จาเจินคลินิกแพทย์แผนจีน 扎针中医诊所

จาเจินคลินิกแพทย์แผนจีน 扎针中医诊所 จาเจินคลินิกแพทย์แผนจีน ตรวจรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ฝังเข็ม ทุยหนา ครอบแก้ว กัวซา

01/07/2026

✅ บทความปี 2026 EP: 160

❄️ ข้อไหล่ติด ยกแขนลำบาก (Frozen Shoulder / Adhesive Capsulitis)

ข้อไหล่ติด คือภาวะที่ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลง ร่วมกับอาการปวด โดยเฉพาะเวลายกแขน กางแขน หรือเอื้อมไปด้านหลัง เกิดจากการอักเสบและหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้ข้อ “ฝืด ติด” เคลื่อนไหวไม่อิสระ



🔬 มุมมองแพทย์แผนปัจจุบัน

* ชื่อโรค: Frozen Shoulder (Adhesive Capsulitis)

* กลไกหลัก

* เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบ → หนาตัว → เกิดพังผืด

* ปริมาตรช่องข้อเล็กลง ทำให้ขยับได้น้อย

* กลุ่มเสี่ยง

* อายุ 40–60 ปี

* ผู้ป่วยเบาหวาน

* หลังการบาดเจ็บหรือผ่าตัดไหล่

* ใช้ไหล่น้อยเป็นเวลานาน

ระยะของโรค

1. ระยะปวด (Painful phase) – ปวดมาก ขยับแล้วเจ็บ

2. ระยะติด (Frozen phase) – ปวดลดลง แต่ขยับแทบไม่ได้

3. ระยะฟื้นตัว (Thawing phase) – เริ่มขยับได้ดีขึ้น (ใช้เวลาเป็นเดือน–ปี)



🌿 มุมมองแพทย์แผนจีน (TCM)

แพทย์จีนเรียกภาวะนี้ว่า “เจียนปี้ (肩痹)” หรือ “ไหล่แข็ง”

สาเหตุสำคัญตามทฤษฎีจีน

* ลม–เย็น–ชื้น เข้าสู่เส้นลมปราณบริเวณไหล่

* ชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก → ปวด ตึง ติด

* ในผู้สูงอายุ มักเกี่ยวข้องกับ

* เลือดพร่อง

* ไตและตับอ่อนแอ → เอ็นและข้อขาดการหล่อเลี้ยง



🩺 การรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน

* ยาแก้ปวด ลดอักเสบ (NSAIDs)

* กายภาพบำบัด

* บริหารเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว (ROM)

* ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อ (บางราย)

* ผ่าตัด (พบได้น้อย ใช้ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น)



🪡 การฝังเข็มกับข้อไหล่ติด

การฝังเข็มเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยได้ดี โดยเฉพาะเมื่อทำร่วมกับกายภาพบำบัด

หลักการ

* กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด

* คลายกล้ามเนื้อและพังผืด

* ลดการอักเสบและอาการปวด

จุดที่นิยมใช้

* จุดรอบข้อไหล่ (เช่น Jianyu, Jianliao)

* จุดตามเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ซานเจียว

* จุดปลายมือ–เท้า เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโดยรวม

ผลลัพธ์ที่มักพบ

* ปวดลดลง

* ยกแขนได้ดีขึ้น

* ฟื้นตัวเร็วขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง

ภาพประกอบ: ข้อไหล่ติด & การฝังเข็ม



🧘‍♀️ การดูแลตัวเองที่บ้าน (สำคัญมาก)

ควรทำ

* ประคบอุ่นวันละ 15–20 นาที

* บริหารไหล่เบา ๆ ทุกวัน (ไม่ฝืนจนเจ็บ)

