คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา นพ.เจษฎา ทองเถาว์
แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์
จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี

"คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"
245/1-2 ถ.สุขาอุปภัมภ์ ต.ในเมือง
อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000
(ข้างวัดป่าแสนอุดม ซอยบ่อนไก่- หน้ารพ.พระศรีฯ)

***ตรวจรักษา***
* โรคปวดศีรษะ ไมเกรน
* ปัญหานอนไม่หลับ
* โรคจิต โรคทางความคิด
* โรคเครียด สมาธิสั้น ตกใจง่าย หายใจไม่อิ่ม
* โรคประสาท ย้ำคิดย้ำทำ วิตกกังวล
* โรคซึมเศร้า เบื่อหน่าย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย
* โรคอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ปัญหาทางอารมณ์
* โรคทางระบบประสาทสมอง หลงลืม สมองเสื่อม
* ปัญหาเรื่องเพศ ปัญหาสมรรถภาพทางเพศ
* ปัญหาการใช้สารเสพติด เลิกหล้า บุหรี่
* ปัญหาครอบครัว ปัญหาพฤติกรรม
* ปัญหาในการปรับตัว ปัญหาด้านบุคลิกภาพ

***เวลาทำการ***
วันอาทิตย์ 09.00-13.00 น.
วันอังคาร – ศุกร์ 18.00 – 20.00 น.
ปิด ทุกวันจันทร์ และ วันเสาร์

***ติดต่อ***
โทรศัพท์ : 088-078-0588 (มีคนรับเฉพาะเวลาเปิดคลินิก)
Facebook : www.facebook.com/D2JED

***MAP***
*Google Map : https://maps.google.com/maps?daddr=15.25380754508469,104.83078323304653

03/09/2026

จะทำยังไงถ้าเจอคุณหมอ“สลิ้งแตก”!?
😡🩺🧠💥
หมอรักษาคนอื่น
แล้วใครรักษาหมอ?

03/09/2026

Gaslighting: 7 ประโยคอันตรายที่ทำให้เราไม่เชื่อตัวเอง ข้อไหนที่คุณเคยเจอ?
Gaslighting คืออะไรและทำไมมันถึงน่ากลัว?
เรียนรู้วิธีสังเกตพฤติกรรมบิดเบือนความจริงที่ทำให้คุณเริ่มสงสัยในตัวเองและวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
วิดีโอนี้สรุป 7 รูปแบบของการทำ Gaslighting ที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่ในความสัมพันธ์หรือชีวิตประจำวัน โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกปั่นหัว ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นจริง การลดทอนความรู้สึกของคุณ หรือการเปลี่ยนเรื่องเพื่อโยนความผิด การรู้เท่าทันกลไกเหล่านี้จะช่วยให้คุณปกป้องสุขภาพจิตของตัวเองได้ดีขึ้น
การเข้าใจพฤติกรรมบิดเบือนความจริงช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ เนื้อหานี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกสับสนหรือตั้งคำถามกับความทรงจำของตัวเองบ่อยครั้ง เราจะมาเจาะลึกว่าคนเหล่านี้ใช้วิธีไหนในการทำลายความมั่นใจและทำให้เราเชื่อว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวเราเอง การตระหนักถึงสัญญาณเตือนของการถูกปั่นหัว จะช่วยให้คุณกลับมาเชื่อมั่นในวิจารณญาณของตัวเองอีกครั้ง
หากคุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อย่าลืมกดติดตามช่องเพื่อรับข้อมูลสุขภาพจิตและวิธีดูแลใจตัวเองในทุกสัปดาห์ คุณเคยเจอ Gaslighting รูปแบบไหนมาก่อนบ้าง? คอมเมนต์พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้เลย

02/09/2026

7 รูปแบบ Gaslighting ที่ถูกใช้ในสังคมมากที่สุด
คุณเคยโดนแบบไหน?
😵‍💫🧠🎭🚩

“กอด บอกรัก และขอโทษให้เร็วที่สุด” เพราะเราไม่มีทางรู้ว่า การบอกลาครั้งไหนจะเป็นครั้งสุดท้าย : บทเรียนชีวิตที่น่าสนใจของ...
01/09/2026

