เส้นทาง

ADR TrangHos งานเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา รพ.ตรัง

💊 ผมร่วงจากยา (Drug-induced hair loss) เป็น ADR ที่พบได้บ่อย แต่มักถูกมองข้าม ผู้ป่วยหลายรายกังวลจนหยุดยาเอง ทั้งที่ส่วน...
23/10/2026

💊 ผมร่วงจากยา (Drug-induced hair loss) เป็น ADR ที่พบได้บ่อย แต่มักถูกมองข้าม ผู้ป่วยหลายรายกังวลจนหยุดยาเอง ทั้งที่ส่วนใหญ่กลับคืนได้📍

😇 ผมร่วงจากยามี 2 รูปแบบหลัก

1.Telogen effluvium พบบ่อยที่สุด
- ผมร่วงทั่วศีรษะ มักเริ่ม 2-4 เดือนหลังเริ่มยา
- ผมที่ควรอยู่ในระยะเจริญเติบโตเข้าสู่ระยะพักก่อนเวลา

2.Anagen effluvium รุนแรงกว่า
- เริ่มภายใน 1-3 สัปดาห์ มักพบในยาเคมีบำบัด
- ยากดการแบ่งตัวของเซลล์ที่ matrix ของรากผม ทำให้เส้นผมเล็กลง และหักหลุด
- ผมหลุดมาก อาจรวมถึงคิ้วและขนตา

💊กลุ่มยาที่เกี่ยวข้อง
- เคมีบำบัด เช่น cyclophosphamide, doxorubicin, taxanes
- Anticoagulants เช่น heparin, warfarin
- Retinoids เช่น isotretinoin, acitretin
- ยาไทรอยด์ เช่น carbimazole, propylthiouracil
- ยากันชัก เช่น valproate, carbamazepine
- ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด, androgenic progestins, ยาต้านฮอร์โมนมะเร็งเต้านม
- อื่นๆ เช่น beta-blockers, lithium, allopurinol, methotrexate, leflunomide, interferon

😇 ส่วนใหญ่ผมงอกกลับได้ภายใน 3-6 เดือนหลังหยุดยาหรือปรับยา
————-
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos🫶💕

🚨 เตือนภัย! ยาสมุนไพรปลอมปนสเตียรอยด์ ภัยเงียบที่อาจทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัววันนี้แอดมินมีเรื่องอยากมาเตือนภัยลูกเพจทุกท่าน...
21/10/2026

🚨 เตือนภัย! ยาสมุนไพรปลอมปนสเตียรอยด์ ภัยเงียบที่อาจทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว

วันนี้แอดมินมีเรื่องอยากมาเตือนภัยลูกเพจทุกท่าน
‼️‼️เรื่องการใช้ยาสมุนไพร ทางอินเตอร์เน็ตอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้‼️‼️
…
ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ เพื่อนแนะนำให้กินยาสมุนไพรตัวนี้ พอลองกินแล้วดี หายปวด จึงสั่งซื้อใน line เอามากินต่อเนื่อง 50-60 ซอง พอหยุดกินแล้วรู้สึกตัวบวม.
ล่าสุดมา รพ.มือ-เท้า บวม มีภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วย
แอดมินได้โทรไปสอบถามกับสามีของผู้ป่วย เนื่องจากต้องซักประวัติการใช้ยาเพิ่มเติม เพราะผู้ป่วยมีประวัติการรับยาหลายที่ - และระหว่างนอน รพ.มีผื่นร่วมด้วย (ซึ่งตอนแรกแอดมินไปประเมินเรื่องผื่นของผู้ป่วยอย่างเดียว)
ตอนเย็นคุณลุงโทรกลับมาอีกครั้ง และแจ้งว่านึกออกว่าผู้ป่วยมีใช้สมุนไพรเป็นประจำ พร้อมกับนำตัวอย่างมาให้ดู
ลองค้นหาเพิ่มเติม เจอว่ายาสมุนไพรดังกล่าว มีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาที่ อย.ประกาศแจ้งเตือนเนื่องจากพบการผสม สเตียรอยด์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถ้ากินต่อเนื่องอาจมีผลทำให้ไตวาย เลือดออกในทางเดินอาหารได้

