26/08/2026
https://www.facebook.com/share/1HVKXhoiue/?mibextid=wwXIfr
ฝังเข็มหนังศีรษะแล้ว…
ทำไมต้องให้คนไข้ “ขยับ” ไปด้วย?
ใครเคยเห็นเวลาหมอแมนฝังเข็มหนังศีรษะในคนไข้ Stroke น่าจะคุ้นกับภาพนี้ครับ พอลงเข็มเสร็จ หมอมักบอกคนไข้ว่า “ลองกำมือดูครับ” “ลองยกแขนขึ้นหน่อย” บางคนก็ต้องฝึกลุก ฝึกยืน หรือฝึกเดินไปด้วย คนไข้บางคนก็คงแอบคิดในใจว่า…“หมอ ไม่ให้นอนพักสักหน่อยเหรอ” 😅
จริง ๆ การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ในการฝังเข็มหนังศีรษะเพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยระบบประสาท เราใช้การเคลื่อนไหวร่วมกับการฝังเข็มกันมานานแล้ว แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ
ทำไมเราถึงให้คนไข้ขยับตอนที่เข็มยังคาอยู่?
ทำไมไม่ฝังให้เสร็จแล้วค่อยไปฝึกทีหลัง?
วันนี้หมอแมนเล่าให้ฟังครับ
📌 เรื่องของ “จังหวะเวลา” อาจสำคัญกว่าที่คิด
ปี 2023 มีงานวิจัยในผู้ป่วยสมองขาดเลือดที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวของแขนจำนวน 70 คน ทั้งสองกลุ่มได้รับการฝังเข็มหนังศีรษะและกิจกรรมบำบัดเหมือนกัน ต่างกันตรงเรื่องเดียวคือ “เวลา” กลุ่มหนึ่งทำกิจกรรมบำบัดในขณะที่เข็มยังคาอยู่ ส่วนอีกกลุ่มฝังเข็มให้เสร็จก่อนแล้วจึงค่อยทำกิจกรรมบำบัด
ผลคือทั้งสองกลุ่มดีขึ้นครับ แต่กลุ่มที่ “ฝังไป ฝึกไป” มีผลด้านการเคลื่อนไหวของแขนและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันดีกว่าในหลายตัวชี้วัด จุดที่ผมว่าน่าสนใจคือ งานนี้ไม่ได้เปรียบเทียบ “ฝัง” กับ “ไม่ฝัง” หรือ “ฝึก” กับ “ไม่ฝึก” เพราะทั้งสองกลุ่มได้รับเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือ การฝังเข็มกับการฝึกเกิดขึ้นพร้อมกัน หรือแยกเวลากัน แปลว่าเรื่องของ “จังหวะเวลา” อาจเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม
📌 ว่าแต่ทำพร้อมกัน มันต่างอย่างไร?
ถ้าเรานึกถึงคนไข้ที่มืออ่อนแรงครับ ถ้าฝังเข็มแล้วให้นอนนิ่ง ระบบประสาทก็ได้รับการกระตุ้นจากเข็มในแบบหนึ่ง แต่ถ้าระหว่างนั้นเราบอกว่า “ลองกำมือให้หมอดูหน่อยครับ” ถึงมือจะกำได้ไม่เต็มที่ สมองก็ต้องเริ่มวางแผนและส่งคำสั่งการเคลื่อนไหวลงมา ขณะเดียวกันข้อมูลจากกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และผิวหนังก็ส่งกลับขึ้นไปยังระบบประสาท
ถ้าหมอวางแก้วไว้ข้างหน้าแล้วบอกว่า “ลองเอื้อมไปหยิบดูครับ” เรื่องก็ซับซ้อนขึ้นอีก เพราะคนไข้ต้องมองเป้าหมาย กะระยะ วางแผนการเคลื่อนไหว ควบคุมแขนและมือ และรับข้อมูลย้อนกลับว่าการเคลื่อนไหวนั้นเป็นอย่างไร ถ้าพลาดก็ปรับแล้วลองใหม่ ตรงนี้เป็นหลักทางสรีรวิทยาของระบบประสาทที่เราใช้ช่วยอธิบายภาพให้เข้าใจง่ายนะครับ ไม่ได้หมายความว่างานวิจัยข้างต้นพิสูจน์กลไกเหล่านี้โดยตรงทั้งหมดครับ
พูดง่าย ๆ คือ ในช่วงที่เรากำลังกระตุ้นระบบประสาท เราก็ให้ระบบประสาทได้ “ใช้งาน” ไปพร้อมกันได้ครับ
📌 “ฝังไป ฝึกไป” มีหลักฐานแค่ไหน?