“กอด บอกรัก และขอโทษให้เร็วที่สุด”
เพราะเราไม่มีทางรู้ว่า การบอกลาครั้งไหนจะเป็นครั้งสุดท้าย : บทเรียนชีวิตที่น่าสนใจของแพท KLEAR
🥹❤️🫂⏳
ผมได้มีโอกาสฟังบทสัมภาษณ์ของแพท KLEAR ในรายการ “คุยกับอุ๋ย” และมีช่วงหนึ่งในตอนท้ายที่ผมชอบมาก เพราะสิ่งที่แพทพูดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรักหรือความสัมพันธ์ แต่เป็นมุมมองต่อชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากเธอเคยเผชิญกับการสูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหัน และประสบการณ์ครั้งนั้นดูเหมือนจะเปลี่ยนคำถามจาก “เรารักใครมากแค่ไหน” ไปเป็น “ในขณะที่เขายังอยู่ เราได้ทำให้เขารู้หรือยังว่าเรารักเขา”
แพทบอกว่า “จะกอดให้บ่อยที่สุด บอกรักให้บ่อยที่สุด” ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นประโยคธรรมดามาก แต่ถ้าเราเคยสูญเสียใครสักคน เราอาจเข้าใจว่าความเจ็บปวดจำนวนหนึ่งไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราเคยทำเท่านั้น แต่มาจากสิ่งที่เรา “ตั้งใจว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ” ด้วย ทั้งคำว่ารักที่คิดว่าเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยพูด การกอดที่คิดว่าไว้เจอกันครั้งหน้าก็ได้ หรือคำขอโทษที่เรายังถือทิฐิเอาไว้ เพราะลึกๆเราเชื่อว่าจะยังมีเวลาให้แก้ตัวเสมอ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ แพทเล่าว่า “แพทโกรธกับแฟนไม่เคยเกิน 10 นาทีเลย เพราะเรารู้ว่ามันไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเราในโมเมนต์ที่เราโกรธกัน” ผมชอบประโยคนี้มาก 👍🏻 เพราะเวลาโกรธ สมองของเรามักทำให้เรื่องตรงหน้าดูใหญ่กว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดชั่วขณะหนึ่ง เราอาจอยากเอาชนะ อยากพูดให้อีกฝ่ายเจ็บ หรืออยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากำลังเจ็บแค่ไหน แต่เมื่อคลื่นอารมณ์ผ่านไป เรามักพบว่า สิ่งที่เราอยากรักษาไว้จริงๆไม่ใช่ชัยชนะในการทะเลาะกัน แต่คือ *คนที่กำลังทะเลาะกับเราอยู่* ต่างหากครับ
และเหตุผลที่แพทมองความสัมพันธ์แบบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากบทเรียนที่ราคาแพงมากในชีวิต เพราะเธอบอกว่า “บทเรียนครั้งนั้นที่เคยสูญเสียแบบกะทันหัน ทำให้เราต้องระมัดระวังมากขึ้นกับการใช้ชีวิตกับคนที่เราเจอ” ความสูญเสียจึงไม่ได้สอนเพียงว่า “ชีวิตสั้น” แต่บางครั้งมันสอนเราว่า *อย่าประหยัดความรักกับคนที่เรารักมากเกินไป* เพราะหลายสิ่งที่เราเสียดายหลังใครสักคนจากไป ไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่เลยครับ แต่มักเป็นเรื่องเล็กๆอย่าง “วันนั้นน่าจะคุยกับเขาให้นานกว่านี้” “น่าจะใจเย็นกว่านี้” “น่าจะกอดเขาอีกครั้ง” หรือ “น่าจะพูดคำนั้นออกไปเสียที” 🤕
ผมชอบอีกประโยคหนึ่งของแพทมากเป็นพิเศษว่า “Make sure ว่าทุกครั้งเราแยกจากกันด้วยความรู้สึกที่ดีกับใครสักคนหนึ่ง เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” แน่นอนว่าในชีวิตจริงเราอาจทำแบบนั้นไม่ได้ทุกครั้ง เพราะมนุษย์ย่อมมีวันที่หงุดหงิด มีความขัดแย้ง และมีเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ แต่ประโยคนี้อาจไม่ได้กำลังบอกให้เราใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวว่าใครจะจากไป หากกำลังเตือนว่า อย่าปล่อยให้อีโก้ของช่วงเวลาสั้นๆมีค่ามากกว่าความสัมพันธ์ที่เราสร้างกันมานานหลายปีครับ
บางทีคำว่า “ขอโทษ” จึงไม่จำเป็นต้องแปลว่าเราผิดทุกเรื่อง คำว่า “รัก” ก็ไม่จำเป็นต้องรอวันพิเศษ และการเป็นฝ่ายเข้าไปกอดก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าเราแพ้ ✨ เพราะในความสัมพันธ์บางครั้ง คนที่ยอมวางอาวุธก่อน ไม่ใช่คนที่อ่อนแอกว่า แต่อาจเป็นคนที่มองเห็นชัดกว่า ว่าอะไรสำคัญกว่าการเอาชนะกัน
ท้ายที่สุด แพทพูดประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าสรุปเรื่องทั้งหมดได้อย่างงดงามว่า “หวังว่าเราจะได้เป็นสิ่งดีๆในชีวิตของกันและกัน ณ โมเมนต์ในวันนี้” และบางที นี่อาจเป็นวิธีใช้ชีวิตที่เรียบง่ายมากครับ เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าจะมีใครอยู่กับเราไปอีกกี่สิบปี ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าการพบกันครั้งไหนจะเป็นครั้งสุดท้าย เพียงแต่ในวันที่เรายังมีโอกาสอยู่ตรงหน้ากัน เราพยายามเป็นสิ่งดีๆในชีวิตของกันและกันให้มากที่สุดก็พอ
เพราะสิ่งหนึ่งที่ความสูญเสียสอนมนุษย์ได้อย่างเจ็บปวดเสมอ ก็คือ เราย้อนเวลากลับไปกอดใครไม่ได้ แต่วันนี้เรายังเลือกได้ว่าจะกอดใครให้แน่นขึ้น บอกรักใครให้เร็วขึ้น และขอโทษใครก่อนที่จะสายเกินไปครับ ❤️‍🩹
By...คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]--["""""|"""""|"""""|]>------
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