⚠️ ทำไมจึงมีการลักลอบผสมสเตียรอยด์ ในยาสมุนไพร ?
สเตียรอยด์ออกฤทธิ์ลดการอักเสบและลดอาการปวดได้รวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ายา "ได้ผลดี" จนกลับมาซื้อซ้ำ ทั้งที่ยาไม่ได้รักษาต้นเหตุของโรค

🚨 อันตรายที่อาจเกิดขึ้น
- หน้ากลมคล้ายพระจันทร์ บวม อ้วนที่ลำตัว แขนขาลีบ
- หิวบ่อย น้ำหนักขึ้นเร็ว
- สิวขึ้น ผิวบาง
- ท้องอืด แสบท้อง

🚨ภาวะรุนแรงเมื่อกินต่อเนื่องนาน
- น้ำตาลในเลือดสูง
- ความดันโลหิตสูง บวมน้ำ
- กระเพาะอาหารเป็นแผล เลือดออกในทางเดินอาหาร
- กระดูกพรุน กระดูกหัก
- ติดเชื้อง่ายขึ้น เพราะภูมิคุ้มกันถูกกด

🔍 สัญญาณเตือนว่าผลิตภัณฑ์อาจไม่ปลอดภัย
- โฆษณาว่า หายขาด-ได้ผลทันใจ-รักษาได้สารพัดโรค
- ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา
- เลขทะเบียนไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์
- ไม่ระบุผู้ผลิต ที่อยู่ วันผลิต/วันหมดอายุ
- ขายผ่านโซเชียล ไลฟ์สด หรือขายตรง
- กินแล้วดีขึ้นเร็วผิดปกติ แต่หยุดแล้วอาการกลับมารุนแรง
- กินแล้วหน้ากลม บวม อ้วนเร็ว หิวบ่อย

✅ เราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ มีเลขทะเบียนตำรับยา
- ซื้อจากร้านยาหรือรับยาสถานพยาบาลที่เชื่อถือได้
- แจ้งแพทย์/เภสัชกรทุกครั้ง ว่ากินยาสมุนไพร อาหารเสริม หรือยาชุดอะไรอยู่
- อย่ากินยาที่ไม่ทราบส่วนประกอบแน่ชัด เก็บซองหรือฉลากไว้ เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยหากเกิดอาการผิดปกติ
—————-
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos🫶💕

16/10/2026

🧬 ตรวจยีนก่อนใช้ยา Carbamazepine ผลบวก-ผลลบ บอกอะไรเรา?

Carbamazepine (คาร์บามาเซพีน) เป็นยากันชัก และยาควบคุมอาการปวดเส้นประสาท ยานี้ใช้ได้ผลดี แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจทำให้เกิดแพ้ยารุนแรง คือ Stevens-Johnson Syndrome (SJS) และ Toxic Epidermal Necrolysis (TEN) ซึ่งมีผื่นรุนแรง ผิวหนังพุพองลอก และอันตรายถึงชีวิตได้

ความเสี่ยงนี้เกี่ยวข้องกับยีนชื่อ HLA-B*15:02 ซึ่งพบได้บ่อยในคนเอเชียรวมถึงคนไทย การตรวจเลือดก่อนเริ่มยาจึงช่วยให้แพทย์เลือกยาที่ปลอดภัยกว่าได้

✅ ผลตรวจ "ไม่พบยีน" (ผลลบ)
ความเสี่ยงแพ้ยารุนแรงชนิด SJS/TEN ต่ำมาก แพทย์สามารถพิจารณาใช้ยาได้ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสแพ้เลย ยังมีผื่นหรืออาการแพ้ยาแบบอื่นได้ จากกลไกที่ไม่เกี่ยวกับยีนนี้ ยังต้องสังเกตอาการ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการใช้ยา