ในงานวิจัยเรียกแนวทางลักษณะนี้ว่า Motion-Style Scalp Acupuncture (MSSA) ถ้าไม่อยากจำศัพท์ยาว ๆ ผมเรียกง่าย ๆ ว่า “ฝังไป ฝึกไป” ก็ได้ครับ
ปี 2025 มีการทบทวนอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์อภิมาน รวบรวม RCT 19 การศึกษา รวมผู้ป่วยที่มีภาวะเกร็งหลัง Stroke จำนวน 1,648 คน ผลการวิเคราะห์รวมพบว่า MSSA มีผลลัพธ์ที่ดีกว่าในด้านอาการเกร็ง การเคลื่อนไหว การทรงตัว และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน และในการวิเคราะห์บางส่วน การทำ Scalp Acupuncture พร้อมกับการฝึกให้ผลด้านการเคลื่อนไหวและกิจวัตรประจำวันดีกว่าการทำสองอย่างแยกเวลากัน
แต่ยังไม่ควรรีบสรุปว่า “ทำพร้อมกันดีที่สุด” นะครับ เพราะผู้วิจัยเองก็ระบุว่ายังต้องการ RCT คุณภาพสูงและข้อมูลผลระยะยาวเพิ่มเติม สิ่งที่งานนี้บอกเราได้ในตอนนี้คือ การจับการกระตุ้น + การฝึก + จังหวะเวลา เข้าด้วยกัน เป็นเรื่องที่น่าศึกษาต่อมาก
📌 แล้วในสมองเกิดอะไรขึ้น?
ตรงนี้เริ่มน่าสนใจขึ้นครับ เพราะช่วงหลังไม่ได้ดูกันแค่ว่าแขนขยับดีขึ้นหรือไม่ แต่เริ่มใช้ fMRI เข้าไปดูการทำงานของสมองด้วย
มีงานวิจัยหลายศูนย์ในผู้ป่วยสมองขาดเลือด 108 คน เปรียบเทียบการฝังเข็มหนังศีรษะร่วมกับการฟื้นฟูกับการฟื้นฟูเพียงอย่างเดียว โดยใช้ resting-state fMRI และวิเคราะห์ค่า fALFF หลังการรักษาพบการเปลี่ยนแปลงของ spontaneous brain activity หรือการทำงานของสมองที่เกิดขึ้นเองขณะพักในหลายบริเวณ รวมถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหว เช่น precentral gyrus และ cerebellum
ต่อมาในปี 2025 มีอีกงานหนึ่งที่ให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหวแขนในขณะที่กำลังได้รับการฝังและกระตุ้นเข็มหนังศีรษะ แล้วใช้ resting-state fMRI ศึกษา Functional Connectivity Density (FCD) หรือความหนาแน่นของการเชื่อมโยงเชิงหน้าที่ของสมอง หลังการรักษาพบ FCD เพิ่มขึ้นใน right Supplementary Motor Area และ right cerebellum-8 ขณะเดียวกันกลุ่มที่ได้รับการฝังเข็มแบบ interactive ก็มีคะแนน FMA หลังการรักษาสูงกว่ากลุ่ม sham โดยในข้อมูลก่อนการรักษา FCD ของสองบริเวณนี้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคะแนน FMA อย่างชัดเจน
พูดง่าย ๆ คือ เราเริ่มเห็นทั้ง การเปลี่ยนแปลงทางคลินิก และ การเปลี่ยนแปลงของการทำงานสมอง ในงานวิจัย แต่การเห็นสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้แปลว่าเราพิสูจน์แล้วว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่างหนึ่ง
เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า “ฝังเข็มพร้อมขยับ = Neuroplasticity ใช่ไหม?” คำตอบตอนนี้คือ ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ครับ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านการเคลื่อนไหว เห็นการเปลี่ยนแปลงของ brain activity และ functional connectivity บางรูปแบบ แต่ยังแยกไม่ได้ชัดเจนว่าส่วนไหนเกิดจากเข็ม ส่วนไหนเกิดจากการกระตุ้น ส่วนไหนเกิดจากการฝึก หรือเป็นผลจากการจับทั้งหมดมาทำในช่วงเวลาเดียวกัน หลักฐานตอนนี้จึงเรียกว่า “น่าสนใจและมีเหตุผลให้ศึกษาต่อ” จะตรงกว่า “พิสูจน์แล้ว”
📌 แล้วทั้งหมดนี้บอกอะไรเรา?
