Top Lab ท็อป แลบ อุบลราชธานี

Top Lab ท็อป แลบ อุบลราชธานี คลินิกเทคนิคการแพทย์

30/05/2026

🚨 ตามหาผู้รับลูกสุนัข 5 ตัวไปเลี้ยง จากพื้นที่ ต.กุดลาด จ.อุบลราชธานี ช่วงเดือน เม.ย.–พ.ค. 2569

⚠️ เตือนระวังโรคพิษสุนัขบ้า หลังพบแม่สุนัขและลูกในคอกเดียวกันป่วยตายจากโรคดังกล่าว หากถูกกัด ข่วน เลียแผล รีบล้างด้วยน้ำ-สบู่ทันที และไปพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยเร็ว
#สสส #สื่อสารสุข #พิษสุนัขบ้า #ลดเสี่ยงลดโรค

30/05/2026
30/05/2026

โรคไข้หูดับน่าห่วง ป่วย 400 ราย เสียชีวิต 25 ราย
กรมควบคุมโรค ย้ำ! เลี่ยงหมูดิบ ระวังการปนเปื้อนระหว่างอาหาร
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติม : https://www.thaihealth.or.th/p/1ed3osWU9
#สสส #สื่อสารสุข #ไข้หูดับ #หมูดิบ #อาหารปลอดภัย

09/05/2026

ทำความรู้จัก "โรคอัลไซเมอร์" สาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อม

หลายคนเข้าใจว่าสมองเสื่อมเป็นเรื่องของ "อายุมาก" แล้วก็เป็นกันเอง จริงๆ แล้วมีสาเหตุที่เจาะจงกว่านั้น และที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคอัลไซเมอร์

แล้วอัลไซเมอร์คืออะไร?
พูดง่ายๆ คือภาวะที่ เซลล์ประสาทในสมองค่อยๆ ตายลง โดยไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทน สมองจึงเสื่อมการทำงานลงทีละน้อย และมักเริ่มพบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

แต่อัลไซเมอร์ไม่ได้เป็นสาเหตุเดียว ภาวะสมองเสื่อมยังเกิดได้จาก
1.ขาดสารอาหารบางชนิด ที่สมองต้องการ
2.การติดเชื้อในสมอง
3.ปัญหาหลอดเลือดสมอง เช่น เส้นเลือดตีบหรืออุดตัน
รู้จักสาเหตุที่แท้จริง ช่วยให้เราดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่รอให้อาการปรากฏแล้วค่อยรับมือ

โพสต์หน้าเราจะมาดูกันว่า...
แบบไหนที่เรียกว่า 'ปกติ'
และแบบไหนที่ต้องระวังจริงๆ ติดตามไว้ได้เลยครับ

ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 338

09/05/2026

ไขมันช่องท้อง ป่วนระบบฮอร์โมน เสี่ยงความดันสูง
เพราะบางที “ศัตรู” ไม่ได้อยู่ที่อาหารเค็ม แต่อยู่ที่พุงเราเอง


หลายคนได้ยินคำว่า VAT แล้วนึกถึงภาษี แต่ VAT ในร่างกายคือ ไขมันช่องท้อง (Visceral adipose tissue: VAT) ไขมันที่เกาะอยู่รอบตับ ลำไส้ ไต และอวัยวะสำคัญ

แต่เอาจริง มันก็ทำงานคล้ายภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่นะคะ
ยิ่งมีเยอะ ยิ่งจ่ายแพง จ่ายด้วยสุขภาพเรานี่แหละ

ประเด็นที่ VAT มันน่ากลัวคือ มันไม่ได้แค่เก็บไขมัน
มันยังหลั่งฮอร์โมนด้วย ซึ่งในภาวะปกติมันดีมากๆ
แต่ถ้ามันขยายตัวเมื่อไหร่ หายนะจะมา


🧨 ปัญหาเริ่มตอน VAT ขยายตัวมากขึ้น

เมื่อไขมันช่องท้องโตขึ้น เซลล์ไขมันจะเริ่ม “เบียดกันเอง” จนเลือดมาเลี้ยงไม่พอ เกิดภาวะขาดออกซิเจนในก้อนไขมัน (Hypoxia)

ผลคือ VAT จะเริ่มเครียด แล้วหลั่งสารก่ออักเสบออกมา เช่น TNF-α, IL-6 ดึงเม็ดเลือดขาวให้เข้ามาในก้อนไขมันเพิ่ม

กลายเป็น “สงครามอักเสบเรื้อรัง” ในพุง ที่ทำให้ร่างกายเหมือนอยู่ในโหมดฉุกเฉินตลอดเวลา ซึ่งสภาพร่างกายที่อักเสบนี่แหละค่ะ ทำให้หลอดเลือดสร้างก๊าซ nitric oxide ลดลง ซึ่งเป็นก๊าซเทพที่คอยขยายหลอดเลือด