⛔ ผลตรวจ "พบยีน" (ผลบวก)
ความเสี่ยงแพ้ยารุนแรง สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า แพทย์มักเลี่ยง carbamazepine และเลือกยาอื่นแทน ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่มียีนจะแพ้ยาแน่นอน แต่เมื่อมีทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่า จึงไม่คุ้มที่จะเสี่ยง แพทย์และเภสัชกรจะช่วยเลือกยาที่เหมาะสมให้ การมียีนนี้ ไม่ใช่โรค และไม่ส่งผลต่อสุขภาพอื่น ๆ เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงยา

🚨 อาการเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ (ไม่ว่าผลตรวจจะเป็นอย่างไร)
หลังเริ่มยา หากมีอาการดังนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
-ผื่นแดง ขึ้นทั่วตัว หรือลามเร็ว
-มีไข้ร่วมกับผื่น
-แผลในปาก ริมฝีปากบวม เจ็บ
-ตาแดง เจ็บตา
-ผิวหนังเป็นตุ่มน้ำพอง หรือลอกเป็นแผ่น

❓ คำถามที่พบบ่อย
1.ต้องตรวจทุกครั้งที่ใช้ยาไหม?
ไม่ต้อง ตรวจครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะยีนเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด

2.ตรวจแล้วเป็นลบ จะไม่ต้องระวังเลยใช่ไหม?
ไม่ใช่ ยังต้องสังเกตอาการผิดปกติหลังเริ่มยาตามปกติ

3.ใช้ยามานานแล้วโดยไม่มีปัญหา ต้องตรวจไหม?
ความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดในช่วงเดือนแรก ๆ ของการใช้ยา หากใช้ยามานานหลายเดือนโดยไม่มีอาการ ความเสี่ยงต่ำลงมาก ห้ามหยุดยาเอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
----------------------------
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos

Contrast-associated acute kidney injury (CA-AKI)ภาวะไตวายเฉียบพลันที่สัมพันธ์กับสารทึบรังสีCT, การฉีดสีหัวใจ และการตรวจด...
15/10/2026

Contrast-associated acute kidney injury (CA-AKI)
ภาวะไตวายเฉียบพลันที่สัมพันธ์กับสารทึบรังสี

CT, การฉีดสีหัวใจ และการตรวจด้วยสารทึบรังสีอื่น ๆ เป็นหัตถการที่พบบ่อยในโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดไตวายเฉียบพลันตามมาได้ 🧪

📌 CA-AKI คืออะไร
คือภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วภายหลังได้รับสารทึบรังสีชนิดไอโอดีน (iodinated contrast media ย่อว่า ICM)

💡 ปัจจุบันแนะนำใช้คำว่า CA-AKI (contrast-associated-AKI) เมื่อเกิดไตวายหลังได้สารทึบรังสีโดยยังไม่สรุปว่าสารทึบรังสีเป็นสาเหตุโดยตรง ส่วน CI-AKI (contrast-induced-AKI) ใช้เมื่อยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลได้ เพราะผู้ป่วยอาจมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิด AKI ร่วมด้วย เช่น sepsis, ภาวะความดันต่ำ หรือใช้ยาที่เป็นพิษต่อไต

⚙️ กลไกการเกิด
- หลอดเลือดไตหดตัว ทำให้ไตขาดเลือด
- สารทึบรังสีเป็นพิษต่อเซลล์ท่อไตโดยตรง

⚠️ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
▪️ eGFR ต่ำ โดยเฉพาะ < 30 (ยิ่งต่ำ ความเสี่ยงยิ่งสูง)
▪️ โรคร่วม เช่น เบาหวาน, โรคไตเรื้อรัง, หัวใจล้มเหลว, ความดันโลหิตสูง
▪️ ปริมาณสารทึบรังสีมาก, ได้สารทึบรังสีซ้ำในระยะเวลาใกล้กัน
▪️ การได้รับสารทึบรังสีชนิด Ionic High Osmolarity
▪️ ใช้ยาที่เป็นพิษต่อไตร่วมกัน เช่น NSAIDs