สำหรับหมอแมน งานเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าเพราะมาบอกว่า “เห็นไหม สิ่งที่เราทำกันมาถูกหมดแล้ว” เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ควรทำงานแบบนั้น แต่สิ่งที่มันช่วยคือ ทำให้เราเริ่มอธิบายสิ่งที่ทำกันอยู่แล้วได้ละเอียดขึ้น และตั้งคำถามกับมันได้ดีขึ้น
จากเดิมเราสนใจว่า
Where? — ฝังตรงไหน?
ต่อมาเราสนใจ
How? — กระตุ้นอย่างไร?
แต่ถ้าเป็นงานฟื้นฟูระบบประสาท ผมคิดว่าต้องมีอีกคำถามหนึ่งคือ
What? — ระหว่างที่กำลังกระตุ้น เราให้คนไข้ฝึกอะไร?
เพราะสุดท้ายคนไข้ Stroke ไม่ได้มาหาเราเพราะอยากให้แขนยกได้เพิ่มอีก 10 องศา หรืออยากให้คะแนนประเมินสวยขึ้นอย่างเดียวครับ เขาอยากยกแขนเพื่อใส่เสื้อ อยากใช้มือจับช้อนกินข้าว อยากหยิบโทรศัพท์ อยากลุกไปเข้าห้องน้ำเอง หรืออยากกลับมาเดินได้อีกครั้ง เรื่องเหล่านี้ต่างหากคือชีวิตจริงของคนไข้ครับผม
ดังนั้นเวลาหมอฝังเข็มหนังศีรษะ หมอจึงมอง 3 อย่างไปพร้อมกัน คือ Needling + Stimulation + Functional Training หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ฝังเข็ม + กระตุ้น + ฝึกสิ่งที่คนไข้ต้องการกลับไปทำได้จริง”
วันนี้เรายังไม่รู้ทั้งหมดครับว่าจุดไหนควรจับคู่กับกิจกรรมอะไร ต้องกระตุ้นแบบไหน ความถี่เท่าไร นานเท่าไร หรือช่วงเวลาไหนดีที่สุด เรื่องเหล่านี้ยังมีพื้นที่ให้ศึกษาต่ออีกมาก แต่ผมคิดว่ามีคำถามหนึ่งที่น่าเก็บไว้ใช้เวลารักษาคนไข้ระบบประสาท
แทนที่จะถามเพียงว่า “วันนี้จะฝังตรงไหน?” ลองถามเพิ่มอีกข้อว่า “วันนี้เราอยากให้คนไข้เอาอะไรกลับไปใช้ได้?”
ถ้าคำตอบคือการหยิบช้อน ก็ฝึกมือ ถ้าคำตอบคือการใส่เสื้อ ก็ฝึกแขน ถ้าคำตอบคือการเดิน ก็ต้องกลับไปฝึกยืน ถ่ายน้ำหนัก และก้าว
เพราะสุดท้ายแล้ว เราไม่ได้กำลังรักษาแค่แขนหนึ่งข้างหรือขาหนึ่งข้าง แต่กำลังพยายามช่วยให้คนคนหนึ่งกลับไปใช้ชีวิตของเขาให้ได้อีกครั้ง
นี่ครับ เหตุผลว่าทำไมบางครั้งฝังเข็มหนังศีรษะแล้ว หมอถึงยังไม่ยอมให้นอนเฉย ๆ 😅
เอกสารอ้างอิง
1. Liu YF, Mao HL, Li YJ, Zhao T, Wang ZM, Liu YY, et al. Interactive scalp acupuncture for hemiplegic upper extremity motor dysfunction in patients with ischemic stroke: a randomized controlled trial. Zhongguo Zhen Jiu. 2023;43(10):1109-1113. doi:10.13703/j.0255-2930.20230131-0002.
2. Zhong JS, Li F, Wang JX, Zhang YW, Shao TY, Mabena LMM, et al. Novel efficacy evidence and mechanistic explorations of motion-style scalp acupuncture in post-stroke muscle spasticity management: systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Neuroscience. 2025;589:96-108. doi:10.1016/j.neuroscience.2025.10.030.
3. Zhan Y, Pei J, Wang J, Fu Q, Xu J, Yan M, et al. Motor function and fALFF modulation in convalescent-period ischemic stroke patients after scalp acupuncture therapy: a multi-centre randomized controlled trial. Acupunct Med. 2023;41(2):86-95. doi:10.1177/09645284221086289.
4. Zhang C, Pang T, Chen Y, Lai P, Nie R, Wang Y, Zhang S. Interactive dynamic scalp acupuncture enhances brain functional connectivity in bilateral basal ganglia ischemic stroke patients: a randomized controlled trial. Front Neurol. 2025;16:1604342. doi:10.3389/fneur.2025.1604342.