03/08/2026
ห่างหายไปนานมากกับ one page summary วันนี้เลยมา Update HF managment 2026 กันซักหน่อยมา update แนวคิดการรักษา HF ใหม่ด้วยวลีที่ว่า “Heart failure ให้แต่ diureticไม่เริ่มยาในโรงพยาบาล = เรารักษาคนไข้ MI ให้แต่ Morphine ไม่ revascularzation”
เพราะคนไข้ Heart failure มีปัจจัยกระตุ้นหลาย เช่น sympthetic, renin angiotensin ซึ่งมีผลการดูดซึม Na กลับเข้าสู่ร่างกาย ทำให้คนไข้อาการดีขึ้นแต่ไม่ลดอัตราการตาย
คนไข้ Heart failure เราจึงควรเริ่มให้ยารักษา HF (SGLT-2inh, MRA, RAAS blocker, betablocker) ตั้งแต่ IPD โดยไม่มีความจำเป็นต้องประเมิน LVEF ก่อน อ้างอิงตาม strong HF ซึ่งการทำแบบนี้จะลดการ readmission for HF, CV death ลงด้วย
ให้เริ่มยาHF เมื่อไหร่ดี
SBP > 95
No inotrope
No titration dose of diuretic
และไม่มีข้อห้ามในการให้ยาแต่ละตัว
ดังต่อไปนี้
Betablocker (ABCD)
- Asthma
- Bradycardia
- COPD (uncontrolled)
- DM with hypoglycemic symptom
MRA
- GFR < 30
- K > 5
- pregnancy
RAAS blocker (ACE-i, ARB, ARNI)
- GFR < 30
- K > 5
- pregnancy
- History of any angioedema (ACE-i,ARNI)
SGLT2 inhibitor
- Type 1 DM
- preganacy and lactation
เลือกเริ่มตัวไหนก่อน ประเมิน
Contraindication ข้างต้น
ถ้าไม่มี
- BP สูง พิจารณาเริ่ม RAAS blocker
- HR > 100 พิจารณา betablocker แต่ต้องมั่นใจว่า congestion improved แล้ว
- BP low near 95 mmHg พิจารณาให้ SGLT-2 inh or MRA
แล้วนัดติดตามไม่ควรเกิน 2 wk !!! เพื่อปรับยา GDMT ข้างต้นเพิ่มให้ได้ขนาดยามากที่สุดเท่าที่ทนได้หรือได้ขนาดยาให้ได้มากที่สุดของยาตัวนั้น และปรับยาให้เร็วที่สุดเท่าที่เร็วได้ ถ้าประเมินแล้ว LVEF 50%
อยากแรกต้องทำคือ ควบคุมโรคประจำตัว
- HT keep SBP < 120-129 prefer ARNI,ARB,MRA
- DM type 2 SGLT2 inh first line
DM+CKD > finerenone, GLP-1
DM+obesity or ASCVD > GLP-1
- Obesity prefer semaglutide or tirzepatide
- CKD prefer RAAS, finerenone, SGLT-2 and GLP-1
Betablock and ACE-i ถ้าไม่มี benefit อย่างอื่น เช่น AF,CAD หรือ CKD prevention แนะนำให้หลีกเลี่ยงในการให้ในคนไข้ HFpEF
ก็หวังว่าจะได้ประโยชน์และนำไปใช้ในการดู Heart failure กันมากขึ้น และเริ่มยา IPD กันมากขึ้นนะครับ