แนวทางป้องกัน
- ตรวจ eGFR ล่าสุดในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
- ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยความเสี่ยงสูง โดยให้ก่อนและหลังหัตถการ ตามความเหมาะสมของสภาวะหัวใจและปริมาตรสารน้ำ
- ใช้สารทึบรังสีในปริมาณน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น, เลือกชนิด low-osmolar หรือ iso-osmolar
- เลี่ยงยาที่เป็นพิษต่อไต ชั่วคราว โดยเฉพาะ NSAIDs
- ติดตาม SCr ที่ 48–72 ชั่วโมง หลังได้สารทึบรังสีในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
----------------------------
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos

💊 Doxycycline กินให้ถูกวิธี ลดผลข้างเคียง🌧️ ช่วงนี้หลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำท่วมต้องลุยน้ำ ทำให้เสี่ยงต่อโรคฉี่หนู (Leptosp...
27/09/2026

💊 Doxycycline กินให้ถูกวิธี ลดผลข้างเคียง

🌧️ ช่วงนี้หลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำท่วมต้องลุยน้ำ ทำให้เสี่ยงต่อโรคฉี่หนู (Leptospirosis) มากขึ้น หลายคนอาจได้รับยา Doxycycline 2 เม็ด (200 มิลลิกรัม) กินครั้งเดียว เพื่อป้องกันโรคฉี่หนูหลังสัมผัสน้ำท่วมขัง

แม้จะกินแค่ครั้งเดียว แต่ยาตัวนี้ก็มีข้อควรระวังเฉพาะตัวที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้หากกินไม่ถูกวิธี มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 👇

1️⃣ ทานพร้อมอาหาร ลดอาการคลื่นไส้
ยากลุ่มนี้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ค่อนข้างมาก หากกินตอนท้องว่างมักทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง การกินพร้อมมื้ออาหาร ช่วยลดการระคายเคืองนี้ได้ โดยไม่กระทบประสิทธิภาพการรักษา
⚠️ ข้อยกเว้น : ควรเลี่ยงกินพร้อมนมหรือผลิตภัณฑ์นม เพราะแคลเซียมในนมจะจับกับตัวยา ทำให้ร่างกายดูดซึมยาได้น้อยลง แนะนำให้กินพร้อมอาหารทั่วไป (ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก) แทน หรือถ้าจะดื่มนมให้เว้นระยะห่างจากมื้อยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

2️⃣ ดื่มน้ำตามครึ่ง-หนึ่งแก้ว และห้ามนอนทันที
Doxycycline มีคุณสมบัติระคายเคืองเยื่อบุหลอดอาหารได้หากค้างอยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่งนานเกินไป ถ้ากินยาแล้วนอนราบทันที ยาอาจติดค้างที่หลอดอาหารจนเกิดแผล หรือรู้สึกแสบร้อนกลางอก จึงควรดื่มน้ำตามอย่างน้อยครึ่ง-หนึ่งแก้ว และนั่งอย่างน้อย 30 นาทีหลังกินยา

3️⃣ เลี่ยงแดดจัด
ยานี้ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น แม้แดดที่ปกติไม่เป็นไร ก็อาจทำให้ผิวไหม้แดงง่ายกว่าเดิม

4️⃣ สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
- ผื่นลอกตามตัว เยื่อบุ หรือ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หน้าบวม ตาบวม หมดสติ อาจเป็นสัญญาณของอาการแพ้ยารุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอดูอาการ

🤔 แล้วทำไม Doxycycline ถึงไม่ต้องกินตอนท้องว่างเหมือนยาปฏิชีวนะตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน

ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเดียวกันกับ Doxycycline เช่น Tetracycline ต้องกินตอนท้องว่างเพราะอาหารในกระเพาะจะไปรบกวนการดูดซึมยาทำให้ดูดซึมได้ลดลง
📍แม้ว่าอาหารอาจจะลดการดูดซึมของ Doxycycline ลงได้เล็กน้อย แต่การดูดซึมโดยรวมของยานี้ยังคงสูงมาก (ดีกว่ายาอื่นในกลุ่ม) การทานพร้อมหรือหลังอาหารจึงไม่ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงจนไม่ได้ผลการรักษา

