขึ้นอีกครึ่งนิ้ว แล้วนับต่อไปอีก 20

นี่แหละ วิธีคงความสาวแบบง่าย ๆ อีกวิธีหนึ่ง เอ้าเร็ว...มาออกกำลังหน้ากันเถอะ

โดย ลาวัณย์

ที่อยู่

Trang
92000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ดวงตาดีฟอร์เมดิเคิล 090-559-4455ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์