* เคลื่อนไหวข้อไหล่อย่างสม่ำเสมอ

* นอนพักให้พอ ลดความเครียด

ควรเลี่ยง

* ปล่อยไหล่นิ่ง ไม่ขยับเลย

* ยกของหนัก หรือกระตุกแรง

* อากาศเย็นจัดโดยไม่ป้องกันไหล่



📌 สรุป

ข้อไหล่ติด ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หายช้า

การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ

✨ ผสมผสาน แพทย์แผนปัจจุบัน + แพทย์แผนจีน + การดูแลตัวเอง

ยิ่งเริ่มรักษาเร็ว ยิ่งฟื้นตัวไว

อย่าปล่อยให้ “ไหล่ติดจนชิน” นะคะ 💙



เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย
สุขภาพดี เริ่มจากเข้าใจตัวเองทุกวัน

อาจารย์แทนคนสวย ❤️ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนค่ะ

😋อาจารย์แทนคนสวย เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน🌸

#แพทย์จีนไปเรื่อย
#แพทย์จีน
#อาจารย์แพทย์จีน
#ฝังเข็ม
#ยาจีน
#อาจารย์แทนคนสวย
#อาจารย์แพทย์จีน
#เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน
#แพทย์จีนที่สวยที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

of Chinese Medicine

🙏เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย เราไม่ได้มีแค่ความรู้ทางวิชาการนะคะ เรายังเสิร์ฟ หลายช่วง อาทิเช่น

✅แพทย์จีนพาเที่ยว

✅แพทย์จีนพากิน

✅แพทย์จีนพาอ่าน

✅แพทย์จีนช่วยอนุรักษ์

✅แพทย์จีนพาช้อป

✅แพทย์จีนรีวิวไปเรื่อย

ฝากติดตามด้วยนะคะ❤️

กดติดตาม เพจแพทย์จีนไปเรื่อย👇

Facebook: https://www.facebook.com/profile.phpid=100064330802426&mibextid=YMEMS

IG: https://www.instagram.com/chinese.medicine.on.the.go?igsh=eWI3cTA0YnlvaTl4&utm_source=qr

ปล. เพจนี้ ไม่ขายอาหารเสริม ไม่โฆษณาการค้าผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพทุกประเภท ไม่เชิญชวน ไม่อวดอ้างหรือทำการโฆษณาทางการแพทย์ใดๆที่ไม่เป็นความจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเกิดความจริง ขอให้เเฟนเพจทุกท่านมีวิจารณญาณในการรับชม ขอบคุณค่ะ🙏

29/06/2026

✅ บทความปี 2026 EP: 158

🪡 ฝังเข็มแพทย์จีน vs Dry Needling

เหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีจุดกำเนิดจากไหน

หลายคนเห็นว่าใช้ “เข็มเหมือนกัน”จึงเข้าใจว่า ฝังเข็มแพทย์จีน และ Dry Needling คือสิ่งเดียวกัน แต่ในความจริง ทั้งสองศาสตร์

“มีรากเดียวกัน แต่เติบโตคนละทาง”



🔗 ส่วนที่ “เหมือนกัน”

ทั้งฝังเข็มแพทย์จีนและ Dry Needling

* ใช้เข็มโลหะขนาดเล็ก แทงผ่านผิวหนัง

* ไม่ใช้ยา

* ช่วยลดอาการปวดได้จริง

* อาศัยการกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ในทางปฏิบัติ คนไข้จำนวนมาก แยกไม่ออกว่าเข็มที่แทงคือแบบใด เพราะ “ความรู้สึกขณะรักษา” อาจคล้ายกัน



🌱 จุดกำเนิดที่เชื่อมโยงกัน

ต้นกำเนิดสำคัญของ Dry Needling สามารถสืบย้อนกลับไปถึง การแพทย์แผนจีน

แพทย์จีนโบราณมีแนวคิดที่เรียกว่า “อาชิ๋ (阿是穴 / Ah-Shi point)” หมายถึง จุดที่กดแล้วเจ็บ แทงแล้วใช่ ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเส้นลมปราณ

แนวคิดนี้ใช้รักษา อาการปวดเฉพาะจุด กล้ามเนื้อตึง และอาการจากการใช้งานซ้ำ

ซึ่งสอดคล้องโดยตรงกับสิ่งที่การแพทย์ตะวันตกเรียกว่า
Trigger Point

ต่อมา แพทย์ตะวันตกนำแนวคิดนี้ไปศึกษาใหม่ อธิบายด้วยกายวิภาคและสรีรวิทยา และพัฒนาเป็นสิ่งที่เรียกว่า Dry Needling