📍แต่ตัวที่ลดการดูดซึมของยานี้จริง ๆ คือแร่ธาตุที่มีประจุบวกสูง เช่น
1. แคลเซียมในนม-ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส เนย
2. อาหารเสริม จำพวก ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, สังกะสี
3. ยาลดกรด ที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียม/แมกนีเซียม

“เพราะสารเหล่านี้จะจับกับตัวยา จนยาไม่สามารถดูดซึมได้”

——
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos

🚨SGLT2 Inhibitor กับภาวะ Euglycemic Diabetic Ketoacidosis (euDKA)💊 รู้จักยากลุ่มนี้ก่อน : ยากลุ่ม SGLT2 inhibitors (เช่น...
17/09/2026

🚨SGLT2 Inhibitor กับภาวะ Euglycemic Diabetic Ketoacidosis (euDKA)

💊 รู้จักยากลุ่มนี้ก่อน : ยากลุ่ม SGLT2 inhibitors (เช่น dapagliflozin, empagliflozin, canagliflozin) เป็นยาลดน้ำตาลที่ออกฤทธิ์ที่ไต โดยยับยั้งการดูดกลับกลูโคสที่ proximal tubule ทำให้น้ำตาลถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น ปัจจุบันมีการใช้กว้างขวางขึ้นมาก เพราะนอกจากลดน้ำตาลแล้วยังมีประโยชน์ด้านหัวใจและไตด้วย

***แต่มี ADR หนึ่งที่พึงระวังเป็นพิเศษ นั่นคือ Euglycemic Diabetic Ketoacidosis !!!

⚠️ ทำไมถึงอันตราย?
จุดที่ทำให้ euDKA วินิจฉัยพลาดได้ง่าย คือ ระดับน้ำตาลในเลือดมักไม่สูงมาก (มักต่ำกว่า 250 mg/dL หรือบางรายงานใกล้เคียงค่าปกติ) ต่างจาก DKA แบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยกันว่าต้องมีน้ำตาลสูงลิ่ว จึงอาจทำให้ทีมดูแลผู้ป่วย "ตัดภาวะ DKA ออกไปก่อน" ทั้งที่ผู้ป่วยกำลังมีภาวะกรดคั่งในเลือดจาก ketone

กลไกที่เกี่ยวข้อง
1. ยาทำให้น้ำตาลถูกขับออกทางไตตลอดเวลา ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดจึงดูปกติหรือต่ำ แม้ร่างกายจะขาดอินซูลิน
2. ภาวะขาดอินซูลินกระตุ้นการสลายไขมันและสร้าง ketone body เพิ่มขึ้น
ยายังเพิ่มการหลั่ง glucagon ซึ่งกระตุ้น ketogenesis เพิ่มเติม

🔍 ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย
- งดอาหาร/อดอาหารก่อนผ่าตัดหรือหัตถการ โดยไม่หยุดยาล่วงหน้า
- ภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน (infection, stress)
- ผ่าตัดใหญ่
- ดื่มแอลกอฮอล์มาก
- ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลงมาก (low-carb/ketogenic diet)
- ภาวะขาดน้ำ

🩺 อาการที่ควรสงสัย
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย หายใจเร็วลึก ซึม ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วแล้วไม่สูง หากสงสัยควรตรวจ serum/urine ketone และ blood gas เพิ่มเติม