01/09/2026

ความลับของเพลง “นาฬิกาทราย”
ปัญหาไม่ใช่ ”เวลาหมด”…แต่คือเราพลิกมันกลับมาเริ่มใหม่ทุกครั้ง
จิตแพทย์วิเคราะห์เพลง “นาฬิกาทราย” ของ BOWKYLION

#นาฬิกาทราย

ความสัมพันธ์ที่กำลังสิ้นสุดเปรียบเหมือนนาฬิกาทรายที่ทรายกำลังหมดลง สัมผัสความรู้สึกของความรักที่กำลังจะผ่านไปผ่านภาพเล่าเรื่องที่ลึกซึ้ง

วิดีโอนี้ถ่ายทอดอารมณ์ความเศร้าและการจากลาของความสัมพันธ์ ผ่านสัญลักษณ์ของนาฬิกาทรายที่ค่อยๆ หมดเวลาลง สลับกับภาพความผูกพันของหญิงสาวสองคนที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก นี่คือผลงานที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพเพื่อสื่อถึงสัจธรรมของการจากลา

บรรยากาศของทะเลทรายและชายหาดถูกนำมาใช้เป็นฉากหลังเพื่อสะท้อนถึงความว่างเปล่าและความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นหลังจากการจบสิ้นของความผูกพัน หากคุณกำลังมองหาสื่อที่ถ่ายทอดอารมณ์รักเศร้าๆ หรือต้องการเห็นมุมมองของการเลิกราในรูปแบบงานศิลปะ วิดีโอนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังตามหา เพื่อให้เห็นภาพรวมของความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้

หากคุณชอบการเล่าเรื่องผ่านภาพและอารมณ์ที่ลึกซึ้งแบบนี้ อย่าลืมกดติดตามช่องเพื่อรับชมวิดีโออารมณ์รักเศร้าใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ และคอมเมนต์บอกเราว่าคุณเคยมีประสบการณ์การจากลาในรูปแบบไหนบ้าง