🌿 จุดที่ “แตกต่างกันอย่างชัดเจน”

แม้จะมีรากเดียวกัน แต่แนวคิดในการรักษาแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ฝังเข็มแพทย์จีน

* มองร่างกายเป็นระบบองค์รวม

* ใช้เส้นลมปราณ ชี่ เลือด และสมดุลหยินหยาง

* ไม่จำเป็นต้องแทงตรงจุดที่ปวด

* มุ่งแก้ “ต้นเหตุของความไม่สมดุล”

Dry Needling

* มองร่างกายแบบโครงสร้าง

* เน้นกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และ Trigger Point

* แทงตรงจุดที่ตึงหรือเป็นปม

* มุ่งลดอาการปวดเฉพาะจุดอย่างรวดเร็ว



🧩 สรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจตรงกัน

* แต่ Dry Needling มีต้นกำเนิดจากแนวคิดการใช้เข็มของแพทย์จีน

* ทั้งสองศาสตร์ใช้เครื่องมือคล้ายกัน

* แต่มี “กรอบความคิดและเป้าหมายการรักษา” ต่างกัน

พูดง่าย ๆ คือ

รากเดียวกัน แต่คนละศาสตร์ คนละวิธีคิด



เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย

สุขภาพดี เริ่มจากเข้าใจตัวเองทุกวัน

อาจารย์แทนคนสวย ❤️ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนค่ะ

😋อาจารย์แทนคนสวย เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน🌸

#แพทย์จีนไปเรื่อย
#แพทย์จีน
#อาจารย์แพทย์จีน
#ฝังเข็ม
#ยาจีน
#อาจารย์แทนคนสวย
#อาจารย์แพทย์จีน
#เจ้าหญิงแห่งวงการแพทย์จีน
#แพทย์จีนที่สวยที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

of Chinese Medicine

🙏เพจ แพทย์จีนไปเรื่อย เราไม่ได้มีแค่ความรู้ทางวิชาการนะคะ เรายังเสิร์ฟ หลายช่วง อาทิเช่น

✅แพทย์จีนพาเที่ยว

✅แพทย์จีนพากิน

✅แพทย์จีนพาอ่าน

✅แพทย์จีนช่วยอนุรักษ์

✅แพทย์จีนพาช้อป

✅แพทย์จีนรีวิวไปเรื่อย

ฝากติดตามด้วยนะคะ❤️

กดติดตาม เพจแพทย์จีนไปเรื่อย👇

Facebook: https://www.facebook.com/profile.phpid=100064330802426&mibextid=YMEMS

IG: https://www.instagram.com/chinese.medicine.on.the.go?igsh=eWI3cTA0YnlvaTl4&utm_source=qr

ปล. เพจนี้ ไม่ขายอาหารเสริม ไม่โฆษณาการค้าผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพทุกประเภท ไม่เชิญชวน ไม่อวดอ้างหรือทำการโฆษณาทางการแพทย์ใดๆที่ไม่เป็นความจริงหรืออวดอ้างสรรพคุณเกิดความจริง ขอให้เเฟนเพจทุกท่านมีวิจารณญาณในการรับชม ขอบคุณค่ะ🙏

21/02/2026
16/02/2026

🩸 **ฝังเข็มแล้ว "ระบม" ตึง หน่วงกว่าเดิม! สรุปหมอมือหนัก หรือร่างกายกำลัง "ซ่อม"?** 🛠️

เคยไหมครับ? เดินเข้าคลินิกด้วยอาการปวดหลัง แต่ตอนเดินออก หรือตื่นมาอีกวัน รู้สึก **"ระบม"** **"ตึงเปรี๊ยะ"** หรือ **"หน่วงๆ"** ตรงจุดที่ฝังเข็ม เหมือนโดนใครต่อยมา? 👊

อย่าเพิ่งตกใจ หรือโทษว่าหมอมือหนักนะครับ! อาการนี้ในทางการแพทย์เรามีคำอธิบายที่น่าสนใจมาก และอาจจะเป็น **"ข่าวดี"** สำหรับการรักษาของคุณด้วยซ้ำ! มาดูกันครับว่าเกิดอะไรขึ้น