✅ คำแนะนำ
- หยุดยา SGLT2i ล่วงหน้าก่อนผ่าตัด/หัตถการ ตามแนวทางที่กำหนด (โดยทั่วไป 3–4 วันก่อน ขึ้นกับชนิดยา มีในรูปภาพประกอบ)
- ให้ความรู้ผู้ป่วย ถึงอาการเตือนและให้แจ้งแพทย์หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรืออ่อนเพลียผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงเจ็บป่วยหรืออดอาหาร
- หากพบ DKA ที่ระดับน้ำตาลไม่สูงร่วมกับผู้ป่วยใช้ยา SGLT2i อยู่ ให้นึกถึง SGLT2i-associated euDKA ไว้เสมอในการวินิจฉัยแยกโรค
----------------------------------------------
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos
ส่วนตัวแล้วแอดมินเคยเจอเคสลักษณะนี้อยู่บ้างเหมือนกันค่ะ ผู้ป่วยเกิด euDKA หลังผ่าตัด และกำลังใช้ยา dapagliflozin อยู่จึงได้ลองศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ADR ดังกล่าวจากยาในกลุ่มนี้

💊 Pioglitazone กับความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว (Pioglitazone-increased risks of heart failure)✅ ประโยชน์ของ PioglitazonePi...
16/09/2026

💊 Pioglitazone กับความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว (Pioglitazone-increased risks of heart failure)

✅ ประโยชน์ของ Pioglitazone
Pioglitazone เป็นยาในกลุ่ม Thiazolidinediones (TZDs) ออกฤทธิ์กระตุ้นตัวรับ PPAR-γ ทำให้เซลล์ไขมัน กล้ามเนื้อ และตับ ตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น (insulin sensitizer)

มีจุดเด่น คือ
1. ลดภาวะดื้ออินซูลิน (insulin resistance) ได้ดี โดยไม่กระตุ้นให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำ (hypoglycemia)
2. เพิ่ม HDL และลด triglyceride
3. ลดอุบัติการณ์ macrovascular events บางประเภทในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจสูง
4. ควบคุมระดับน้ำตาลได้ต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากกลไกไม่ขึ้นกับการทำงานของเบต้าเซลล์โดยตรง
**จึงเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 บางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลินเด่นชัด**

⚠️ ข้อควรระวัง
แม้จะมีประโยชน์ด้านการควบคุมน้ำตาล แต่ Pioglitazone มี ข้อควรระวังสำคัญด้านหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่
- ห้ามใช้ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว NYHA class III–IV (ข้อห้ามใช้)
- ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงหรือประวัติภาวะหัวใจล้มเหลว (NYHA class I–II)
- ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ insulin
- ข้อควรระวังอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเสี่ยงกระดูกหักโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (ข้อมูลยังไม่ชัดเจน) และควรติดตามการทำงานของตับ

🔬 กลไกการเกิด Pioglitazone-Induced Heart Failure
- จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Pioglitazone ไม่ได้ทำให้เกิดพิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง แต่ก่อให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวผ่านกลไก fluid retention (การคั่งของสารน้ำ) เป็นหลัก ได้แก่
1. การกระตุ้น PPAR-γ ที่ท่อไตส่วน collecting duct ทำให้มีการเพิ่มการแสดงออกของ epithelial sodium channel (ENaC) ส่งผลให้มีการดูดกลับโซเดียมและน้ำเพิ่มขึ้นที่ไต
2. เพิ่มความสามารถซึมผ่านของหลอดเลือดฝอย (vascular permeability) ทำให้สารน้ำรั่วออกจากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อระหว่างเซลล์ได้มากขึ้น
3. ผลคือ ปริมาตรเลือดหมุนเวียน (plasma volume) เพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดในผู้ป่วยที่มีการทำงานของหัวใจบกพร่องอยู่แล้ว หรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วม จะไปกระตุ้นหรือทำให้ภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอยู่เดิมแย่ลง (decompensation)

การใช้ยาขนาดสูงจะเพิ่มโอกาสเกิดภาวะนี้!!!!