01/09/2026

“รู้มั้ย กว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์มันยากมากๆๆ”
สำหรับคนที่คิดจะไป
ประโยคนี้ช่วยถีบ…หรือช่วยดึง?
😔🫴💬❤️

หนึ่งในอาชีพที่มีความเครียดที่สุด😔🏍️📱💔ภาพรถมอเตอร์ไซค์ของไรเดอร์คันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ ก่อนมีรายงานการค้นหาเจ้าของรถ ถูกแ...
31/08/2026

หนึ่งในอาชีพที่มีความเครียดที่สุด
😔🏍️📱💔
ภาพรถมอเตอร์ไซค์ของไรเดอร์คันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ ก่อนมีรายงานการค้นหาเจ้าของรถ ถูกแชร์อย่างมากในโลกออนไลน์ และเป็นภาพที่สะเทือนใจ 😭เพราะภาพธรรมดาที่เราเห็นจนคุ้นตา กลับทำให้ผมนึกขึ้นมาว่า ภายใต้หมวกกันน็อกและเสื้อแจ็กเก็ตของไรเดอร์แต่ละคน เราอาจไม่เคยรู้เลยว่าเขากำลังแบกอะไรเอาไว้อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ควรสรุปว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความเครียดจากอาชีพไรเดอร์เพียงอย่างเดียว เพราะสาเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และในทางจิตเวช วิกฤตของมนุษย์แทบไม่เคยเกิดจากปัจจัยเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องทั้งเรื่องงาน เงิน หนี้สิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ ครอบครัว และเรื่องราวส่วนตัวที่เราไม่เคยรับรู้
แต่สิ่งหนึ่งที่เหตุการณ์นี้ชวนให้เรากลับมามอง คืออาชีพไรเดอร์มีความเครียดซ้อนกันหลายชั้น ตั้งแต่รายได้ที่ไม่แน่นอน ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ จำนวนรอบ คะแนนจากระบบ ไปจนถึงแดด ฝน รถติด อุบัติเหตุ ร้านค้าที่ล่าช้า และลูกค้าที่กำลังรอ จนบางครั้งสิ่งที่เราเห็นว่าอาหารช้าไปสิบนาที อีกด้านหนึ่งของหน้าจอ อาจเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังรับมือกับปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน 🤕
สิ่งที่น่ากลัวของความเครียดจึงไม่ใช่เพียงความเหนื่อย แต่คือ *เมื่อมันสะสมจน* โลกในความคิดจะค่อยๆแคบลง จากที่เคยมองเห็นทางออก 10 ทาง เหลือ 5 ทาง 2ทาง และในช่วงวิกฤตอาจรู้สึกเหมือนไม่เหลือทางออกเลย ทั้งที่ความจริงทางออกยังมี เพียงแต่สมองที่กำลังเจ็บปวดอาจมองไม่เห็น 😔
ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มนอนไม่หลับหลายคืน หงุดหงิด ไม่มีแรง ไม่อยากพบปะ รู้สึกไร้ค่า หรือเริ่มคิดว่า “หายไปเสียก็คงดี” สิ่งที่ต้องทำอาจไม่ใช่ “อดทนอีกหน่อย” แต่คือการบอกคนที่ไว้ใจ ลดภาระบางอย่าง และขอความช่วยเหลือ เพราะแม้แต่การเปลี่ยนงานก็ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ เราอาจลดชั่วโมง หารายได้ทางอื่น เรียนทักษะใหม่ หรือค่อยๆเตรียมทางออก เพราะบางครั้งเราไม่ได้ไม่มีทางเลือกครับ เราเพียงเหนื่อยเกินกว่าจะมองเห็นมัน 🤕
และในฐานะลูกค้า ทุกคนอาจเปลี่ยนโครงสร้างของอาชีพนี้ไม่ได้ แต่อาจทำให้หนึ่งเที่ยวของใครบางคนเบาลงได้ ด้วยการปักหมุดให้ถูก รับโทรศัพท์ พูดกันอย่างให้เกียรติ หรือเพียงบอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ค่อยๆมาก็ได้“ ” ระวังรถนะคะ” เพราะคนที่นำอาหารมาส่งหน้าบ้านเราไม่ใช่เพียงไอคอนรถจักรยานยนต์บนแผนที่ แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีครอบครัว มีความฝัน และมีวันที่เหนื่อยเหมือนกับพวกเราทุกคนครับ
หากคุณเองหรือคนใกล้ตัวรู้สึกว่า ”ไม่เหลือทางออก“ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง อย่าอยู่กับความคิดนั้นเพียงลำพังครับ ให้บอกคนที่ไว้ใจ ไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต1323 โปรดอย่าเพิ่งตัดสินอนาคตทั้งชีวิต ในวันที่ความเจ็บปวดกำลังบดบังทางเลือกทั้งหมดของเราเองครับ 🫥
By…คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]–[”””””|”””””|”””””|]>——
คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