---

☯️ **มุมมองแพทย์แผนจีน: "เจ็บ" แปลว่า "โดน" (De Qi)**
ในทางแพทย์จีน ความรู้สึก ตึง หน่วง หนัก หรือไฟช็อตเบาๆ ขณะและหลังฝังเข็ม เราเรียกว่า **"เต๋อชี่" (得气 - De Qi)** หรือ **"ลมปราณมาถึงแล้ว"**

เปรียบเหมือนท่อน้ำที่ตันมานาน (เลือดลมติดขัด) พอหมอทะลวงท่อ สิ่งสกปรกที่อุดตันจะถูกดันออก แรงดันน้ำจะเปลี่ยนไป ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม ช่วงนี้แหละครับที่ร่างกายจะรู้สึก "วูบวาบ" หรือ "ระบม"

* **ยิ่งตึง ยิ่งหน่วง:** แสดงว่าเข็มเข้าไปกระตุ้นจุดที่มีปัญหาได้แม่นยำ และร่างกายกำลังตอบสนองเพื่อปรับสมดุลครับ

---

🔬 **มุมมองวิทยาศาสตร์การแพทย์: ปลุกเซลล์ให้ตื่น!**
ในทางวิทยาศาสตร์ อาการระบมหลังฝังเข็ม (Post-acupuncture soreness) เกิดจากกลไกสุดล้ำของร่างกาย:

1. **การม้วนตัวของเนื้อเยื่อ (Fascia Winding):** งานวิจัยพบว่าเมื่อหมอหมุนเข็ม เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวหนังจะม้วนพันรอบเข็มเหมือนสปaghetti พันส้อม! สิ่งนี้สร้างแรงดึงระดับเซลล์ (Mechanical signal) ส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า "ตรงนี้มีปัญหา มาซ่อมด่วน!" จึงเกิดความรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ [1]
2. **การบาดเจ็บระดับจิ๋ว (Micro-trauma):** เข็มทำให้เกิดแผลขนาดเล็กมากๆ (ที่เรามองไม่เห็น) เพื่อหลอกร่างกายว่ามีการบาดเจ็บ ร่างกายจะหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ (Endorphins) และส่งเลือดมาซ่อมแซมจุดนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่า! อาการระบม คือสัญญาณว่า "ทีมช่างซ่อมบำรุง" (เม็ดเลือดและภูมิคุ้มกัน) เดินทางมาถึงหน้างานแล้วครับ [2]

---

🛡️ **แบบไหนปกติ vs แบบไหนอันตราย?**

✅ **ปกติ (ร่างกายกำลังซ่อม):**

* รู้สึกตึง หน่วง เมื่อย เหมือนออกกำลังกายหนัก
* เป็นอยู่ประมาณ 1-3 วัน แล้วจะค่อยๆ หายไปเอง พร้อมกับอาการปวดเดิมที่ดีขึ้น

❌ **ผิดปกติ (ควรปรึกษาแพทย์):**

* ปวดจี๊ดๆ แสบร้อนรุนแรง ไม่หาย
* มีไข้ บวมแดง ร้อนบริเวณที่ฝัง
* ขยับร่างกายไม่ได้

---

💡 **สรุปสั้นๆ ฉบับ ICM Academy**
อาการระบม ตึง หน่วง หลังฝังเข็ม ส่วนใหญ่คือ **"ข่าวดี"** ครับ! มันคือสัญญาณว่าการรักษากำลังออกฤทธิ์ (De Qi) และร่างกายกำลังเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง (Self-healing)

**คำแนะนำ:** ถ้าตึงมาก ให้ประคบอุ่นเบาๆ ♨️ ดื่มน้ำเยอะๆ และพักผ่อน อาการจะหายไปเองพร้อมสุขภาพที่ดีขึ้นครับ!

---

**📚 อ้างอิง (References):**

1. Langevin HM, et al. *Biomechanical response to acupuncture needling in humans.* J Appl Physiol. 2001;91(6):2471-2478. (งานวิจัยเรื่องปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่อการฝังเข็ม)
2. MacPherson H, et al. *The York acupuncture safety study: prospective survey of 34,000 treatments by traditional acupuncturists.* BMJ. 2001;323(7311):486-487. (การศึกษาเรื่องความปลอดภัยและผลข้างเคียงของการฝังเข็ม)