อาการที่ควรเฝ้าระวัง: น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ บวมที่ขา หายใจลำบากเมื่อออกแรงหรือนอนราบ เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

🩺 การจัดการ (Management)
1. คัดกรองก่อนเริ่มยา: ประเมินประวัติ/ความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวก่อนเริ่ม Pioglitazone ทุกครั้ง (ห้ามใช้ในผู้ป่วย NYHA III–IV)
2. เริ่มด้วยขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผล (lowest effective dose) และปรับเพิ่มอย่างระมัดระวังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
3. ติดตามอาการและน้ำหนักตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 3–6 เดือนแรกของการรักษา และเมื่อใช้ร่วมกับอินซูลิน

****หากพบอาการบวมหรือน้ำหนักเพิ่มผิดปกติ : ประเมินซ้ำ พิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดยา และส่งต่อแพทย์เพื่อประเมินภาวะหัวใจ หากเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวชัดเจน****
- หยุด Pioglitazone ทันที ให้การรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาตรฐาน (เช่น diuretics) และพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ยาลดน้ำตาลกลุ่มอื่นที่มีความเสี่ยงต่อหัวใจต่ำกว่าหรือมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด
- ให้ความรู้ผู้ป่วย ให้สังเกตอาการบวม น้ำหนักเพิ่มเร็ว และอาการเหนื่อยง่าย พร้อมแนะนำให้มาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังกล่าว
--------------------------
ด้วยความปรารถนาดี
ADR TrangHos

📌 NERD (NSAID-Exacerbated Respiratory Disease) รู้ไว้ก่อนจ่ายยาคือ "โรคทางเดินหายใจที่ถูกกระตุ้นให้กำเริบจากยา NSAIDs" เ...
01/09/2026

📌 NERD (NSAID-Exacerbated Respiratory Disease) รู้ไว้ก่อนจ่ายยา

คือ "โรคทางเดินหายใจที่ถูกกระตุ้นให้กำเริบจากยา NSAIDs" เป็นชื่อที่บอกตรง ๆ ว่า NSAIDs ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตั้งแต่แรก แต่เป็นตัว "กระตุ้น" ให้โรคที่มีอยู่แล้วในผู้ป่วยกำเริบขึ้นมา

NSAID = Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drug (ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) ในโพสต์นี้รวมถึง Aspirin ด้วย

⚠️ ข้อควรระวังในผู้ป่วย Asthma หรือ Rhinosinusitis ต้องระมัดระวังการใช้ยา NSAIDs ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ เนื่องจากยาอาจกระตุ้นให้อาการของโรคแย่ลง หรือกำเริบได้
***ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ยา NSAIDs ในผู้ป่วยกลุ่มนี้เสมอ!!!

🔬 กลไกการเกิด
กลไกหลักไม่ใช่ IgE-mediated allergy แบบทั่วไป แต่เกิดจากความผิดปกติของการสร้าง arachidonic acid ผ่านทาง COX-1 และ 5-lipoxygenase ทำให้มีการสร้าง cysteinyl leukotrienes มากเกินไป ขณะที่ prostaglandin E2 ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบกลับลดลง เมื่อ NSAIDs ไปยับยั้ง COX-1 จึงยิ่งเสีย balance นี้ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในทางเดินหายใจทั้งบนและล่าง

⚠️ ยาที่ต้องระวัง vs ยาที่ค่อนข้างปลอดภัย
- กลุ่มเสี่ยงสูง (COX-1 inhibitors) ได้แก่ Aspirin, Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac และ NSAIDs ทั่วไปเกือบทุกกลุ่ม
- กลุ่มที่อาจเกิดได้หากใช้ขนาดสูง ได้แก่ Paracetamol ขนาดสูง, Meloxicam, Nimesulide
- ทางเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัยกว่า (ต้องประเมินเป็นราย ๆ) ได้แก่ Paracetamol ขนาดต่ำ (

28/08/2026

📍คลิปสรุป เรื่อง ภาวะ LAST จากประชุมเมื่อคืนค่ะ

LAST (Local Anesthetic Systemic Toxicity) คือ ภาวะเป็นพิษจากยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthetics) ที่เข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมากหรือรวดเร็วเกินไป จนทำให้เกิดความผิดปกติรุนแรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) และระบบหัวใจและหลอดเลือด (CVS) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ที่อยู่

งานเภสัชสนเทศ โรงพยาบาลตรัง
Trang

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ADR TrangHos โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

คลินิกใกล้เคียง