และนี่คือเหตุที่ทำให้ความดันสูงประการหนึ่ง เพราะหลอดเลือดไม่ยอมขยายตัว


⚠️ แต่สิ่งที่ร้ายสุดคือ VAT ไปปลุกระบบฮอร์โมนความดันโดยตรงเลย

ระบบฮอร์โมนที่ว่าคือระบบ RAAS (Renin-angiotensin-aldosterone system: RAAS) ซึ่งปกติแล้วจะทำงานมากขึ้นตอนที่ความดันตก หรือปริมาตรเลือดน้อย เพื่อพยายามพยุงความดัน ทำให้เกลือและน้ำสะสมในร่างกาย
เพื่อให้ความดันกลับมาปกติ

ปัญหาคือ VAT ที่ขยายตัว มันดันหลั่งฮอร์โมนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ RAAS ได้ค่ะ นั่นคือตัว Angiotensinogen และยังมีกลไกอื่นๆ อีก

คราวนี้กลายเป็นว่า ความดันเราไม่ได้ต่ำเลย กลับเปิดใช้ระบบฮอร์โมนที่เพิ่มความดัน ผลลัพธ์ทำให้
✔️ หลอดเลือดหดตัว (Angiotensin II) → ความดันพุ่ง
✔️ ไตดูดเกลือกลับมากขึ้น → น้ำตามเกลือกลับมา → ปริมาตรเลือดเพิ่ม
✔️ หลั่งอัลโดสเตอโรน (Aldosterone) → ยิ่งกักน้ำกักเกลือหนักขึ้น
✔️ ผนังหลอดเลือดแข็งขึ้นเรื่อยๆ จากการอักเสบและพังผืด

สุดท้ายความดันจึงเริ่มสูงแบบเงียบๆ
โดยที่บางคนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ


🩺 แน่นอนค่ะ ความดันสูงไม่ได้เกิดจาก VAT อย่างเดียว
ยังมีทั้งพันธุกรรม การกินเค็ม การนอนกรน ความเครียด ฮอร์โมน และไต
แต่ VAT คือหนึ่งใน “ตัวจุดไฟ” ที่ร้ายและเจอบ่อยมาก


🔥 เรื่องดีเรื่องนึงที่ควรรู้ไว้เลยคือ
VAT ลดได้ไวกว่าไขมันใต้ผิวหนังอีกค่ะ

เพราะไขมันช่องท้องไวต่อฮอร์โมนเผาผลาญมากกว่า
แปลว่าแค่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ + คุมอาหารจริงจัง
มันยุบให้เห็นผลได้เร็วแบบน่าตกใจ


อยากลดความดันแบบยั่งยืน บางทีไม่ใช่แค่ลดเกลือโซเดียมอย่างเดียว แต่คือ “ลด VAT” ให้ได้ค่ะ ซึ่งถามว่าทำไง? ก็เรื่องเดิมๆ ค่ะ
✅ ควบคุมการกิน อย่ากินพลังงานเกินติดต่อกัน
✅ เปลี่ยนคาร์บทั่วไป เป็นคาร์บเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวไรซ์เบอร์รี, ข้าวบาร์เลย์ ฯลฯ
✅ กินโปรตีนให้เพียงพอ เป็นไปได้ควร 1.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน ถ้าออกกำลังกายอาจต้องมากกว่านั้น
✅ พยายามเลือกไขมันดีแทนไขมันทั่วไป (ไม่ใช่ซื้อมาซดแยกนะคะ) และควบคุมไม่ให้ไขมันอิ่มตัวเกิน 10% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน
✅ พยายามให้มีช่วง fasting เสมอ อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ต้องกินอะไรระหว่างมื้อหลัก โดยเฉพาะจากมื้อสุดท้ายข้ามคืนไปจนถึงมื้อเช้า หรือใครจะทำ IF ก็แล้วแต่คน
✅ อย่ากินเกลือโซเดียมมากเกินไป เป็นไปได้ไม่ควร 2-2.3 กรัมต่อวัน ซึ่งบางอย่างมีโซเดียมสูงมาก แต่ไม่เค็มก็มี คือเหล่าอาหารแปรรูปเยอะๆ ทั้งหลาย (UPF), เครื่องปรุงต่างๆ
✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอทั้งแอโรบิกและเสริมแรง
✅ นอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชม. และคุณภาพดี หากมีนอนกรนต้องรีบรักษา
✅ ลดความอ้วน ระวังอ้วนแฝง มักจะมาแนว BMI ปริ่มๆ แต่ไขมันในช่องท้องเยอะแล้ว
✅ รักษาสุขภาพจิตเสมอ เช็คตัวเองว่าเริ่มมีโรคซึมเศร้ารึยัง พบจิตแพทย์
✅ งดบุหรี่ ปรึกษาแพทย์ได้ถึงโปรแกรมที่ช่วยให้เลิกได้ถาวร
✅ งดสุราทุกชนิด นานๆ ดื่มทีได้ แต่ไม่ควรมีช่วงดื่มอัดเยอะ
✅ เลี่ยง PM2.5 ในวันที่ขึ้นสูงมาก
✅ ตรวจสุขภาพเสมอ เพราะเราไม่รู้เลยว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้างแล้วค่ะ
✅ หากเป็นโรคประจำตัวแล้ว พวกเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ยิ่งต้องเคร่งครัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวนะคะ

แนวทางออกกำลังกายเบื้องต้น

✔️ ออกกำลังกายแบบ Aerobic ระดับปานกลาง เช่น วิ่งจ็อกกิ้ง, เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน ที่ทำจนมีช่วงรู้สึกเหนื่อย ทำอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 30 นาที/วัน ประมาณ 5 วัน ถ้าได้โดสนี้แล้ว ควรเพิ่มระยะเวลาเป็น 300-600 นาที/สัปดาห์ หรือเพิ่มความหนักขึ้นแต่เวลาเท่าเดิม
✔️ ออกกำลังกายแบบ Strength เช่น สควอท อาจจะเริ่มจากลุก-นั่งจากเก้าอี้ช้าๆ , ท่าวิดพื้นแต่ทำกับผนัง อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ถ้าเริ่มคล่องแล้ว สามารถศึกษาท่า “body weight” ต่างๆ เพิ่มเติม หรือจะใช้ยางยืดก็ได้ แต่ถ้าจะเล่นหนักขึ้น อาจต้องศึกษาให้ละเอียดมากขึ้นในท่าที่ถูกต้องค่ะ
✔️ จุดสำคัญที่สุดของการเริ่มต้น ไม่ใช่วิธีการที่ซับซ้อน ขุดตัวเองมาออกต่อเนื่อง ให้เป็นพฤติกรรมถาวรให้ได้ จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค่ะ
✔️ อย่าลืมประเมินศักยภาพตัวเอง ห้ามหักโหม ถ้าจะเพิ่มความหนักต้องค่อยๆ เพิ่ม ดื่มน้ำทดแทนเสมอให้เพียงพอ และต้องมีวันพักให้ร่างกายฟื้นฟู

09/05/2026

รู้ทัน “ฮันตาไวรัส” กรมการแพทย์ย้ำยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย

กรมการแพทย์เผย “ฮันตาไวรัส” ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย แนะประชาชนรักษาสุขอนามัย เลี่ยงสิ่งสัมผัสปนเปื้อนจากหนู พร้อมติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และไม่ตื่นตระหนกกับข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน กรมการแพทย์ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู คนสามารถติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของหนูมักพบในพื้นที่อับปิด เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือไอและหายใจเหนื่อย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ แต่โดยทั่วไปถือเป็นโรคที่พบไม่บ่อย
ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามมีรายงานในต่างประเทศว่าฮันตาบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Andes virus ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ อาจสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี เช่น การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแพร่กระจายได้ง่ายในวงกว้างเหมือนโรคโควิด-19 ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากหนู

สำหรับแนวทางการรักษาในปัจจุบัน การรักษาหลักยังเป็นการรักษาประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ดูแลระบบหายใจ ควบคุมภาวะช็อก เฝ้าระวังภาวะปอดอักเสบหรือน้ำท่วมปอด หรืออวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่ศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ต่อ Hantavirus โดยพบว่าอาจช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐาน

วิธีป้องกันตนเองสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู มูลหนู หรือปัสสาวะหนู ไม่ควรกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรทำความสะอาดแบบเปียก ล้างมือบ่อย ๆ เก็บอาหารให้มิดชิด และดูแลบ้านหรือสถานที่เก็บของให้สะอาดเพื่อลดการสะสมของหนู

ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือหายใจเหนื่อย หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
กรมการแพทย์ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันและการรักษาความสะอาดภายในบ้าน เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อที่มาจากสัตว์ฟันแทะได้
*******************************************
#ฮันตาไวรัส #กรมการแพทย์
9 พฤษภาคม 2569

09/05/2026

ที่อยู่

TOP LAB UBON 66/2-3 ถนนพิชิตรังสรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

+66819766730

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Top Lab ท็อป แลบ อุบลราชธานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Top Lab ท็อป แลบ อุบลราชธานี:

ทางลัด

แชร์