#ฝังเข็ม #แพทย์แผนจีน #สุขภาพ #ระบมหลังฝังเข็ม

16/01/2026

คลินิกหยุด
วันที่16-22ม.ค.69
กลับมาเปิดบริการปกติ
วันที่ที่23ม.ค.69

05/01/2026

มุมสาระสุขภาพวันนี้ ขอเสนอ ประโยชน์ของการครอบแก้ว (Cupping Therapy)
การครอบแก้วเป็นการรักษาอีกวิธีหนึ่งของแพทย์แผนจีน โดยในสมัยโบราณจะใช้เขาสัตว์หรือกระบอกไม้ไผ่ แต่ปัจจุบันวัสดุที่ใช้จะเป็นแก้วใสทรงกลม จุดไฟแล้วนำเปลวไฟเข้าไปในแก้วทรงกลมเพื่อให้เกิดสูญญากาศภายในแก้ว แล้วจึงนำมาวางครอบบริเวณต่างๆ บนร่างกาย
ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนอธิบายไว้ว่า ความร้อนจากไฟขณะทำการครอบจะช่วยขับไล่ความเย็นที่อยู่ในเส้นลมปราณ ความเย็นมีกลไกของโรคทำให้การไหลเวียนของลมปราณติดขัดเมื่อเกิดการติดขัดก็จะทำให้เกิดอาการปวด เมื่อครอบเเก้วเเล้วลมปราณภายในร่างกายจะไหลเวียนเป็นไปอย่างปกติ อาการปวดจึงหายไป
การรักษาโรคโดยการครอบแก้ว (Cupping) สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในบริเวณที่มีการติดขัดทำให้เลือดและพลังมีการไหลเวียนที่ดีขึ้น สามารถรักษาอาการปวด โดยเฉพาะบริเวณ บ่า หลัง และเอว (เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะหรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ) และด้านการส่งเสริมความงามช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาด
ทั้งนี้การครอบแก้วไม่สามารถรักษาโรคบ้าตัดเข้าในแล้วยิง(ติดบล็อก) แต่อย่างใด
#ต้นทางฟุตบอล

04/12/2025
10/08/2025

Episode 286 กลไกการเกิดจุดกดเจ็บบนกล้ามเนื้อลาย

แม้ว่าฉันรักหัตถบำบัดในแง่การรักษาคนไข้ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรักไม่น้อยไปกว่าการลงมือปฏิบัติคือ การเน้นย้ำด้วยองค์ความรู้ที่เชื่อถือได้

เหมือน หยิน support หยาง

เพราะความรู้กับทักษะเขาจะเกื้อกูลกันไปอย่างแยกจากกันไม่ได้ค่ะ

วันนี้ฉันอยากเล่าเรื่อง จุดกดเจ็บไก หรือ Trigger points ประเด็นแรก คนมักสับสนและมีคำถามว่า ตกลงจะเรียกจุดกดเจ็บหรือจุดกดเจ็บไก ก็ต้องบอกก่อนว่า เราต้องย้อนกลับไปดูรากคำศัพท์ให้เข้าใจก่อน

จุดกดเจ็บมักกล่าวถึง tenderness เป็นจุดที่กดลงไปบนกล้ามเนื้อแล้ว อาการปวดไม่แผ่ร้าวไปที่อื่น ในขณะที่ครูบาอาจารย์ด้านแพทย์แผนไทย ท่านเหล่านั้น เติมคำว่า ไก หมายถึง การกดไกปืน ท่านนำมาใช้อธิบาย Trigger point เนื่องจากการกดลงบนจุดกดเจ็บไก จะเกิดอาการปวดแผ่ร้าวหรือ somatic referred pain ไปยังบริเวณอื่น ซึ่งปรมาจารย์ด้าน Myofascial pain syndrome คือ Travell และ Simons ได้ทิ้งไว้ให้คนรุ่นเราอ่าน และสมมุติฐานหลักของท่านที่ใช้อธิบายกลไกการเกิดจุดกดเจ็บไกคือ