29/08/2026

รักมาก หรือกำลังป่วย? จิตแพทย์วิเคราะห์ “ธูป” จาก สัปเหร่อ2
ทำไมธูปถึงดีใจเมื่อ “ตายสำเร็จ”?

เมื่อการสูญเสียคนรักนำไปสู่ความเชื่อในชีวิตหลังความตาย วิดีโอนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางของตัวละครที่พร้อมจะข้ามผ่านโลกนี้เพื่อไปพบเธออีกครั้ง

เนื้อหาในวิดีโอเล่าถึงสภาวะจิตใจของตัวละครที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการจากลาอย่างกะทันหัน ซึ่งทำให้เขาตั้งคำถามถึงการมีอยู่จริงของชีวิตหลังความตาย เขาเริ่มมองหาหนทางที่จะเชื่อมต่อกับคนรักที่จากไป และพิจารณาว่าความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือการเดินทางไปสู่โลกหลังความตายเพื่อพบกันใหม่

เรื่องราวนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจแง่มุมทางอารมณ์ของการสูญเสียคนรัก และการตั้งคำถามต่อโลกหลังความตายผ่านมุมมองของตัวละครที่สิ้นหวัง วิดีโอนี้ถ่ายทอดความรู้สึกของการยึดติดในความรักและทางเลือกที่ยากลำบากเมื่อต้องเลือกระหว่างการใช้ชีวิตต่อหรือการเดินทางสู่โลกหน้าตามความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย

29/08/2026

ระวัง “บาดแผลผ่านหน้าจอ” 🚨
เมื่อเราเสพคลิปภัยพิบัติมากเกินไป คลิปเนปาลดูได้…แต่ทำไมจิตแพทย์ไม่แนะนำให้ดูซ้ำๆ?
😨📱🌊🧠

“ไม่ควรรักษาจิตเวช เพราะจะทำธุรกรรมยาก”ความเข้าใจผิดที่อาจทำให้คนป่วยเสียโอกาสรักษา😟💊🧠⚖️มีคอมเมนต์หนึ่งที่ผมคิดว่าควรหยิ...
29/08/2026