Integrated Hypothesis

มุมมองของปรมาจารย์ท่านเชื่อว่า เกิดจากการบาดเจ็บระดับที่ตามองไม่เห็นหรือ microtrauma ซึ่งมักเกิดกับการทำงานของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ และหนักหลายชั่วโมงต่อวัน หรือการได้แรงกระทำจากภายนอกกระทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุ หรือแม้แต่แรงนวดที่หนักมากจนผู้ป่วยทนไม่ไหวก็อาจกระตุ้นให้เกิดการฉีกขาดระดับ micro ได้เช่นกันค่ะ

เมื่อเกิด microtrauma นั่นทำให้เกิดการรับกวนการส่งสัญญาณประสาทไปยังใยกล้ามเนื้อ การฉีกขาดระดับจุลภาคนี้ทำให้เกิดการรั่วของแคลเซียมไอออน โดยปกติเขาเก็บไว้ใน sarcoplasmic reticulum หากเราย้อนไปที่สรีรวิทยาการหดตัวของกล้ามเนื้อ แคลเซียมไอออนเป็นตัวไปจับกับโปรตีนชื่อ troponin บนใยโปรตีน actin ทำให้หัวของโปรตีนที่เรียก cross bridge ของ myosin ตวัดจับกับ actin เกิดการหดตัวได้ คือถ้าเป็นการหดตัวปกติ หลังจากหดตัวก็ต้องคลายตัวและเกิดการเก็บแคลเซียมไอออนกลับไปที่เดิมจริงไหมคะ บังเอิญการรั่วของแคลเซียมไอออนนี่เองทำให้โปรตีน actin และ myosinหดตัวค้างเกิดการยึดติดกันแบบต่อเนื่อง (contracture knot) จึงกำเนิดเป็นปมในกล้ามเนื้อ และถ้ามากเข้า ก็กลายเป็นปมขนาดใหญ่หรือ trigger point นั่นเองค่ะ เมื่อเริ่มมีจุดกดเจ็บไกอาจไม่แสดงอาการปวดถ้าไม่ไปกดเขา เราเรียกกันว่าจุดกดเจ็บไกแฝง (latent trigger point) หากไม่รักษาให้ดีขึ้นอาจทำให้คน ๆ นั้น อยู่เฉย ๆ ก็ปวดซึ่งเรียกว่า active trigger point สรุป นี่คือการเกิด

- เกิดการเกร็งเฉพาะที่ (localized contracture) ที่ไม่คลายตัว

และเมื่อเราพลิกมุมมองกลับมาในตัวละครของ Oxygen เราจะมองเห็นภาพว่า ธาตุลมคือหลอดเลือดฝอยแทรกอยู่ในเส้นใยกล้ามเนื้อจะทำงานติดขัด คุณหมอแผนจีนจะเรียกว่า ชี่ (Chi) ขัดข้อง แน่นอน หลอดเลือดฝอยถูกกดเบียดจากปมกล้ามเนื้อที่ไม่คลายตัวทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนหรือ hypoxia รบกวนถึงระบบการหายในระดับเซลล์คือ แทนที่กล้ามเนื้อจะมีออกซิเจนไหลไปเลี้ยงปกติ พอติดขัดจะเกิดการสะสมสารเคมีที่กระตุ้นการปวด ตัวรับอาการปวดหรือ nociceptor ในกล้ามเนื้อก็จะรวมตัวกันเรียกร้องให้เจ้าของร่างรู้แล้วว่าปวดกล้ามเนื้อค่ะ

นอกจากนั้นหากเราละเลยจะเกิดการกระตุ้นสารก่ออาการอักเสบ และสารสื่อประสาทบางตัว เช่น Substance P, Calcitonin Gene–Related Peptide (CGRP), Bradykinin, Prostaglandins, Cytokines ค่ะ สารเหล่านี้ยิ่งทำให้เส้นประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นและส่งสัญญาณปวดไปสมองแปลออกมาเป็นปวดมากกว่าเดิม