“ไม่ควรรักษาจิตเวช เพราะจะทำธุรกรรมยาก”
ความเข้าใจผิดที่อาจทำให้คนป่วยเสียโอกาสรักษา
😟💊🧠⚖️
มีคอมเมนต์หนึ่งที่ผมคิดว่าควรหยิบมาคุยกันครับ
“ไม่ควรรักษา เพราะการทำธุรกรรมจะยากมาก”
“แม้แต่โรคเรื้อรังบางทีมีประวัติหมอจะไม่ผ่าตัดให้”
ผมเข้าใจนะครับว่าความกังวลเรื่องมีประวัติการรักษามีอยู่จริง และในบางบริบทอาจมีผลต่อการสมัครประกัน การประเมินความเสี่ยง หรือการขอเอกสารบางอย่าง แต่ถ้าเราขยับจากคำว่า “อาจมีผลในบางเรื่อง” ไปเป็น “เพราะฉะนั้นไม่ควรรักษา” ตรงนี้อาจกลายเป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายครับ 🚨 เพราะในทางการแพทย์ การมีประวัติพบจิตแพทย์ หรือแม้แต่การได้รับการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช ไม่ได้แปลว่าเราจะสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจหรือทำธุรกรรมโดยอัตโนมัติ
สิ่งสำคัญกว่าชื่อโรค คือ ในขณะนั้นบุคคลนั้นมีความสามารถในการเข้าใจข้อมูล ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสีย ตัดสินใจ และสื่อสารความต้องการของตนเองได้หรือไม่ 👨‍⚕️ คนที่รักษาโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ไบโพลาร์ หรือแม้แต่โรคจิตเภทจำนวนมาก เมื่ออาการคงที่ ก็ยังเรียน ทำงาน ดูแลครอบครัว จัดการๆเงิน และใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ 👍🏻
พูดง่ายๆคือ “มีโรค” ไม่เท่ากับ “ไม่มีความสามารถในการตัดสินใจ” ก้อเหมือนคนเป็นเบาหวาน ไม่ได้แปลว่าเขาขับรถไม่ได้ เพียงแต่ถ้าวันหนึ่งน้ำตาลต่ำจนหมดสติ วันนั้นความสามารถในการขับรถย่อมเปลี่ยนไปครับ จิตเวชก็เช่นเดียวกัน
และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ ถ้าความกลัวเรื่อวประวัติทำให้คนที่กำลังป่วย เลือกไม่มารักษา โรคบางอย่างอาจรุนแรงขึ้นจนกระทบการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ การเงิน หรือความสามารถในการตัดสินใจจริงๆ 🙁 กลายเป็นว่าเราพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่กลัวว่าจะเกิดจากการรักษา แต่กลับเพิ่มโอกาสให้สิ่งนั้นเกิด จากการไม่ได้รับการรักษา 🫥
ส่วนความเชื่อว่า “ถ้ามีประวัติโรคเรื้อรัง หมออาจไม่ผ่าตัดให้” ก็ต้องแยกอีกเรื่องครับ
แพทย์ไม่ได้ตัดสินว่า “มีโรค = ไม่ผ่าตัด”
แต่จะประเมินว่า โรคนั้นเพิ่มความเสี่ยงของการผ่าตัดหรือการดมยาสลบมากน้อยเพียงใด และสามารถควบคุมความเสี่ยงให้ปลอดภัยขึ้นได้หรือไม่ บางครั้งจึงต้องรักษาหรือควบคุมโรคเดิมให้ดีก่อน ไม่ใช่การลงโทษคนไข้เพราะมีประวัติการรักษาครับ ✅
ผมจึงอยากให้ทุกคนระวังประโยคว่า “อย่าไปรักษา เดี๋ยวมีประวัติ” เพราะประโยคสั้นๆแบบนี้ อาจทำให้คนๆหนึ่งซ่อนอาการอยู่หลายปี ทั้งที่โรคของเขาอาจรักษาได้ครับ การรักษาไม่ได้ทำให้มนุษย์คนหนึ่งกลายเป็น “คนมีตำหนิ” ตรงกันข้าม เป้าหมายของการรักษาคือช่วยให้เขากลับมามี อิสระในการคิด ตัดสินใจ ทำงาน สร้างความสัมพันธ์ และใช้ชีวิตของตัวเองได้มากที่สุด 🔅
ถ้ามีธุรกรรมหรือข้อกฎหมายเฉพาะเรื่อง เราควรถามผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นเป็นกรณีๆไปครับ
แต่ถ้าเรากำลังป่วย อย่าให้ความกลัวว่าจะมี “ประวัติการรักษา” กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่มีโอกาสได้รักษาชีวิตของตัวเองครับ ❤️‍🩹
By…คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
٩(^‿^)۶ [ ]–[”””””|”””””|”””””|]>

ที่อยู่

245/1 ถ. สุขาอุปถัมภ์ ต. ในเมือง อ. เมือง
Ubon Ratchathani
34000

เวลาทำการ

อังคาร 18:00 - 20:00
พุธ 18:00 - 20:00
พฤหัสบดี 18:00 - 20:00
ศุกร์ 18:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 13:00

เบอร์โทรศัพท์

0880780588

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา:

ทางลัด

แชร์