หากอยากลงลึกไปในเรื่อง cytokines ฉันก็ขอแถมให้อีกนะคะ Cytokines ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด myofascial trigger point (MTrP) ส่วนใหญ่เป็น pro-inflammatory cytokines ที่กระตุ้นการอักเสบและเพิ่มความไวของตัวรับความเจ็บปวด (nociceptor sensitization) จากงานวิจัยของ Shah และคณะ (2005, 2008, 2015) ซึ่งได้แก่

Interleukin-1β (IL-1β) กระตุ้นการอักเสบเฉพาะที่, เพิ่มการหลั่ง prostaglandins และ nitric oxide, กระตุ้นตัวรับความเจ็บปวดหรือ nociceptors ทำให้ปวดมากขึ้น

Interleukin-6 (IL-6) เกี่ยวข้องกับการอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง, กระตุ้นการสร้าง prostaglandin E₂, เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อแต่ถ้าสูงเกินไปทำให้ปวดต่อเนื่อง

Tumor Necrosis Factor-alpha (TNF-α) กระตุ้นการอักเสบและการหลั่งสารสื่อปวด, เพิ่ม permeability ของหลอดเลือดฝอยทำให้บวมเฉพาะที่, ทำให้เกิดภาวะขาดเลือดและ hypoxia ใน trigger point

Interleukin-8 (IL-8) เป็น chemokine ดึงดูด neutrophils และ macrophages, เพิ่มการอักเสบและปล่อยสารทำลายเนื้อเยื่อรอบจุดกดเจ็บไกค่ะ

เมื่อเราปวด กล้ามเนื้อยิ่งเกร็ง เลือดยิ่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยลง เกิดการสะสมของเสียและสารกระตุ้นอาการปวดและอักเสบ ยิ่งทำให้ขนาดของ trigger point ใหญ่ขึ้นและเกิดอาการปวดแผ่ร้าวกว้างมากขึ้นด้วย

เมื่อท่านผู้อ่านเดินทางมาถึงจุดนี้ เชื่อว่าเราอยากได้มุมมองการนำไปใช้ เพราะหลายครั้งเรามักจะพูดบ่อย ๆ ว่า
เรียนเพื่อ.??????
ในด้านการป้องกัน ท่านควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าทางที่ไม่ดี อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ ดังนั้นการขยับร่างกาย การออกกำลังกาย การฝึกยืดเหยียด การฝึกโยคะ ชี่กง เป็นการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและปรับความตึงตัวของกล้ามเนื้อให้เหมาะสม การวอร์มอัพก่อนเล่นกีฬา และเมื่อมีการบาดเจ็บทางการกีฬาหรือมีอาการปวดหลังการฝึก ไม่ควรละเลย ต้องรีบรักษาให้ทุเลาหรือหาย และต้องรู้จักพักร่างกายจริงไหมคะ

ในด้านของผู้ที่เล่นหัตถบำบัด ท่านจะได้ทราบว่า เมื่อท่านต้องลงแรงกระทำไปยังจุดกดเจ็บไก ท่านจะเลือกวิธีการ หรือทิศทางอย่างไร ปริมาณแรงมากน้อยอย่างไร สิ่งนี้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละวิธี แต่ยืนอยู่บนหลักการสำคัญคือ การนวดต้องไม่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม และส่งเสริมการทุเลาคลายตัวออกของ trigger point และทำให้พวกเราที่เล่น manual therapy ตระหนักว่า เราไม่ควรมั่นใจ 100 % ว่าจะรักษาจุดกดเจ็บไกได้หายขาด เนื่องจากปัจจัยรบกวนคือ อายุ เพศ การออกกำลังกาย การรับประทานโปรตีน วิตะมิน เกลือแร่ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมเพียงพอหรือไม่ หรือ พฤติกรรมท่าทาง การใช้งานซ้ำของผู้ป่วย นั่นคือ ความร่วมมือสองทิศทางค่ะ และท่านต้องทราบว่า การนวดของท่านส่งเสริมการไหลเวียนเลือด เพิ่มออกซิเจน นั่นคือ ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อนุ่มตัวนะคะ ยังช่วยให้การสมานการบาดเจ็บดีขึ้นด้วยค่ะ

อย่างแพทย์แผนจีนก็มีส่วนช่วยเรื่องการฝังเข็มลดจุดกดเจ็บไกได้ เช่น ท่านฝังเข็มแล้วทำให้เกิดการหดตัวสั้น ๆ ของใยกล้ามเนื้อบริเวณจุดกดเจ็บไกหรือ local twitch response ซึ่งช่วยให้ clear แคลเซียมไอออนที่ตกค้าง ซึ่งทำให้ actin กับ myosin คลายตัวได้ดีขึ้น การลง dry needling กับฝังเข็มยังช่วยลดสารก่ออาการปวดและอาการอักเสบส่งผลให้ลดความไวของตัวรับความเจ็บปวดหรือลดการเกิด peripheral sensitization ได้ค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเข็มผ่านเข้าไปยังจุดกดเจ็บไกยังช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัวผ่านการทำงานของ nitric oxide และลดภาวะขาดออกซิเจนหรือ hypoxia ได้ และส่งเสริมการสมานการฉีกขาดระดับจุลภาคทำให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวเร็วขึ้น นอกจากนั้นการฝังเข็มยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ descending inhibitory pathways ผ่าน periaqueductal gray ทำให้หลั่งสารลดปวดกลุ่ม endorphins, serotonin, enkephalins หรือ norepinephrine ซึ่งลดความไวในการรับรู้ความเจ็บปวดของสมอง หรือ central desensitization ได้ดี และตบท้าย การฝังเข็มยังช่วยลดการยึดติดของแผ่นพังผืด ทำให้ปลอกหุ้มกล้ามเนื้อไม่รัดแน่น ช่วยให้อาการปวดดีขึ้นในที่สุดค่ะ
ปัจจุบันการรักษาจุดกดเจ็บไกจึงเป็นเรื่องของสหวิชาชีพ มาช่วยกัน มาเกื้อกูลกัน ซึ่งผลดีนั้นจะได้แก่ ตัวผู้ป่วยเอง
เชื่อหรือยังคะ พื้นฐานความรู้มีความน่ารักน่าเรียนแค่ไหน
ขอบคุณจากใจที่เมตตาเข้ามาอ่านค่ะ
วีเรศวร
10 สิงหาคม 68

บรรณานุกรม
1. Simons DG, Travell JG, Simons LS. Myofascial pain and dysfunction: The trigger point manual. Vol. 1. Upper half of body. 2nd ed. Baltimore: Williams & Wilkins; 1999.
2. Shah JP, Thaker N, Heimur J, Aredo JV, Sikdar S, Ge**er L. Myofascial trigger points then and now: A historical and scientific perspective. PM R. 2015 Jul;7(7):746-761.
3. Gerwin RD. Classification, epidemiology, and natural history of myofascial pain syndrome. Curr Pain Headache Rep. 2001 Aug;5(4):412-420.
4. Bron C, Dommerholt J. Etiology of myofascial trigger points. Curr Pain Headache Rep. 2012 Oct;16(5):439-444.
5. Fernández-de-Las-Peñas C, Dommerholt J. Myofascial trigger points: Peripheral or central phenomenon? Curr Rheumatol Rev. 2014;10(1):1-4.
7.Shah JP, Phillips TM, Danoff JV, Ge**er LH. An in vivo microanalytical technique for measuring the local biochemical milieu of human skeletal muscle. J Appl Physiol (1985). 2005;99(5):1977-1984.
8. Shah JP, Danoff JV, Desai MJ, Parikh S, Nakamura LY, Phillips TM, Ge**er LH. Biochemicals associated with pain and inflammation are elevated in sites near to and remote from active myofascial trigger points. Arch Phys Med Rehabil. 2008;89(1):16-23.
9. Shah JP, Thaker N, Heimur J, Aredo JV, Sikdar S, Ge**er L. Myofascial trigger points then and now: A historical and scientific perspective. PM R. 2015 Jul;7(7):746-761.

09/07/2025

ที่อยู่

21, เทอดจรัส
Trat
23000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จาเจินคลินิกแพทย์แผนจีน 扎针中医诊所ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์